หลาย ๆ วันต่อมา
วันนี้ช่างเป็วันที่วุ่นวายยิ่งนางยืนแข็งทื่อให้นางกำนัลจากห้องตัดเย็บวัดตัว ต่อจากการวัดตัวคือการอาบน้ำครั้งใหญ่ให้กับนางร่างกายของนางถูกขัดถูจนแสบไปหมดกลิ่นของน้ำหอมบวกกับกลิ่นของดอกไม้ทำเอานางมึนหัวจนแทบจะอาเจียนนางถูกนางกำนัลพยุงลุกและนั่ง ลุกและนั่งอยู่อย่างนั้นอย่างกับหุ่นไม้ไม่มีชีวิต
"คุณหนูทำหน้าให้ดี ๆ หน่อยสิเ้าคะ"ชิงชิง (สาวใช้คนใหม่ของนาง) เอ่ยพูดเมื่อเห็นใบหน้าของนาง
"ทำไมข้าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยล่ะเนี่ยเ้าช่วยบอกให้พวกเขารีบ ๆ ทำจะได้หรือไม่"
"มิได้เ้าค่ะคุณหนู เหล่านี้เป็พิธีก่อนที่คุณหนูจะขึ้นรับตำแหน่งคุณหนูจะต้องทำให้ครบนะเ้าคะ มันแสดงถึงอำนาจที่ท่านจะได้รับในอีกไม่กี่วันนี้ "ชิงชิงเอ่ยพูดก่อนจะช่วยพยุงนางลุกจากอ่างน้ำนมแล้วช่วยนางแต่งตัว
"พวกเ้าออกไปเตรียมขั้นตอนต่อไปเถอะข้าจะช่วยคุณหนูแต่งตัวเอง"สุ่ยชุ่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยพูด
เหล่านางกำนัลและชิงชิงค้อมกายก่อนจะพากันเดินออกไปเมื่อนางกำนัลออกไปหมดแล้วสุ่ยชุ่ยจึงเอ่ยพูด
"เรียนคุณหนู บ่าวไปสืบมาแล้วเ้าค่ะหู่ไฉเหรินเป็น้องสาวต่างมารดาของพระสนมจิวผินและที่สำคัญเลยก็คือหู่ไฉเหรินว่ายน้ำเป็เ้าค่ะ แต่บ่าวก็มิค่อยเข้าใจนักหากนี่คือการรวมหัวกันต้อนรับคุณหนูมันก็ออกจะลงทุนเกินไปหน่อยหรือไม่แม้หู่ไฉเหรินจะว่ายน้ำเป็หากแต่ถ้าถูกจับกดน้ำเป็เวลานาน ๆอาจเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจและตายได้นะเ้าคะ"สุ่ยชุ่ยเอ่ยรายงาน
"ก็คงเป็การเล่นสนุกของพวกนางนั่นแหละอย่าคิดถึงมันอีกเลย ไร้สาระ" นางเอ่ยพูดไปตักน้ำขึ้นมาล้างผมของตัวเองไปพลางทำหน้าหยะแหยงนางกำนัลพวกนั้นเอาอะไรมาใส่ผมข้ากัน เหตุใดจึงได้มีกลิ่นที่ฉุนเช่นนี้
"คนพวกนั้นจะต้องหาทางมากลั่นแกล้งคุณหนูอีกแน่เลยเ้าค่ะ"สุ่ยชุ่ยเอ่ยพูดอย่างกังวล
"อีกเดี๋ยวข้าก็ได้เป็กุ้ยเฟยแล้วคงไม่มีใครโง่มาหาเื่ข้าหรอก เ้าอย่าห่วงเลยเอาเวลาที่เป็ห่วงเื่พวกนั้นมาช่วยข้าขจัดกลิ่นบนผมของข้าดีกว่า" นางเอ่ยพูดพร้อมกับยกผมอันเปียกน้ำของตัวเองให้สุ่ยชุ่ยดู
"โธ่คุณหนู!!" สุ่ยชุ่ยเอ่ยกระแทกเสียงเล็กน้อย
"รู้แล้ว ๆ ข้าจะระวังตัวไม่ให้ใครมารังแกได้ เอาล่ะมาเร็วมาช่วยข้าล้างผม"
"เ้าค่ะ" สุ่ยชุ่ยเอ่ยลากเสียงยาวก่อนจะเข้าไปช่วยนางล้างผม
ต่อจากการอาบน้ำครั้งใหญ่คือการนั่งฟังกฎของวังหลังต่อด้วยกฎข้อห้ามปฏิบัตต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าาแล้วต่อด้วยการฝึกมารยาทของนางสนม และต่อด้วยกฎอีกมากมาย...
