ภายในใจของซวี่หงเฟยปั่นป่วนอย่างรุนแรง และยากที่จะสงบลงอยู่นาน
ั้แ่เด็กๆเขาก็แสดงพร์ด้านการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพที่แข็งแกร่งมากออกมานี่ก็ทำให้เขาแสวงหาผลงานด้านนั้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แค่มีผลงานที่มีชื่อเสียงมากจำหน่าย เขาก็จะไปดูให้ละเอียด
ั้แ่เล็กจนโตผลงานการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพที่เขาดูมามีนับไม่ถ้วน แต่ในจำนวนนั้น สิ่งที่ทำให้หลงใหลที่สุดคือภาพวาดของถังป๋อหู่
นี่คือปรมาจารย์ด้านการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพที่มีพร์ สง่างาม เปิดกว้าง ฉลาด และยากที่จะควบคุมท่านหนึ่ง มีรูปแบบที่หลากหลายและมีชีวิตชีวา งดงามและโดดเด่นม้านับพันก็ล้วนตามไม่ทัน ภาคภูมิใจในการอ่านตำรามามากมายคือคนสำคัญในอัจฉริยะทั้งสี่ของเจียงหนานในเวลานั้น
ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิตรงหน้านี้ คือผลงานตัวแทนของภาพวาดหมึกรูปคนหรือก็คือผลงานข้ามสมัยที่เป็ที่ยอมรับโดยทั่วกันของวงการการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพ
ผลงานภาพวาดนี้เฟื่องฟูไปด้วยการเปลี่ยนแปลงแฝงด้วยความน่าสนใจ วิธีการวาดควบกับการเขียน เค้าโครงของบุคคลการลงสีของทะเลสาบก้อนหินช่างชำนาญมาก คล่องแคล่วและงามสง่า
ถังป๋อหู่พรรณนารูปบุคคลด้วยฝีปลายพู่กันที่นุ่มนวลอย่างอิสรเสรีการจัดการกับลวดลายเสื้อผ้าของผู้หญิงในภาพ ต่างจากลายเส้นที่เล็กอ่อนโยนและยาวแบบที่คนสมัยก่อนชอบใช้แต่จะใช้เส้นเล็กๆ ที่คดงอ แต่ดูราบรื่น เพื่อแสดงถึงการห้อยตกลงมาของชุดกระโปรงจนกระทั่งถึงเท้าจึงตวัดขึ้นเล็กน้อย เพื่อแสดงถึงอารมณ์ที่งามลออ และครุ่นคิดอย่างจดจ่อของบุคคล
ทั้งภาพใช้แค่การวาดภาพสีหมึกย้อมผ้ารัดเอวด้วยหมึกอ่อน ผ้ารัดเอวพลิ้วไหวเล็กน้อย ที่วาดออกมาก็คือ่เวลาที่ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย
เส้นงอคู่ของต้นไผ่ใช้อย่างพอเหมาะพอดีประกอบเป็อารมณ์ที่ดูมีชีวิต และปรากฏความอุดมสมบูรณ์ของสีกับเงา
ทั้งภาพดูมีชีวิต เปี่ยมไปด้วยสุนทรียะ เมื่อเห็นแล้วก็ทำให้รู้สึกหวั่นไหว
ยิ่งมองภาพนี้ก็ยิ่งเห็นว่าความสามารถในการวาดภาพบุคคลของถังป๋อหู่นั้นลึกซึ้งแค่ไหน
ซวี่หงเฟยสูดหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองซูฮ่าวในสายตาที่ตื่นตระหนกนั้นแสดงคำขอโทษออกมา
“สหาย ผมตาไม่ถึงเอง ภาพนี้คือลายมือแท้ของถังป๋อหู่จริงๆ !”
“ว้าว!”
เมื่อคำพูดนี้สิ้นเสียง ผู้คนโดยรอบต่างเผยสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา
“อะไรนะ? คิดไม่ถึงว่าจะเป็ลายมือแท้ของถังป๋อหู่จริงๆ ”
“เป็ไปไม่ได้นักวิชาการเคยวิเคราะห์ว่า ลายมือแท้ของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิสูญหายไปกับประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้วนี่”
“ซวี่หงเฟยเป็คนอย่างไร นายยังไม่รู้อีกหรือ? แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่เคยพูดโกหกกับเื่ของการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพอีกอย่างคำพูดของนักวิชาการเชื่อได้มากหรืออย่างไร?”
