เสียงร้องนั้นขาดหายไปศีรษะลอยลิ่วบนไปท้องฟ้าสายตาเบิกกว้าง ร่างไร้ศีรษะล้มลง เหลือเพียงร่างของชายผู้ท่วมไปเลือดที่ยืนอยู่
"อาโยวว ยังเหลือหนูอีกตัวแน"ฟ่านเว่ยเอยออกมาท่ามกลางกองศพ เขายกดาบขึ้นหลังคอก่อนมองซ้ายขวา หาบางอย่าง
ชายผู้หลบซ่อนในพุ่มไม้เขาพยายามปิดจมูกกลั้นลมหายใจอย่างหวาดกลัว เดินถอยหลังช้าๆ จนห่างจากฟ่านเว่ย เขาก็เริ่มออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะมีอะไรสักอย่างแทงขาเขา เขาร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เห็นมีดปักขาเขา ฟ่านเว่ยได้ยินก็หันไปมองก่อนเดินยิ้มร่า
"อย่าฆ่าข้าเลย ปล่อยข้าไปเถอะ ข้ามีเงินมีสมบัติ"ชายผู้นั้นพยายามอ้อนวอน ฟ่านเว่ยเพียงแค่ยิ้มเดินมาใกล้
"เอ๊ เอาไงนะ"ฟ่านเว่ยตอบยียวนก่อนหัวเราะออกมา
"เจ้าบอกมีสมบัติหรือ งั้นพาข้าไปสิข้าจะพิจารณาว่าสมควรปล่อยไปไหม"ฟ่านเว่ยยิ้มแย้มดวงตาเล็กยี่ โจรหนุ่มตัวสั่นกลัว
ฟ่านเว่ยหยุดยิ้มหันไปอีกทิศทางที่ยิงมีดนั้นมา
"ออกมาซะ ตามพวกเรามาตั้งแต่เมืองหลวง"ฟ่านเว่ยขึ้นหรี่ตามอง หลงเปาได้ยินก็ตัวสั่นมองตามทิศนั้น ตั้งแต่เมืองหลวงแล้วแต่เขาไม่รู้ตัวเลย ทันใดนั้นก็มีเงาเดินออกมา ก่อนที่จะเห็นร่างของคนสวมเสื้อคลุมดำ รูปร่างผอมเพรียว ถึงแม้ไม่เห็นว่าใบหน้านั้นเพราะเสื้อคลุมคลุมไว้ แต่ว่าก็รับรู้ได้ว่า เขากำลังยิ้ม
"ไอหยา นายท่าน ข้าว่าแล้วท่านต้องรู้"คนเสื้อคลุมเอยออกมา หลงเปารู้สึกกลัวรีบวิ่งไปหานายของตน ฟ่านเว่ยยิ้มกระตุก
"ฮูหยินขอรับ คนๆนั้นตามเรามาตั้งแต่เมืองหลวงแล้ว แต่ข้าน้อยไม่รู้สึกเลย"หลงเปาระวังตัว กำมีดสั้นที่แอบอยู่ใต้เสื้อนั้นแน่น ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเขาก็ตกใจเสียงหัวเราะดังๆของฟ่านเว่ย
"ฮา ฮา มู่ซานเจ้ามาทำที่นี้ ข้านึกว่าเจ้าอยู่ที่ชายแดนเสียอีก"รอยยิ้มในดวงตานั้นส่องสว่าง หลงเปาตกใจ คนรู้จักของนายตนหรือ
คนสวมชุดคลุมสีดำ ก็หัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นถอดฮูดคลุมออก ปรากฎใบหน้าสวยเยิ้ม ยิ้มแย้มออกมา ดวงตานั้นใสเหมือนแก้ว หลงเปาเห็นก็รู้สึกล่องลอย เป็นหญิงงามอีกแล้ว เหตุใดรอบตัวนายตนถึงมีแต่คนหน้าตาดีทั้งนั้น เขาก็สลดลงจับใบหน้าตน
