ความเงียบเข้าปกคลุมโกดังร้าง ไคล์ยืนนิ่ง แสงไฟสลัวจับใบหน้าของเขา ทำให้เห็นความเ็ปที่ฉายชัดในแววตา เขาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของอาเธอร์
“ใช่...” เสียงของไคล์ทุ้มต่ำและสั่นเครือ
“คืนนั้นผมจงใจให้คุณเห็น... ผมใช้คุณเป็โล่เพื่อให้ตัวเองรอดตาย”
พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนหายใจไม่ออก หยาดน้ำตาเริ่มรื้นคลอเบ้า
“คุณ... หลอกใช้ฉันมาั้แ่ต้นงั้นเหรอ?”
“ในตอนแรก... ใช่” ไคล์ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเธออย่างรู้สึกผิด
“แต่สามปีที่ผมเฝ้ามองคุณ มันเปลี่ยนทุกอย่างไปหมดพิมพ์ดาว! จากความผิดบาปที่ผมอยากชดเชยให้คุณ กลับกลายเป็ความรักที่ผมควบคุมไม่ได้ ...”
“ฮ่าๆๆ! พล่ามได้น่าประทับใจมากหลานชาย!” อาเธอร์ะเิเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “แต่น่าเสียดายที่คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์รักใคร!”
“หุบปาก!!!” ไคล์ตวาดออกมาอย่างสุดกลั้น
ความอดทนสุดท้ายขาดสะบั้นลง เขาพุ่งเข้าใส่อาเธอร์ด้วยความเร็ว ะโข้ามโต๊ะที่กั้นอยู่แล้วซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของอาแท้ๆ อย่างแรงจนอาเธอร์กระเด็นตกเก้าอี้
สถานการณ์กลายเป็การตะลุมบอนที่ดุเดือด ลูกน้องของทั้งสองฝ่ายเริ่มขยับตัวปะทะกันทันที เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วโกดัง
“ดาว! วิ่งไปที่รถ!” ไคล์ะโบอก
ขณะที่เขากำลังใช้มือเปล่าซัดกับอาเธอร์อย่างบ้าคลั่ง เพื่อปิดปากคนที่ตั้งใจทำลายความเชื่อใจของเธอ
พิมพ์ดาวที่ถูกแก้เชือกโดยลูกน้องคนสนิทของไคล์ที่ลอบเข้ามา ยืนนิ่งอยู่กลางสมรภูมิ ท่ามกลางเสียงะุและคาวเื
เธอจ้องมองแผ่นหลังของผู้ชายที่เพิ่งยอมรับว่าหลอกใช้เธอ... ผู้ชายที่โเี้ที่สุดแต่กลับกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ
เธอมองทางออก... ทางที่เธอจะปลอดภัย แล้วหันกลับมามองไคล์...
“พิมพ์ดาว! หนีไป!” ไคล์ะโอีกครั้งขณะที่เขาโดน อาเธอร์ถีบเข้าที่ยอดอกจนกระเด็นมาล้มลงแทบเท้าเธอ
พิมพ์ดาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความผิดหวังยังคงอยู่ แต่ความจริงที่เห็นตรงหน้ามันชัดเจนยิ่งกว่า เธอตัดสินใจก้มลงคว้ามือของไคล์ที่เปื้อนเืขึ้นมาจับไว้แน่น
“ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น!” พิมพ์ดาวประกาศก้อง
ั์ตาคู่งามฉายแววเด็ดเดี่ยวแบบทนายที่พร้อมจะสู้คดีที่ยากที่สุด
“ถ้าคุณบอกว่ารักฉันจริง... ก็ลุกขึ้นมาพาฉันออกไปจากที่นี่ ไคล์!”
ไคล์ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็เพลิงแห่งชัยชนะ เขากระชับมือเธอไว้แน่นแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“รับทราบครับ... ที่รักของผม”
————
รถสปอร์ตสีดำพุ่งทะยานไปตามถนนที่เงียบสงัด แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางพาดผ่านเข้ามาในรถเป็จังหวะตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น
พิมพ์ดาวมองมือที่ยังสั่นเทาของตัวเองที่ถูกกุมไว้ด้วยมือหนาอันอบอุ่นของไคล์ ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ในโกดังยังไม่จางหายไป ความเงียบภายในรถทำให้เสียงหัวใจของเธอเต้นดังจนรู้สึกได้
"เจ็บตรงไหนไหม" ไคล์ถามย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความกังวล
"ไม่ค่ะ..." พิมพ์ดาวตอบแ่เบาพลางมองไปที่รอยเืบนมือของเขา "แต่คุณ... เืนั่น..."
