“เฮลโหล...อัลลิสัน”
เอรามินต้าเปิดประตูบ้านและยืนรออัลลิสันที่กำลังเดินเข้ามาในท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดสว่าง และกำลังพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความสลัวของห้องรับแขกภายในคฤหาสน์ฟอร์ไซท์ รอยยิ้มบนใบหน้าบอกเลศนัย เพราะถือว่าตนเองอยู่ในสถานะที่เหนือกว่า หล่อนวางแผนที่จะสร้างความแปลกใจในครั้งนี้ไว้อย่างรอบคอบแล้ว
เสียงทักทายของเอรามินต้านั้นทำให้อัลลิสันถึงกับชะงักฝีเท้าไปนิดหนึ่งเพราะคุ้นหูอย่างไรพิกล แต่กว่าจะรู้ตัวเธอก็เข้ามายืนอยู่ต่อหน้าอดีตน้องสะใภ้ซึ่งต้องกลายเป็หม้ายลง เพราะโจนาธานน้องชายของเธอถึงแก่ความตายไปก่อนหน้านี้
สิ่งที่แปลกตาไปก็คือใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยอาบเสน่ห์นั้นบัดนี้กลายเป็อวบอูม คางสองชั้น และแม้เนื้อตัวจะรัดไว้ด้วยคอร์เสท แต่ก็ไม่อาจอำพรางความอวบอ้วนให้ดูเอวบางร่างน้อยลงเช่นเมื่อก่อนได้ สิ่งเดียวที่ยังคงอยู่ก็คือ เรือนผมสีแดงแกมทองเป็ประกายงดงามเท่านั้น
“เอรามินต้าใช่ไหมนี่”
“ก็ใช่น่ะสิ” ดวงตาคู่สีน้ำตาลของเอรามินต้าฉายแสงแห่งความสะใจ เมื่อเห็นสีหน้าที่บ่งบอกความแปลกใจของอัลลิสัน
“เธอเองน่ะรึที่เป็แม่ของจินน่า”
“ก็ใช่อีกนั่นแหละอัลลิสัน แต่อย่ามัวยืนพูดกันอยู่อย่างนี้เลยน่ะ เข้ามาในห้องนั่งเล่นก่อนดีกว่า เรายังมีเื่อีกมากมายที่จะต้องพูดจากันให้รู้เื่”
อัลลิสันมีความรู้สึกเหมือนกำลังละเมอและพยายามจะปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้น เธอเดินตามอดีตน้องสะใภ้ไปเงียบๆ และทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เอรามินต้าชี้ให้
ห้องที่มีม่านหนาประดับอยู่ตรงหน้าต่างประสมอยู่กับเครื่องเรือนที่หนาหนักและสีทึบๆ ทำให้ห้องนั่งเล่นมีบรรยากาศน่าเกรงขาม และยังภาพทิวทัศน์ของประเทศอังกฤษที่ใส่กรอบเดินลายทองที่หนาหนักด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ดูอึดอัดมากยิ่งขึ้น
“ชาร์ลส์กับฉันเพิ่งกลับมาที่นี่ได้แค่เดือนเดียว ยังไม่ทันได้แกะหีบห่อออกเสียด้วยซ้ำ เวลาย้ายบ้านนี่มันมีอะไรต้องทำเยอะแยะเหลือเกินจริงไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เราต้องอยู่ในอังกฤษเสียตั้งยี่สิบปีอย่างนั้น”
“คงเพราะเหตุนี้เองที่จดหมายของฉันไม่ถึงมือเธอ” อัลลิสันเอ่ยขึ้นราวปรารภกับตนเอง เธอยังตกอยู่ในสภาพมึนงงจู่ๆ ก็ต้องมานั่งอยู่ต่อหน้าอดีตน้องสะใภ้ที่ไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตากันมาเป็เวลาหลายปี
เอรามินต้าเอื้อมไปหยิบกระดิ่งเงินเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเขย่าแรงๆ