ฟ่านเว่ยเห็นท่าทางนั้นก็ตบหลังเด็กน้อยไปหนึ่งที หลงเปาสะดุ้งมองตานายตนปริบๆก่อนหันไปมองหญิงงามอีกครั้ง หญิงงามก็หันมาสบตาของเขา เขาก็รู้สึกเหมือนมีไรสักอย่างมาทุบที่ใจตนก่อนที่น้ำลายจะไหลอีกครั้ง หญิงสาวดวงตาส่องสว่างจ้าก่อนวิ่งมากอดหลงเปา หลงเปาตัวสั่นหน้าแดงก้ำ
"ไอหยา นายท่านเด็กน้อยผู้นี้เป็นใครกัน หรือท่านไปลักพาตัวมาจากที่ใด"มู่ซานจับหลงเปามองซ้ายขวาขึ้นลงก่อนกอดเด็กน้อยไว้บนอก หลงเปารู้สึกเคลิ้ม
ฟ่านเว่ยและซุนหงเห็นท่าทางนั้นก็ส่ายหัวมองเด็กน้อยอย่างสงสาร
"หลงเปาน้อย เจ้าอย่าได้มองแต่ภายนอก"ฟ่านเว่ยเอยปากเตือนหลงเปาอย่างสงสาร หลงเปาที่ได้ยินก็ได้แต่กระพริบตา นายตนหมายถึงสิ่งใด การถูกสาวงามกอดถูกเป็นความฝันของชายหนุ่ม นี้นางในฝันของเขาเชียวนะ
"..."โจรหนุ่มได้แต่ร้องอย่างเจ็บปวด แต่คนพวกนี้ไม่สนใจเขาเลย
ฟ่านเว่ยได้แต่ถอนหายใจ ก่อนรับรู้ถึงสายตาที่ส่งมา เขาหันสายตาไปมองโจรหนุ่ม โจรหนุ่มก็สะดุ้งดีดตัวขึ้น
"เอาละ เราไปกันเถอะ ล่าสมบัติ"ฟ่านเว่ยแอบริมฝีปาก โจรหนุ่มรู้สึกตัวสั่น พวกเขาเป็นโจรแท้ๆกับโดนปล้นแทน
ภายในที่ฐานของรังโจร ตอนนี้ทั้งสี่คนบวกอีกหนึ่ง กำลังมองห้องห้องหนึ่งๆ ในห้องมีกองของลังสมบัติจำนวน ฟ่านเว่ยมีแสงสว่างจุดในดวงตารีบวิ่งเข้าไปในกองสมบัตินั้นก็รื้อออกมา มีทองจำนวนมากเขาหยิบทองเหล่านั้นโยนกองนอนลง หัวเราะร่า หลงเปาไม่เคยเห็นทอง สมบัติจำนวนมาก เขาก็วิ่งตามนายตนไป จับโยน
"ฮูหยิน ข้าน้อยไม่เคยเห็นสมบัติเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ"หลงเปาน้ำลายไหล ก่อนรีบเช็ดน้ำลาย
"นั้นสิ พวกเจ้าเป็นแค่โจรแท้ๆ เหตุใดถึงมีสมบัติมากขนาดนี้ ปล้นคนรวยจำนวนหรือ"ซุนหงถามขึ้น ขมวดคิ้ว ถึงปล้นคนรวยจำนวนมากแต่ก็ไม่น่าจะมีสมบัติมากถึงเพียงนี้
ฟ่านเว่ยได้ฟังก็ขมวดคิ้วก่อนรีบเด้งตัวขึ้น โจรหนุ่มเห็นก็หวาดผวารีบหลับตาปรี้กุมศีรษะตน ฟ่านเว่ยกำลังเดินไปทางโจรหนุ่มก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่ง เขาขมวดคิ้วเดินไปทางนั้น
