บทที่ 5
หลอมรวมกันทักษะ
แก่นทักษะพุ่งทะยานเข้ามาสู่บริเวณหน้าอกหลังจากนั้นก็หลอมรวมเข้าสู่กระดูกปราณ เมื่อมันได้หลอมรวมเข้าสู่หน้าอกแล้วราวกับว่าพลังภายในร่างกายนั้นถูกปลดปล่อยออกมาเป็จำนวนมากมาย พลังมากมายเข้ามาเกื้อหนุนในตอนนี้ััได้ถึงพลังที่เอ่อล้นออกมา
ความรู้สึกที่ยากจะเกินบรรยายในตอนนี้เหมือนว่าพลังภายในร่างกายของตนเองยกระดับขึ้น
จางอี้ไม่ได้รู้สึกไปเองพลังภายในร่างกายของเค้ามันยกระดับขึ้นจริงๆ ในตอนนี้ระดับภายในร่างกายของเขามันถูกยกระดับขึ้น
การหลอมรวมเข้ากับแก่นทักษะที่มีระดับสูงขนาดนี้มันทำให้พลังส่งเสริมเข้ามาภายในร่างกาย จึงยกระดับจากรากฐานขั้นต่ำขึ้นไปสู่ระดับรากฐานขั้นกลางเรียบร้อยแล้ว
พลังที่แผดพุ่งออกมาจากร่างกายผนวกกลายเป็สายพลังสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
ในขณะที่พลังงานพรุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาผู้แข็งแกร่งมากมายก็สามารถััได้ถึงพลังที่พุ่งทะลุขึ้นไป้า
ในตอนนี้กลายเป็ว่าการหลอมรวมทักษะเข้าสู่ร่างกาย มีผู้บ่มเพาะมากมายสามารถััได้ถึงการหลอมรวมในครั้งนี้
จางอี้ที่นั่งอยู่บนโขดหินส่งเสียงหายใจหอบระรัว ร่างกายในตอนนี้ไม่ว่าจะหลอมรวมทักษะได้สำเร็จ พลังเองก็ถูกยกระดับขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
แต่ว่าใน่สามวันที่ผ่านมาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใช้พลังงานไปกับการหลอมรวมมันไม่น้อยเลยทีเดียว
จางอี้เริ่มตั้งสติได้ ยกมือของตนเองขึ้นมามองดูตอนนี้ระดับพลังภายในร่างกายของเค้าเพิ่มขึ้น
“ การหลอมรวมทักษะระดับสูงเข้าไปภายในร่างกายทำให้ระดับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ ทั้งที่ภายในโลกเบื้องล่างการขึ้นไปสู่ระดับ รากฐานขั้นกลางอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งปี ”
จางอี้ค่อยค่อยลุกขึ้นหลังจากที่ลุกขึ้นแล้วลองบิดร่างกายของตนเองไปมาสำรวจดูแล้วร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลง
อาจจะเป็เพราะพลังภายในร่างกายที่มันเพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายนั้นรู้สึกว่าเบาราวกับขนนก
สามารถทำอันใดที่ตัวเองนั้นไม่สามารถทำก่อนหน้านี้ได้ แถมยังดูเหมือนว่าพละกำลังภายในร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวิถีของการบ่มเพราะมันจะสามารถเพิ่มพูนพลังของตนเองได้มากมายขนาดนี้
ในตอนนี้จางอี้ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ ขอดูหน่อยผู้คนบอกว่าทำการหลอมรวมแก่นทักษะเข้าไปภายในร่างกายแล้วจะสามารถสุ่มได้รับทักษะมา ”
“ แก่นทักษะระดับนี้มันจะสามารถให้ทักษะที่ทรงพลังมากขนาดไหน ”
หลังจากที่ยกฝ่ามือขึ้นมาลองทำการผนึกพลังเข้าไปแล้วก็เลือกเล่นทักษะที่อยู่ภายในกระดูกปราณของตนเองออกมา
