มื้อเช้าหลี่หลิวทำเนื้อผัดหน่อไม้และผัดผักหนามใส่ไก่ ดีที่ตอนกลางวันนางแอบเอาของมาใส่ไว้ในมิติข้าวของทุกอย่างจึงยังสดใหม่ ข้าวสวยร้อนๆที่พึ่งหุงจนขึ้นหม้อหอมตลบอบอวลไปทั่วแถมกลิ่นอาหารที่หลี่หลิวทำมันช่างหอมเหย้ายวนใจและกระตุ้นความหิวได้เป็อย่างดี ข้าวถูกหุงเต็มหม้อใหญ่เพราะหลี่หลิวบอกว่าจะได้กินมื้อเที่ยงได้อย่างสะดวกขึ้น ถังไม้ที่นำมาด้วยกว่าสี่ถังถูกเติมเต็มด้วยข้าวไปแล้วหนึ่งถังใหญ่
"ขอบคุณครอบครัวผู้ว่าจ้างมากๆนะขอรับ สำหรับการดูแลพวกเราและม้าสองตัวนี่"
เฟยอี้กับเฟยเหยียนโค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง
"ท่านชอบก็ดีแล้วๆ และอีกอย่างมันเป็เื่ปกติที่สมควรทำมิใช่หรือ"
หลี่หงยกมือห้ามปรามพวกเขาก่อนจะพูดไป มันเป็เื่เล็กน้อยทั้งนั้น และมันก็เป็สิ่งที่ดีที่พวกเขาได้กินอิ่มนอนหลับ เพราะนั่นยิ่งจะทำให้ครอบครัวของตนเดินทางได้เร็วยิ่งขึ้น
"ยังไงพวกข้าก็ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีนายจ้างแบบพวกท่านเลยนะขอรับ"
นายจ้างที่ผ่านมามีแต่รีบเร่งเดินทาง ส่วนเวลาพักผ่อนก็เป็พวกเขาที่ต้องคอยผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายาม เื่อาหารการกินยิ่งแล้วไปกันใหญ่ วันทั้งวันก็มีแค่หมั่นโถวเพียงแค่นั้น ไหนเลยจะได้กินเนื้อกินผักเช่นนี้ไม่มีนายจ้างแบบนี้อีกแล้วกระมัง
"ฮ่าๆๆๆ"
หลี่หงไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรดี อันที่จริงเขาก็พึ่งเคยจ้างวานรถม้าครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ ไม้รู้ด้วยว่าการทำสิ่งที่จำเป็เช่นพวกอาหารการกินกลับทำให้พวกเขาตื้นตันใจได้ถึงเพียงนี้
"ข้าป้อนน้ำและผักให้พวกม้าแล้วขอรับ"
หลี่จงเดินมาแล้วบอกพวกเขาที่พูดคุยกันอย่างถูกคอ
หลี่หลิวนี่ก็จริงๆเลยจะให้ข้าบอกพวกเขาว่านางมีน้ำสมุนไพรหวาน ที่ทำให้ม้าและคนที่ดื่มเข้าไปแล้วแข็งแรงไม่เหนื่อยง่าย แล้วข้าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี เอาล่ะข้าต้องทำหน้านิ่งแล้วทำท่าทางเหมือนรู้สึกผิดเหมือนกับที่น้องรองบอกก่อนเป็อันดับแรก
"ข้าก็พึ่งรู้นะขอรับ ว่าพวกม้ามันชอบกินผักกาดขาว ข้าน่าจะรู้ให้เร็วกว่านี้ฮ่าๆๆ"
อี้เฟยหัวเราะเบาๆให้กับความรอบรู้ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของตน
"เอ่อออ ดูเหมือนท่านจะเข้าใจผิดนะขอรับ"
"ข้าเข้าใจผิด? เ้าหมายความว่าเช่นไรพ่อหนุ่มน้อย"
อี้เฟยที่หัวเราะเก้อรีบถามเขาอย่างสงสัย
"อันที่จริง ก็เพราะเ้าสิ่งนี้ขอรับ น้ำสมุนไพรหวาน"
"น้ำสมุนไพรหวาน!!?"