“คิดไม่ถึงว่าซวี่หงเฟยจะมี่ที่มองพลาดเหมือนกัน แต่นี่ไม่ใช่จุดสำคัญจุดสำคัญคือเมื่อหนึ่งปีก่อนเคยประมูลภาพลายมือแท้ต้นไม้ฤดูใบไม้ผลิน้ำค้างฤดูใบไม้ร่วง เวลานั้นถูกบ้านซูของมณฑลจินหลิงประมูลไปราคาเหมือนจะสี่ร้อยล้าน แต่ภาพลายมือแท้พัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิตรงหน้านี้เทียบกับภาพต้นไม้ฤดูใบไม้ผลิน้ำค้างฤดูใบไม้ร่วงแล้วไม่ต่างกันราคาต่ำสุดอย่างน้อยก็น่าจะสามร้อยล้านขึ้นไป”
“พระเ้าช่วยสามร้อยล้าน? เ้าเด็กคนนี้ใช้เงินแค่ห้าพันหยวนซื้อภาพนี้มาได้กำไรมหาศาลชัดๆ !”
………………..
ทุกคนต่างใช้สายตาอิจฉาร้อนแรงมองไปที่ซูฮ่าว
ห้าพันหยวนแลกสามร้อยล้านเื่แบบนี้เกรงว่าคงจะมีแค่ในฝันล่ะมั้ง?
เถ้าแก่ร้านมีใบหน้าบูดบึ้งดูเสียใจเป็อย่างยิ่ง
หากเมื่อครู่เขาซื้อภาพนี้ก็จะได้เงินมาสามร้อยล้านอย่างเป็ประวัติการณ์ถึงเวลานั้นก็ไปได้ทั่วทุกที่อย่างอิสระ
แต่เขากลับคิดว่านี่คือของปลอมก็เลยมอบสามร้อยล้านนี้ให้ซูฮ่าวกับมือ
ในวินาทีนั้นเขาอยากจะตายจริงๆ
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆมองซูฮ่าวอย่างตื่นตระหนก ภายในใจเกิดคลื่นโหมซัดสาด
เขาแค่รู้สึกเหลือเชื่อเป็อย่างยิ่งซูฮ่าวในความทรงจำกลับไม่แสดงพร์ด้านการตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าใดๆ ออกมา อีกด้านหนึ่ง ความรู้สึกที่ซูฮ่าวมีให้เขาส่วนใหญ่ก็เป็คุณชายเสเพลที่มั่วอยู่ในสถานบันเทิงกลางคืนและไม่มีอันจะทำอะไร
แต่คนแบบนี้กลับมีดวงตาอันเฉียบแหลม แยกแยะไข่มุกได้ ไม่เพียงแต่ล้มข้อสรุปในการตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าของซวี่หงเฟยได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิลายมือแท้กลับมาปรากฏอีกครั้งด้วย
นี่ใช่ซูฮ่าวที่เขารู้จักหรือเปล่า?
ซูฮ่าวเห็นสีหน้าของผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆ เื่นี้เขาไม่อยากพูดอะไรมาก แต่กลับมองไปที่ซวี่หงเฟยแทน “ประธานซวี่สนใจจะซื้อภาพนี้ไหม?”
ภาพนี้ต้องขายแน่นอน แต่หากส่งต่อให้งานประมูล ก็ยังมีค่าทำการ อีกอย่างต้องโฆษณาอย่างน้อยสองสามวัน มันค่อนข้างนานเกินไป
หากขายให้ซวี่หงเฟยโดยตรงได้ก็เลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็ โดยเฉพาะเขาเชื่อว่าคนที่รู้เื่ภาพอย่างซวี่หงเฟย ราคาที่ให้ก็ไม่น้อยไปกว่างานประมูลแน่นอน
“ได้ ได้ได้!” เดิมทีซวี่หงเฟยอยากจะเจรจาสิทธิในการขายภาพกับซูฮ่าวสักหน่อยแต่พอได้ยินว่าซูฮ่าวมีเจตนาที่อยากจะขายภาพนี้ให้เขา เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ไม่รู้ว่าสหายจะตั้งราคาเท่าไร?”