หลังจากที่ปลดปล่อยพลังออกมาผนึกพลังก่อรวมตัวปรากฏกายเป็ทักษะขึ้นบนฝ่ามือ
วัตถุชนิดหนึ่งปรากฏขึ้นสองแสงสว่างไสว ปรากฏขึ้นมาภายในอากาศจากการสร้างโดยใช้พลังภายในร่างกายผนึกกลายเป็รากฐาน
หลังจากนั้นไม่นานมันเองก็ได้ปรากฏออกมาสิ่งที่มันปรากฏออกมามันคือวัตถุที่เป็กระบี่สีดำสนิทแถมยังเป็กระบี่หิน
มันลอยขึ้นอยู่บนฝ่ามือของเขา จางอี้จำได้กระบี่เล่มนี้เป็กระบี่เล่มเดียวกับที่แทงทะลุร่างกายของเหล่ากุ้ย
“ ทักษะอาวุธ ”
แก่นทักษะที่หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายแน่นอนว่ามันมีหลากหลายประเภท
ผู้ที่ซึมซับการทักษะนั้นเข้าไป มันเองก็จะได้รับพลังที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทของแก่นทักษะ
โดยแก่นทักษะมันจะถูกแบ่งออกเป็ประเภทใหญ่ใหญ่โดยจะผนวกเป็ วัตถุ และ พลัง
แก่นทักษะจะถูกแบ่งแยกออกเป็สองประเภทใหญ่ใหญ่โดยมีประเภทย่อยที่แยกออกมาจากสองประเภทนั้นอีกมากมาย
อย่างเช่นวัตถุแก่นทักษะสามารถ เป็ทักษะอาวุธหรือว่าเป็ทักษะชุดที่สวมใส่ได้มันเองก็จะแตกต่างออกไปตาม แก่นทักษะนั้น
ส่วนพลังมันเองก็เป็การทักษะที่จะมอบพลังมากมายมาให้ไม่ว่าจะเป็พลังโจมตีพลังป้องกันแล้วก็พลังต่างๆก็ถูกจัดอยู่ในรูปแบบนี้
ในตอนนี้ดูเหมือนว่าการทักษะนี้จะมอบทักษาประเภทวัตถุให้แล้วมันเองก็เป็ทักษะประเภทอาวุธด้วยเช่นเดียวกัน
กระบี่เล่มนี้เป็กระบี่ที่ทรงพลัง จางอี้จำได้มันสามารถแทงทะลุร่างกายของมนุษย์ได้ทั้งที่มันเป็เพียงแค่กระบี่หิน
จางอี้ยกมืออีกข้างหนึ่งทำการจับบริเวณหน้าอกที่เป็ส่วนกระดูกบ้านของตนเอง
กระดูกปราณภายในหน้าอกของตนมีความพิเศษตรงที่สามารถซึมซับทักษะได้ไม่จำกัด
ถ้าเป็กระดูกปราณของคนปกติทั่วไปมันจะสามารถซึมซับทักษะได้อย่างจำกัดไม่เหมือนกับเขา
กระดูกปราณเองก็มีระดับของมันเช่นเดียวกันเริ่มั้แ่ กระดูกมนุษย์ กระดูกชั้นยอด กระดูกราชันย์ กระดูกจักรพรรดิ กระดูกเซียน์ กระดูกเทพ์ กระดูกแห่งฟ้าดิน กระดูก์นิรันดร์
เขาที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์กระดูกระดับ์นิรันดร์มันเป็กระดูกที่สามารถซึมซับทักษะ ได้ไม่จำกัดนี่คือข้อได้เปรียบ
ในขณะที่กำลังจ้องมองกระบี่หินภายในมือของตนเองมือถือจับมันััได้ว่ามันนั้นหนักกว่ากระบี่ธรรมดาประมาณนึง
เสียงฝีเท้าหนึ่งดังมาจากด้านหลังเสียงย่ำเท้าอันดุดันของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่ามนุษย์
จางอี้หันไปมองพบเห็นร่างของหมาป่าตัวใหญ่ที่มีร่างกายกำยำมีขนสีเทามีดวงตาสีแดงจ้องมองตัวของเค้าจากด้านหลัง
มันตั้งท่าพร้อมกับแสดงแววตาที่ดุร้ายแถมยังมีท่าทางขู่คำรามบ่งบอกว่ามันกำลังจะโจมตีเขา