ทางที่เขาเดินไปมีกล่อง กล่องนึงขนาดใหญ่ ที่มีรูปลายเป็นพยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ขาวงั้นหรือ ก่อนที่จะมีชื่อนึงขึ้นมาในหัวของเขา 'อี้หลง'
เขาพยายามนึกหน้าของอี้หลง แต่นึกเท่าไหร่ใบหน้านั้นก็จะมีหมอกปกคลุม ฟ่านเว่ยรู้เพียงว่าเขาไม่เหมือนคนในสกุลอี้ แต่ทำไมเขาถึงนึกใบหน้านั้นไม่ออก
เขาขมวดคิ้ว หรี่ตาลงหน้าเคร่งเครียดก่อนเงยหน้าหันไปมองทางโจรหนุ่ม
"เจ้าได้สิ่งนี้มาจากไหน"สิ่งนี้มาจากไหน แล้วทำไมถึงมาที่นี้ได้ โจรหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ตกใจปากสั่น ก่อนจะนึกถึงของสิ่งนั้น
"ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้ขอรับ"โจรหนุ่มส่ายหัวไปมา ฟ่านเว่ยหรี่ตาลง ก่อนมีมือมาจับไหล่ของโจรหนุ่มก่อนจะกระซิบข้างหูอย่างช้าๆ
"ข้ารู้นะว่าเจ้าโกหก จะบอกดีๆหรือจะให้ข้า"มู่ซานหยุดเสียงนั้นกระซิบแนบริมฝีปากกับลำหูนั้น โจรหนุ่มตัวสั่นร้องไห้ออกมา
"ข้าบอกแล้ว ข้าบอกแล้ว "โจรหนุ่มหวาดกลัวเขาหวนนึกกลับไปตอนเด็ก ร้องไห้อย่างเวทนา
"เมื่อยี่สิบสองปี ในตอนนั้นที่นี้ยังไม่มีกลุ่มกองโจร ได้มีคณะคณะหนึ่งเดินทางมาเส้นทางนี้ คณะนั้นขนกล่องจำนวนมากยาวเหยียด คิดว่าน่าจะเป็นพ่อค้ากลุ่มคาราวาน แต่ก็คิดผิดมีคนแอบตามไปดูเห็นพวกนั้นขนของทั้งหมดเข้าถ้ำทั้งหมดและไม่เคยออกมาอีกเลย ตอนนั้นหัวหน้าข้ายังเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่เพราะผลผลิตแห้งแล้ง ทุกคนจะตายกันหมด หัวหน้ารวบรวมคนหนุ่มทั้งหมดในหมู่บ้านปลุกระดมปล้นของนั้นซะ แต่เมื่อพวกเขาไปถึงก็เจอภาพน่าสยดสยองเข้าคนในคณะนั้นฆ่าตัวตายทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาหัวหน้าข้าก็กลายเป็นโจร รับสมัครกลุ่มคนจับกลุ่มกลายเป็นโจรไล่ฆ่าปล้นทุกคนที่ผ่านเส้นทางนี้"โจรหนุ่มเล่าไปร้องไห้ เผยใบหน้าอย่างสมเพช ฟ่านเว่ยหรี่ตาครุ่นคิด เหตุใดถึงต้องฆ่าตัวตาย ปลอมตัวเป็นกลุ่มคาราวานพ่อค้า มีความลับอะไรกันแน่
"ทำไมถึงฆ่าตัวตายด้วยเล่า"หลงเปาฟังก็ได้แต่งง
"นั้นแปลว่ามันต้องมีความลับบางอย่างที่ให้ใครรู้ไม่ได้อยู่นะสิ"มู่ซานหันมาตอบหลงเปาด้วยรอยยิ้ม หลงเปาบิดเขินอาย ซุนหงได้แต่ส่ายหน้าอย่าสงสาร เขาไม่อยากทำลายความฝันของเด็กน้อย