“นี่ฉันไล่คนใช้ไปข้างนอกหมดเลยนะอัลลิสัน เหลือคลาร่าอยู่ในครัวคนเดียวเท่านั้นละ เดี๋ยวพอเขาเอาเครื่องดื่มมาให้แล้วเราค่อยคุยกันอย่างเป็เื่เป็ราวเสียที แล้วเราก็ไม่ต้องคอยระวังว่าคนใช้จะมารู้เื่ที่เราคุยกันด้วย แม่นี่มันโง่จะตายไป แต่นั่นแหละถึงยังไงเื่ซุบซิบของพวกคนใช้ก็เป็เื่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงวอชิงตัน ที่...เอ้อ...ที่วุฒิสมาชิกมีเดอร์สอยู่ในตำแหน่งที่ออกจะะเืได้ง่ายอย่างนี้”
หลังจากที่คลาร่าวางถาดเงินใบใหญ่ลง เอรามินต้าก็เริ่มลงมือปรุงน้ำชาและส่งให้อัลลิสัน
“เธอคงไม่รังเกียจที่จะกินชาร้อนหรอกนะอัลลิสัน เดี๋ยวนี้มันกลายเป็ธรรมเนียมที่ฉันกับชาร์ลส์ชินเสียแล้ว ต้องนั่งกินกันทุกบ่ายนั่นแหละ” เอรามินต้ามิได้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนึ่งโต้ตอบอะไรเลยเมื่อกล่าวต่อว่า “เอาละตอนนี้เราก็เห็นจะพูดเื่ของเราได้เสียที ถามจริงๆ เถอะว่าทำไมเธอถึงได้เลือกแต่งงานกับพ่อหนุ่มอเมริกันคนนั้นล่ะ”
“แร้ดเขาเป็คนดีมากนะเอรามินต้า เขาก้าวเข้ามาในชีวิตตอนที่ฉันกำลัง้าใครสักคนพอดีทีเดียว” หยาดน้ำใสๆ เอ่อท้นขึ้นในดวงตาที่ฉายแสงหม่น เมื่อเธอรำลึกนึกถึงโศกนาฏกรรมที่บังเกิดขึ้นกับครอบครัวซึ่งตอนนั้นมีน้องสะใภ้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
“ฉันรู้นะเอรามินต้า ว่าาสร้างความวิบัติให้กับชีวิตของเราทั้งสองคนมากมายเหลือเกิน ทั้งโจนาธานทั้งคอยน์ต้องตายลงพร้อมกัน ฉันตั้งชื่อลูกชายว่าโจนาธานไว้เป็ที่ระลึกสำหรับเราทั้งสองคนนะเอรามินต้า แต่พูดแค่นี้เธอก็คงนึกรู้แล้วละ” เธอหยุดเว้นระยะไปเป็ครู่
“หลังจากที่เราทำพิธีเพื่อจิติญญาของคอยน์แล้วฉันก็เขียนจดหมายไปหาเธอ แต่เธอคงไม่ได้รับจดหมายฉบับนั้นของฉันหรอก ตอนนั้นฉันกำลังสิ้นหวังเต็มที่ไม่มีเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว แถมยังมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูอีกทั้งคน”
“เธอก็เลยตัดสินใจแต่งงานกับเ้าหน้าที่ระดับสูงของอเมริกาเสียเลย สิ่งหนึ่งฉันอยากจะพูดให้เธอรับรู้ไว้นะอัลลิสันว่าฉันเกลียดเ้าเชอร์แมนกับกองทัพของมันไปจนถึงวันตายทีเดียว เพราะสิ่งที่เขากระทำต่อซาวานน่าห์นั่นแหละ”
“แร้ดเขาไม่ได้อยู่ในกองทัพของเชอร์แมนหรอกเอรามินต้า แต่ฉันเองก็ไม่ชอบเชอร์แมนพอๆ กับเธอนั่นแหละ รอสเวลล์ต้องเดือดร้อนเพราะเขามากกว่าซาวานน่าห์เสียอีก เธอจำคนใช้ฉันที่ชื่อรีเบคก้าได้ไหมล่ะ”
“จำได้...ทำไมจะจำไม่ได้ ฉันเองก็ไม่ชอบแม่นั่น ชอบซุบซิบนินทาเพื่อยกฐานะตัวเองดีนัก”
อัลลิสันแสร้งทำเป็ไม่สนใจในคำพูดของเอรามินต้าเสีย
