ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ7
มีการกล่าวในหมู่พวกเนิร์ดว่าหาก The Federation of Planet สหพันธ์ดวงดาว แห่งสตาร์เทรกนั้นเน้นการสร้างยานสงครามโดยตรงก็คงจะชนะทุกอาณาจักรที่อยู่รอบข้างได้ไปแล้ว
แต่ก็มีพวกเนิร์ดว่าวิเคราะห์ว่าหากทำอย่างนั้น
สหพันธ์ดวงดาวก็ไม่ใช่สหพันธ์ดวงดาวอีกต่อไป
ว่าเมื่ออยู่สายรักสันติPacifism
ชอบการสำรวจ Exploration
และ
การทูต Diplomacy
ทำให้การแม้กระทั่งผลิตยานรบโดยตรงที่ไม่ใช่เพื่อการสำรวจ
ระดับนายพลก็ยังต้องแอบทำแบบลับๆเป็นโครงการผิดกฎหมายเพราะแนวคิดของประชาชนทั่วไปในสหพันธ์ดวงดาวยอมรับการสร้างยานรบไม่ได้
อาณาจักรต่างๆจะมีคุณลักษณะ Characteristic
ของตนเองอยู่ที่หากเสียไปก็จะไม่ใช่อาณาจักรเดิมที่เคยมีมาอีกต่อไป
ว่าแม้จะแซวว่าสหพันธ์ดวงดาวห้ามการทำสงครามกับการสร้างยานรบหรือห้ามตัดแต่งพันธุกรรม Genetic engineering
แต่แม้จะสามารถคุยได้ว่าจักรวรรดิของผมไม่ได้ห้ามการสร้างยานรบและไม่ห้ามการตัดแต่งพันธุกรรม
แต่การที่มีเวลาทำงานที่น้อยลงประชาชนอยู่อย่างสุขสบายชอบการละเล่นรักสนุก Hedonism
ก็เป็นข้อจำกัดของจักรวรรดิของผมไม่แตกต่างกับสหพันธ์ดวงดาวแต่ประการใด
การทำเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความรักสนุกของประชาชนอาจจะเกิดความไม่สงบขึ้นได้
ซึ่งผมสารภาพตามตรงก็ไม่อยากจะเอาแต้มการเมืองมาใช้เพื่อแก้นิสัยรักสนุกHedonism ของประชาชนออกไปเช่นกัน
เพราะมันคือตัวเพิ่มความสุขอย่างดีเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เพียงแค่สร้างสิ่งบันเทิงต่างๆประชาชนก็จะกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง
คืนความสุขให้ประชาชน
คือนโยบายการเอาตัวรอดของผมตลอดมา
ผมกำลังคิดว่าเราต้องแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินแบบทุกรัฐเคยทำ
หาทรัพยากรมากขึ้น
เอาทรัพยากรมาแก้ปัญหาทุกอย่างที่เราพบเจอเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องแก้ปัญหาที่มีอยู่ในประเทศของเรา
คนธรรมดาจึงเป็นคนที่คุยกันรู้เรื่องและมความเห็นอกเห็นใจแต่ทว่า
ประเทศจะเป็นสัตว์ร้ายที่หิวกระหายอยู่เสมอ
เราอาจจะเป็นคนดีมีคุณธรรม
แต่หากเราขาดแคลนแก๊สหุงต้มในหน้าหนาวหรือราคาอาหารแพงมากขึ้น
เราก็อาจจะสนับสนุนรัฐบาลของเราไปแก้ปัญหาที่ทำให้เราใช้ชีวิตลำบากมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
แต่หากผมทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่าก่อปัญหาไปทั่วอวกาศอาจจะเจออาณาจักรที่แข็งแกร่งกว่าจัดการเข้าสักวัน
Isolationism
รักสันโดษ
ก็เป็นมุกหนึ่งที่ทำให้ผมหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆได้มาตลอดโดยไม่พบกับชาวบ้านเอาเสียเลย
แต่อย่างว่าเราทำได้แค่จะแก้หรือไม่แก้เท่านั้นล่ะ
ผมมองดูแต้มการเมืองประมาณสองพันหายไปจากแต้มการเมืองของผม
Exploration
การสำรวจอวกาศ
ผมยอมแก้การอยู่อย่างสันโดษในที่สุดหลังจากตัดใจไม่ได้มาสักพัก
แต่พอมาเจอกับความรู้สึกประชาชนในระดับล่าง
ผมเริ่มเปลี่ยนใจแล้วว่าเอาประชาชนที่ชอบรักสนุกไปทัวร์อวกาศก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่าที่พวกเขาจะนอนเล่นเกมส์อยู่บนดวงดาวให้พวกเขาไปนอนเล่นเกมส์อยู่ในยานอวกาศแทนละกัน
...
ในวันนั้นประชาชนทั้งจักรวรรดิรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้ามาฟาดทั้งร่าง
จ้องมองไปที่ดวงดาวและรู้สึกว่าน่าค้นหาและไม่หวาดกลัวอีกต่อไปที่จะเดินทางสู่ห้วงอวกาศ