"พ...เพราะฉะนั้น อย่าฆ่าข้าน้อยเลยนะขอรับ ข้าน้อยยังไม่เคยฆ่าใครเลย"โจรหนุ่มรู้สึกกลัว เมื่อสามวันก่อนเขาถูกญาติหลอกให้เข้ากลุ่มกองโจร ใครเล่าจะรู้ว่าญาติจะหางานให้ แต่นี้กลับเป็นกลุ่มโจรเสียได้ แถมเขาจะออกก็ไม่ได้ เขาออกจะขี้กลัวปานนี้จะไปมีแรงกล้าไปฆ่าใครได้
ฟ่านเว่ยได่แต่หรี่ตามอง กระตุกยิ้มมุมปาก โจรหนุ่มเห็นในใจก็โห่ร้อง ตายแน่ เขายังไม่อยากตาย แม่จ๋าช่วยด้วย ข้ากำลังจะตามท่านไปสวรรค์
"เอาดีนะ ~"ฟ่านเว่ยได้แต่มองยิ้มๆ ดวงตาเปล่งประกายราวกับเด็กๆ
"ตัดหู ตัดลิ้น ตัดขาก็ดีนะนายท่าน"มู่ซานรับไม้ต่อยิ้มแย้ม ฟ่านเว่ยก็ร้องอ้อขึ้น
"อะไรเนี่ย มู่ซานเจ้ามันอัจฉริยะไปสุดๆ ฮาฮา"พ่นลมหายใจทางจมูก ยกนิ้วโป้งให้มู่ซานก่อนหัวเราะ โจรหนุ่มได้ยินก็สลบเมือกไป
หลงเปามองทั้งสองก่อนรู้สึกตัวสั่นวาบ ซุนหงก็ได้แต่ส่ายหัว
"เจ้ารู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลที่มีตรารูปพยัคฆ์รึเปล่า"ฟ่านเว่ยเดินเข้าไปมองกล่องที่มีลายพยัคฆ์ขาวอย่างครุ่นคิด
"ข้าได้ยินว่าตระกูลที่มีตราพยัคฆ์ก็มีเยอะอยู่"ซุนหงได้นึกคิดแต่มันก็ค่อนข้างมีเยอะ ทั้งพยัคฆ์ดำ พยัคฆ์ทอง
"แล้วพยัคฆ์ขาวเล่า"ฟ่านเว่ยถาม ก่อนบริเวณเงียบลง ก่อนมีเสียงดังขัดความคิดของทั้งสาม
"ถ้าพยัคฆ์ขาวละก็ข้าเคยได้ยินอยู่ตระกูลหนึ่ง"มู่ซานตอบกลับ ทั้งสามหันมองมู่ซาน เขาก็จุปากขยิบตาใส่
"นายท่านท่านลืมไปแล้วหรือไร ข้าคือผู้รอบรู้ทุกเรื่อง นักบันทึกลำดับที่ยี่สิบแปด ข่าวที่ซุนหงหามาให้ท่านก็เป็นข้าทั้งหมด"ฟ่านเว่ยมองอย่างมีความหวังดวงตาเปล่งประกาย มู่ซานเชิดหน้ายิ้มอย่างภูมิใจ ซุนหงได้แต่หรี่ตาลง คนคนนี้ก็แค่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านก็เท่านั้นแหละ
อากาศเริ่มหนาวเย็นภายในห้องนั้นมีเพียงชายหนุ่มชุดขาวกำลังยืนอยู่ในความมืดมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้านั้นซีดเซียว ดวงตาอี้หลงหรี่ตาลง
"เรื่องนั้นเจ้าได้ความว่าอย่างไร"อี้หลงเอยออกมา ในห้องนั้นไม่มีผู้ใดเลย ก่อนที่จะมีเงาร่างหนึ่งโดดลงมาอย่างรวดเร็ว คุกเข่าลง
