Chapter 3
ขอจีบหน่อย
ปึง!
เสียงบานประตูถูกผลักไปกระแทกเข้ากับผนังกำแพงห้องอย่างจัง ก่อนที่ทั้งผมและจินไตยจะพากันเข้ามาในคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองด้วยความทุลักทุเล ผมรีบเปลือยท่อนล่างของอีกคนจนล่อนจ้อนเหลือเพียงท่อนบนที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีแดงเืนกแต่ถูกปลดกระดุมออกจนเหลือเพียงไม่กี่เม็ด เนื่องจากเราทั้งคู่ต่างก็ง่วนอยู่กับกิจกรรมที่ทำอยู่ ซึ่งมันติดพันมาั้แ่ตอนอยู่ที่ผับทว่าก็ต้องเสียเวลาไปนั่งฟังไอ้เพื่อนยากเล่าเื่รักแรกพบของมันกับคุณเชฟจนเสียมูสไปเราเลยตัดสินใจกลับมาทำต่อกันที่ห้องเพื่อจะได้ไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะเวลาของผมกับเบบี๋อีก
“บี๋คะ..อืออ บี๋ว่าไอ้โยจะจีบ Pâtissier คนนั้นจริงไหม?” เมียสุดที่รักถามผมเื่ไอ้โย ขณะที่ผมก็กำลังเล้าโลมปลุกความกำหนัดให้ลุกโชน
“ไม่รู้สิคะ..แต่ถ้าเขาชอบมันด้วยก็คงจะดี” ผมตอบ โดยยังคงไล่จูบั้แ่ซอกคอไล่ลงมายังแผงอก แล้วใช้ลิ้นเลียลากลงมายังหน้าท้อง มือเรียวบางขยำเส้นผมบนศีรษะผมช้า ๆ เพื่อบอกว่าอีกคนกำลังรู้สึกดีกับสิ่งที่ผมทำให้ ก่อนที่เ้าตัวจะกระตุกเกร็งเล็กน้อยเมื่อถูกผมโลมเลียที่เอ็นอุ่นสีสวยแล้วจึงรูดขึ้นลงให้เขาอย่างชำนาญ
สวบ! สวบ! สวบ!
“อืออ แต่..ั้แ่ที่ซาร่าตายไป อึก โยมันก็ไม่เคยชอบใครอีกเลยนะ อืมม ค..คนนี้เป็คนแรกในรอบปี โอ๊ย! เสียวอะ! อืออ!” คุณเมียพูดไปก็ครางเสียงกระเส่าไปฝ่ามือของเ้าตัวเริ่มหยุมหัวผมแรงขึ้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเสียวซ่านแบบสุด ผมจึงรีบเร่งฝีปากดูดแท่งร้อนขึ้นลงถี่ ๆ จนไม่นานเมียคนสวยก็กระตุกเกร็งแล้วปล่อยน้ำสีขุ่นแตกใส่ปากผม
“ฮาา บี๋มาพนันกับเค้าไหม? ว่าสองคนนั้นจะลงเอยกันหรือเปล่า?” ผมถอนปากออกพลางเงยหน้าขึ้นแล้วถามเมียตัวเองในเชิงท้าทาย ทำเอาเ้าตัวที่กำลังนอนหงายหอบหายใจถี่ ๆ อยู่ถึงกับต้องผงกหัวขึ้นมาหาผมด้วยความสนใจ
“งั้นเค้าขอพนันว่าสองคนนั้นลงเอยกัน ชัว!” คุณเมียเป็ฝ่ายเปิดคำท้าพนันก่อนเลยแถมยังคิดแบบเดียวกับผมอีก
“อ้าว! งั้นเค้าก็ต้องพนันว่าไม่ได้ลงเอยกันน่ะสิ บี๋อ่าา”
“ช่วยไม่ได้ บี๋ท้าเค้าก่อนทำไมล่ะ?” คุณเมียแสยะยิ้มได้ใจจนผมแอบหมั่นไส้จึงคลืบคลานเข้าไปหาเ้าตัวแล้วกดจูบอันแสนหวานลงบนริมฝีปากอวบอิ่มพลางกระซิบที่ข้างหูเบา ๆ เพื่อยั่วอารมณ์อีกฝ่าย
“งั้นจะเอาอะไรมาเดิมพันดีละ หืม?”