ซูฮ่าวยังไม่สรุปแต่กลับฉีกยิ้มเล็กน้อย “ส่วนเื่ราคาให้ประธานซวี่เป็คนกำหนดเองเลย ผมคิดว่าในฐานะคนที่รักภาพวาดอย่างคุณ ก็น่าจะให้ราคาที่ยุติธรรมต่อภาพนี้อย่างแน่นอน”
เจิงจื่อโหยวที่อยู่ข้างๆแอบพยักหน้าในใจ คำพูดนี้ของซูฮ่าวดูเหมือนจะให้ซวี่หงเฟยเสนอราคาแต่กลับเป็การบอกซวี่หงเฟยว่า หาก้าซื้อภาพนี้ แล้วให้ราคาต่ำเกินไป เขาก็ไม่ตกลง
แน่นอนว่าซวี่หงเฟยก็เข้าใจความหมายในคำพูดของซูฮ่าวเช่นกัน เขาเงียบไปสักพัก ก่อนตัดสินใจว่า “ลายมือแท้ของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิหาได้ยากหากได้พบเห็นก็ถือว่าเป็โชคดีอย่างหนึ่ง หากสหายยอมขายภาพให้ฉันก็ยิ่งเป็เกียรติอย่างยิ่ง ไม่พูดมากแล้วกัน ฉันยินดีให้ราคาห้าร้อยล้านสำหรับภาพนี้”
“ซี้ด!”เมื่อได้ยินราคาที่ซวี่หงเฟยเสนอมาแล้วผู้คนที่อยู่โดยรอบอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า
ห้าร้อยล้าน?
ราคานี้มันสูงเสียดฟ้าชัดๆ !
แม้แต่เจิงจื่อโหยวก็ตัวสั่นเดิมทีคิดว่าซวี่หงเฟยจะเสนอราคาอยู่ระหว่างสามถึงสี่ร้อยล้าน แต่คิดไม่ถึงว่าจะให้ถึงห้าร้อยล้าน
ดูท่าแล้ว เขาคงประเมินค่าลายมือแท้ของถังป๋อหู่ที่อยู่ในใจของซวี่หงเฟยต่ำไปแล้ว
ซูฮ่าวก็อึ้งจนพูดไม่ออกเขาคิดว่าภาพนี้อย่างมากก็แค่สามร้อยล้าน แต่คิดไม่ถึงว่าจะได้ราคาถึงห้าร้อยล้าน
“สหายราคานี้พอใจไหม?” ซวี่หงเฟยเห็นซูฮ่าวไม่พูด ก็รู้สึกไม่สบายใจ
เขากลัวซูฮ่าวจะคิดว่าราคาต่ำไป ดังนั้นจึงเสนอให้สูงมาก หากห้าร้อยล้านยังทำให้ซูฮ่าวหวั่นไหวไม่ได้เขาก็ต้องชั่งใจสักหน่อย
ลายมือแท้ถึงแม้หายากมากแต่หากเกินขอบเขตเสนอราคาของนักธุรกิจ ก็ต้องไตร่ตรองให้ดี
“ผมพอใจมากครับ” ซูฮ่าวฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดอีกว่า “ก็เหมือนกับคำที่ว่าม้าพันธุ์ดีได้พบกับคนคัดม้าการประดิษฐ์อักษรและวาดภาพก็เป็เช่นนี้ ภาพนี้ได้ไปอยู่ในมือของคุณก็เท่ากับว่าได้พบคนที่ชื่นชมมันจริงๆ แล้ว และเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับภาพนี้เช่นกัน”
“ฮ่า ฮ่าฮ่า สหายชมเกินไปแล้ว” ซวี่หงเฟยหัวเราะเสียงดังและหยิบเช็คสั่งจ่ายที่ระบุชื่อผู้รับเงินออกมาจากในอ้อมอกหนึ่งใบ
“ไม่ทราบว่าสหายชื่ออะไร?”