"นายท่าน ข้าน้อยสืบแล้วตอนนี้ทางฮ่องเต้แคว้นหมิงส่งกองกำลังมาที่แถวชายแดนแคว้นฉีเหมือนพยายามตามหาบางอย่าง น่าจะพยายามตามหาแผนที่"อี้หลงได้ยิน เขาก็เลิกคิ้วขึ้น ดูท่าจวิ้นเฟยจะทนรอไม่ไหวอีกแล้ว เขาแสยะยิ้ม
"แล้วฝั่งจวิ้นหมิงฮุยล่ะ"เมื่อเอยชื่อนี้ ดวงตาของอี้หลงก็เต็มไปด้วยความขยะแขยง รังเกียจ เกลียดชัง มือกำหมัดแน่นก่อนที่จะคลายลงสงบดั่งเดิม
"ตอนนี้ฝั่งองค์ชายเจ็ดรู้ความจริงแล้ว เขากำลังนัดพบกับอิ๋งกุ้ยเฟย"ชายชุดดำตอบกลับก้มหัวลง อี้หลงสูดหายใจเข้า ดวงตาแข็งกร้าว
"แล้วนางละ"เสียงอี้หลงแผ่วเบาก่อนที่ดวงตาจะวูบไหวก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
"อดีตฮองเฮาทรงสบายดี เพียงแต่นางผอมลงอีกครั้ง"อี้หลงเหม่อลอย เมื่อได้ยินเช่นนั้นก่อนที่เขาจะตัดสินใจบางอย่าง
"เรียก จินอี้ เข้ามาแทนที่ข้า ข้าจะออกไปดูเสียหน่อย"อี้หลงหันหลังเปลี่ยนชุดขาวนั้น ออกมาใบหน้าที่ซีดขาวหายไป เขาเดินออกมาด้วยชุดสีดำก่อนกระโจนออกหน้าต่างไป
"แฮ่มๆ ตระกูลที่มีตราพยัคฆ์ขาวมีอยู่ตระกูลหนึ่งที่ค่อนข้างโด่ดเด่นอยู่ตระกูลในรัฐเซี่ย"มู่ซานกระแอมในลำคอก่อนเปล่งเสียงออกมา หยุดเสียงลงก่อนทำสรหน้าจริงจัง ฟ่านเว่ยก็มองด้วยความรู้ หลงเปาตั้งใจฟังถึงแม้เขาจะไม่รู้ก็ตาม ซุนหงเพียงแค่นิ่งตามเคย
"ตระกูลนั้นก็คือ ตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยในรัฐเซี่ย อยู่ในแคว้นหมิง ว่ากันว่าตระกูลเซี่ยคือเจ้าปกครองของนครรัฐเซี่ยที่มีฐานอำนาจเทียบเท่ากับฮ่องเต้แคว้นหมิง นครรัฐเซี่ยก่อตั้งมานานก่อนมีแคว้นฉีหรือแคว้นหมิงเสียอีก ลือกันอีกว่าพวกเขามีอาวุธ สมบัติและความลับซ่อนอยู่ เหมือนกับพื้นที่ศาสนาละนะ น่าเสียดายหลังจากราชวงค์ใหม่ในแคว้นหมิงขึ้นครองราชย์ นครรัฐเซี่ยก็ล่มสลายไป เหลือเพียงลูกสาวคนเดียวของเจ้าปกครองที่แต่งงานกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกลายเป็นฮองเฮาหลังตระกูลเซี่ยล้มลง ฮองเฮาก็โดนปลดออกให้อยู่ตำหนักเย็น"มู่ซานเล่าจบ รอบข้างก็เงียบลง ฟ่านเว่ยครุ่นคิด
"อะไรกันโหดร้าย"หลงเปาเอยอย่างโกรษ สงสารฮองเฮาผู้นั้น
"ก็คงเป็นเครื่องมือทางอำนาจให้กับผู้ชาย"ซุนหงตอบกลับไป บริเวณก็เงียบลง