เฟยอี้กับเฟยเหยียนมองหน้ากันอย่างสงสัย น้ำสมุนไพรหวานมันคืออันใดกัน พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย
"น้ำในกระบอกนี่ เป็สูตรที่ข้ากับน้องรองช่วยกันทำขึ้นมาหน่ะขอรับ มันช่วยให้ม้าแข็งแรงไม่เหนื่อยง่ายทนแดดทนฝน พูดง่ายๆก็คือจะทำให้พวกมันทั้งถึกและทนเอามากๆเลยล่ะขอรับ และสรรพคุณอีกอย่างของมันก็คือทำให้คนที่กินเข้าไปแล้วแข็งแรง กระปี้กระเป่ามีเรี่ยวแรงกำลังวังชา ช่วยรักษาสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม"
"หากพวกท่านไม่เชื่อก็ถามท่านพี่สือไท่ได้ ก่อนหน้านี้เขาถูกแทงมาอาการสาหัสมาก พอเขากินน้ำสมุนไพรที่พวกเราทดลองทำแผลของเขาก็หายชั่วไปเพียงชั่วค่ำคืน"
"จากที่เราทดลองมา น้ำสมุนไพรหวานที่เราทำมันมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพมาก เราเลยตั้งชื่อให้มันว่าน้ำสมุนไพรหวานรักษาทุกโรค"
"นี่!! นี่เ้า!! เอาของที่พึ่งทำมาทดลองกับข้างั้นหรือ!"
สือไท่มือไม้สั่น ชี้ไปที่เด็กน้อยสองคน คนนึงยืนอยู่หน้าตนพร้อมทำท่าทางสำนึกผิด ส่วนอีกคนยืนพูดคุยกับม้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่โชคยังดี ที่เขาไม่ตายและรอดปลอดภัยมาได้ ไม่ใช่สินี่มันยาวิเศษ ใช่แล้วยาวิเศษชัดๆข้าต้องหาโอกาสถามซื้อยานี้มาเก็บไว้ ยานี้ในภายภาคหน้าต้องมีค่าจนหาที่เปรียบมิได้เป็แน่
"ข้าต้องขอโทษเ้า ในความอยากรู้อยากเห็นของบุตรสาวข้าด้วย แต่เ้าก็รอดตายมาได้เพราะนางกับเ้าใหญ่มิใช่หรือ อย่าได้ถือโทษโกรธพวกเขาเลย"
หลี่หงตบไหล่สือไท่เบาๆ ข้าจำไม่ผิดเขาค่อนข้างชอบพอบุตรสาวของตนอยู่ เขาคงไม่เคืองเพราะเื่แบบนี้หรอกกระมัง
จะว่าไปแล้ว นี่ข้าก็ตกเป็ตัวทดลองยาเช่นกันหรือนี่ ดีนะที่ยาน้ำสมุนไพรอะไรนั่นไม่พรากชีวิตของข้าไป
"เ้าพูดใหม่สิพ่อหนุ่ม ยารักษาทุกโรคงั้นรึ!! ข้าได้กินยาที่รักษาทุกโรคเข้าไปแถมเ้า! เ้าที่กำลังจะตายก็รอดมาได้เพราะน้ำยานี่งั้นหรือ"
เฟยอี้อุทานออกมาเสียงดังอย่างตื่นเต้น หลังจากที่เขาใช้สมองที่มีอันน้อยนิดคิดขึ้นมาได้ก็ใจนตาโต ที่ม้าของเขาแข็งแรงขึ้นและข้าที่มีกำลังวังชามากขึ้นจนอาการเหนื่อยล้าก็ไม่มีอยู่เลย มันเป็เพราะยาสมุนไพรน้ำหวานนั่นน่ะหรือ
เมื่อเขาถามจบก็มองไปที่เด็กน้อยที่ก้มหน้าก้มตาอย่างสำนึกผิด ส่วนสือไท่ก็ยอมรับว่าเขารอดตายมาได้แถมแผลของเขาก็หายไปแบบไม่ทิ้งร่องในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง นั่นยิ่งทำให้เฟยอี้ขุกเข่าลงต่อหน้าเด็กน้อยนามหลี่จงแล้วอ้อนวอนขอชื้อน้ำยาสมุนไพรหวานจากเขา ทว่าหลี่จงกลับส่ายหน้าแล้วชี้ไปที่หลี่หลิว กำลังที่หาหญ้ากับน้องเล็กแล้วป้อนให้ม้าอย่างสนุกสนาน
