บทที่ 4 สิ่งที่กลัวก็มาถึง
เสียงไอของสวี่ฟู่กุ้ยดังมาจากในบ้านอีกครั้ง ครั้งนี้ฟังเหมือนจะไอเอาปอดออกมาด้วย
ได้ยินเสียงไอของพ่อ สวี่อวี้เฉิงก็ตอบโดยไม่ต้องคิด “ปู่ของลูกไม่เคยสอนทำลอบดักปลา พรุ่งนี้เช้าพ่อจะไปถามให้”
เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเพิ่งสาง พี่น้องทั้งสามสะพายตะกร้าใหม่ที่เพิ่งสานเสร็จเมื่อวาน พร้อมกับหมั่นโถวที่จางชุนฮวาเตรียมให้ก่อนเดินทางเข้าป่าไป
ส่วนเื่เก็บเห็ดไปขาย สวี่ิเยว่ไม่อยากให้ชาวบ้านรู้ เพราะใจคนเรานั้นยากคาดเดา
ในยุคสมัยที่การแอบซื้อขายกันเองถือเป็เื่ผิดกฎหมาย สวี่ิเยว่ยิ่งรู้ซึ้งถึงความหมายของการ 'เงียบไว้แล้วรวยเงียบ ๆ' ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะทำทุกอย่างแบบลับ ๆ ไปก่อน
วันนี้ที่เข้ามาในป่า พวกเขาทั้งสามคนพี่น้องตั้งใจว่าจะอยู่บนเขากันทั้งวัน รอจนค่ำแล้วค่อยกลับบ้าน เพราะวันนี้มีเวลาเหลือเฟือ พวกเขาจึงจะเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูให้นานอีกหน่อย
พวกเขาใช้เวลาทั้งเช้าเก็บจนเต็มตะกร้าที่เตรียมมา เพราะไม่มีใครขึ้นมาเก็บ เห็ดกับเห็ดหูหนูที่เพิ่งจะได้ฝนจึงมีมากมายราวกับจะล้นป่า
พอเจอพื้นที่ว่างที่แห้งเหมาะเจาะ สวี่ิเยว่ก็เทเห็ดกับเห็ดหูหนูที่พวกเขาเก็บได้ลงบนพื้นเพื่อผึ่งแดด ก่อนจะสะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วออกไปเก็บกันต่อ
เมื่อคืนนี้สวี่ิเยว่ได้ตกลงกับสวี่อวี้เฉิงไว้แล้วว่า พอตกค่ำที่ชาวบ้านเข้านอนกันหมด สวี่อวี้เฉิงจะลงมาที่เชิงเขาเพื่อรับพวกเขากลับบ้าน
เห็ดและเห็ดหูหนูเต็มูเา สวี่ิเยว่ยิ่งเก็บยิ่งเพลิดเพลิน มองดูเห็ดที่เต็มไปทั่วทั้งูเาแล้วก็เหมือนกับเห็นเงินเต็มพื้น จะไม่เก็บได้อย่างไร
สวี่ิเยว่ที่กำลังตั้งใจเก็บเห็ดอยู่นั้นได้ยินเสียง "ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ..." เธอมีลางสังหรณ์ไม่ดี ร่างกายตอบสนองอย่างรวดเร็วเหมือนไม่เคยเป็มาก่อน ะโขึ้นทันที
"แม่เ้า! พี่ช่วยฉันด้วย มีงู"
งูดำตัวใหญ่เท่าแขนเด็กกำลังเลื้อยเข้ามาหาสวี่ิเยว่ โชคดีที่สวี่ิเยว่ตอบสนองได้เร็วพอ เพียงไม่กี่ก้าวก็ะโไปอยู่ข้างหลังสวี่เซี่ยงหยาง
"ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ" เสียงที่ได้ยินทำให้สวี่ิเยว่ขนลุกซู่ เสียงของเธอสั่นเครือไปหมด
โชคดีที่สวี่เซี่ยงหยางตอบสนองได้รวดเร็ว เขารีบคว้าเคียวฟันเข้าที่ตัวงูอย่างไม่ลังเล
เมื่อเห็นงูตัวเขื่องที่ตัวเองเพิ่งฆ่าตาย สวี่เซี่ยงหยางก็ดีใจ เขายกงูที่ตายแล้วขึ้นมาตรงหน้าสวี่ิเยว่ พร้อมกับพูดว่า "ิเยว่ ดูสิ งูตัวใหญ่มากเลยนะ คืนนี้เรากินเนื้องูกันเถอะ"
"พี่ พี่เอาไปเก็บเลย ฉันกลัว" สวี่ิเยว่กลัวงูมาก พอเห็นงูที่อยู่ในมือสวี่เซี่ยงหยาง เธอก็ถอยหลังไปหลายก้าว
"ได้ ๆ พี่เอาไปเก็บก็ได้ ทำไมเธอกลัวงูขึ้นมาได้ล่ะ ไหนว่าชอบกินเนื้องูที่สุดไง" สวี่เซี่ยงหยางไม่ทันสังเกตเห็นท่าทางแปลกไปของสวี่ิเยว่