“ซูฮ่าว!”
“ซูฮ่าว? คู่หมั้นของไป๋เหวินหลิงประธานบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว?” ซวี่หงเฟยหยุดชะงัก และมองตอบด้วยสีหน้าแปลกประหลาด สายตานั้นมีแต่ความประหลาดใจ
เขาได้ยินว่าซูฮ่าวคู่หมั้นของไป๋เหวินหลิง คือเศรษฐีรุ่นที่สองคนหนึ่งที่เอ้อระเหยลอยชาย และสำมะเลเทเมาไปวันๆ ซึ่งเป็คุณชายเสเพลอย่างแท้จริง
แต่ซูฮ่าวตรงหน้านี้ไม่ว่าจะเป็ท่าทาง หรือภาพลักษณ์ล้วนไม่เหมือนกับที่เล่าลือกันมาเลย
ซูฮ่าววางตัวดี “ใช่ครับคิดไม่ถึงว่าคุณจะรู้จักผม ช่างเป็เกียรติจริงๆ ”
“เคยได้ยินข่าวลือของคุณซูมาบ้างแต่ตอนนี้ดูแล้ว คงเชื่อข่าวลือไม่ได้จริงๆ ” ซวี่หงเฟยหัวเราะเบาๆ
ดังคำที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เขาเป็คนค่อนข้างมีเหตุผลและจะไม่ประเมินค่าของคนต่ำเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของคนอื่น
ยิ่งไปกว่านั้นซูฮ่าวตรงหน้านี้เป็คนมีมารยาทสุภาพเรียบร้อย จะเหมือนพวกเศรษฐีรุ่นสองที่นิสัยเสียได้อย่างไร?
หลังจากสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัว ก็เขียนจำนวนเงินกับชื่อของซูฮ่าวลงบนเช็คสั่งจ่ายที่ระบุชื่อผู้รับเงิน ก่อนมอบให้กับซูฮ่าว
คนที่มุงดูเห็นเหตุการณ์นี้ต่างอิจฉาเสียใจหากพวกเขามองทุกอย่างเช่นนี้ออกั้แ่แรก ก็อาจจะเหมือนกับซูฮ่าว ที่แค่ขยับมือเล็กน้อยก็ได้เงินห้าร้อยล้านแล้ว
ใบหน้าของเถ้าแก่ร้านเขียวคล้ำ ก่อนจะตบหน้าตนเองไม่หยุด
หากให้โอกาสเขาอีกสักครั้งต่อให้ล้มละลาย เขาก็จะซื้อภาพนี้ไว้
น่าเสียดายบนโลกใบนี้ไม่มียาแก้เสียใจให้ทาน
ซูฮ่าวได้เช็คมาก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแล้ว
เงินทุนห้าร้อยล้าน พอที่จะให้ไป๋เหวินหลิงหมุนเวียนในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
หลังจากคิดๆ ดูแล้ว เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจ หากเป็เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้ระบบเสแสร้งเขาก็ไม่กล้าจินตนาการแน่นอนว่าตนเองจะมีความสามารถในการหาเงินอย่างนี้ได้
แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันง่ายดายไปหมด กระทั่งรู้สึกว่าไม่มีความรู้สึกที่ตื่นเต้นแม้แต่น้อย
เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าระบบเสแสร้งเงินทองคือเื่ที่ง่ายเหมือนแค่ชูมือขึ้นก็ได้แล้ว
“ติ๊งต่องยินดีด้วยโฮสต์ที่ได้เสแสร้งว่ามองออก แต่ไม่พูดออกมา รางวัลคือแต้มเสแสร้งสี่สิบแต้ม ps : ดอกพุดตานที่ผุดขึ้นมาจากน้ำใสสะอาด การโอ้อวดเสแสร้งแต่ละอย่างนั้นต่างกัน อันหนทางนั้นยาวไกล มิสู้พวกเราไปเสแสร้งการเสแสร้งคือความสามารถอย่างหนึ่ง จะละทิ้งง่ายๆ ไม่ได้ ตอนที่คุณพลาดการเสแสร้ง คุณก็จะพลาดชีวิตไป หวังว่าตอนที่โฮสต์เสแสร้งจะเคลื่อนไหวเหมือนกระต่ายนิ่งเหมือนหมูตาย และยิ่งเสแสร้งสูงขึ้น ถึงจะสามารถเสแสร้งได้ไกลยิ่งขึ้น!”