"เ้าหมายความว่าเช่นใด"
สือไท่มองไปที่แม่นางน้อยที่ตนตกหลุมรักแล้วถามขึ้นอย่างสงสัย
"น้องสาวข้าได้รับพรมา"
"อันที่จริง ข้าช่วยนางแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านพ่อ ท่านแม่ ยังจำได้หรือไม่เมื่อคราวนางถูกทุบตีจนหลับไปสองวันสองคืนเต็มๆ พอตื่นมานางก็ทำตัวแปลกประหลาดให้ข้าพานางขึ้นเขา ั้แ่ตอนนั้นมานางก็แอบเก็บสมุนไพรต่างๆมาต้มทำน้ำสมุนไพรยา นางบอกว่าได้สูตรยามาจากเทพขอรับ"
"ท่านพี่"
หวังลู่จับมือสามีอย่างห้ามไม่ได้นี่ลูกสาวของนางเกือบตายเชียวนะ
หลังจากฟังหลี่เฉินพูดต่ออีกพักใหญ่ถึงได้คลายข้อสงสัยไปตามๆกัน เด็กน้อยผู้นี้ได้รับการชี้นำจากท่านเทพที่มาโปรดและรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด มิน่าเล่าอาหารที่ไม่มีคนกินนางยังสามารถเอามาทำให้มันอร่อยได้ ผลไม้ที่ว่าแปลกนางก็เอามาทำเป็อาหาร แถมอีกหลายๆอย่างที่หวังลู่สงสัยก็ได้ถูกเปิดออกอย่างกระจ่างแจ้ง ที่แท้ท่านเทพก็นำทางให้นางไปเมืองหลวงเพื่อพลิกชะตาที่อาภัพ เป็แบบนี้นี่เองนางถึงได้พยายามที่จะไปเมืองหลวงให้ได้ หวังลู่เริ่มเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
"ข้ารู้แล้วๆ ดีจริงๆที่นางรอดมาได้ แถมได้พรอันประเสริฐเช่นนี้มา ข้าก็นึกว่านางแค่จับไข้..."
หลี่หงไม่กล้าพูดต่อ ว่าท่านแม่เกือบฆ่าบุตรสาวของตนไปแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นในใจเขากลับทุกข์ระทม ย่าแท้ๆทำกับหลานสาวตัวน้อยได้ลงคอเพราะหมั่นโถวเพียงลูกเดียวพูดไปใครเขาจะเชื่อ หลี่หงเศร้าใจทำเป็ฝืนหน้ายิ้มแย้มแต่กลับปกปิดความทุกข์ที่อยู่บนใบหน้าได้ไม่มิดเลยแม้แต่น้อย
สื่อไท่พอได้ยินว่าแม่สาวน้อยเกือบตายมาแล้วครานึงเขาก็อดนึกคิดสงสารนางไม่ได้เลย นางคงเป็คนที่เ็ปที่สุดเป็แน่แท้
เฟยอี้มองหน้าน้องชายแล้วรีบไปหาแม่นางน้อยและวอนขอซื้อน้ำสมุนไพรหวาน แต่นางก็ปฏิเสธไปแล้วตอบกลับมาว่า
"ข้าจะให้ท่านก็ได้แต่ท่านต้องปิดเื่ของข้าไว้เป็ความลับ มิเช่นนั้น์จะเคืองโกรธท่านและลงโทษท่านจนอยู่ไม่ได้จะตายก็เหมือนต้องสาป"
สือไท่เดินตามมาทีหลังได้ยินเข้าก็ต้องถอดใจหากอยากได้ยาดีไปขายคงทำไม่ได้เสียแล้ว เขาค่อนข้างเชื่อในเื่เทพยดาว่า์มีจริง จึงได้แต่ยิ้มบางๆแล้วถอยหลังจะเดินออกไป
"แต่ข้าให้ท่านได้นะ รับไปสิเ้าคะ หนึ่งกระบอกนี้หน่ะ สามารถผสมน้ำธรรมดาได้เป็ร้อยเป็พันกระบอกเชียวนะ เพียงเทยาลงน้ำนิดหน่อยและจิบกินกินทุกวันทั้งพวกท่านและม้าที่กินเข้าไปก็จะแข็งแรงไร้โรคภัยไปตลอดกาลเลยล่ะเ้าค่ะ"