เ้านี้เป็สัตว์อสูรระดับต่ำสุดที่เป็สัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดมันเป็สายพันธุ์ธรรมดาแถมมีสายเืที่ไม่ได้โดดเด่นหมาป่าสีเทา
มันพยายามปลดปล่อยจิตสังหารออกมาคุกคามเขาแต่ว่าจากอีไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ยืนอยู่บนโขดหินจ้องมองหมาป่าเทา ด้วยแววตาทอประกายที่เย็นเฉียบ
แม้ว่ามันจะพยายามทำให้เค้ากลัวแต่ว่าตัวของจางอี้เคยผ่านเหตุการณ์ที่น่ากลัวกว่านี้มาแล้ว
ความรู้สึกอันกดดันที่อยู่ด้านหน้าของนักรบหินนั่นความรู้สึกที่ราวกับว่าร่างกายจะโดนบทขยี้ความรู้สึกนั้นมันหนักหนากว่าจิตสังหารของหมาป่าตัวเดียวมาก
เพราะแบบนั้นถึงแม้ว่ามันจะพยายามข่มขู่เขามากขนาดไหนเขาเองก็ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
จางอี้พยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น “ ก็ดีเหมือนกันตัวของข้าอยากจะลองดูว่าเ้า ทักษะนี่มันทรงพลังมากขนาดไหน ”
จางอี้ะโลงไปเผชิญหน้ากับหมาป่าตัวใหญ่ด้วยตัวคนเดียว
หมาป่าเทาที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันพรุ่งทะยานเข้ามาอย่างไม่ลังเลมันกระโจนโจมตีใส่เหยื่อที่อ่อนแอของมันด้านหน้า
แต่ว่ามันเองอ่ะคิดผิดในขณะที่มันนั้นพุ่งกระโจนเข้าไป ดวงตาของจางอี้มองเห็นการเคลื่อนไหวของมันยังชัดเจน
เพราะว่าในตอนนี้เขาอยู่ในระดับรากฐานขั้นกลางแล้ว ในจังหวะที่มันพุ่งเข้ามาเกือบจะประชิดตัว
กระบี่หินภายในมือจางอี้ผนึกพลังภายในร่างกายเข้าไปไว้ที่มันก่อนที่จะออกแรงตวรรษหนึ่งครั้ง
ตวัดกระบี่พี่ฮูกนึงสิ่งที่เกิดขึ้นร่างกายของสัตว์อสูรที่ด้านหน้าผูกฝันออกเป็สองส่วน
ฉึบ!!!! เืสีแดงสดพุ่งออกมาเป็จำนวนมากร่างกายของสัตว์อสูรถูกฟันออกเป็สองส่วน
แม้แต่จางอี้ใบหน้ายังอดตื่นตระหนกไม่ได้ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นมองเห็นการโจมตีที่ทรงพลังนี้อย่างตกตะลึง
ผนึกพลังเข้าไปภายในตัวทักษะนี้เพียงเล็กน้อยตวัดโจมตีเองก็เล็กน้อยเช่นเดียวกันออกแรงยังไม่ถึงห้าส่วนภายในร่างกาย
ในตอนนี้เพียงแค่โจมตีครั้งเดียวสามารถสังหารสัตว์อสูร ได้ง่ายดายราวกับทำการหายใจ
“ อะไรกันข้าได้แล้ว? ”
ดวงตาจ้องมองร่างของสัตว์อสูรที่อยู่ด้านหน้าของตนมันไม่ใช่ความฝันเพียงแค่โจมตีครั้งเดียวสัตว์อสูรนี่ถึงกับตาย
ถึงแม้ว่ามันจะเป็สัตว์อสูรระดับต่ำที่มีสายเืทั่วไปแต่ว่ามันเองก็ไม่ควรจะตรวจสังขารง่ายดายขนาดนี้
จางอี้เมื่อตระหนักรู้ถึงพลังของทักษะกระบี่นี้จึงยกกระบี่ขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองมัน “ ทางที่ดีเก็บมันเอาไว้ให้มิดชิดดีกว่าถ้าเกิดว่านำมันเอาไปใช้กับคนธรรมดามีหวัง.. ”
จากอี้ใส่หัวไปมาของสิ่งนี้ทรงพลังเกินไปแม้ว่าตนจะไม่รู้อนุภาพของมันมากมายขนาดไหนแต่หลังจากลองััและใช้ครั้งเดียวรู้ได้ว่ามันนั้นควรจะถูกใช้อย่างระมัดระวัง
จบบท