“ระบบการศึกษาภาคบังคับเก้าปีเหมือนกันแต่ทำไมโฮสต์เยี่ยมยอดอย่างนี้ หรือว่าที่ฉันรับคือหน้าที่ แต่ที่โฮสต์รับคือการศึกษา?”
“บ้านเกิดของฉันเฮ้อ ก็อยู่ที่หมู่บ้านนี้ฉันคือคนที่เกิดและโตในหมู่บ้านนี้~”
ซูฮ่าว “ … ”
เฮ้ มียาแก้ไข 999 หรือเปล่า? ที่นี่มีระบบไข้ขึ้น (กวนโอ๊ย) แล้ว!
ซูฮ่าวไม่สนใจระบบที่ป่วยหนักเกินเยียวยา หลังเก็บเช็คแล้ว เขาจึงหันไปมองเจิงจื่อโหยว ยักคิ้วให้พร้อมกล่าวว่า “จื่อโหยวฉันบอกแล้วไงว่านี่คือลายมือแท้นายยังไม่เชื่ออีก”
“นายก็โชคดีไม่เบา” เจิงจื่อโหยวแบมือเพื่อใช้ปกปิดอาการเคอะเขิน
“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่พูดตามตรงนะ หากเมื่อกี้ฉันดันไปเชื่อคำพูดของนาย แล้วไม่ซื้อภาพนี้ ฉันคงขาดทุนแย่แล้วจริงๆ ”
“เอ่อ… เป็คนต้องมีความคิดเป็ของตนเองอย่าเอาแต่ฟังความคิดเห็นของคนอื่น คำพูดของฉันก็แค่แนะนำนาย ก็ใช่ว่าจะถูกต้องทั้งหมด” เจิงจื่อโหยวไอเล็กน้อย และหัวเราะออกมาอย่างเขินอาย
“ไม่พูดเื่นี้แล้วไหนๆ นายก็ได้เงินมาห้าร้อยล้านแล้วควรจะเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่ฉันสักมื้อไหม?”
“ได้ ได้ได้ ตอนเย็นทานข้าวกัน” ซูฮ่าวไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี
เมื่อเห็นเช่นนั้น เจิงจื่อโหยวก็ไอแห้งกลั้วหัวเราะด้วยสีหน้าพอใจ
“จริงสิ ทำไมนายถึงมาที่นี่ล่ะ?” ซูฮ่าวเหมือนจะคิดอะไรออกแล้วก็เลยถาม
ด้วยนิสัยของเจิงจื่อโหยวหาก้ามาหาของในตลาดของลายคราม ไม่มีทางมาคนเดียวแน่
“่นี้ธุรกิจร้านหยกของพ่อฉันไม่ค่อยดีวันนี้ตลาดของลายครามจะจัดงานการค้าหินหยกฉันเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินมาหนึ่งท่านแล้ว อยากให้เขาพนันหินให้ฉันเปิดหยกดีๆ ออกมาสักสองสามชิ้น เพื่อใช้มันเปิดธุรกิจของร้านหยก” เจิงจื่อโหยวหยิบบุหรี่ออกมาจากในกระเป๋าหนึ่งซอง ดึงออกมาหนึ่งมวนพร้อมจุดบุหรี่ไปด้วยและพูดอธิบาย
จากการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนยุคสมัยพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับเศรษฐกิจของประชากรโดยรอบก็ยกระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากเริ่มแสวงหาปัจจัยในการใช้ชีวิตที่สูงขึ้นเครื่องประดับหยกจึงกลายเป็ตัวเลือกแรกของลูกหลานคนรวยบางคน
เพราะเหตุนี้ร้านเครื่องประดับจึงเกิดเหตุการณ์ที่สินค้าไม่เพียงพอต่อความ้าของตลาดเนื่องด้วยแหล่งสินค้าหยกไม่พอ บวกกับยอดขายสองสามเดือนนี้ลดลงมาก แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