หลี่หลิวไม่ปล่อยโอกาสทำเงินให้หลุดมือไป นางทำท่าเหมือนจะมอบให้เฟยอี้แต่ก็ชะงักไว้ครู่หนึ่ง
"ข้าเห็นแก่ที่ท่านขับรถม้าดีหรอกนะ ข้าคิดกับท่านเพียงหนึ่งตำลึงเงินก็พอ แต่หากครั้งหน้าท่านยัง้าอีกจะสิบหรือร้อยตำลึงทองข้าอาจต้องคิดให้มากขึ้น เพราะยานี้เป็ความลับ์เชียวนะ"
อี้เฟยรีบควักหนึ่งตำลึงเงินมอบให้นางอย่างร้อนรน หากไม่คว้าไว้ตอนนี้เขาอาจเสียใจไปตลอดชีวิตเป็แน่
หลี่หลิวที่ได้รับเงินมายิ้มน้อยๆก่อนจะมอบให้เขาอีกหนึ่งกระบอกแล้วบอกว่านี่สำหรับม้าสองตัวนี้
"ข้าค่อนข้างชอบพวกมันท่านเอาไว้ให้พวกมันดื่มกินเถิด"
เฟยอี้ เฟยเหยียนที่รับปากแล้วว่าจะไม่บอกใคร ได้เทน้ำสมุนไพรใส่ขวดน้ำเต้าและพกไว้ติดตัวอย่างกับว่ามันเป็สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของพวกเขา ตอนนี้เฟยอี้กับเฟยเหยียนได้แขวนน้ำสมุนไพรไว้ที่เอวอย่างหวงแหน น้ำที่เขาใส่ไว้ดื่มกินก่อนหน้านี้ถูกที่เททิ้งไปจนหมด นั่นทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมม้าของพวกเขาถึงสะบัดหน้าให้น้ำธรรมดาที่เขาตักมาให้ ก็แน่ล่ะสิมันจะไปเทียบกับน้ำยาสมุนไพรของท่านเทพได้เช่นไรกัน
"ท่านก็้ามันหรือ"
หลี่หลิวเห็นสือไท่ยืนมองพวกเฟยอี้อยู่พักนึงเลยถามขึ้น
ก็แน่ล่ะนางอยากได้เงินเพิ่มอีกอยู่แล้ว แต่ถ้าหากคนรู้มากไปชีวิตนางคงไม่สงบสุขอีกเป็แน่ นางเลยให้ท่านพี่ใหญ่ไปสร้างเื่เหนือจินตนาการให้ทุกคนได้หายคาแคลงใจ แล้วค่อยถือโอกาสขายมันไปเนียนๆก็แค่น้ำในบ่อนางจะตักมันมาเมื่อใดก็ได้ แต่ความวิเศษของมันก็เป็เื่จริงที่เหนือกว่าคนธรรมดาจะเข้าได้จริงๆ นางจึงใช้โอกาสนี้เพื่อกอบโกยผลประโยชน์
"ข้า้าสักกระบอก ข้ารับปากและสัญญาว่าจะไม่บอกใคร"
เขาเอ่ยวาจาสัตย์ออกมา แล้วยกสามนิ้วขึ้นเพื่อที่จะสาบานจนนางต้องรีบห้ามปรามเอาไว้เขาจึงเอามือลง จะไม่ให้ห้ามได้เช่นไรก็เขาเปิดร้านขายยาสมุนไพร หากข้าจะฝากขายในอนาคตมันจะต้องง่ายขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่หากต้องปิดเป็ความลับงั้นข้าคงรับได้เพียงคนที่เจ็บป่วยสาหัส หรือรักษาไม่หายแต่แบบนี้ก็ไม่เลวนะ มันทำให้ข้าดูลึกลับและหน้าเชื่อถือขึ้นมากเช่นกัน
"เอาไปเถอะ ท่านให้พวกข้าเช่าที่ทางทำกินข้าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับท่านหรอกนะ แต่หากมีใครบากเจ็บเจียนตายจริงๆที่พวกท่านหรือหมอรักษาไม่ได้ ท่านค่อยพามาหาข้า แต่ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะค่ายาของข้าแพงหูฉี่เลยล่ะ"
หลี่หลิวยื่นกระบอกไม้ไผ่ให้เขาไปหนึ่งกระบอกแล้วเปิดช่องทางทำกินเล็กน้อยไว้อย่างพอควร
"ได้ ข้าตกลงหากไม่ถึงที่สุดข้าจะไม่ปริปากบอกใครไป"