“รีเบคก้าน่ะตายไปตั้งหลายปีแล้วละเอรามินต้า แต่เขาก็เป็เพื่อนที่ดีของฉันมาโดยตลอด ถ้าไม่มีเขาฉันก็คงทนมีชีวิตอยู่มาไม่ได้เหมือนกัน” อัลลิสันหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ เมื่อวางลงก็กล่าวต่อว่า “พอฉันไม่ได้ข่าวจากเธอ ก็ตัดสินใจว่าหนทางเดียวที่จะกลับไปไซเปรส เมเนอร์ ได้ก็คือต้องหาเงินให้ได้มากพอที่จะจ้างเกวียนหรือไม่ก็รถม้าพากลับไปส่งบ้าน” เธอกล้ำกลืนน้ำตาลง
“เมื่อเป็เช่นนี้ทั้งรีเบคก้าและฉันก็ต้องยอดลดศักดิ์ศรีแล้วก็ไปรับจ้างอยู่ที่โรงทอผ้าที่รอสวิลล์ แต่พอแค่วันที่สองกองทหารของเชอร์แมนก็บุกเข้ามาเผาโรงงานทอผ้านั่น พวกผู้หญิงถูกจับใส่เรือส่งไปทางเหนือ รีเบคก้า ฉันรวมทั้งลูกคือมอร์โร่ว์ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย”
แววตาของอัลลิสันสลดเศร้าลงกว่าเดิม แต่เธอไม่ปรารถนาจะเปิดเผยชีวิต่นั้นกับความยากลำบากทั้งหลายที่ต้องเผชิญให้เอรามินต้าฟัง จึงเล่าข้ามไปถึงตอนที่เธอกับผู้หญิงอีกสามคนที่ต้องเข้าไปทำงานอยู่ในไร่ยาสูบในเคนตั้กกี้ จนกระทั่งเ้าของไร่คือ พันตรีแร้ด มีเดอร์ส เดินทางกลับมาจากา
“ฉันพบกับพันตรีมีเดอร์สหลังจากนั้นอีกหนึ่งปี แล้วเราก็แต่งงานกัน พอปีต่อมาเราก็มีลูกชายคือโจนาธานนี่แหละ และเพราะเขานั่นเองที่ทำให้ฉันรู้เื่จินน่า เอาละตอนนี้เธอลองเล่าเื่คุณหมอฟอร์ไซท์ให้ฟังหน่อยสิ ว่าเธอไปพบเขาเข้าที่ไหนได้ยังไง”
“นี่เธอไม่รู้จริงๆ น่ะหรืออัลลิสันว่าเขาเป็ใคร”
“ฉันก็รู้เท่าที่โจนาธานเล่าให้ฟังเท่านั้นละว่าเขาเป็ศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียง แล้วก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้มาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลกลางที่นี่ แต่ฉันก็ยอมรับนะว่าเคยสงสัยเหมือนกันว่าเขาอาจจะมีความสัมพันธ์หรือเป็ญาติกับคอยน์เพราะชื่อคล้ายๆ กัน”
“อัลลิสัน...เขาก็คือคอยน์นั่นแหละ”
“เธอว่าอะไรนะ”
“เธอก็ได้ยินที่ฉันพูดแล้วนี่อัลลิสัน คอยน์น่ะเขาไม่ได้ตายในาหรอก เพียงแต่ได้รับาเ็แล้วก็ความทรงจำเสื่อมไปนานทีเดียว หลังจากหายแล้วเขาก็กลับไปรบต่อ จนเมื่อาสงบลงเขาถึงได้กลับไปรอสเวลล์ ซึ่งตอนนั้นเธอก็หายตัวไปแล้วอย่างปราศจากร่องรอย ตอนที่เราแต่งงานกันน่ะ เราต่างก็คิดว่าเธอตายแล้วเสียอีก” เอรามินต้าพูดด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม แต่แล้วก็ร้องออกมาว่า
“ตายแล้วอัลลิสัน เอายาดมหน่อยไหม ในตู้เก็บยาน่าจะมีนะ”
“ไม่ต้อง ฉันไม่ได้เป็อะไรหรอกเอรามินต้า เพียงแต่ใที่ได้รู้ว่าคอยน์ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น...”
“แต่ที่มันน่าใยิ่งกว่านั้นก็คือ จู่ๆ เธอก็กลายเป็ผู้หญิงที่มีผัวทีเดียวสองคนอีกด้วยใช่ไหมล่ะอัลลิสัน แล้วตอนนี้ลูกชายของเธอก็ยังอยากจะแต่งงานกับลูกสาวฉัน...แต่ฉันว่านะ เพื่อความสบายใจของทุกคน เราน่าจะจับเด็กคู่นี้แยกกันเสียั้แ่ตอนนี้จะดีกว่า ฉันคนหนึ่งละที่จะไม่ยอมให้เด็กสองคนนี้แต่งงานกันเด็ดขาด”