เพื่อกู้สถานการณ์วันนี้เขาก็เลยใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงของฉวนโจวมาช่วยพนันหินเป้าหมายก็เพื่อได้แหล่งสินค้าหยกที่มีระดับจำนวนหนึ่ง และนำไปช่วยยอดขายที่ลดลง
“พนันหิน?” ซูฮ่าวตะลึงงันพลางขมวดคิ้วแน่น
พนันหินคือขั้นตอนก่อนที่หยกจะเปิดออก จะมีเปลือกหินหนึ่งชั้นห่อหุ้ม ไม่มีทางรู้ได้ว่าด้านในดีหรือไม่ดีหลังจากที่ผ่าออกแล้วจึงจะรู้ถึงคุณภาพ
นี่คืองานที่มีความเสี่ยงสูงและรายรับสูงงานหนึ่งบางคนหลังจากพบหยกหลังผ่าหินออกก็ร่ำรวยในชั่วข้ามคืนบางคนหลังจากเสียเงินไปจำนวนมากเพื่อพนันหินแล้ว หลังผ่าหินแล้วก็ไม่พบหยกจึงต้องล้มละลายในคืนเดียว
พนันหินเหมือนพนันชีวิต!
หากชนะพนันแล้วก็ได้กำไรสิบเท่าร้อยเท่า กลายเป็เศรษฐีในคืนเดียว
หากแพ้พนันแล้วก็ขาดทุนสิบเท่าร้อยเท่า สูญเสียทุกอย่าง
เมื่อเทียบกับการค้าพนันหินแล้ว ความเสี่ยงทางการซื้อขายด้านหุ้น อสังหาริมทรัพย์และการค้าอื่นๆ ยังถือว่าปรานีกว่ามาก
“ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่นายเชิญมาท่านนั้นมีประสบการณ์เป็อย่างไร?”
“ก็พอใช้ได้ นับว่ามีชื่อเสียงอยู่ในฉวนโจวไม่น้อย อย่างไรนายก็เพิ่งได้กำไรมาห้าร้อยล้านไม่ใช่หรือ ไปพนันหินด้วยกันกับฉันไหม?” เจิงจื่อโหยวหัวเราะเบาๆและยักคิ้วให้สัญญาณ
ซูฮ่าวดูเวลาสักครู่ พบว่าเวลาของดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ายังเหลืออีกครึ่งชั่วโมงหลังจากครุ่นคิด ก็พยักหน้า“ได้สิ!”
เขาพยักหน้าตกลงที่สำคัญคือเป็ห่วงว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์หินที่เจิงจื่อโหยวเชิญมาจะไม่มีความรู้ความสามารถจริงหากเจิงจื่อโหยวเสียผลกำไรเพราะเหตุนี้ไปจำนวนมากแล้ว เช่นนั้นก็ได้ไม่คุ้มเสีย
อย่างไรชาติก่อนเจิงจื่อโหยวก็คือเพื่อนที่จริงใจคนแรกของเขาที่อยู่ในฉวนโจวและเป็เพื่อนที่จริงใจคนสุดท้าย
หลังจากที่โบกมืออำลาซวี่หงเฟยแล้วซูฮ่าวก็เดินตามเจิงจื่อโหยวไปยังสถานที่จัดงานการค้าหินหยก
หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปแล้วเลขาฯ ของซวี่หงเฟยก็เดินออกมาจากกลุ่มคนและเข้ามากระซิบอยู่ข้างๆ หูของซวี่หงเฟยว่า “ท่านประธานซวี่ฉันได้ยินมาว่าซูฮ่าวคู่หมั้นของไป๋เหวินหลิงคือคนเลวที่สุด ท่านมั่นใจหรือว่าภาพที่อยู่ในมือเขาจะเป็ลายมือแท้?”
“เธอกำลังสงสัยสายตาฉันหรือ?” ซวี่หงเฟยหรี่ตาจ้องเลขาฯ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เลขาฯ รีบก้มหน้า “ไม่กล้าค่ะ!”
“ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วอย่ามองคนจากภายนอกซูฮ่าวคนนี้ไม่ธรรมดามาก ในดวงตาคู่นั้นซ่อนของไว้มากมาย เหมือนกับอยู่มาแล้วสองชาติ แม้จะไม่สามารถผูกมิตรด้วยได้ แต่ก็ไม่สามารถล่วงเกินได้เช่นกัน” ซวี่หงเฟยมองเื้ัของซูฮ่าวและพูดด้วยเสียงหนักอึ้ง
เขามองคนแม่นยำเป็อย่างมากก็เพราะอย่างนี้ บริษัทเจียงชานหรูฮั่วจึงผ่านวิกฤติมาได้หลายครั้ง ในที่สุดก็กลายเป็บริษัทจำหน่ายการประดิษฐ์อักษรและภาพวาดที่ใหญ่ที่สุดของฉวนโจว
เลขาฯได้ยินแล้วก็เงียบกริบ แต่อยู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านคะวันนี้เงินทุนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถูกโจรกรรม กำลังอยู่ในสภาวะรอล้มละลายมีบริษัทจำนวนไม่น้อยยกเลิกสัญญากับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวพวกเรากับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวก็มีการร่วมงานกันเหมือนกัน… ”
“ขยายขอบเขตการร่วมงานให้มากขึ้นสนับสนุนบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวอย่างไม่มีเงื่อนไข!” ซวี่หงเฟยเงียบไปสักพักแล้วออกคำสั่ง
เลขาฯ ตกตะลึงจนตาค้าง ที่เธอพูดแบบนั้นเพราะอยากจะถามซวี่หงเฟยว่าจะยกเลิกสัญญากับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวไหมแต่คิดไม่ถึงว่าซวี่หงเฟยจะตอบเช่นนี้
“ท่านบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวอาจจะล้มละลายได้ พวกเราทำอย่างนี้จะไม่เสี่ยงอันตรายเกินไปหน่อยหรือคะ?”
“ล้มละลายหรือ? ไม่หรอก ฉันคิดว่าที่ซูฮ่าวมาตลาดของลายครามในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็เพื่อบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวตอนนี้ในมือเขามีห้าร้อยล้าน น่าจะพอสำหรับการหมุนเวียนเงินทุนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว” ซวี่หงเฟยส่ายหน้า
“ฉันมีลางสังหรณ์ว่าซูฮ่าวคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนตอนนี้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวประสบวิกฤติ พวกเรายื่นมือเข้าไปช่วย หลังจากนี้ไม่ว่าบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจะทำอะไร ก็จะเป็ผลดีต่อพวกเรามาก หรือต่อให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจะธรรมดาเช่นนี้ต่อไป พวกเราก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”เลขาฯ เข้าใจทันที
คำพูดนี้ของซวี่หงเฟยเห็นได้ชัดว่ากำลังพนันกับอนาคตของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
หากอนาคตของอีกฝ่ายสดใส ก็เท่ากับว่าเขาชนะพนัน และอาศัยบารมีจากเื่นี้ได้ด้วย
แต่หากอนาคตของอีกฝ่ายมืดมนก็เท่ากับว่าเขาแพ้พนัน แต่ก็ใช่ว่าจะสูญเสียอะไร
นี่คือการเดิมพันที่มีแต่ผลดีไร้ผลเสีย!
ผู้คนต่างพากันแยกย้ายออกไปซวี่หงเฟยกับเลขาฯ ก็ออกไปจากที่นี่เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ซวี่หงเฟยไม่รู้คือการตัดสินใจในวันนี้ของเขา จะนำพาผลกำไรมาให้เขาอย่างมากมายในอนาคตจริงๆ อย่างที่เขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน
หลังจากนี้ไปอีกพันปีเขาก็จะยังคงภาคภูมิใจกับการตัดสินใจนี้
เพราะว่า เขาคือพยานในการผงาดของาาแห่งยุค!