มิราะโตัวลอยคว้าช่อดอกกุหลาบสีขาวสลับชมพูห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาวและผูกด้วยริบบิ้นสีแดงสวย ความดีใจแวบเข้าสู่สมองมิรา เพื่อนๆ หลายคนวิ่งเข้ามาแสดงความดีใจแต่มีอีกหลายคนที่มองด้วยความอิจฉานิรมนยิ้มเจื่อนๆ ที่เห็นมิรารับช่อดอกไม้ที่ตนโยนไว้ได้
“แก ฉันว่าคราวนี้ถึงคิวแกแล้วมิรา” พรสุดาเสียงดังกว่าใคร
“ก็คงจะใช่นะเพราะไม่เหลือใครแล้วนี่ เหลือแต่มิราคนเดียว” เพื่อนอีกคนตอกย้ำสิ่งที่มิราหนักใจ เหมือนเข็มนับพันทิ่มแทงใจจนไม่เหลือที่ว่าง
“รีบหน่อยนะแกเดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้555” เสียงอีกสามสี่คนหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนอีกคน
“อย่างฉันต้อง หล่อแมนเงินหนาตาสวย พ่อรวย สายเปย์ เท่ะเิ และมหาเศรษฐีเท่านั้นยะ” มิราแกล้งพูดถึงคนที่้าไว้เสียสูงส่ง เพื่อถ่วงเวลาให้ตัวเอง
“เพราะแกอย่างนี้แหละ ถึงไม่ทันพวกเรา นิรมนนี่ก็คนสุดท้ายแล้วในรุ่นเรา เหลือแกคนเดียวแล้วนะมิรา” มิราทำหน้าตาไม่ยี่หระคำพูดของเพื่อนแต่ในใจกลับคิดหนัก เก็บอาการเศร้าสร้อยไว้จนมิด ยกเครื่องดื่มสีสวยขึ้นกระดกรวดเดียวหมดแก้ว นึกว่าฉันไม่อยากแต่งหรืออย่างไรแต่มันไม่มีใครเข้ามานี่สิ คนที่ใช่ก็ใช่สำหรับคนอื่นเหมือนกันมิราไม่อยากยื้อแย่งผู้ชายกับใคร ใจหนอใจจะเก็บความอาดูรไว้ได้เท่าไหร่หนอ
เราเฝ้ารอก็รอท้อเหลือหลาย
คนที่ใช่นานไปยังกลับกลาย
หรือสุดท้ายปลิวหายกลายเป็เงา
หรือเป็เพราะชีวิตนี้ไม่มีคู่
ต้องทนอยู่คนเดียวแสนเปลี่ยวเหงา
อยากร่ำร้องบอกใครว่าตัวเรา
อยากจะแต่งเหมือนใครเขา เขาเหมือนกัน
“ผมไปส่งไหมครับคุณ....” ชายหนุ่มหนึ่งที่พยายามรวบรวมความกล้าเมื่อเห็นมิราเดินออกจากงานแต่ง
ใครหลายคนทยอยกลับ มิราล่ำลาเพื่อนๆ เสร็จก็คิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ไม่แม้แต่จะบอกลาปัณภัทรกับนิรมนสักคำ
ชายหนุ่มน่าตาดีขาวสูงกับแว่นสายตาหนาเตอะแต่ทว่าตาชั้นเดียวเหมือนกับหนุ่มเชื้อสายจีนทั่วไป
“เ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาเองเลย” พรสุดาเพื่อนสนิทของมิรากระซิบเบาๆ มิราเหลือบตามอง ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบพระเอกซีรีย์จีน พรสุดาเขย่าแขนเขินแทนมิราเสียเอง
“มิราค่ะ ยินดีค่ะ” มิราไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด
“ว้าวมาแล้วหนุ่มในฝัน เอหรือว่าเป็รถไฟขบวนสุดท้ายกันแน่นะ” พรสุดากระซิบกับมิรา