“ถ้าเค้าชนะบี๋ต้องพาเค้าไป Outdoor บนเรือยอชต์ที่มัลดีฟส์ 1 สัปดาห์..เป็ไง?” จินเสนอเงื่อนไขพลางยื่นมือสวยจับเข้ามาที่จับเป้ากางเกงผมแล้วลูบเบา ๆ
“งั้นถ้าเค้าชนะล่ะครับ?” ผมสวนกลับพลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆโดยที่มือก็ปลดกระดุมกางเกงตัวเองออกแล้วงัดเอาเ้าั์ลูกรักคนโปรดสุดหวงที่ผมโคตรจะภาคภูมิใจเพราะมันทำให้เมียคนนี้ติดใจจนถึงขั้นไปเอากับใครไม่ได้อีกมาจนถึงทุกวันนี้ ออกมาสูดอากาศแล้วจับยัดใส่มือเมียคนสวยให้จับแบบเต็มไม้เต็มมือ
“เค้าจะพาบี๋ไป Outdoor ที่เกาะส่วนตัวดีไหมล่ะ แบบไล่แม่บ้านคนขับรถกลับไปให้หมดสักอาทิตย์นึง..เหลือแค่เราสองคน?” เมียสุดสวยเสนอทริปพิเศษที่ดูน่าสนใจมากกว่ามัลดีฟส์เสียอีก โดยขณะที่พูดเ้าตัวก็ทำหน้ายั่วยวนผลักผมลงไปนอนบ้างแล้วโน้มหน้าลงไปหาเ้าั์ จากนั้นก็ใช้ปากดูดลงมายังส่วนหัวค่อย ๆ ดันเข้าไปในคอ โดยที่ตัวเองก็แอ่นสะโพกยั่วผมไปด้วย
“บี๋ขา” ผมเป็ฝ่ายเรียกหาคนเป็เมียด้วยน้ำเสียงกระเส่า
“ขาา” คุณเมียถอนปากจากเ้าั์แล้วขานรับเสียงหวาน
“เราเลิกคุยเื่ของคนอื่น แล้วมาต่อเื่ของเราดีกว่าไหมคะ?” ว่าจบผมก็ผลักร่างเมียสุดที่รักให้เป็ฝ่ายนอนหงายลงไปบนโซฟา ก่อนจะรีบเสื้อผ้าออกจนหมดเหลือเพียงร่างอันเปลือยเปล่า ขณะที่สายตาก็เอาแต่จ้องไปยังร่างยั่วเยของสุดที่รักซึ่งเขากำลังนอนยกแข้งขาอ้าซ่าล่อตาล่อใจผมให้อยากโผเข้าไปแล้วกระแทกเ้าั์ใส่รูคับแน่นนั่นให้เ้าตัวร้องขอชีวิตกันไปเลย
ผมจัดการงัดเ้าั์ฟาดลงไปยังรูสวาทสองสามทีแบบเน้น ๆ ทำเอาคนนอนรอครางอืออาด้วยความเสียดเสียว
“อืออ บี๋ขาาา..เมียไม่ไหวแล้วค่ะ ใส่เข้ามา..อ๊าา!”
สวบ!!
