ณ บนกำแพงวัง ร่างบอบบางยืนเคียงข้างกัน3ร่าง เงาร่างหนึ่งนั้นคือ หลิวเสี่ยวผิง องค์รักษ์อันดับ2 ผู้มีความสามารถด้านการปลอมตัวและการลอบเร้น เงาร่างแรกนั้นคือหงอวี้ หัวหน้าหน่วยองค์รักษ์พิทักษ์องค์หญิงอันติง อยู่ๆมีมีดบินตรงมาหาที่พวกนางอยู่ก่อนที่จะมีร่างอีก1ปรากฏขึ้นมา เสี่ยวชิงหรือฉายาคืออสรพิษเขียวได้ปรากฏตัวขึ้น หงอวี้เดินไปหยิบมีดสั้นที่ปักอยู่บนกระเบื้องแผ่นหนึ่งมาคืนให้เสี่วยชิงที่ยืนมองดวงดาว "พวกเราไม่ค่อยได้มานั่งเล่นด้วยกันแบบนานเท่าไหร่แล้วนะ" หลิวเสี่วยผิงกล่าวก่อนจะนอนลงมองดูดาวบนหลังคาอย่างมีความสุข หงอวี้กึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูดาวกับสหายอย่างมีความสุข "ใครๆเขาก็คิดว่าเ้าน่ะเย็นชาสามารถลงมือสังหารผู้ที่คิดคดทรยศต่อบัลลังก์ขององค์ฮ่องเต้" เสี่วยชิงกล่าวกับหงอวี้ที่มองค้อนเพื่อนก่อนจะมีเสียงกระดิ่งดังแว่วมาเบาๆ "องค์หญิงเรียกข้าแล้วใว้หากไม่มีภารกิจเราคงจะได้มาพบกันอีก" หงอวี้ในชุดทะมัดทะแมง ปัดชุดก่อนที่จะเหาะลงไปจากบนหลังคาสูง ในตำหนักขององค์หญิงอันติง หงอวี้คุกเข่าลงหน้าห้องบรรทมก่อนประสานมือแล้วกล่าวว่า "ทรง้าสิ่งใดหรือเพคะ" หลังจากนั้นมีสุรเสียงหวานแว่วมา" มาแล้วหรือหงอี้ ในเมื่อมาแล้วก็จงเข้ามาในห้องเถอะน่า" หงอวี้เปิดประตูห้องก่อนจะย่อกายคุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์องค์หญิงอันติง องค์หญิงจึงเดินมาเชยคางขององค์รักษ์ผู้ที่คอยอารักขาั้แ่ยังทรงพระเยาว์ขึ้นมาดด้วยพัดก่อนจะหยิบป้ายอาญาสิทธิ์ขึ้นมาและนำมาให้องค์รักษ์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ "ภารกิจครานี้มีเพียงเ้าเท่านั้นที่สามารถทำมันได้" หงอวี้รับป้ายอาญาสิทธิ์ก่อนจะเดินออกมาจากตำหนักโดยมีสายพระเนตรงามมองตามแผ่นหลังที่กำลังเดินห่างออกไปจากสายพระเนตร นับั้แ่ทรงพระเยาว์ทรงมีหงอวี้คอยติดตามมิห่างวรกาย หากแต่ทว่าวันนี้นางมิมีผู้ที่เคยติดตามพระองค์ไป เพื่อภารกิจที่นำพาพระคู่หมั้นมาสู่วังหลวง หน้าประตูวัง หงอวี้กระตุกบังเหียนม้าให้วิ่งทะยานจนทั้งคนทั้งม้าหายไปในความมืด หงอวี้ขี่ม้ามิได้พักจนกระทั่งใกล้รุ่งนางจึงเดินมาถึงชายแดน ก่อนจะหาโรงเตี้ยมพักผ่อนเนื่องจากจากขี่ม้ามามิได้หยุดพัก