"ดีมากๆ"
มือน้อยของนางตีเบาๆที่แขนของเขา
เขาค่อนข้างจะฉลาดอยู่บ้าง คงรู้ว่าข้าไม่อยากเข้าไปแวะเวียนกับเื่ผู้คนมากนัก หากไม่จำเป็ท่านก็อย่ามายุ่งกับข้าเลย เพราะข้าจะต้องปลูกผักผลไม้ไว้ขายอีกมากเลยทีเดียว และข้าก็ไม่ค่อยชอบความวุ่นวายนักแค่จะเปิดร้านอาหารเล็กๆนี่ข้าก็ว่ามันเหนื่อยมากพอแล้ว
ระหว่างนั่นหลี่หงกับหวังลู่ก็ได้คิดอย่างรอบคอบและถ้วนถี่ ว่าในอนาคตจะดูแลลูกๆให้ดีและไม่ให้ใครมากดขี่รังแกพวกเขาอีกต่อไป สองสามีภรรยากอดกันกลมถ้าเป็ตามที่บุตรชายคนโตบอกพวกเขาเกือบได้เสียบุตรสาวเพียงคนเดียวไปแล้ว ทำให้ใบหน้าของพวกเขาซีดและมือไม้สั่นจุกปากจุกคอจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
หลี่จงเห็นเช่นนั้นจึงบอกพวกท่านว่าตอนนี้น้องรองสบายดีพวกท่านอย่ากังวนไป หวังลู่สวมกอดบุตรชายคนโตหากเขาไม่ปริปากพูด นางก็ไม่รู้เลยว่าเกือบจะเสียเืเนื้อของตนไปเสียแล้ว
หลี่หลิวที่ป้อนหญ้าให้ม้าจนพอแล้วจนตระโกนถามทุกคนว่าพร้อมออกเดินทางต่อหรือยัง เพราะนี่ก็พักผ่อนกันมาเป็ชั่วโมงแล้ว พอได้ยินเช่นนั้นเฟยอี้และเฟยเหยียนรีบไปเก็บหม้อกะทะช่วยงานอย่างถ่อมตน เมื่อคนพร้อม ม้าพร้อม ก็ออกเดินทางกันต่อไป
สามวันสองคืนต่อมา....
มีหมู่บ้านน้อยใหญ่อยู่อ้อมล้อมเมืองหลวงที่มีกำแพงหนาแน่นโอบอุ้มเอาไว้ แต่เส้นทางที่สือไท่บอกก็ค่อนข้างอ้อมนอกกำแพงเมืองไปทางทิศตะวันตก ซึ่งไปทางขวาของเมือง ถนนหนทางเทพื้นด้วยปูนหินที่ไม่ใหญ่นัก เหมาะสำหรับรถม้าสองคันสวนทางกันได้อย่างพอดี และไม่เหมาะที่จะจอดรถม้าไว้ตามทางเพราะจะขวางทางเข้าบ้านของคนอื่นได้ เมื่อมาถึงที่หมายหน้าบ้านมีกำแพงเก่าๆที่ทอดยาวประมาณห้าสิบเมตรถือว่ากว้างมากเลยทีเดียว ประตูทางเข้าเป็ประตูไม้บานใหญ่สองบานที่ยึดติดกับกำแพงปูน สามารถผลักเข้าไปด้านในได้ถึงมันจะดูโทรมแต่ประตูก็ถือว่าแข็งแรงและสูงประมาณหนึ่งเมตรห้าสิบได้โดยการประเมินทางสายตาของหลี่หลิว
เข้าไปด้านในเกือบสิบห้าเมตรมีบ้านสองชั้นเกือบติดกำแพง ชั้นบนทำจากไม้เนื้อแข็งชั้นล่างทำจากหินปูนแถมมีหยักไย่เต็มไปหมดจนดูเหมือนบ้านล้างผีสิง กำแพงประตูและบ้านก็ว่าน่ากลัวพอแล้วแต่พอมองดูต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นรกร้างจนหนาตา ยิ่งทำให้กลัวพวกสัตว์ร้ายเข้าไปกันใหญ่ หากว่าพวกเขามาถึงเช้ากว่านี้อีกสักนิดล่ะก็คงหลอนและวังเวงไม่น้อย