ไม่ต้องบอกก็จัดให้ผมดันเ้าั์ใส่เข้าไปในตัวเมียจนมิดด้ามแล้วจึงกระแทกเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้สัญญาณใด ๆ ทำเอาคุณเมียร้องลั่นพร้อมกับตอดรัดลูกชายผมไม่หยุด
“บี๋คะ ถึงผัวจะเป็อัลฟ่าแต่บี๋ก็ไม่ควรปล่อยกลิ่นออกเยอะขนาดนี้นะ..อยากให้ผัวคลั่งหรือไง หืมม?” ว่าพลางผมก็ขยับสะโพกใส่เ้าตัวไปรัว ๆ ด้วยความมันเขี้ยวจนคนที่นอนอยู่กระเด้งกระดอนไปตามจังหวะที่ถูกกระแทกก่อนที่คุณเมียยื่นมือมาแตะที่หน้าขาผมแล้วลูบไล้ไม่หยุด
“อืออ..แต่บี๋ก็ชอบกลิ่นของ อึก..เมียนี่คะ โอ๊ยทำไมเสียวงี้อ่าา ผัวขาเอาอีก..แบบเมื่อกี้เลย อ๊ะ อ๊ะ” เมียคนสวยบอกให้ผมกระแทกแรง ๆ แบบเมื่อครู่ซึ่งผมก็ไม่เคยขัดใจกลับสนองให้ตามคำขอ
“ชอบสิ อึก..กลิ่นของบี๋..ทำผัวมีอารมณ์ทุกครั้งเลย ซี๊ดด อาา” ผมโต้กลับด้วยคำพูดชื่นชมฟีโรโมนของคนตรงหน้าอย่างคลั่งรัก
สวบ! สวบ! สวบ!
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
ผมรวบขาทั้งสองข้างของจินขึ้นชูไว้กลางอากาศแล้วจึงรัวสะโพกกระแทกเข้าไปแรง ๆ จนอีกคนครางลั่นขนลุกซู่ด้วยความเสียวซ่าน
“บี๋ขา อืออ..เมียขอเปลี่ยนที่ได้ไหม ตรงนี้เบื่อแล้ว อืออ” เมื่อเมียสั่งก็จัดให้ ผมยกร่างของอีกคนขึ้นแล้วขอความเห็นของเ้าตัวโดยเร็ว
“เปลี่ยนเป็ที่ไหนดีคะ?”
“ระ..เบียง ไประเบียงค่ะ ซี๊ดด” ว่าจบผมพาร่างบางไปยังระเบียง ซึ่งมีกระจกกั้นเป็ผนังไว้กันไม่ให้เราสองคนตกลงไปตาย เนื่องจากตรงนี้เป็จุดที่เรามักใช้ทำกิจกรรมร่วมรักค่อนข้างบ่อย และยังเป็มุมโปรดของเมียผมเสียด้วย
“บี๋ขาา เมียขอท่าอุ้มแตงอีกหน่อยได้มั้ยคะ อืออ” คนบนอ้อมกอดร้องขอให้ผมอุ้มเ้าตัวพร้อมกับขยับไปมาระหว่างที่อุ้มเขา
“จัดให้ครับ..จุ๊บ!” ผมตอบรับ แล้วยื่นหน้าเข้ามาจุ๊บที่แก้มคนรักขณะเดียวกันก็ขยับสะโพกสวนเข้าไปในตัวจนอีกคนครางลั่นและกอดผมแน่นไม่ยอมปล่อย
“อูยย บี๋คะ ส..เสียวมากเลย จะไม่ไหวแล้ว เมียจะ..” พอได้ยินแบนนั้นผมจึงพาร่างบางเปลี่ยนไปเกาะที่กำแพงกระจกใสทันทีซึ่งหากมองออกไปจะเห็นว่ามีคนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่พอดี
“อ๊ะ..อืออ เขาจะเห็นเราไหม ซี๊ดด เขาต้องเห็นแน่เลย” สุดที่รักถามด้วยความอยากรู้ โดยที่ช่องทางด้านหลังยังคงตอดรัดเ้าั์รัว ๆ เพราะน่าจะกลัวว่าฝั่งนู้นจะเห็นเข้า หากแต่กระจกที่ผมติดไว้นั้นเป็กระจกที่ป้องกันไม่ให้คนด้านนอก
“ซี๊ดด...ตอนนี้เขากำลังมองเราเอากันอยู่” ผมพูดเพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นให้เมียมีอารมณ์ร่วมมากยิ่งขึ้น
“ร..เหรอคะ มองอยู่สินะ” เ้าตัวตอดรักผมรัว ๆ ทำเอาเ้าั์ปวดหนึบจนต้องรีบสวนกายเข้าไปเพื่อระบายความเสียวทันที
“อ๊ะ บี๋กระแทกเข้ามาเร็วเข้า..อืออ จะแตกแล้ว อ๊ะ..อ๊ะ”
สวบ! สวบ!