“แต่ผมไม่มีรถมา อาศัยรถคุณไปส่งคุณแล้วเดี่ยวผมนั่งแท็กซี่กลับมาเองได้ไหม” น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนมิราเห็นแววใสซื่อเหมือนเด็กที่ไร้เดียงสาในนั้น มิราถอนหายใจยาวเหยียด พรสุดาหัวเราะคิกคัก
“คือถ้าจะแบบนั้นเอาเป็ว่า มิราขับรถไปส่งคุณที่บ้านดีกว่าไหมคะ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” แม้จะจับสังเกตเพียงใดแต่ก็พบกับความใสซื่อไม่เปลี่ยนแปลง
เปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างคนขับหน้าตาเฉย พรสุดาต้องเข้าไปนั่งเบาะหลังส่วนมิราเป็คนขับ
“คือผมชื่อเฮงนะครับ ยินดีที่รู้จักคุณมิราคือ...เพื่อนคุณมิรา...คุณออมเป็คนแนะนำบอกว่าคุณเป็คนสวยและน่ารักนิสัยดีและยังไม่มีแฟน” เปิดฉากพูดเมื่อรถแล่นออกมาจากบริเวณโรงแรมที่เป็ที่จัดงานแต่งงาน
“แล้วคุณเชื่อยัยออมหรือค่ะ” มิราแกล้งถามกลับ อยากจะรู้คำตอบเหมือนกัน
“เชื่อครับ” ตอบคำถามโดยไม่ต้องคิด พรสุดาปิดปากหัวเราะตามเคย
“น่ารักดีวะแก” กระซิบข้างหูมิราไม่สนใจว่าคนชื่อเฮงจะได้ยินไหม มิรายกมือทำสัญญาณมือว่าโอเค
“คุณมิราอย่าหาว่าเฮงเชื่อคนง่ายเลยนะครับ แต่เฮง ยังให้คำตอบไม่ได้เลยว่าทำไมถึงเชื่อแต่คุณมิราเชื่อไหมเฮงรู้สึกถูกชะตากับคุณอย่างประหลาดเลยทีเดียว” มิราเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง หรือนี่เป็การจีบหญิงแบบใหม่
“คุณเฮง ทำงานอะไรคะ” พรสุดาถาม เขาใช้นิ้วชี้ดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถาม
“เฮงเป็โปรแกรมเมอร์ครับ” พรสุดาทำเสียงอู้หู
“แล้วทำไมคุณเฮงไม่ซื้อรถสักคันรายได้ขนาดนั้นไปไหนมาไหนจะได้สะดวก”
“คือเฮงคิดว่า เฮงต้องหัดขับรถให้เก่งกว่านี้ตามสิถิติแล้วคนที่มีใบขับขี่แต่ขับรถไม่เก่งเป็คนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุครับ” พรสุดาเขย่าไหล่มิราอย่างแรงด้วยความถูกใจ
เมื่อสบพักตร์หวั่นจิตคิดไม่ถึง
ว่าหนุ่มหนึ่งน่าชิดพิสมัย
ทั้งหล่อเลิศเพริศพริ้งจริงๆ ชาย
แต่ทำไมถึงชื่อๆ ..ทื่อเกินทน
รถคันเล็กของมิรา แล่นไปตามถนนที่ทอดยาวความมืดปกคลุมสองข้างทาง เนื่องด้วยวันนี้เป็วันธรรมดาไม่ใช่วันศุกร์หรือวันเสาร์แห่งชาติ รถราจึงมีน้อยอย่างเห็นได้ชัด
มิราจึงรักษาความเร็วรถคงที่ เมื่อถึงสี่แยก ไฟแดงตรงหน้าเปลี่ยนเป็สีเขียวมิราเหยียบคันเร่ง เพื่อจะพารถแล่นผ่านแยกไฟแดงไปแบบไม่ต้องชะลอรถ
แต่ทว่าอีกฝั่งรถหรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาขว้างหน้าไว้ มิราเหยียบเบรกอย่างแรงทำเอารถของเธอ หมุนคว้างพรสุดากรีดร้องดังลั่น เฮงใช้มือยันคอนโซลรถไว้แน่น รถคันที่ฝ่าไฟแดง แล่นเลยไปเพียงนิดก็หยุดรถเลยแยกไป หลังจากที่เห็นว่าทำให้รถอีกคันเสียหลัก รถหยุดนิ่งเมื่อหมุนอยู่ข้างทางได้รอบครึ่งพอดิบพอดี มิราหัวกระแทกกับพวงมาลัยรถอย่างแรงทำให้รู้สึกเจ็บไม่น้อยคลำดูรู้สึกมีของเหลวไหลอยู่ตรงศีรษะของมิรา สติดับวูบลงทันทีพรสุดากับเฮงเรียกชื่อมิราพร้อมกัน
