ภายในขบวนรถม้าที่มีป้ายสัญลักษณ์ของพรรคพยัคฆ์ทมิฬ โดดเด่น ชวนให้เกรงขาม ต่างจากด้านในที่ปรากฏภาพหญิงสาวรูปโฉมงดงามกำลังขบเคี้ยว เคี่ยวฟัน ดวงตาคู่งามฉายแววไม่พอใจ บุรุษที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ภายในรถม้าที่ปูผ้านวมเอาไว้เป็นอย่างดี
รถม้าคันใหญ่ที่ต้องใช้ม้าลากถึง4ตัวขนาดที่ผู้ชายตัวใหญ่4คนนอนกลิ้งไปมาได้ไม่อึดอัด ข้าวของ อาหารการกินที่สะดวกสบายไม่อาจทำให้ร่างบางตรงหน้าอารมณ์ดีได้เลย
ครั้งนี้นางทะเลาะกับเว่ยหานฟงเป็นครั้งแรกตั้งแต่คบเป็นคู่รักกันมา เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากของเขาทุกอย่าง ข้อดีอย่างน้อยเขาก็ยังพูดความจริงกับนางทุกเรื่อง ไม่ใช่แบบพระเอกในนิยาย ที่ไม่บอกอะไรเลยเพราะกลัวว่านางเอกจะเสียใจนางเอกเลยไม่ได้รู้อะไรจนเรื่องราวบานปลายไปไกล ถึงได้รู้ความจริงแต่นางไม่ใช่นางเอกเขาก็ไม่ใช่พระเอก
ถึงนางไม่ฉลาดทันคนมาก แต่นางก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่า การที่เขาออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยของเขาเพราะนาง กลายเป็นว่าความเห็นแก่ตัวของตัวเองที่จะออกไปฝังศพพ่อแม่ ทำให้หลายๆ คนเดือดร้อนมาก นางคิดน้อยเกินไปจนอยากด่าตัวเองแรงๆ ไปว่า
‘ยัยโง่ ไม่เจียมตัว มีพลังนิดหน่อยุ ทำเป็นอวดดีเหมือนในนิยาย ที่จะออกไปเผชิญยุทธภพ เหมือนหนังจีนหรือไง ถ้าแกเก่งจริงคงไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นแบบนี้หรอก'
ถ้าหากนางรู้ว่าเว่ยหานฟงมีพิษร้ายในตัวตั้งแต่แรก นางคงจะเลือกอยู่ที่หุบเขาหาทางรักษาเขา นางเชื่อว่านางอาจรักษาเขาได้ ในเมื่อบอกว่าพลังของนางสามารถหาสมุนไพรวิเศษได้ก็ต้องแก้พิษของเขาได้เหมือนกัน
นางทะเลาะกับเขาเรื่องที่จะให้เขา อยู่รักษาตัวในหุบเขาก่อน ส่วนนางจะออกไปทำพิธีฝังศพบิดามารดาของนาง แต่คนตรงหน้าไม่ยอม ขึ้นมาอยู่บนรถม้าที่นางนั่งอยู่ มาทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่มีอะไรราวกับว่าไม่ได้ทะเลาะกันกับนางเมื่อวาน
“เหยาเอ๋อร์เจ้าหิวหรือไม่ ทำหน้าแบบนั้นจะปวดท้องเอาได้นะ”
เว่ยหานฟงเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาไหวระริก ริมฝีปากหนายกขึ้นอย่างพึงพอใจ ครั้งแรกที่ได้ทะเลาะกันกับนาง แทนที่จะเสียใจ แต่เขากับมีความสุข ที่นางแสดงอาการว่าห่วงใยเขา ตั้งแต่ตกลงเป็นคู่รักกันมา นางไม่ค่อยแสดงอาการให้เขาได้รู้ว่า นางรู้สึกกับเขาสักเท่าไหร่เลย ครั้นเมื่อเห็นนางไม่พอใจที่เขาจะเดินทางไปกับนางด้วย ก็มีอาการแบบนี้มาสองวันแล้ว ตั้งแต่เขาบอกนางเกี่ยวกับพิษในร่างกายของตัวเอง
“ข้าไม่หิว เมื่อไหร่ท่านจะฟังข้าบ้าง ข้าไม่ได้ไปตัวคนเดียวนะ ข้าไม่ได้บ้า ตอนนี้ไม่ใช่ว่าข้ามีองครักษ์ที่ท่านมอบให้ข้าเรือนหมื่นหรือ อีกทั้งยังมีชิงสือ ชิงไห่ ชิงจู แล้วก็ชิงหลานอีกแค่สี่คนนี้ก็เก่งจนไม่รู้จะเก่งอย่างไรแล้ว ในขณะที่ท่านกำลังไม่สบาย ท่านกำลังป่วยเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่? ท่านต้องกลับไปรักษาตัวที่หุบเขานั้น”
“พี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะไปกับเจ้าด้วย หากเจ้าเป็นห่วงพี่มาก ระหว่างเดินทางเรามาหาทางรักษาอาการของพี่ดีหรือไม่?”