พั่บ! พั่บ! ๆๆๆๆๆๆๆ
“บี๋คะ เมียจะแตกแล้ว อ๊ะ..อืออ!!” สุดที่รักครางลั่นขณะที่สายตาก็ยังคงจ้องมองไปยังคอนโดฝั่งนั้น แล้วขยับสะโพกกลมเข้ามาหาผมถี่ ๆ ด้วยความตื่นเต้นรวมถึงผมเองก็เช่นกัน
“อาา ซี๊ดด ขอแตกในนะครับ อืออ” มือผมจับสะโพกกลมไว้แน่น แล้วกระหน่ำแทงสวนซ้ำ ๆ จนในที่สุดเราทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งพร้อม ๆ กันอยู่หลายทีจนคุณเมียพ่นน้ำรักออกไปเลอะแรง ๆ จนเลอะกระจกไปหมด ส่วนผมก็กระแทกพร้อมควงไปมา เพื่อรีดเร้นให้น้ำรักหลั่งเข้าไปในตัวเมียจนมันเอ่อล้นออกมาตามง่ามขา
“คนข้างนอกเขามองไม่เห็นเราหรอกนะที่รัก” ผมว่าพลางจูบเข้า ที่กลางกระหม่อมของอีกคน
“แฮ่ก..แฮ่ก งั้นครั้งหน้าเปิดหน้าต่างเอากันไหม?” สุดที่รักพูดพลางทำเสียงขบขัน
“ไม่เอาดิ เค้าไม่อยากให้ใครมองเมียเค้าหรอกนะ” ผมรีบคัดค้าน อย่างไม่เห็นด้วยเื่อะไรจะให้คนอื่นมาดูเมียผมแก้ผ้าล่ะ
“หึ หวงเหรอคะ..น่ารักจัง จุ๊บ!” เ้าตัวถามกลับแล้วยิ้มหน้าทะเล้น ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมจนผมเสียทรง
“หวงสิเมียทั้งคนนะ”
“ไม่งอนสิ..ฟอด! งั้นเราไปต่อกันที่เตียงดีไหม จะได้ไม่มีใครเห็น” พูดจบจินก็ยื่นมือมาจับที่เ้าั์แล้วจุงผมไปยังเตียงนอนโดยมิวายรูดคลึงไปด้วยจนเ้าั์ชูคอผงาดอีกรอบ หึ! จะไม่ให้หลงไม่ให้หวงได้ยังไงไหวก็เมียผมมันขี้ยั่วแบบนี้อะครับ
“ติ๋มเดี๋ยวไปเช็กความเรียบร้อยตรงนั้นนะ ส่วนกิ๊กไปเช็กสต๊อกหลังร้านให้เรียบร้อยล่ะ”
“ค่ะ/ค่ะ” เช้านี้เป็อีกหนึ่งวันที่ผมสาละวนอยู่กับงานภายในร้าน แต่อีกนัยหนึ่งที่ผมพยายามจัดแจงนั่นนี้มาั้แ่เช้าก็เป็เพราะไม่อยากนึกถึงเื่เมื่อคืนนั่นด้วย
“มึง ๆ พี่ตามไปโดนตัวไหนมาแต่เช้าวะ..เนี่ยให้กูเช็ดโต๊ะเรียงของตรงนี้มาั้แ่เช้าแล้วนะ” ขณะผมกำลังนำเอาขนมออกมาเรียงที่หน้าร้านก็บังเอิญได้ยินลูกน้องคุยกัน จึงรีบก้มตัวลงไปยังหน้าตู้เพื่อไม่ให้เ้าพวกนั้นเห็นเข้า
“กูก็ไม่รู้ว่ะ สงสัยใกล้ฮีทหรือเปล่ามึง?” ลูกน้องอีกคนว่า
“ฮีทบ้านมึงจะอารมณ์แปรปรวนขนาดนี้เหรอ? กูว่านะ..เขาต้องไปโกรธใครมาแหง ๆ” ไปโกรธใครมางั้นเหรอ? ต้องย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อคืนเลยครับ
เมื่อคืนผมกับโยคุยกันอย่างถูกคอเอามาก ๆ เพราะด้วยวัยเดียวกันแถมยังเคยอยู่ฝรั่งเศสมาก่อนเหมือนกันอีก ทำให้ไอ้ข้อสงสัยที่ว่าผมรู้สึกคุ้นหน้าเขาก็กระจ่างลงไปบ้าง เพราะเราอาจเคยเจอกันมาก่อนก็ได้ แต่ในขณะนั้นเองจู่ ๆ โยมันก็ถามอะไรบางอย่างขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘เออตาม..โยถามอะไรหน่อยดิ?’
“ได้นะ..มีอะไรเหรอ?”
‘ตามจำโยไม่ได้จริงๆ เหรอ?’
“….?” จำไม่ได้งั้นเหรอนี่สรุปเราเคยรู้จักกันด้วยสินะ ผมได้แต่เงียบหากแต่พยายามนึกย้อนกลับไปว่าเราเคยเจอกันที่ไหนหรือไม่
ชื่อ โย งั้นเหรอ? และจู่ ๆ ภาพค่ำคืนเมื่อ 1 ปีก่อนก็ย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง ‘ผมวาโยนะ...คุณ?’
และทันใดนั้นเองจู่ ๆ อีกคนก็พูดขึ้นมาว่า..
‘คือ..เมื่อ 1 ปีก่อนที่ผับ Aldéric เราเคยเจอกันน่ะแล้วก็เคย..’
ผมรีบกดตัดสายทันทีพร้อมกับออฟไลน์แอพที่คุยกันก่อนหน้าไปด้วยเลย ‘เมื่อ 1 ปีก่อน...ที่ Aldéric...ชื่อโย...ผมวาโยนะ คุณ?’ ประโยคทั้งหมดถูกนำมาปะติดปะต่อกันในหัว
“เชี่ย! เขาคือวาโยคนนั้นเหรอวะเนี่ย!?” ผมอุทานออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่นี่มันโคตรเหลือจะเชื่อเลย ผมอุตส่าห์คิดว่าเราคงไม่มีวันเจอกันอีกแล้วนะเนี่ยแต่ไหงอยู่ ๆ ถึงเป็ไอ้หมอนี่ไปได้วะ!? แถมเขายังเป็เ้านายของพี่ชินด้วยนี่สิ ตายห่าแล้วกู!!
และเมื่อคืนเื่นั้นก็เล่นซะผมไม่ได้นอนทั้งคืนมารู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้วเลยตัดสินใจออกมาเปิดร้านเสียเลย นี่ก็คงเป็สาเหตุที่ผมจู้จี้ใส่น้อง ๆ มันจนโดนไอ้พวกนี้บ่นแบบนี้สินะ
กริ่ง!
“ยินดีต้อนรับครับคุณ..” พอได้ยินเสียงกริ่งที่ผมก็รีบผุดลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมต้อนรับคุณลูกค้าที่มาเยือนทันที แต่กลับต้องชะงักเมื่อคุณลูกค้าที่ว่าดันเป็ โย หรือ ไอ้คุณวาโยของพี่ชินและเป็ตัวต้นเื่ที่ทำให้ผมไม่ได้นอนอีกด้วย
“สรุปว่าจำได้แล้วใช่ไหม?” ร่างสูงเดินมาหาผมถึงเคาน์เตอร์พร้อมกับถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ผมพยายามตั้งสติและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ใจจริงอยากจะเข้าไปจิกหัวไอ้คุณลูกค้านี่มาแล้วตวาดใส่มันไปเลย
‘หุบปากเดี๋ยวนี้นะ ไอ้แว่น!’
