บทที่ 4:แผนอำมหิตใต้เงาจันทร์
ข่าวการประลองประจำปีของตระกูลหลิวแพร่สะพัดไปทั่วจวนราวกับเชื้อไฟที่ถูกโยนลงบนกองเพลิง เหล่าศิษย์หนุ่มสาวต่างกระตือรือร้นฝึกฝนอย่างหนักหวังจะคว้าชัยชนะและรางวัลอันล้ำค่าบรรยากาศในลานฝึกต่างๆ คึกคักเป็พิเศษ เสียงดาบปะทะกันเสียงฝ่ามือที่ฟาดฟันอากาศดังสนั่นไม่เว้นแต่ละวัน
เฟยชินสังเกตการณ์ทุกสิ่งอย่างเงียบเชียบดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังการฝึกฝนของเหล่าศิษย์แต่ละคนเขาวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของพวกเขา จดจำท่วงท่าและเคล็ดวิชาต่างๆ ที่พวกเขาใช้แม้ว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม แต่ความรู้เหล่านี้อาจมีค่าในอนาคต
เขาตระหนักดีว่าการจะได้รับโอสถหลอมกายาและสิทธิ์ในการเข้าหอคัมภีร์นั้นเป็เื่ยากเย็นสำหรับทาสอย่างเขาแต่ความปรารถนานั้นก็กัดกินหัวใจของเขาจนแทบจะทนไม่ไหว เขาต้องหาทาง...ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
คืนหนึ่งภายใต้แสงจันทร์สีนวลเฟยชินไม่ได้มุ่งหน้าไปยังลานฝึกหลังกระท่อมตามปกติแต่เขาลัดเลาะไปตามเงามืดของกำแพงจวน มุ่งหน้าไปยังเขตที่พักของเหล่าศิษย์สายรอง
เขาเคยได้ยินเหล่าบ่าวไพร่พูดคุยกันถึง"หลิวิ" ศิษย์สายรองผู้มีนิสัยเกะกะระรานและชอบข่มเหงผู้อื่นแม้พร์จะไม่โดดเด่นเท่าศิษย์สายตรง แต่ด้วยฐานะที่เป็คนในตระกูลเขาก็ได้รับการสนับสนุนในระดับหนึ่ง และแน่นอนว่าเขาจะเข้าร่วมการประลองประจำปีนี้ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม
เฟยชินซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่เฝ้ารออย่างอดทนจนกระทั่งเห็นร่างของหลิวิในชุดฝึกสีเทาเข้มเดินออกมาจากเรือนพักด้วยท่าทางหงุดหงิดเขาบ่นพึมพำบางอย่างพร้อมกับเตะกระถางต้นไม้ข้างทางล้มคว่ำ
"ไอ้พวกสายตรง! คิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหนกัน!"หลิวิสบถเสียงดัง ก่อนจะเดินตรงไปยังลานฝึกส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกล
เฟยชินรอจนกระทั่งหลิวิเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผีเข้าประชิดด้านหลังของหลิวิอย่างไม่ให้มีสุ้มเสียง
"เ้า..." หลิวิััได้ถึงไอเย็นที่ด้านหลังรีบหันกลับมาด้วยความใ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เห็นหน้าผู้บุกรุกฝ่ามือที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กก็ปิดปากของเขาไว้แน่น
"อย่าส่งเสียง"เฟยชินกระซิบเสียงต่ำแหบพร่าที่ข้างหูของหลิวิน้ำเสียงของเขาเย็นะเืจนทำให้หลิวิขนลุกซู่
ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าเฟยชินลากร่างที่ดิ้นรนของหลิวิเข้าไปในเงามืดของป่าไผ่ข้างทางอย่างรวดเร็ว
"อื้อๆ!" หลิวิพยายามส่งเสียงร้องแต่ก็ถูกฝ่ามือของเฟยชินปิดปากไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก เขาพยายามดิ้นรนต่อสู้แต่เรี่ยวแรงของทาสหนุ่มกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาคาดคิด
เมื่อมาถึงที่ลับตาเฟยชินผลักร่างของหลิวิลงกับพื้นดินโคลนอย่างแรง
"แก... แกเป็ใคร! กล้าดียังไงมา..."หลิวิเงยหน้าขึ้นมองด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เมื่อเห็นดวงตาที่เ็าและไร้ความปรานีของเฟยชินความหวาดกลัวก็เริ่มกัดกินจิตใจของเขา
"ข้า้าบางอย่างจากเ้า"เฟยชินกล่าวเสียงเรียบ
"แก้าอะไร?" หลิวิถามเสียงสั่น
"ในการประลองประจำปี...เ้าต้องยอมแพ้ให้ข้า"
หลิวิเบิกตากว้างด้วยความใ"ยอมแพ้ให้แก? แกมันบ้าไปแล้วรึไง! แกเป็แค่ทาส!"
"ใช่ ข้าเป็แค่ทาส"เฟยชินตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับไม่มีความรู้สึก"แต่ถ้าเ้าไม่ทำตามที่ข้าบอก...เ้าอาจจะไม่ได้เข้าร่วมการประลองครั้งนี้อีกเลย"
สายตาของเฟยชินจ้องลึกลงไปในดวงตาของหลิวิราวกับจะอ่านความคิดทุกอย่างของเขา
หลิวิกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเขาััได้ถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวทาสหนุ่มผู้นี้
"แล้วถ้าข้ายอมแพ้ให้แก...แกจะให้ข้าแลกกับอะไร?"หลิวิถามอย่างระมัดระวังเขาเริ่มตระหนักว่าทาสผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาเพียงแค่ขู่ขวัญ
"ชีวิตของเ้า" เฟยชินตอบสั้นๆ"ถ้าเ้าทำตามที่ข้าบอก เ้าจะปลอดภัย แต่ถ้าเ้าทรยศข้า...ข้าจะทำให้เ้าหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณมีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไผ่เท่านั้นที่ดังแว่วมาหลิวิจ้องมองใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเฟยชินอย่างหวาดหวั่นเขารู้ว่าทาสผู้นี้ไม่ได้พูดเล่น
"ต... ตกลง" หลิวิตอบเสียงแ่เบา"ข้าจะยอมแพ้ให้แกในการประลอง"
"ดี" เฟยชินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ"จงจำคำพูดของเ้าไว้ และอย่าคิดที่จะทรยศข้าแม้แต่วินาทีเดียว"
จากนั้นเฟยชินก็ปล่อยตัวหลิวิเป็อิสระหลิวิรีบลุกขึ้นยืน ปัดเนื้อตัวที่เปื้อนดินด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนก่อนจะรีบวิ่งกลับไปยังเรือนพักของตนด้วยความหวาดกลัว
เฟยชินยืนมองตามหลังของหลิวิจนลับสายตาแสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
แผนการของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว...แม้ว่ามันจะเป็แผนที่อันตรายและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม
ภายใต้เงามืดแห่งรัตติกาลทาสหนุ่มผู้ไร้ชื่อได้เริ่มวางหมากบนกระดานแห่งโชคชะตาโดยมีชีวิตของผู้อื่นเป็เพียงเบี้ยในเกมอันแสนอันตรายนี้...