สวี่ิเยว่รู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยที่เกือบจะเผลอตัวออกไป เธอจึงนั่งยอง ๆ เก็บเห็ดต่อ
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง การเดินเข้าไปในป่าต่อไปคงไม่ปลอดภัยแล้ว พี่น้องทั้งสามคนเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อลงจากูเา
บนพื้นที่โล่ง ทั้งสามคนได้รวบรวมเห็ดและเห็ดหูหนูไว้มากมาย
การเดินทางเที่ยวเดียว พี่น้องทั้งสามคนคงไม่สามารถนำกลับไปได้ทั้งหมด ส่วนที่เหลือคงต้องกลับมาเอาพรุ่งนี้
เมื่อมองดูท้องฟ้า สวี่ิเยว่กังวลจริง ๆ ว่าคืนนี้อาจจะมีฝนตก
สวี่เซี่ยงหยางก็สังเกตเห็นความกังวลของสวี่ิเยว่ "ิเยว่ ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืดสนิท พวกเราขนเห็ดในตะกร้าลงเขาก่อน แล้วค่อยรีบขึ้นมาเอาส่วนที่เหลือก่อนที่ฟ้าจะมืดสนิท"
"คงทำได้แค่นี้แหละ" พี่น้องทั้งสามคนเดินลงเขาไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันถึงเชิงเขาก็เห็นเงาคนสองคนอยู่ใต้ร่มไม้ไกล ๆ
"เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว" สวี่ิเยว่ลองร้องเมี้ยวสามครั้ง นี่เป็สัญญาณลับที่ตกลงกับครอบครัวไว้เมื่อคืน
"ิเยว่ พวกลูกเหรอ" สวี่อวี้เฉิงได้ยินเสียงแมวจึงลองเดินเข้าไปในป่า ด้านหลังมีจางชุนฮวาตามมา ทั้งคู่สะพายตะกร้าไว้ด้านหลัง
สวี่ิเยว่ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินเสียงของสวี่อวี้เฉิง "พ่อ พวกเรานี่แหละ"
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของสวี่ิเยว่ ทั้งคู่จึงรีบวิ่งเข้าไปในป่าทันที
เห็นสวี่อวี้เฉิงกับจางชุนฮวามาด้วยกัน สวี่ิเยว่ก็รีบถอดตะกร้าที่แบกอยู่ทันที
“พ่อ แม่ พวกเราเก็บเห็ดหูหนูกับเห็ดอื่น ๆ ได้เยอะมาก แบกลงมาเที่ยวเดียวไม่หมด พ่อกับแม่เอาเห็ดกลับบ้านไปก่อน ฉันกับพี่ค่อยขึ้นไปเอาเห็ดที่เหลือลงมา เดี๋ยวฝนตก”
พูดจบพี่น้องสองคนก็แบกตะกร้าเปล่าที่พ่อแม่เพิ่งเอาลงมา วิ่งขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว
พอวิ่งมาถึงที่ตากเห็ดหูหนูกับเห็ดชนิดอื่น ๆ ท้องฟ้าก็มืดมิดเสียแล้ว สวี่ิเยว่เหนื่อยหอบจนพูดไม่ออก
เธอไม่สนใจว่าจะมีงูหรือไม่ สวี่ิเยว่ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ กองเห็ดทันที
ในตอนนั้น ฝนเริ่มตกปรอย ๆ จากท้องฟ้า สวี่เซี่ยงหยางไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย รีบเก็บเห็ดและเห็ดหูหนูที่เหลือใส่ตะกร้าสะพายหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อสวี่เซี่ยงหยางสะพายตะกร้าที่บรรจุเรียบร้อยแล้ว เขาก็ดึงสวี่ิเยว่ที่ยังนั่งเกียจคร้านอยู่บนพื้นขึ้นมา "ิเยว่ ฝนตกแล้ว พวกเราต้องรีบไป เดี๋ยวฝนตกหนักกว่านี้ เส้นทางบนูเาจะเดินลำบาก"
เมื่อได้ยินว่าฝนตก สวี่ิเยว่ก็รีบสะพายตะกร้าและเดินตามหลังสวี่เซี่ยงหยาง ก้าวเท้าลงเขาอย่างระมัดระวัง
