ไป๋ซิงหนี่ว์เองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อถึงรัก และไว้ใจพี่สาวต่างมารดาที่แลดูทึ่มทื่อคนนี้อยู่มาก ไม่ว่านางจะจับแต่งกายเป็งิ้วอย่างไร ไป๋มี่อิงก็กล่าวชม และขอบใจนางทุกครั้ง
ไม่ให้เรียกทึ่มทื่อหรือโง่เขลาจะให้เรียกว่าอะไรกัน เพราะนางแกล้งไป๋มี่อิงอยู่บ่อยครั้งไป๋มี่อิงก็ไม่รู้ตัวเสียที
“ล่องเรือแม่น้ำฮวง…...วันพรุ่งข้าจะไปส่ง” ไป๋มี่อิงกล่าวขึ้น หรี่ตาลงเล็กน้อย พินิจมองดูน้องสาวที่เข้ามาประจบประแจง
“ขอบคุณเ้าค่ะเจี่ยเจีย” ไป๋ซิงหนี่ว์กล่าวขอบคุณเสียงหวาน
“เ้าก็รีบกลับเรือนไปเถิด ข้างนอกอากาศหนาวมากนัก” ไป๋มี่อิงกล่าวพลางลูบศีรษะน้องสาวอย่างเบามือ
ไป๋ซิงหนี่ว์ก้มศีรษะเล็กน้อยให้ กล่าวขอบคุณพี่สาวตรงหน้า รีบรุดกลับเรือนไปด้วยอารมณ์ที่เบิกบานใจ
วันรุ่งขึ้นไป๋มี่อิงกำลังเล่นหมากล้อมอยู่ผู้เดียวในสวนอย่างผ่อนคลายอารมณ์อยู่สองชั่วยาม น้องสาวต่างมาราดาไป๋ซิงหนี่ว์ก็เดินหลังตรงคอเชิดขึ้นเข้ามาในสวน
“เจี่ยเจียไปส่งข้าทีเ้าค่ะ”ไป๋ซิงหนี่ว์สาวเท้าเข้ามายืนด้านข้าง
เมื่อคืนนางนอนแช่น้ำสมุนไพรบำรุงผิวมาอย่างดี อีกทั้งยังแต่งกายอย่างประณีตบรรจง ไม่ว่าจะทำผม หรือแต่งหน้า วันนี้คุณชายเยี่ยจะต้องตาต้องใจในตัวนางเป็แน่
ส่วนไป๋มี่อิงที่เล่นหมากล้อมอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นพินิจมองน้องสาวตนเอง
“หืมนี่พึ่งจะยามอุ้ย เหม่ยเหม่ยไม่รีบไปหรอกหรือ” ไป๋มี่อิงกล่าวถามด้วยความแปลกใจ
ยามปกติล่องเรือแม่น้ำฮวงต้องรอฟ้ามืดสนิทเสียก่อน ถึงจะดื่มด่ำสุรา และบรรยากาศได้เต็มที่
“ข้านัดคุณหนูหลิงจูไว้เ้าค่ะ ท่านไม่ต้องไปรับข้าหรอก ประเดี๋ยวคุณหนูหลิงจูจะเป็ผู้มาส่งข้าเอง” ไป๋ซิงหนี่ว์กล่าวเสียงนุ่ม ไปหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มที่อิ่มเอมใจ
ไป๋มี่อิงหรี่ตาเล็กมองน้องสาวอยู่ครู่หนึ่งก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างเข้าใจ
“เสี่ยวเมิ่งไปเอาเสื้อคลุมข้ามาที” ไป๋มี่อิงกล่าวสั่งสาวใช้ตัวน้อย
พอได้ยินเสียงคุณหนูใหญ่สั่ง เสี่ยวเมิ่งก็รีบวิ่งเข้าเรือนไปเอาเสื้อคลุมขนหมีสีดำมาให้ไป๋มี่อิงทันที
หน้าคฤหาสน์ตระกูลไป๋ มีรถม้าคันใหญ่สีดำจอดอยู่ ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา ต่างชะโงกหน้ามองดูโฉมงามฝั่งตะวันตกของเมืองหลวง เป็ที่เลื่องลือกันอย่างดีในแถวนั้นว่าสองพี่น้องตระกูลไป๋ใบหน้างามหมดจด
