ใน่ที่บิดามารดายังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจและไม่เป็ตัวเองก่อนหน้านั้น ทำให้ยังไม่ค่อยคิดมากเื่อาหารการกิน แค่มีให้กินก็พอใจแล้ว ทั้งเลี่ยงหลิ่งทำอาหารไม่ค่อยเป็ใน่แรกจึงทำให้กินได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ไม่มีใครใส่ใจ เมื่อทุกคนเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา หลายสิ่งเริ่มพิถีพิถันมากขึ้น แม้เนื้อสัตว์และผักป่าพอมี แต่ข้าวสารและแป้งหายากนัก ด้วยชายแดนแห้งแล้งแร้นแค้นจึงปลูกข้าวได้ยาก ข้าวจึงมีขายเพียงน้อยนิด ราคาก็แพงเกินไป พวกนางกินแต่เนื้อสัตว์กับผักทุกวัน แทบไม่มีข้าวเลย
เลี่ยงหลิ่งลองหาวิธีปลูกข้าวหลายวิธีในแปลงเล็กๆ หลายๆ แปลง ขนาดกว้าง 12 ชุ่น ยาว 12 ชุ่น มาหลายเดือน ก่อนถึงหน้าฝน จนได้วิธีที่ดีที่สุด ใช้น้ำน้อยและประหยัดพื้นที่ นางจึงทำแปลงขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ลงดินหลังบ้านที่มีพื้นที่เหลือรกร้างราว 10 หมู่ นางตัดถางหญ้าอย่างยากลำบากคนเดียวอยู่นานจนมือแตก ก่อนบิดามาเห็นแล้วช่วยอีกแรง นางทำแปลงดินโดยให้มีความกว้าง 3 ผิง ยาว 6 ผิง ใช้ดินเหนียวมาทำกรอบสูงจากแปลงประมาณ 6 ชุ่น หาผ้าดิบหนาทึบขนาดเท่าพื้นที่แปลงนำมารองพื้นไว้ หากดินแห้งแล้ง นางก็จะทำให้น้ำไม่ซึมหายไปด้วยผ้าดิบหนาทึบผืนนี้ ให้มันอุ้มน้ำไว้ให้ข้าวของนาง
จากนั้นนำผ้าดิบมาปูทับลงไปในกรอบที่ทำเอาไว้ ให้ผ้าดิบเกยขึ้นมาเหนือขอบเล็กน้อย จากนั้นโกยดินเหนียวให้ทับผ้าดิบที่เกยขึ้นมา นำดินผสมคลุกเคล้ากับมูลวัวพอประมาณ แล้วนำมาใส่ลงในกรอบพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้ให้สูงประมาณ 3 - 4 ชุ่น ใส่น้ำให้พอมีน้ำแฉะๆ แล้วค่อยๆ ปรับดินให้เสมอกัน
นำกล้าที่เพาะไว้ 17 วันมาดำลงในพื้นที่ที่เตรียมไว้ โดยให้แต่ละกอห่างกันประมาณ 7 ชุ่น เว้นระยะจากขอบแปลง 2 ชุ่น เมื่อดำกล้าเสร็จแล้ว 3 - 4 วัน เติมน้ำลงไปให้สูงในระดับ 3 ชุ่น จากนั้นค่อยเติมน้ำเรื่อยๆ เมื่อสังเกตว่าน้ำเริ่มแห้ง
เลี่ยงหลิ่งทำแปลงข้าวนี้ขึ้นมา 4 แปลง เพื่อให้พอกินครบปีทั้งครอบครัว เมื่อหน้าฝนมาถึงทุกอย่างก็งอกงามดี นางให้บิดาขุดบ่อกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ไว้รอฝนล่วงหน้า 2 บ่อ หลังบ้าน เพื่อเอาไว้รดน้ำต้นข้าวของนางและผักอื่นๆ ที่ลองปลูกลงกระบะไม้ 4 เหลี่ยมที่นางทำขึ้นหลายอัน ด้านล่างกระบะเจาะรูเล็กๆ หลายรูห่างๆ กัน
ตอนนี้เลี่ยงหลิ่งมีทั้งแปลงข้าว แปลงผักหลังบ้าน นางภูมิใจกับสิ่งที่นางทำ แม้จะเหนื่อยเพียงใด พวกเนื้อสัตว์บิดาเป็ผู้หาให้ หากบิดาเจอไก่ป่านางจะให้บิดาจับตัวเป็ๆ มาเลี้ยงไว้ นางอยากเลี้ยงไก่ไข่ด้วย แต่คงต้องรอพ่อค้าต่างแดนนำมาขายที่ตลาดก่อน
วันคืนของเลี่ยงหลิ่งผ่านไปเช่นนี้ ตื่นเช้ามารดน้ำแปลงผัก แปลงข้าวบ้าง และทำอาหารเช้า สายหน่อยฝึกวรยุทธกับบิดาจนเกือบเที่ยงพักทานอาหาร บ่ายเรียนเื่การแพทย์และสมุนไพรกับมารดาอย่างคร่ำเคร่ง แม้เหนื่อยแต่นางมีความสุขที่บิดามารดาแจ่มใสขึ้น