"ไม่ใช่เืผม" ไคล์ตอบสั้นๆ
ดวงตาคมยังคงจดจ้องไปยังท้องถนนเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง เขาไม่ยอมปล่อยมือเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออกเพียงนิด เธอจะอันตรธานหายไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ พิมพ์ดาวจึงรวบรวมความกล้าพูดขึ้น "คุณ..."
ไคล์นิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเค้นคำพูดออกมา "ผมกลัว… และโกรธตัวเองที่ปล่อยให้คุณตกอยู่ในอันตรายแบบนั้น อีกอย่าง ผมขอโทษ ที่ผมหลอกใช้คุณ”
ไคล์ถอนใจ .. “แต่เื่ที่ผมตกหลุมรักคุณ เป็เื่จริง”
เขากระชับมือเธอแน่นขึ้นอีก "อาเธอร์รู้ดีว่าคุณคือจุดอ่อนเดียวของผม และเขาก็ฉลาดพอที่จะเลือกใช้คุณเพื่อทำลายผม... แต่เขาคงลืมไปอย่างหนึ่ง"
ไคล์หันมาสบตาเธอครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็ความลึกซึ้งที่ทำให้พิมพ์ดาวใจสั่น
"ว่าผมยอมเผาทุกอย่างให้มอดไหม้... ถ้ามันจะทำให้คุณปลอดภัย"
รถเลี้ยวเข้าสู่เขตเพนท์เฮาส์หรูที่ระบบรักษาความปลอดภัยแ่าขึ้นกว่าเดิม พิมพ์ดาวมองเสี้ยวหน้าของชายที่ทั้งเมืองหวาดกลัว แต่กลับอ่อนโยนที่สุดเมื่ออยู่กับเธอ
"คืนนี้คุณต้องอยู่กับผม" ไคล์เอ่ยขณะรถจอดสนิท "ผมจะไม่ปล่อยให้คุณคลาดสายตาอีกแม้แต่วินาทีเดียว"
⸻
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่ความหรูหราที่คุ้นตา แต่บรรยากาศกลับตึงเครียดกว่าทุกวัน ลูกน้องชุดดำเกือบสิบคนที่ยืนประจำจุดต่างๆ ลุกขึ้นยืนตรงทันทีที่เห็นเ้านายพา ว่าที่นายหญิง กลับมาอย่างปลอดภัย
“นายครับ!” วินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงโล่งอก สายตากวาดมองพิมพ์ดาวเพื่อสำรวจความเรียบร้อย
ไคล์ไม่ได้หยุดทักทาย เขาเดินจูงมือพิมพ์ดาวเข้ามาพลางออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
“เพิ่มกำลังการ์ดรอบตึกเป็สองเท่า สั่งสไนเปอร์ประจำจุดดาดฟ้าฝั่งตรงข้ามด้วย ใครแปลกหน้าโผล่มา... จัดการได้ทันทีไม่ต้องรอรายงาน”
“ครับนาย!” วินตอบรับหนักแน่น
ไคล์หันกลับมาหาพิมพ์ดาวที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เขาจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของเธอ
“คืนนี้คุณนอนห้องผม” ไคล์บอกเธอ
“อะไรนะ?!” พิมพ์ดาวอุทานออกมา
ไคล์ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังพูดเื่ดินฟ้าอากาศ
“ห้องนอนผมมีระบบล็อกนิรภัยสองชั้น และหนาพอจะกันแรงะเิได้... มันเป็ที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
พิมพ์ดาวรีบยกมือห้าม และพยายามตั้งสติ
“ฉันนอนห้องเดิมได้ค่ะคุณไคล์ ห้องนั้นก็ปลอดภัยพอแล้ว”
ไคล์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความจริงจัง “คุณเพิ่งถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาผม พิมพ์ดาว...”