“นั่นคุณหนูใหญ่ กับคุณหนูรองเดินออกมาแล้ว” บุรุษร่างผอมกล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น นานๆ ทีจะได้ยลโฉมงาม
“น่าเสียดายนักคุณหนูใหญ่สวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้” บุรุษร่างอ้วนกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกอดเสียดายไม่ได้
“คุณหนูรองที่นานๆ ทีจะได้พบหน้า วันนี้ได้เห็นช่างเป็บุญตาข้ายิ่ง ดวงหน้าขาวนวลผ่องงามมากเหลือเกิน” บุรุษร่างผอมกล่าวชมไม่หยุดปาก
ส่วนไป๋ซิงหนี่ว์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็อดภูมิใจไม่ได้ คราแรกที่เดินเชิดหน้าอยู่แล้ว ครานี้ก็เชิดสูงขึ้นกว่าเดิม ค่อยๆ ก้าวเดินเข้ารถม้าตามไป๋มี่อิงไปด้านใน
รถม้าเคลื่อนอยู่บนถนนนานอยู่สองเค่อ ก็หยุดสนิทลงที่ท่าเรือแม่น้ำฮวง ไป๋ซิงหนี่ว์จึงรีบลงจากรถม้า ค่อยๆ ก้าวย่างฉบับคุณหนูผู้ดีเข้าไปในเรือ
ไป๋มีอิงที่ยังไม่ถึงยามนัดหมายกับสหายทั้งสอง จึงเข้าไปดูบัญชี และตรวจดูความเรียบร้อยในโรงเตี๊ยมฆ่าเวลาไปก่อน
วันนี้นางอุตส่าห์ฝากฝังจิวฉิงว่าจะไม่เข้าไปทำงาน แต่เมื่อออกมาส่งน้องสาวแล้ว นางจึงี้เีกลับคฤหาสน์ไปใหม่
ยามอิ่ว ท่าเรือฮวง
วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ผู้คนค่อนข้างหนาแน่นอยู่มาก ไป๋มี่อิงสาดส่องสายตามองไปรอบๆ ทั้งชั้นสอง และชั้นหนึ่งของเรือ มองผู้คนที่แต่งกายสวยงามมาอย่างเต็มที่เพื่อรังสรรค์ และชมพระจันทร์ในคืนนี้
“คุณหนูไป๋เชิญชั้นสองขอรับ” ชายชราผมเทาผู้ดูแลเดินเข้ามาหา และเดินนำทางนางไป
เรือฮวงเป็เรือลำใหญ่ที่สุดในแม่น้ำฮวงนี้ เป็สถานที่ร่ำสุราเป็ประจำของไป๋มี่อิง จิ้นฝาน และซิ่นสือ จุดที่นั่งชมวิวได้ดีที่สุดของเรือจะเป็ของพวกเขาทั้งสามคนเท่านั้น
โต๊ะน้ำชาวางตรงกลางหัวเรือชั้นสองมีบุรุษสองคนนั่งชันเข่าเอนหลังไปกับหมอนในท่าทางสบาย
“มี่เอ๋อร์มาแล้วหรือ” จิ้นฝานกล่าวทักทายทันทีเมื่อเห็นนางเดินเข้ามา
วันนี้นางแต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำสนิทสีประจำกายของนาง สวมทับด้วยเสื้อขนสัตว์สีดำมีหมวกคลุมปิดศีรษะ ชวนให้น่ามอง ดูลึกลับตามนิสัยของนางไม่มีผิด
“มานั่งเร็วเข้า พวกข้าดื่มนำมี่เอ๋อร์ไปสามสีไหแล้ว” ซิ่นสือกล่าวขึ้นพลางชูไหสุราในมือ ส่วนอีกมือหนึ่งยกขึ้นกวักเรียกนางให้ไปนั่งลงด้านข้างเขา
“ประเดี๋ยวข้าก็ตามพวกเ้าทัน” ไป๋มี่อิงยกมุมปากขึ้นอย่างนึกสนุก เดินไปนั่งกับสหายทั้งสองทันที และยื่นแขนออกไปรับสุราจากซิ่นสือขึ้นมากระดกดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว