“เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ป.5 แล้วสิ…” เด็กชายพึมพำ พลางเปิดสมุดบันทึกสีซีด ๆ ที่มุมมีรอยพับจากการใช้งานถี่จนขาดความคม
ในนั้นเต็มไปด้วยตัวเลข สีไฮไลต์ แผนงาน ตารางผลักดันกลุ่ม และรายชื่อเพื่อนแต่ละคนพร้อมหน้าที่ประจำตัวอย่างกับบอร์ดประชุมบริษัท
“ฟลุ๊ค: ดูแลบัญชี/แผนรายรับรายจ่ายกลุ่ม”
“เวฟ: ฝ่ายกีฬา/สร้างชื่อเสียงผ่านกิจกรรม”
“ปั้น: ฝ่ายประชาสัมพันธ์/จัดกิจกรรมชั้นเรียน”
“บิ๊ก: ฝ่ายสอดส่องพฤติกรรม/พัฒนานิสัยเพื่อนในกลุ่ม”
“แบค: ฝ่ายการเรียน/ติวเตอร์ประจำกลุ่ม”
ส่วนชื่อของตัวเขาเอง… เขียนไว้ว่า “ประธาน/ผู้ก่อตั้ง/ฝ่ายยุทธศาสตร์/อะไรก็ได้ที่เหลืออยู่”
แทนหัวเราะแ่เบา
ตลอด่เวลาที่เปิดเทอมจนถึงจะจบป.5 กลุ่มลักกี้แมนของเขาเปลี่ยนจากแค่กลุ่มกิจกรรมขี้เล่น มาเป็เหมือนชมรมลับที่ทำกิจกรรมสารพัด ั้แ่เก็บขยะแลกของ พาเพื่อนฝึกกีฬา ส่งตัวแทนประกวดวาดรูป ยันติวเพื่อนก่อนสอบ เด็ก ป.5 หลายคนในกลุ่มเริ่มมีชื่อเสียงในโรงเรียนในฐานะ “นักเรียนต้นแบบ” หรือ “เด็กน้ำดี” ซึ่งฟังดูขัดกับความวุ่นวายของกลุ่มตอนเริ่มก่อตั้งแบบสิ้นเชิง
“เวฟมันก็ใช้ได้แฮะ…” แทนพึมพำขณะพลิกหน้าสมุดไปดูรายงานกิจกรรมกีฬา
ตอนแรกแทนคิดจะลงโทษเวฟหนัก ๆ หลังเล่นพิเรนทร์จนเด็ก ป.3 ร้องไห้ แต่กลายเป็ว่าหลังจากจับเวฟไปฝึกกีฬาอย่างจริงจัง เขากลับกลายเป็นักกีฬาดาวรุ่งในทีมฟุตบอลโรงเรียน ถึงขั้นมีชื่อไปแข่งระดับเขต
“เปลี่ยนคนไม่ได้ แต่เปลี่ยนทิศทางได้…” เขาบ่นกับตัวเองเหมือนกำลังสอนบทเรียนให้อนาคต
ส่วนฟลุ๊คก็ยังคงเป็คนที่ไว้ใจได้ที่สุดของกลุ่ม แม้จะตัวเล็กกว่าเพื่อน แต่ความสามารถในการจัดการเื่เงิน ๆ ทอง ๆ นั้นกินขาด แถมยังเป็คนที่มีสายตาเฉียบคม เวลาใครในกลุ่มเริ่ม “ออกทะเล” ฟลุ๊คจะเป็คนแรกที่เตือน และมักจะพูดแค่ประโยคเดียว…แต่เจ็บจี๊ด
“ถ้าจะเป็ผู้ใหญ่ ก็ต้องคิดให้ไกลกว่าเื่ขนมสิบบาท”
แทนยิ้ม…ฟลุ๊คอาจไม่รู้หรอกว่าคำพูดเล่น ๆ นั้นสะกิดใจเขาแค่ไหน
เื่ที่เขากำลังจริงจังที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่แค่พัฒนาเพื่อน แต่คือ “เป้าหมายบิตคอยน์” ที่เขาขีดเส้นไว้สามเส้นเต็มหน้าสมุด
เงินจากนิยายที่โพสต์บนเว็บพี่ที รายได้จากงานบ้าน และกิจกรรมหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ่ปิดเทอม ตอนนี้รวมกันเกือบถึงเป้าที่ตั้งไว้แล้ว เหลือแค่…
“โน้มน้าวแม่ให้เปิดบัญชี…”
ฟังดูง่าย แต่กับแม่ที่ไม่ชอบเทคโนโลยี และมักจะพูดว่า “เงินในมือถึงแน่กว่าเงินในเว็บ” มันก็เป็ภารกิจระดับบอส
“แต่ถ้าชนะได้ แผนระยะยาวจะเปลี่ยนทั้งชีวิต…”
แทนมองออกนอกหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องเข้ามาในห้องพอดี
⸻
อีกฟากหนึ่ง - โรงเรียนภักดีศรีสุข
เสียงรองเท้ากระแทกพื้นดังปึงปังในห้องเรียน ม.1/3 เด็กชายผอมสูงหน้าตาดุคนหนึ่งโยนกระเป๋าลงกับโต๊ะแรง ๆ
“ไอ้รุ่นพี่มันหาเื่กูอีกแล้ว!”
บอลสบถอย่างหัวร้อน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยถลอกจากการชกต่อยเมื่อวาน
“มึงจะสร้างกลุ่มหรือสร้างศัตรูกันแน่วะ?” เพื่อนคนหนึ่งถามพลางหลบสายตา
บอลนิ่งไป ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ยับยู่ยี่จากกระเป๋า — แผนการตั้ง “ลักกี้แมนสาขามัธยม” ที่แทนให้ไว้ก่อนเปิดเทอม
“เฮ้อ… แม่ง…ลูกพี่ก็ด่าเข้าหัวเลยเมื่อคืน”
“ลองอีกทีวะ รอบนี้ไม่ใช้กำลังแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง
นี่คือจุดเปลี่ยน — บอลเริ่มเข้าใจว่า “การตั้งกลุ่ม” ไม่ใช่แค่เื่ของพวกเยอะ หรือกำลังเยอะอีกต่อไป แต่คือศิลปะของ “การสร้างความเชื่อใจ”
และนั่นคือสิ่งที่แทนทำสำเร็จมาแล้วในระดับประถม
⸻
ปลายวัน — หลังเลิกเรียน
แทนนั่งอยู่ที่สนามหญ้าหลังโรงเรียน รายล้อมด้วยกลุ่มเพื่อน
ฟลุ๊คเปิดสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของกลุ่ม
เวฟกำลังชวนเด็กใหม่เล่นกีฬา
บิ้กกับแบคจัดเวรสอนการบ้านให้เด็ก ป.3
ส่วนปั้น…ยืนแจกใบปลิวโฆษณากิจกรรม “เก็บขยะแลกขนม” ของสัปดาห์หน้า
แทนมองดูภาพทั้งหมดแล้วยิ้ม
“พวกมันเดินเองได้แล้ว…”
เขาหยิบสมุดลายการ์ตูนขึ้นมาอีกครั้ง เขียนหัวข้อใหม่ไว้หน้าบนสุด
“ภารกิจถัดไป: เริ่มขยายเครือข่าย ม.ต้น”
เสียงลมเย็นพัดผ่าน เสียงหัวเราะของเพื่อนข้างหลังยังดังต่อเนื่อง
แต่ในใจของแทน มันเงียบสงบและแน่วแน่
เพราะเขารู้ดีว่า…
ความฝันใหญ่ ๆ ต้องเริ่มจากการทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ดีที่สุดก่อนเสมอ