กว่านางจะได้พักผ่อนก็ปาเข้าไปเกือบยามอิ่ว(17.00-18.59 นาที)
"แม่ล่ะอยากจะบ้าตาย กฎอะไรนักหนาแยอะแยะไปหมดสุ่ยชุ่ยขอน้ำชากับขนมหน่อยสิ ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว" ซูลี่เซียนฟุบหน้าลงกับโต๊ะในศาลาแล้วเอ่ยพูดอย่างหมดแรง
"คุณหนูเ้าคะทำเช่นนี้มิงามนะเ้าคะ"ชิงชิงเอ่ยพูด
"อืม รู้แล้ว ๆ" เอ่ยตอบแต่ยังไม่ยอมเงยหน้าจากโต๊ะ
ชิงชิงมองคุณหนูแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากศาลาไป
เสียงฝีเท้าผู้มาใหม่เดินตรงมาหยุดยืนตรงหน้านาง
"สุ่ยชุ่ยข้ารู้สึกเหนื่อยนักเ้าช่วยไปจัดเตียงให้ข้าหน่อยเถอะ ข้าอยากนอนพัก" นางเอ่ยพูดเสียงเบา
ให้ตายเถอะ ทำไมวันนี้นางถึงรู้สึกเหนื่อยยิ่งนักทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนอกจากนั่ง ๆ ยืน ๆ ให้คนอื่นทำ เอ่อ! หมายถึงเหล่านางกำนัลนะ
เฟยหลงจิ้นสี่ยืนมองร่างน้อยที่ฟุบหน้านอนกับโต๊ะแล้วยกยิ้มเอ็นดู
"เ้าเหนื่อยขนาดนั้นเชียว"เสียงหวานเอ่ยถาม
ซูลี่เซียนเบิกตากว้างก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆหนึ่งที แล้วจึงเงยหน้าลุกขึ้นยืนเอ่ยทำความเคารพ
"ถวายบังคมเพคะฝ่าา"
"ตามสบายเถิด" นั่งลงตรงข้ามกับนาง
ซูลี่เซียนยืนมองเฟยหลงจิ้นสี่คนหล่อของข้าท่านจะมาทำไมตอนนี้ ตอนที่ข้ากำลังจะหมดเรี่ยวแรงแม้จะยืน คิดแล้วนางก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังเซไปมาเตรียมจะล้มลงเต็มที
"เหตุใดไม่นั่งลง"
"หม่อมฉันจะนั่งลงได้อย่างไรในเมื่อฝ่าามิได้เอ่ยให้นั่ง" นางเอ่ยพูดตามที่ได้เรียนมาในวันนี้
"อ้อ นั่งได้"
"ขอบพระทัยฝ่าา"
"เ้าเป็เช่นไรบ้าง่ที่ข้าไม่อยู่มีฎีกาส่งขึ้นมาเยอะนักข้าจึงต้องอยู่เคลียฎีกาให้หมดเสียก่อนจึงมิได้มาหาเ้าทิ้งให้เ้าอยู่ตัวคนเดียวในวังหลังแห่งนี้ข้ารู้สึกกังวลมิน้อย" เฟยหลงจิ้นสี่เอ่ยพูดด้วยใบหน้ากังวลพลางคิดในใจ ข้ากังกลว่าเ้าจะก่อเื่ขึ้นมาอีก
นางอมยิ้มน้อย ๆ อย่างเขินอาย เพราะคิดว่าเขาเป็ห่วงนาง
"หม่อมฉันดูแลตัวเองได้เพคะฝ่าาฝ่าามิต้องเป็ห่วงหม่อมฉันหรอกเพคะ" นางเอ่ยพูดเสียงหวานพลางก้มหน้าเล็กน้อยเวลามีคนหล่อมาเป็ห่วงมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง
"ข้าหาได้เป็ห่วงเ้าไม่.."