สือไท่ยิ้มแห้งๆให้หลี่หลิวที่มองหน้าเขาไม่วางตา นางคงจะโทษที่ข้าไม่ดูแลมันเลยกระมัง อันที่จริงนี่เป็บ้านที่มีคนมาขายให้เขาเมื่อนานมาแล้ว เพราะพวกเขาอยากย้ายไปอยู่ชนบทที่กันดารมากกว่านี้ เพราะในเมืองหลวงค่าใช้จ่ายมันแพงจนเกินไป เขาบอกว่าที่นี่มีบ้านสองชั้นส่วนพื้นที่ด้านหลังสามารถทำการเกษตรได้ มันมีเนื้อที่มากกว่าสามไร่ สือไท่เห็นท่าทางอ้อนวอนของปู่หลานที่ไร้ที่พึ่งพิง จึงรับซื้อมาแต่ไม่ได้มาจัดการมันเสียทีจนบัดนี้ก็ผ่านมาสี่ห้าปีแล้ว
"พี่ใหญ่บ้านสองชั่นล่ะ บ้านสองชั้น แถมยังมีกำแพงที่สูงและทอดยาวลงไปด้านหลังอีก ข้าชอบที่นี่ขอรับท่านแม่"
เมื่อครอบครัวหลี่ลงมายืนดูก็ต้องตกตะลึงเพราะตัวบ้านค่อนข้างกว้างใหญ่ แถมมีกำแพงปูน เป็บ้านปูนอย่างที่หลี่หงเคยอยากได้ ทุกคนดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จะมีก็แต่หลี่หลิวที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่เพียงคนเดียว จนพี่ชายถามว่านางไม่ชอบมันหรือ
"ข้าเห็นแล้วก็เหนื่อย ท่านดูเอาเถอะป่าหญ้าทั้งรกทั้งร้าง บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยฝุ่น จะต้องเก็บกวาดกันอีกกี่วันกว่าจะเข้าอยู่ได้ล่ะเ้าคะ"
นางตอบพี่ชายและพรางมองไปยังท่านพ่อท่านแม่กับสือไท่ด้วยแววตาหมองหม่น สือไท่เห็นนางในใจทำหน้าเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เพราะน้ำสมุนไพรนางที่ให้ทุกคนกินนั้นหมดไปั้แ่เมื่อคืนแล้ว นางจึงดูอ่อนแรงลงไม่น้อย พอเขาบอกว่าจะเรียกคนของเขามาช่วยและสองพี่น้องเฟยก็จะอยู่ช่วยนางจนงานเสร็จ นางถึงได้ยิ้มออกมาได้
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงคนงานที่ร้านสมุนไพรของสือไท่มากว่าสิบคน สองพี่น้องเฟย และครอบครัวหลี่ก็เริ่มงานกันอย่างขันแข็ง หลี่หลิวเอ่ยถามว่าแถวนี้อยู่ไกลูเาหรือไม่ สือไท่ตอบว่ามันห่างออกไปอีกกว่าสองกิโลเมตรทำให้นางพอยิ้มออกมาได้บ้าง ดูท่าแม่นางน้อยคงอยากไปหาสมุนไพรเขาจึงบอกไปว่าอีกสองสามวัน กลุ่มคนงานบางส่วนจะออกไปหาสมุนไพรค่อยให้นางไปกับพวกเขา
"นายน้อยขอรับ"
เว่ยหนิงมือขวาอายุ 15 จางปิงมือซ้ายอายุ 18 ขานเรียกผู้เป็นายน้อยของตน
เมื่อครั้งได้ข่าวว่ารถม้าของร้านยาสมุนไพรสือคงถูกดักโจมตีเมื่อสองวันก่อน พวกเขากระวนกระวายใจและโทษที่ตนเองไม่ได้ไปด้วย นายน้อยไม่เคยฝึกดาบจับกระบองเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่ยิงธนูบ้างนิดหน่อยแต่ท่านก็ไม่ได้พกมันไปด้วย เพราะมีกลุ่มรับจ้างขนส่งสมุนไพรเช่นกลุ่มต้าหยงคอยไปดูแลอยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านายน้อยจะต้องพบเจอกับกลุ่มโจรต่ำทรามเข้าเช่นนี้
"พวกเ้ามาก็ดีแล้ว มาๆแม่นางน้อยและครอบครัวหลี่ทางด้านนั้นเป็ผู้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้"