เส้นทางบนูเาในยามค่ำคืนไม่ค่อยดีนัก พี่น้องทั้งสองจึงเดินช้า ๆ
เมื่อเดินมาถึงเชิงเขา สวี่ิเยว่ก็ได้ยินเสียงแมวร้อง เธอรู้ว่าพ่อแม่กำลังรออยู่ที่มุมเขาแล้ว
เห็นสวี่ิเยว่กับสวี่เซี่ยงหยางลงมาจากูเา หัวใจที่ห้อยสั่นไหวของทั้งสองสามีภรรยาก็พลันสงบลง รีบเข้าไปรับตะกร้าที่สวี่ิเยว่แบกอยู่บนหลัง
วันนี้ทำเอาสวี่ิเยว่เหนื่อยแทบขาดใจ รู้สึกราวกับขาทั้งสองข้างโดนถ่วงเอาไว้ เดินแต่ละก้าวยากเย็น แถมกล้ามเนื้อก็ปวดเมื่อยไปหมด
“พ่อ พวกเรากลับบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกหนักกว่านี้” สวี่ิเยว่เป็ห่วงว่าถ้าฝนตกหนักกว่านี้ เห็ดในตะกร้าจะเปียก
ถึงแม้ว่าตอนอยู่บนเขา สวี่เซี่ยงหยางจะเอาใบไม้ขนาดใหญ่มาคลุมตะกร้าไว้แล้ว แต่ถ้าฝนตกหนัก ใบไม้ก็คงเอาไม่อยู่
ฝนเริ่มตกหนักขึ้น สวี่อวี้เฉิงจึงไม่รอช้า “ไปสิ พวกลูกก็ระวังทางด้วยล่ะ ฝนตกแบบนี้ทางลื่น”
พูดจบพ่อและลูกชายก็แบกตะกร้าวิ่งเหยาะ ๆ กลับบ้าน
ในขณะที่จางชุนฮวาประคองสวี่ิเยว่อยู่ ก็เร่งฝีเท้ากลับบ้านเช่นกัน
แม่ลูกเพิ่งจะก้าวขาเข้าบ้าน ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก
กลับมาถึงห้อง สวี่ิเยว่ก็รีบถอดเสื้อผ้าเปียกออก แล้วมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม วันนี้เหนื่อยเกินไปแล้วจริง ๆ
เพียงแค่เอนตัวลง เธอก็ผล็อยหลับไปในทันที
"ิเยว่ ลูกตื่นมากินโจ๊กที่แม่เพิ่งต้มเสร็จเร็วเข้า" เสียงของจางชุนฮวาดังมาจากนอกประตู
สวี่ิเยว่นอนขดตัวอยู่บนเตียง ไม่อยากขยับเขยื้อนกายไปไหน แต่ท้องกลับส่งเสียงร้องโครกครากราวกับจะประท้วง
ในที่สุดเธอก็ไม่สามารถต้านทานความหิวได้อีกต่อไป จึงรีบแต่งตัว ลุกตามจางชุนฮวามานั่งที่โต๊ะ
บนโต๊ะมีโจ๊กข้าวโพดร้อน ๆ ผักกาดดอง และซุปงูอีกหนึ่งชาม
สวี่ิเยว่ก้มหน้าซดโจ๊กข้าวโพด พยายามไม่มองซุปงู เพราะเพียงแค่คิดถึงผิวััที่เย็นเฉียบและลื่นไหลของงู รวมถึงรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัว ขนอ่อนทั่วร่างของเธอก็ลุกชันขึ้นมาทันที
จางชุนฮวารู้สึกสงสารสวี่ิเยว่ที่ทำงานหนักมาทั้งวัน จึงคีบเนื้องูชิ้นหนึ่งส่งให้สวี่ิเยว่
"โชคดีที่สวี่ิเยว่ไหวพริบดี รีบเอามือป้องชามข้าวของตัวเองทันที "แม่ ฉันไม่อยากกิน วันนี้ฉันโดนมันหลอกจนกลัวไปแล้ว"
จางชุนฮวาเห็นสีหน้าสวี่ิเยว่ไม่ค่อยดีจึงไม่ได้บังคับ
สวี่ิเยว่รีบกินข้าวต้มในชามจนหมด แล้วลุกขึ้นเดินกลับห้องเพื่อพักผ่อน แต่เธอกลับเห็นลอบดักปลาใหม่วางอยู่ที่มุมห้อง จึงหยิบขึ้นมาดูอย่างพิจารณา พบว่าลอบนี้สานได้อย่างประณีตมาก คล้ายกับเขาวงกต ปลาตัวไหนว่ายเข้าไปในลอบแล้วรับรองว่าไม่มีวันออกมาได้
ฝนตกหนักข้างนอกยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สวี่ิเยว่คิดว่าแม้ยามค่ำคืนที่มืดมิดและลมแรงจะเป็เวลาที่เหมาะแก่การปล้นฆ่า แต่ฝนตกหนักเช่นนี้ช่างเป็โอกาสอันดีในการจับปลายิ่งนัก