เพราะเอาจริงผมก็พอจะเดาได้ว่าทำไมผมจึงนึกไม่ออกว่าเคยเห็นหน้าไอ้บ้านี้ที่ไหน เพราะมันดันใส่แว่นแถมหน้าตาดูสะอาดสะอ้านผิดกลับคืนนั้นที่เ้าตัวดูโทรมกว่านี้เยอะมาก
“ค..คุณลูกค้า้าสั่งเมนูอะไรครับ?” ผมถามหาเมนูจากอีกคนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักไม่มั่นใจ
“งั้นเอาอเมริกาโนร้อนแล้วกัน” ไอ้แว่นสั่งเครื่องดื่มพลางทำหน้ายิ้มกวนประสาท และก็มิวายยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบใส่ผมเบา ๆ โดยอ่านรูปปากออกได้ว่า “จำได้ใช่ป่ะ?”
ก่อนที่ครู่หนึ่งเ้าตัวจะยอมถอยแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะไม่ใกล้ไม่ไกลจากผมนัก เนื่องจากมีพนักงานคนอื่นกำลังเดินมาพอดี
ตุบ!
“160 บาทครับคุณลูกค้า” ผมรีบเอาเครื่องดื่มไปให้อีกคนที่โต๊ะทันที เพราะหมายอยากจะคุยเื่เมื่อคืนกับเขาให้เข้าใจ
“นี่สรุปจำกันได้จริง ๆ สินะ หึ” คนตรงหน้าเอ่ยทักพร้อมส่งยิ้มแสนจะเ้าเล่ห์มาให้
“มึง้าอะไร?” ผมนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามพลางมองซ้ายขวาแล้วรีบเข้าประเด็น
“โห! ขึ้นมึงกูเลยดิ พูดไม่เพราะเลยนะ” มันยังคงทำท่ากวนประสาท จนผมเริ่มหมดความอดทนเลยพูดตะคอกใส่อีกฝ่ายโดยพยายามไม่ให้เสียงดังจนคนอื่นได้ยิน
“สรุปมึง้าอะไร พูด!”
“ขอจีบหน่อย”
“ฮ..ฮะ?”
“ก็บอกว่าขอจีบไง” หมดคำจะพูดไอ้เราก็นึกว่าแม่งจะมาหาเื่แบล็กเมล์อะไรหรือเปล่า แต่..มาขอจีบเนี่ยนะ!?
เ้าตัวพูดจบก็ส่งยิ้มมาให้ผมพลางยื่นบัตรเครดิตมา ก่อนที่ผมจะรับมันมาแล้วรีบลุกไปจากเก้าอี้ เพื่อส่งบัตรนั่นให้ลูกน้องคิดเงินแทน
ติ่ง!
‘ไม่ตอบถือว่าอนุญาตแล้วนะ’ พอได้เห็นข้อความผมก็รีบกดเข้าไปยังตั้งค่าเพื่อเตรียมจะบล็อกไอ้หมอนี่อย่างไว หากแต่..
ติ่ง!
‘ถ้าบล็อก เื่ที่เราเคยมีซัมติงกัน..ถึงหูเตชินแน่’ ไอ้บ้านี่มันกล้าส่งข้อความมาขู่กันแบบนี้เลยเหรอ!? ผมตวัดสายตามองค้อนอีกคนด้วยความโกรธจัด แม่งเอ๊ย! ไอ้บ้าโย!!!!
“ถ้าแค่ติดใจก็นัดมาเลย!! อยากทำที่ไหน พูด!!” ผมรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเร็วจี๋ ด้วยเพราะไม่คิดว่าคนอย่างไอ้หมอนี่ จะมาคิดจริงจังอะไรด้วย มันก็คงแค่อยากจะมีอะไรผมอีกก็แค่นั้นแหละ
‘งั้นคืนนี้เลยเป็ไง..ส่วนสถานที่เดี๋ยวเย็นนี้มารับ โอเค๊?’