ก่อนฤดูหนาวใกล้มาถึง ข้าวที่นางปลูกไว้งอกงามพร้อมเก็บเกี่ยวได้มากมายกว่าที่คิด ข้าว 4 แปลงเล็กๆ สามารถเก็บไว้กินได้นานถึงปีกว่าๆ สำหรับ 3 คน ส่วนผักนั้นนางเก็บขายบ้าง เก็บกินบ้างและหัดทำผักดองไว้กินในฤดูหนาวบ้าง กว่านางจะทำผักดองได้อร่อยนั้น นางลองผิดลองถูกเสียผักไปมากมาย ดีที่นางปลูกเอง จึงมีผลผลิตให้ลองเรื่อยๆ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ สำหรับนางเลย
วันที่เจอชายผู้เปลี่ยนชีวิตของนางนั้น นางใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองชายแดนเหนือมาได้ 3 ปีแล้ว วันนั้นนางออกไปเก็บฟืนช่วยบิดา ด้วย้าฟืนมากขึ้นกว่าเดิมในฤดูหนาวเช่นนี้ เพื่อให้ความอบอุ่นในบ้าน อากาศวันนั้นเริ่มหนาวลมแรงขึ้นมากแล้ว นางเจอเขาในวันที่หิมะเริ่มตกหนัก ลมแรงที่สุดก็ว่าได้ เขาจมอยู่ในกองสีขาวโพลนที่ไม่สูงมากนัก ลมพัดพาทุกสิ่งมาปกคลุมร่างเขาเอาไว้ หน้าเขาแดงจากการโดนหิมะกัดกร่อนผิว เลี่ยงหลิ่งจึงรีบช่วยเขาออกมาจากกองสีขาวนั้น และให้บิดาช่วยแบกเขากลับมาแทนฟืน
เลี่ยงหลิ่งและมารดาช่วยกันรักษาเขาอยู่นานหลายวันกว่าเขาจะได้สติฟื้นคืนมา วันที่พาเขากลับมาลมพายุพัดทุกอย่างของเขาปลิวหายไปหมดแล้วไม่รู้ที่มาที่ไป เหมือนเช่นครอบครัวนางที่จะถูกเขาพัดพาหายไปหมดจากโลกนี้เช่นกันโดยที่พวกนางไม่รู้ตัว วันนั้นลมหายใจเขารวยรินตัวแข็งทื่อ นางยังคิดว่าเขาจะไม่รอดชีวิตแล้ว แต่มารดานางเป็ถึงธิดาคนเดียวของเทพโอสถ เขาจึงรอดมาได้
เขาพักรักษาตัว กิน อยู่ กับครอบครัวนางปีกว่า ก่อนลาจากไป ทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมารับเลี่ยงหลิ่งไปแต่งงานที่เมืองหลวง
หลังจากนั้น 2 ปี เขาก็กลับมาจริงๆ มีขบวนแห่ใหญ่โตเพื่อมารับนางและครอบครัว พร้อมกับราชโองการขององค์ฮ่องเต้ที่ยกเลิกการเนรเทศครอบครัวนาง นางไม่รู้ว่าการกลับเข้าเมืองหลวงครั้งนี้จะทำให้บิดามารดาตนเองเสียชีวิตเพราะเขาผู้เป็อ๋องนำพาไป
ซ้ำนางยังกลายมาเป็อนุที่มาทีหลังสตรีอื่นโดยไม่รู้ตัว โดนดูถูกเหยียดหยาม กลั่นแกล้ง และข่มเหงสารพัด แต่ชายผู้นั้นกลับนิ่งเฉย จนนางถูกฮูหยินของเขาสั่งขัง ทรมานนางทุกรูปแบบในคุกมืดปิดตายอยู่เกือบเดือนไม่ได้กินไม่ได้ดื่ม ในตอนนั้นนางเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์บุตรของเขา เพราะโดนทรมานจนเจียนตายจึงตกเื กว่าจะรู้ตัวว่ามีหัวใจดวงเล็กๆ ดวงหนึ่งอยู่ในครรภ์ หัวใจดวงนั้นก็จากไปแล้ว
บิดามารดานางเองก็โดนฮูหยินผู้นี้วางยาพิษจนตาย ด้วยตอนที่นางใกล้ตาย คนผู้นั้นเข้ามาดูนางพร้อมฮูหยินของเขา ฮูหยินเขาสารภาพกับนางเองด้วยความเวทนาในความไม่รู้ของนาง พอหันไปมองสายตาเขาอย่าง้าคำพูดอะไรสักคำกลับไม่มี เขาช่างเ็านักแม้รู้ว่าบิดามารดานางตายเพราะฮูหยินของตน เขาไม่อาลัยบิดามารดานางเลยที่เคยช่วยชีวิตเขา หากนางรู้เช่นนี้จะไม่ช่วยเขาให้รอดตายกลับมาทำลายชีวิตนางอีก และนางคงจะไม่กลับเข้าเมืองหลวงอีกแล้ว
ความทรงจำในหัวยังชัดเจน แม้สติของนางจะดับวูบไป ทุกอย่างมืดมิด ความเ็ปทรมานยังตามหลอกหลอนนาง แต่ในใจนางตั้งมั่นว่าแม้เลือกเกิดได้ นางจะไม่ให้ครอบครัวนางต้องพินาศด้วยมือของผู้อื่นเช่นนี้อีก นางจะเป็สายลมพัดพาแสงสว่างมาให้ชีวิตของตนเอง ดั่งชื่อของนาง เลี่ยงหลิ่ง