คนขับรถหรูคันนั้นเปิดประตูลงมาจากรถ ด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่ที่ดูหรูหราไม่ต่างจากรถที่ขับ เคาะกระจกเบาๆ มิรายังไม่ทันจะเลื่อนกระจกลงเขาก็กระชากประตูรถของมิราออกอย่างแรง ชะโงกใบหน้าหล่อเหลากลิ่นแอลกอฮอลล์คละคลุ้งเข้ามาในรถเกือบชนแก้มของมิรา พรสุดาเบิกตาโพลง ด้วยความหล่อเหลาที่หาใครเทียบได้ยากหล่อเข้ม ตาคมหล่อไม่แบ่งใครทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแม้กระทั่งท่าเดิน
“ไหนดูสิเจ็บไหม” จับคางมนบิดไปบิดมาดูาแเมื่อเห็นว่ามีเืซึมออกมาจากศีรษะของมิราก็ขมวดคิ้ว
“ขับรถเร็วไปนะคุณ” คำพูดตำหนิกลายๆ ช่างไม่เหมาะกับใบหน้าหล่อเหลานั้น
“คุณฝ่าไฟแดง”
“ใครบอกว่าฝ่าไฟแดงผมตามน้ำ”
“เฮงว่าเราแจ้งตำรวจดีกว่าครับ” เฮงออกความเห็นกล้าๆ กลัวๆ
“อย่ายุ่งไม่ใช่เื่ของนาย ผู้ใหญ่เขากำลังตกลงกัน บอกน้องชายคุณด้วยเงียบหน่อย” มิรารู้สึกไม่พอใจเขา และเขายังเข้าใจผิดเื่เฮงอีก
“เราเป็เพื่อนกัน”
“เพื่อนอะไรอยู่ด้วยกันดึกดื่น หรือว่าแฟน...อย่างนั้นบอกเขาเงียบไปเลยคู่กรณีกำลังตกลงกัน ถ้าหากตกลงไม่ได้ผมก็จะไม่ตกลง และไปทันที”
“ฉันต้องไปโรงพยาบาล” มิรานึกโมโหถ้าไม่มาดูก็คงถือว่าฟาดเคราะห์ แต่หากมาดูแล้วยังมาปากคอเราะร้ายอีกอภัยไม่ได้
“แผลไม่ลึกถึงกับต้องเย็บแค่นี้ไม่ทำให้คุณสวยน้อยลงหรอก ผมรีบ” เขาพูดตัดบท
“ฉันคิดว่าต้องเย็บแผล” มิรายืนยัน สาวสวยใส่รองเท้าส้นสูงปี้ดเดินลงมาจากรถ
“เจ็บตัวนิดเดียวความจริงคุณัไม่จำเป็ต้องมาดูเธอด้วยซ้ำ นี่ถือว่าเขาเมตตาขนาดไหนแล้ว”
“พวกคุณขับรถประมาท” มิราไม่ยอมอ่อนข้อให้
“ผมรีบ นี่นามบัตรผม โทรไปเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลได้” ัยัดนามบัตรใส่มือมิรากำมือมิราให้กำนามบัตรไว้ เดินกลับไปที่รถพร้อมกับสาวสวยนางนั้น ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
มิราเพ่งมองนามบัตร อ่านออกเสียงเบาๆ
ั อัจฉริยะเลิศไกร ชื่อและนามสกุลคุ้นๆ
มาดก็เท่รูปก็สม น่าชมนัก
เมื่อสบพักตร์ใจก็สั่นพลันเหลวไหล
ทำเอาใจดวงน้อยๆ เตลิดไกล
หรือเทวาจะมาแสร้งแฝงร่างมา
เฮงล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าขาวสะอาดในกระเป๋ากางเกงของเขา ซับเืให้อย่างแ่เบาก้มลงเป่าที่ศีรษะเหมือนกับผู้ใหญ่ที่เป่าแผลให้เด็กมิรารู้สึกประหลาด