"แล้วนางมีลูกหรือเปล่า"ฟ่านเว่ยเริ่มถามสื่งที่เขาคิด มู่ซานนึกก่อนตอบกลับ
"มีอยู่สองพระองค์ องค์ชายใหญ่กับองค์ชายเจ็ด"มู่ซานตอบกลับอย่างสงสัย ฟ่านเว่ยหรี่ตาลง หืม เขางงงวยไปหมด
"เจ้าแน่ใจหรือ มู่ซานว่านางไม่มีบุตรคนที่สามนะหรือคนในตระกูลเซี่ยคนอื่นอาจเหลือรออยู่"ฟ่านเว่ยถามออกไป มู่ซานหรี่ตาอย่างสงสัยเหตุใดนายตนถึงสนใจกับมันนัก หรือว่ามีอะไรสักอย่างที่ต้องการ ต่อมในใจเขากระตุ้นให้อยากรู้ ยกยิ้ม
"ข้าแน่ใจว่านางไม่มีบุตรคนที่สาม ตระกูลเซี่ยคนอื่นอาจเหลือรอดแต่ถ้าไม่ใช่สายหลักก็ไม่มีตราพยัคฆ์ติดตัวหรอก"ปากของมู่ซานคันยิบๆ อยากล่วงรู้ความลับของนายตน ก่อนหันไปมองหน้าซุนหง ซุนหงที่รับรู้สานตานั้นรีบเบือนหน้าหนีอย่างเร็ว
"แต่ว่านะ ข้าว่าคณะคาราวานนั้นอาจจะเป็นตระกูลเซี่ยพวกเขาอาจจะล่วงรู้บางอย่างจึงนำสมบัติทุกอย่างมาซ่อนไว้เพื่อปกปิดบางอย่างไม่ให้ยโลกรู้"มู่ซานสันนิฐานสมมุติของตน รอบข้างก็เงียบลงอีกครั้ง หลงเปาก็ได้แต่เอียงคอ น้ำลายไหลยืดสมองเขาจะระเบิดแล้ว งงไปหมด ฟ่านเว่ยขี้เกียจยืนนั่งลงบนร่างของโจรหนุ่มที่สลบไป
"เมื่อยี่สิบสองปีก่อนช่วงเวลานั้นตรงกับองค์ชายเจ็ดเกิดพอดี เซี่ยหลี่ซิน นางยังเป็นฮองเฮาอยู่ ว่ากันว่านางต้องคอยต่อสู้กับอิ๋งกุ้ยเฟยที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงเจาอี๋อยู่ พวกนางทั้งสองตั้งครรภ์พร้อมกัน แม้กระทั่งในวันคลอด ตอนนั้นฮองเฮาคลอดบุตรสำเร็จแต่อิ๋งกุ้ยเฟยกลับแท้งบุตร"มู่ซานบอกตามสิ่งที่ตนรู้ ฟ่านเว่ยได้แต่ขมวดคิ้ว แปลกแฮะ
"แล้วอิ๋งกุ้ยเฟยผู้นี้เป็นใคร"ฟ่านเว่ยถามต่อไป คำถามของเขาตอนนี้เต็มไปหมด ทำให้เขาอารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ หงุดหงิดมือไม้กระตุกยิบๆ ซุนหงและมู่ซานต่างมองมาที่ฟ่านเว่ยก่อนหันมามองหน้ากัน หลงเปาตอนนี้กุมหัวของตนเองขยี้เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
--------- ละครหลังฉาก อี้หลง: ซุนหง อี้หลง

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
ตอนนี้หลายๆคนคงเดาออกแล้ว 555 ขอบคุณทุกคนที่มากดติดตาม กดใจและมาคอมเม้นมานะ อยากบอกว่าคอมเม้นแต่ละคนบันเทิงมากอ่านไปขำไป เขินจุงง 5555