ตึง!!!
หน้านางแข็งค้างกลางอากาศ
"ดูจากเื่เมื่อวานที่ตำหนักคุนหนิงเ้ากล้าต่อปากต่อคำกับเหล่าสนมและฮองเฮาของข้า ข้าก็รู้แล้วว่าเ้าสามารถดูแลตัวเองได้ที่ข้ากังวลคือสนมและฮองเฮาของข้าล้วนแต่เป็สตรีที่บอบบาง ข้ากลัวเ้าจะรังแกพวกนาง"เฟยหลงจิ้นสี่เอ่ยพูดด้วยใบหน้าที่กังวลมากกว่าเดิม
นางยิ้มมุมปาก สีหน้านั่นท่านแสร้งทำใช่หรือไม่?
"ฝ่าาชมเกินไปแล้วเพคะหม่อมฉันจะไปรังแกพวกนางได้อย่างไรกันฝ่าาอย่าลืมสิเพคะว่าหม่อมฉันเองก็เป็สตรีผู้บอบบางเช่นกัน” นางแสร้งเอ่ยพูดเสียงเบาอย่างน่าสงสาร
"อ้อเป็เช่นนั้น" เอ่ยพูดยิ้มๆ กับนาง
"เป็เช่นนั้นเพคะ"
นางเคยบอกหรือไม่ว่านางเกลียดคำว่าเป็เช่นนั้นของเฟยหลงจิ้นสี่
"ขออนุญาตเพคะของว่างเ้าค่ะคุณหนู" สุ่ยชุ่ยมาพร้อมกับขนมหลายชนิด ตามมาด้วยชิงชิงที่ถือถาดชาตามมา
นางตาวาวั้แ่เช้ายันตอนนี้นางก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้นางจึงรู้สึกหิวยิ่งหิวถึงขั้นสามารถกินหมูหันได้ทั้งตัวเลย
เฟยหลงจิ้นสี่เห็นแววตาวาววับของนางแล้วรู้สึกอยากแกล้งนางยิ่งคิดแล้วก็เอื้อมมือไปเลื่อนจานขนมมาตรงหน้าตนแล้วเอ่ยพูด
"ขนมพวกนี้ช่างน่ากินยิ่ง เซียนเอ๋อของข้าช่างรู้ใจข้ายิ่งเช่นนั้นข้าจะกินละนะ" ไม่เอ่ยพูดเปล่า เขาหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมากินต่อหน้านางซ้ำยังทำหน้าอย่างกับว่าขนมชิ้นนั้นอร่อยสุด ๆ
อึก…นางกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยพูด
"ดูท่าขนมนั่นคงอร่อยน่าดูเช่นไรขอหม่อมฉันชิมบ้างนะเพคะ" นางเอ่ยพูดแล้วยื่นมือออกไปหมายจะหยิบขนมสักชิ้นขึ้นมากินบ้าง
เฟยหลงจิ้นสี่รีบยกจานขนมหลบมือนาง
"เ้าอยากกินขนมนี่หรือ" เอ่ยถามนางด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
"เห็นฝ่าากินแล้วดูน่าอร่อยนักหม่อมฉันจึงอยากลองชิมสักชิ้น" นางเอ่ยพูดแล้วยื่นมือออกไปพยายามหยิบขนมอีกครั้งแต่เขากลับลุกขึ้นยืนแล้วชูจานขนมขึ้นสูง
"อยากกินมากหรือ" ยังคงเอ่ยพูดกับนางด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
ซูลี่เซียนยิ้มกระตุก จะเอาหรอ!! นางลุกขึ้นยืนบ้าง
"ฝ่าา หม่อมฉันเพียงอยากชิมขนมนั่นสักชิ้นเท่านั้นขอขนมให้หม่อมฉันสักชิ้นนะเพคะ" นางไม่พูดเปล่า เดินอ้อมโต๊ะไปหาเฟยหลงจิ้นสี่โดยเร็ว
"หากเ้าอยากกินขนาดนั้นก็ตามข้าให้ทันสิแล้วข้าจะให้เ้ากิน" เขาเอ่ยพูดแล้วเดินหนีนางไปอีกด้าน
"ฝ่าา ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะนั่นมันขนมของหม่อมฉันนะเพคะ!" น้ำเสียงของนางเริ่มมีน้ำโห
ตอนนี้นางหิวมาก เหนื่อยมาก และนางไม่มีอารมณ์จะเล่น!