หวังลี่เหยาได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่กับคนตัวใหญ่ แต่นิสัยดื้อดึงเหมือนเด็กตรงหน้า
“ข้าสัญญาเจ้าค่ะ หากเสร็จธุระแล้วข้าจะรีบกลับไปหาท่านทันที คนที่ส่งไปสืบก็บอกมาแล้วว่าร่างของครอบครัวข้าถูกฝังอยู่ที่ไหน ข้าไม่ได้ไปแบบไม่มีจุดมุ่งหมายนะเจ้าคะ”
นางวางแผนกับชิงจูชิงหลานเอาไว้แล้วว่านางจะไม่เปิดเผยตัวเอง นางจะให้องครักษ์จัดการย้ายศพครอบครัวของนางมาอยู่ที่หุบเขาพิษเพราะนางจะกลับไปอยู่ที่นั้น เพราะที่นั้นมันเป็นบ้านของนาง
"อีกอย่างข้าถามทุกอย่างเกี่ยวกับพรรคของท่านกับชิงจูแล้ว นางบอกข้าว่า ตัวท่านพี่หานฟงของข้าใหญ่ที่สุดในสามแคว้น ใครก็ไม่กล้าจะมีปัญหากับพรรคพยัคฆ์ทมิฬ แล้วยิ่งไม่กล้าจะมีปัญหากับจักรพรรดิปีศาจ แล้วข้าเป็นใคร?ข้าคือคนรักของจักรพรรดิปีศาจ ใครจะกล้าทำอะไรข้าจริงไหมเจ้าคะ”
เว่ยหานฟงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง ด้วยความภูมิใจระคนเอ็นดู ภาพนางกำลังกอดอกเชิดหน้าทำเป็นเย่อหยิ่ง ทำปากเชิด จนอดไม่ได้ที่จะดึงนางมากอดเอาไว้ จรดจมูกโด่งไปที่แก้มนุ่มหอมกรุ่น เพื่อให้รางวัลเพียงแค่ได้ยินคำว่าเขาเป็นคนรักของนาง ก็หัวใจพองโตมีความสุขมากที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา
“เฮ้อ! ในเมื่อพี่หานฟงไม่ยอมกลับไปที่หุบเขาจริงๆ ท่านต้องยอมเป็นหนูทดลองให้ข้าแล้วล่ะ ก่อนถึงแคว้นหนานข้าจะลองหาทางแก้พิษให้กับท่านทุกวันนะเจ้าคะ ตกลงไหม”
“ตกลง พี่จะยอมเป็นหนูทดลองของเจ้าให้เจ้าเพียงคนเดียว เจ้าอยากทำอันใดกับพี่ก็ได้ของเพียงเจ้าบอกมา พี่ยอมเจ้าทุกอย่าง”
นางหยิกต้นแขนแกร่งที่กอดนางไว้เต็มแรงเมื่อเห็นสีหน้าแววตากรุ่มกริ่มของคนเจ้าเล่ห์
'คอยดู! จะทดลองให้หนัก หมั่นไส้นัก
เมื่อชายหนุ่มถูกมือน้อยๆ หยิกแทบไม่รู้สึกเจ็บกลับหัวเราะร่า อย่างถูกอกถูกใจ