เขาเว้นจังหวะพลางก้าวเข้ามาประชิด “และผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณคลาดสายตา หรืออยู่ห่างตัวเกินหนึ่งเอื้อมมือ”
ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมห้องรับแขก พิมพ์ดาวสบตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยปนเผด็จการของเขา แล้วก็รับรู้ทันทีว่าเถียงไปก็รังแต่จะเสียเวลา
สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจ แล้วยอมรับข้อเสนออย่างจำยอม “ก็ได้ค่ะ... แค่คืนนี้นะคะ”
ไคล์ยกยิ้มอย่างพอใจ แล้วผายมือไปทางห้องนอนใหญ่ที่อยู่ลึกที่สุดของเพนท์เฮาส์
“เชิญครับ... ‘ที่รักของผม’”
⸻
ภายในห้องนอนของ ไคล์ วาเลน ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้มและดำ เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหรา
พิมพ์ดาวยืนแข็งทื่ออยู่ที่ประตูห้อง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก
“ยืนนิ่งอยู่ทำไมครับ” เสียงทุ้มต่ำของไคล์ดังขึ้นจากด้านหลัง
เขาเดินผ่านเธอไปอย่างเป็ธรรมชาติพลางถอดนาฬิกาเรือนหรูวางลงบนโต๊ะข้างเตียง
“ฉัน... ฉันรู้สึกแปลกๆ ค่ะ” พิมพ์ดาวตอบตามตรง “นี่มันห้องนอนของคุณ”
ไคล์หยุดชะงัก เขาหมุนตัวกลับมามองเธอ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าที่ดูประหม่าของทนายสาวด้วยความเอ็นดู
“แล้วไงครับ? ห้องนอนผมก็คือห้องนอนคุณ…ในคืนนี้”
เขาก้าวเข้าหาเธอช้าๆ จนพิมพ์ดาวต้องถอยหลัง
“ที่นี่คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ พิมพ์ดาว... และมันจะเป็ที่เดียวที่คุณจะได้เห็นตัวตนจริงๆ ของผม”
เขายื่นมือมาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ “เลิกทำหน้าเหมือนผมจะจับคุณกินได้แล้ว... อย่างน้อยก็ไม่ใช่คืนนี้ หรือตอนที่ตัวคุณยังสั่นอยู่แบบนี้”
ไคล์ผละออกไปหยิบชุดนอนผ้าไหมสีดำส่งให้เธอ “ไปอาบน้ำซะ... ผมเตรียมเครื่องใช้ทุกอย่างไว้ให้ในห้องน้ำแล้ว ส่วนผมนั่งทำงานรออยู่ที่โซฟานี่แหละ จะไม่ไปไหนจนกว่าคุณจะหลับ”
พิมพ์ดาวรับชุดมาอย่างงงๆ ความรู้สึกกลัวในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นที่ประหลาด
หลังจากอาบน้ำเสร็จ พิมพ์ดาวเดินมายืนอยู่ปลายเตียง ไคล์กดไหล่พิมพ์ดาวให้นั่งลงบนเตียง ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาวางข้างตัว
เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไม่ถือตัว มือหนาประคองข้อมือบางที่ขึ้นรอยแดงช้ำจากการถูกมัดขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
ไคล์บรรจงทาแผลที่เป็รอยถลอกจากการถูกเชือกมัด ด้วยสำลีชุบยาทาแผลอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าแรงกดเพียงนิดจะทำให้เธอแตกสลาย
“เจ็บไหม” เขาถามเสียงต่ำ สายตาจดจ่ออยู่กับาแ
“นิดหน่อยค่ะ” พิมพ์ดาวตอบพลางลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของเขา ความใส่ใจที่เขามีให้ทำให้กำแพงในใจของเธอเริ่มสั่นคลอน
ขณะที่ไคล์หันไปเก็บอุปกรณ์ พิมพ์ดาวเหลือบไปเห็นลิ้นชักข้างเตียงที่ถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อย แผ่นกระดาษใบหนึ่งโผล่ออกมาดึงดูดสายตาเธอ ด้วยความสงสัยเธอจึงลองดึงมันออกมาดู...
มันคือรูปถ่ายเก่าๆ เป็ภาพแอบถ่ายตอนที่เธอกำลังยืนยิ้มอยู่หน้าออฟฟิศ ภาพนั้นมีรอยยับจากการถูกหยิบขึ้นมาดูซ้ำๆ หลายครั้ง
“คุณเก็บรูปนี้ไว้ทำไมค่ะ?” พิมพ์ดาวถามเสียงสั่น
ไคล์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตาเธอด้วยแววตามั่นคง
“มันคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผมมีแรงสู้ต่อในวันที่มืดมนที่สุด... คุณคือแสงสว่างเดียวของผม พิมพ์ดาว”
“ดึกแล้ว... นอนเถอะ” ไคล์กระซิบพลางเอนตัวลงนอนและดึงร่างบางให้ล้มตัวลงเคียงข้าง
เขาไม่ได้ล่วงเกินไปมากกว่านั้น แต่กลับรวบตัวเธอเข้ามากอดไว้หลวมๆ “ผมจะอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”
พิมพ์ดาวไม่ปฏิเสธ เธอซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดแกร่งที่เต็มไปด้วยไออุ่น เธอหลับตาลงพร้อมกับความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...