"ขนมทุกชิ้นในแคว้นนี้ล้วนเป็ของข้า"เขาเอ่ยพูดตาเป็ประกายสนุกสนาน
"แต่ฝ่าา ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะฝ่าา!" นางจากที่เดินเปลี่ยนเป็วิ่งตามเขา
ภาพหญิงงามกำลังวิ่งไล่บุรุษผู้งดงามไม่แพ้สตรีช่างเป็ภาพที่หวานชื่นยิ่ง หากใครผ่านมาเห็นภาพนี้เข้าคงจะต้องคิดว่าทั้งคู่เป็คู่รักใหม่ที่กำลังหยอกล้อกันอยู่เป็แน่
แต่ว่ามันไม่ใช่!!
"ฝ่าา!" นางที่เริ่มจะเหนื่อยแล้วหยุดวิ่งเท้าเอวมองเขาลืมสิ้นเื่กฎข้อห้ามที่เพิ่งเรียนมา
"เหนื่อยแล้วงั้นหรือ ช่างเป็สตรีที่อ่อนแอยิ่ง"เขาเอ่ยพูดหยอกล้อนาง
"เพคะ หม่อมฉันเหนื่อยแล้วใครจะไปแข็งแรงเหมือนพระองค์ล่ะเพคะ หม่อมฉันเป็ผู้บอบบางนะเพคะฝ่าา"
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วชูขนมชิ้นหนึ่งขึ้น
"ไม่อยากกินขนมแล้วงั้นหรือ"
"ไม่กินแล้วเพคะ! เชิญฝ่าากินขนมนั่นให้สมใจเลย เพคะ หม่อมฉันไปหากินเองก็ได้!!" นางเอ่ยพูดอย่างงอนๆ ก่อนจะเบ้ปากให้กับเฟยหลงจิ้นสี่แล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป
เฟยหลงจิ้นสี่ยกยิ้มเอ็นดูให้กับการกระทำของนางแล้วหยิบขนมขึ้นมาใส่ปากตัวเองก่อนจะตรงไปดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดเพื่อป้อนขนมให้นางด้วยปาก
นางที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกเขาดึงเข้าไปกอดได้โดยง่ายทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางไม่มีโอกาสแม้จะร้องออกมาเลยด้วยซ้ำก็ถูกเขาประกบปากปิดปากนางเสียแล้วนางเบิกตาโตเมื่อสบเข้ากับดวงตาัที่จ้องมองนางอยู่หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อนางเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามายังปากนางหวาน สิ่งเดียวที่นางรับรู้คือสิ่งที่เข้ามาในปากนางช่างหวานยิ่ง นางค่อย ๆ หลับตาลงลิ้มรสความหวานโดยไม่รู้ตัวนางยกมือขึ้นโอบคอเฟยหลงจิ้นสี่เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวเพราะเริ่มหมดแรงแล้ว
เขากระชับกอดนางให้แน่นขึ้นขนมว่าหวานแล้ว ปากนางยังหวานยิ่งกว่ายิ่งกลิ่นกายนางยิ่งหอมหวานจนผู้ได้กลิ่นถอนตัวมิขึ้น ทีแรกเพียงอยากจะกลั่นแกล้งนางเล่นเท่านั้นแล้วก็จะปล่อยนางไปแต่เห็นทีข้าคงจะมิสามารถปล่อยนางไปได้แล้วสิ
กร๊อดดด~~ (เสียงท้องร้อง)
การจูบอันดุเดือดของเฟยหลงจิ้นสี่หยุดลงเขาค่อย ๆถอนปากออกแล้วมองนางด้วยสายตาสงสัย
"อ เอ่อหม่อมฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย ั้แ่เช้าแล้ว" นางเอ่ยตอบเสียงเบาอย่างอาย ๆ
ไอ้ท้องบ้า! จะมาร้องอะไรตอนนี้ คนกำลังฟินเลย
"ฮ่า ๆ ๆ เ้าช่างกล้าท้องเ้าก็ช่างกล้า ฮ่า ๆ ๆ" เขาหัวเราะเสียงดัง
นางมองซ้ายมองขวาอย่างอาย ๆ พลางยกมือขึ้นม้วนผมแก้เก้อไอ้บ้า หัวเราะซะดังเชียว
"ไปเถอะ ไปหาอะไรให้เ้ากินก่อนที่ท้องของเ้าจะร้องอีกครั้ง"เขาเอ่ยพูดแล้วจับจูงมือนางออกจากศาลาไป
นางทำแก้มป่องอย่างงอน ๆ แล้วเพราะใครล่ะที่ทำให้ท้องนางร้องหากท่านให้ข้ากินขนมนั่นั้แ่แรกท้องข้าคงไม่ร้องเช่นนี้และท่านกับข้าก็จะได้จูจู๊บกันต่อสมน้ำหน้า หมดอารมณ์เลยล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ
วันเวลาช่างผ่านไปไวยิ่งนับแต่นางมาอยู่ที่หนันเป่ยก็ปาเข้าไปสิบวันแล้ว วันนี้คือวันที่สำคัญของนางและเป็วันที่วุ่นวายสุด ๆ
นางถูกสุ่ยชุ่ยปลูกให้ตื่นั้แ่ยามเหม่า(05.00-06.59 นาที) เพื่ออาบน้ำนมแช่น้ำข้าวต่อด้วยแช่แป้งจนหน้านางขาวโพลนอย่างกับผีจูออนใบหน้านางถูกจัดแต่งขึ้นอย่างงดงาม โดยเฉพราะส่วนตาที่ถูกแต่งจนคมกริบและปากที่แดงจัด
"วันนี้คุณหนูของบ่าวงดงามมากเลยเ้าค่ะ"สุ่ยชุ่ยเอ่ยชม
งดงามบ้านป้าหล่อนสิย่ะ อย่างกับผีจีน
"แต่ข้าว่าแป้งมันหนาไปหน่อย"เอ่ยบ่นเบา ๆ
"มาเถอะเ้าค่ะ บ่าวจะช่วยแต่งกายให้"
นางยอมลุกให้สุ่ยชุ่ยช่วยแต่งตัวให้แต่โดยดีรีบ ๆ ทำจะได้รีบ ๆ เสร็จ ชุดที่ห้องตัดเย็บตัดให้นางเป็ชุดสีม่วงเข้มแซมฟ้ายาวลากพื้น ส่วนเครื่องประดับนางเลือกที่จะใส่เครื่องประดับทองทับทิมที่นางได้มาจากฉินอ๋องแทนเครื่องประดับทองที่ห้องตัดเย็บนำมาให้พิธีแต่งตั้งนางเป็สนมถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของเหล่านางสนมในวังหลัง
แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ สิ่งที่นางใส่ใจในตอนนี้คืออยากจะให้พิธีบ้านี่เสร็จไว ๆ เพราะนางรู้สึกอึดอัดยิ่ง!