หึ! เห็นไหมล่ะไอ้บ้านี้มันก็หวังแค่เซ็กส์จากผมก็เท่านั้นจริง ๆ ว่าแล้วผมจึงส่งสติ๊กเกอร์ชูนิ้วโป้งไปให้ แล้วกดปิดมือถือเพื่อกลับไปทำงานต่ออย่างอารมณ์เสีย แม่ง! เจอเื่บ้าบอแต่เช้าเลยวุ้ย!! ฮึ่ย!
ติ่ง!
แต่แล้วผมก็ต้องหยิบมือถือออกมาดูอีกครั้งเมื่อมันมีแจ้งเตือนเข้ามารบกวนใจ
‘ส่งสติ๊กเกอร์มาแบบนี้แปลว่าตกลงนะ งั้นเย็นนี้เจอกันครับ’
“รีบ ๆ ไปได้แล้วไป!! คนจะทำงานโว้ย!” ผมส่งข้อความไล่ทิ้งท้ายก่อนจะโยนมือถือตัวเองใส่ลิ้นชักไปเพราะไม่อยากเห็นมันอีก
*****
ดิ๊งด่อง! ดิ๊งด่อง! ดิ๊งด่อง! ดิ๊งด่อง! ดิ๊งด่อง! ดิ๊งด่อง!
เสียงออดดังรัว ๆ มาจากทางหน้าบ้านทำเอาผมที่กำลังนั่งปั่นงานใน่วันหยุดต้องรีบวิ่งออกมาดู เพราะเกรงว่าชาวบ้านแถวนั้นจะออกมาแหกผมเสียก่อน
“ใครสั่งใครสอนให้มากดออดเรียกชาวบ้านเขาแบบนี้วะ ฮะ?” ผมะโถามไปยังคนที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยความหงุดหงิด ซึ่งคนที่มาก็ไม่ใช้ใครเป็ไอ้เด็กเปอร์ลูกน้องไอ้ตามนั่นเอง
“ก็เรียกตั้งนาน..ไม่ออกมาเองนี่ ชิ!” ครับผมกับไอ้เด็กนี่ไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไร ในตอนแรกที่รู้จักกันมันก็ดูเป็เด็กดีน่ามีสัมมาคารวะอยู่หรอก แต่พอรู้ว่าผมเป็ ‘เบต้า’ ท่าทีที่มีต่อผมก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังเท้าเลยฮะคงถือตัวว่าตัวเองเป็ ‘อัลฟ่า’ เลยไม่อยากข้องแวะกับคนอย่างผมสินะ
“Spatula ที่พี่ตามเพิ่งซื้อมาอยู่ไหน?” ไอ้เด็กบ้านี่พอเข้ามาในบ้านก็ถามนั่นนี่โดยไม่เดินมาหาด้วยตัวเองเลยสักนิด ผมจึงทำเป็ตีมึนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตามเดิมปล่อยให้มันยืนบื่ออยู่อย่างนั้นแหละ
“เฮ้ยลุง!! Spatula อยู่ไหน!?” ไอ้เปอร์ขึ้นเสียงถามผมอีกครั้งด้วยความไม่พอใจที่ถูกเมินใส่ ทำเอาเสียงในหัวของผมลั่นดัง เปรี๊ยะ! เพราะความอดทนของผมนั้นมีจำกัด
“มึงหาเอาดิวะ..มายืนถามกูคงเจอมั้ง!”
“ก็แล้วมันอยู่ไหนล่ะจะได้ไปหาถูก!” ไอ้เด็กนี่ยังคงถามต่อโดยใช้น้ำเสียงไม่น่าฟัง ผมที่พยายามสะกดอารมณ์ตัวเองเอาไว้ต้องหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วจึงพูดออกไปอย่างใจเย็นที่สุด
“อยู่แถว ๆ ครัวนั่นแหละ..หาเอาดิวะ”
“หึ! ไอ้เบต้าแล้งน้ำใจ ชิ!” โอ้โห! พอได้ยินแบบนี้ผมนี่ขึ้นเลยครับ ไม่คิดว่าไอ้เด็กนี่จะปากเสียไม่มีมารยาทได้ขนาดนี้
‘อดทนไว้ชิน..มันยังเด็ก ๆ’ ผมได้ท่องคำนี้อยู่ในใจแล้วหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อ แต่จนแล้วจนรอดเสียงกุกกักที่ไอ้เด็กนั่นหาของอยู่ก็ดังมารบกวนการทำงานของผมอยู่ดี และเมื่อหันไปดูก็พบว่าเ้าเด็กนั่นพยายามเอื้อมเพื่อจะหยิบกล่อง ซึ่งก็น่าจะเป็ของที่ตามให้มาเอาแต่ด้วยเพราะมันอยู่สูงเกินไปทำให้ไอ้เด็กเปอร์เอื้อมมือไปไม่ถึง ผมจึงต้องเป็ฝ่ายเดินไปที่ด้านหลังเพื่อจัดการหยิบกล่องนั้นให้มันแทน ซึ่งเหมือนพอไอ้เด็กนี่รู้ตัวก็ถึงกับรีบหมุนตัวหันมาทางผมทันที ทำให้สายตาของเราจะประสานเข้าหากันด้วยความบังเอิญแล้วก็เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ผมหยุดจ้องมองแววตาคู่นั้นราวกับต้องมนต์สะกด
ป๊อก!
“อะ..ไอ้แคระ” แล้วก็เป็ผมที่ดึงสติกลับมาได้ก่อน จึงเอากล่องที่อยู่ในมือเคาะหัวเ้าเด็กนั้นไปเบา ๆ พร้อมกับตั้งฉายาอันไพเราะให้ไอ้ตัวแสบมันเจ็บใจเล่น
“แคระแล้วมันหนักหัวใครไม่ทราบวะ!? ลุง!! แล้วนี่ก็ไม่ได้ขอให้มาช่วยให้ซะหน่อย โต๊ะเก้าอี้ก็มีเยอะแยะไม่จำเป็ต้องให้เบต้าอย่างลุงมาช่วยหรอ...อืออ” ด้วยความที่มือผมยังถือกล่อง Spatula อะไรนี่อยู่เลยยื่นหน้าไปหาไอ้เด็กนั่นแล้วใช้ปากตัวเองปิดปากคนตรงหน้าเพื่อให้เ้าตัวเงียบเสียงลงหากแต่ไอ้เ้าเด็กนี่กลับดูใเอามาก ๆ นี่คงเป็จูบแรกของไอ้เด็กนี่สินะแถมมันยังทำใได้หน้าตลกเอาเื่ ผมยัดกล่องใส่มือให้ไปแล้วผละออกพลางเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานที่เดิม
“อ..ไอ้!” ไอ้เด็กปากดีตั้งท่าเตรียมจะด่าผมอีกยก
“อยากโดนอีกก็ด่าสิ” ผมหันไปสวนทำเอาคำด่าที่อีกคนกำลังจะพูดถูกกลืนลงคอหายไปในที่สุด จากนั้นเ้าตัวก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากบ้านไปทันทีน่าจะหงุดหงิดน่าดู
โปรดติดตามตอนต่อไป..
______________________________
* Pâtissier แปลว่า นักทำขนม หรือเชฟขนม มักอ่านออกเสียงว่า ปาตีซีเย หรือปาตีซีเย่
* Spatula คือ ใช้สำหรับปาดครีมบนหน้าเค้กให้เรียบ หรือใช้สำหรับแซะเบเกอรี่และยกเนื้อเค้ก มีทั้งแบบตรง และแบบงอ มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ตามความถนัดของผู้ใช้งาน