เว่ยหนิงกับจางปิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ จึงหันไปขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ"
หลี่หลิวยิ้มกริ่ม ชายหนุ่มที่เมืองหลวงมีแต่คนหน้าตาดีๆกันทั้งนั้น นี่ถือเป็อาหารตาที่ดีจริงๆ
สือไท่เห็นนางมองไปยังมือซ้ายมือขวาของเขาแล้วยิ้มหวานเขารู้สึกขัดใจไม่น้อย ข้าว่าข้าก็มีเสน่ห์มากอยู่นะเหตุใดนางจึงต้องมองพวกเขาด้วยสายตาชื่นชมต่างจากที่มองข้ากัน สือไท่ขยับไปยืนบังพวกเขาจากสายตาของนางแล้วก้มดูตัวเองที่ใส่สวมใส่ชุดซอมซ่อ จึงให้พวกเขาพาตนกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำล้างตัวเสียใหม่ หากคราหน้านางได้เจอข้านางจะต้องมองข้าจนตาค้างเหมือนมองผู้ติดตามของข้าเป็แน่ ไม่สิ!!นางต้องมองแต่ข้า
สือไท่กล่าวลานางและครอบครัวหลี่เพื่อขอตัวไปดูความเรียบร้อยของร้านยาแล้วหันหลังจากไป
"นายน้อย! นายน้อยกลับมาแล้ว"
เสียงของท่านป้าชิงหร่วน แม่บ้านวัยสามสิบเก้าอุทานเสียงสั่นเครือ นางได้ข่าวว่ามีโจรปล้นรถม้าของนายน้อยพอนางได้ยินเข้าก็ถึงกับคิดฟุ้งซ่านมาสองวันเต็ม พอให้เห็นหน้านายน้อยที่นางคอยประคบประหงมมาั้แ่ตอนที่เขาอายุได้ห้าปี นางก็พุ่งเข้าสวมกอดด้วยความรัก เปรียบเสมือนเขาเป็บุตรชายของนางก็มิปาน
"กลับมาก็ดีแล้วๆ"
สือหาน ท่านลุงของสือไท่วัยสามสิบสองปีที่จิบน้ำชาอยู่ รีบวางแก้วแล้วเดินเขามาตบไหล่กว้างของเขา ดีจริงๆที่เขาปลอดภัยกลับมา ข้าเสียน้องชายอันเป็ที่รักไปแล้วหากเสียหลานชายเพียงคนเดียวไปอีกข้าคงตายตาไม่หลับเป็แน่
สือหานเป็พี่ชายของท่านพ่อสือไท่ มีภรรยาชื่อสืออิงสองสามีภรรยาไม่มีบุตรเลยสักคน จึงเลี้ยงดูสือไท่เหมือนบุตรชายแท้ๆ ถึงจะตามใจเขาบ้างเป็บางคราแต่ว่าก็มีว่ากล่าวตักเตือนให้เขาไม่หลงผิดในบางครั้ง นับได้ว่าสองลุงป้าเป็ที่พึ่งทางใจให้กับเขาเป็อย่างมาก
แม่ของสือไท่นั้นเสียไปั้แ่ตอนที่สือไท่อายุได้สามขวบปี ส่วนผู้เป็บิดาเสียไปด้วยโรคซึมเศร้า เมื่อสือไท่ได้ห้าปีสือคงคิดถึงภรรยาของเขามากจนตรอมใจถึงจะดูแลบุตรชายดีเพียงไหนในใจก็ยังทุกข์โศก ไม่นานเขาก็ลาจากโลกนี้ไปทิ้งให้สือไท่ต้องอยู่เพียงลำพัง ยังดีที่พี่ชายของสือคงอย่างสือหานมารับสือไท่ไปเลี้ยงดูต่อ เขาจึงมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้
"ท่านพ่อใหญ่"
สือไท่กล่าวทักทายและขอโทษที่ทำให้พ่อคนที่สองต้องเป็กันวน
"ขอแค่เ้าปลอดภัยกลับมาข้าก็พอใจแล้ว"
"ป้าชิงไปเร็วเตรียมน้ำท่าให้ลูกชายข้าอาบและบอกคนครัวเตรียมอาหารไว้รอด้วย"
สือหานที่เรียกสือไท่ว่าลูกชายจนชินปากยิ้มอย่างยินดีปรีดา หากภรรยาตนกลับจากร้านสมุนไพรมานางต้องมีความสุขมากๆเป็แน่