หลังเสร็จพิธีคือการนั่งพูดคุยกันเล็กๆ น้อย ๆ ของฮองเฮาและเหล่าสนม ซึ่งเป็อะไรที่นางเกลียดมากกก
"ข้ายินดียิ่งที่วังหลังแห่งนี้มีเม่ยเม่ยมาเพิ่มมาช่วยข้าปรนนิบัติฮอ่งเต้" ฮองเฮาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
"เพคะฮองเฮาหม่อมฉันจะทำหน้าที่ปรนนิบัติฝ่าาให้ดีที่สุดเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
"หม่อมฉันก็ขอแสดงความยินดีด้วยเพคะพระสนมกุ้ยเฟยที่ท่านได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็ทางการเสียที" เต๋อเฟยแสดงความยินดีกับนาง
“ขอบใจเต๋อเฟย”
"แม้ตอนนี้นอกจากฮองเฮาแล้วพระสนมกุ้ยเฟยจะมีตำแหน่งสูงสุดแต่ก็อย่าหลงระเริงในอำนาจรังแกผู้อื่นไปทั่ว"ซูเฟยเอ่ยพูดกับนางด้วยเสียงแข็งกร้าว
"ข้าจะจำเอาไว้" นางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
แม้เฟยหลงจิ้นสี่จะมีนางสนมอยู่มากมายแต่สนมที่มีอำนาจในมือนั้นกลับมีน้อยนิด หนึ่งในนั้นคือพระสนมซูเฟย ก่อนที่นางจะได้รับแต่งตั้งเป็กุ้ยเฟยซูเฟยมีอำนาจรองลงมาจากฮองเฮา ผู้คนในวังหลังแห่งนี้เกือบครึ่งเป็คนของนางและที่สำคัญนางคือสนมคนโปรดของฝ่าา ในเจ็ดวันฝ่าาจะต้องเสด็จไปค้างกับซูเฟยหนึ่งถึงสองคืนไม่มีนางสนมคนไหนกล้าหาเื่ซูเฟยเพราะนางจะสั่งลงโทษผู้ที่คิดร้ายกับนางอย่างโเี้และเด็ดขาดฉะนั้นข้าควรอยู่ห่าง ๆ นางไว้
นางหันมองรอบด้านเพื่อมองดูว่าสนมคนไหนเป็มิตรสนมคนไหนเป็ศัตรู มีบางคนยิ้มตอบนาง แต่นั่นก็มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เพราะส่วนมากจะมองนางด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เคียดแค้นอย่างกับว่านางเป็ฆาตกรอย่างงั้นแหละ
"ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนักคงต้องขอตัวก่อน"ฮองเฮาเอ่ยพูดแล้วลุกจากบัลลังหงส์
"น้อมส่งฮองเฮาเพคะ"
นางมองตามหลังของฮองเฮา ฮองเฮานั้นยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาฉะนั้นนางจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วฮองเฮาเป็คนดีหรือไม่แต่หากนางจำไม่ผิด ตามหนังจีนโบราณที่นางเคยดูมานั้น ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งฮองเฮามักจะเป็นางร้ายเสมอฉะนั้นข้าควรระวังตัวเอาไว้และอย่าทำตัวเด่นจนเกินไป
"พระสนมเพคะฮองเฮาก็ทรงกลับตำหนักไปแล้ว เช่นไรพวกเราก็กลับตำหนักด้วยดีหรือไม่เพคะ" สุ่ยชุ่ยเอ่ยกระซิบถามนาง
"ก็ดีข้าเองก็รู้สึกเหนื่อยมากเช่นกัน" นางเอ่ยตอบก่อนจะลุกขึ้นยืน
"วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยนักขอกลับตำหนักก่อนเจี่ยเจียทั้งหลายเชิญตามสบาย" นางเรียกทุกคนว่าเจียเจี่ยเพราะอย่างไรเสียคนพวกนี้ก็เข้าวังมาก่อนนางและอีกอย่างดูจากหน้าตาแล้วคงอายุมากกว่านางหลายปี
ทุกคนค้อมกายส่งนางกลับตำหนักอย่างพร้อมเพรียง