บทที่2 ระหว่างทาง
ความเงียบสงัดขอลปากอ่าวสู่ทะเลที่จะต้องขึ้นฝั่งเมืองทรายชายหนุ่มทั้งสองนั่งในเรืออย่างมุ้งมั่นเสียงหายใจของพวกเข้าดังเป็จังหว่ะอย่างสม่ำเสมอ
*“หนาวจังเลยนะขอรับนายท่าน” ชายรับจ้างพายเรือที่มาส่งทั้งสองคนตัวหนาวสั่น
(*ความร้อนนั้นเกิดจากรังสีความร้อนที่แผ่มาจากดวงอาทิตย์ในกลางวัน ความร้อนที่มาจากดวงอาทิตย์นั้นจะถูกเก็บไว้ที่พื้นดินและมันจะแผ่ความร้อนออกมาทำให้อากาศของพื้นทะเลทรายร้อนมาก ในตอนกลางคืนความร้อนกลับสู่ชั้นบรรยากาศทำให้ตอนกลางคืนเย็นมากๆ เช่นกัน)
“นั่นสิที่นี้หนาวจังดีที่เตรียมชุดนี้มา”รันมองสำรวจชุดตัวเองชายตามองเห็นแสงไฟที่สิ่งสว่างอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลบนชายฝั่ง
“นั้นไงเราใกล้ถึงแล้ว”ไซพูดแล้วหันมาสบตากับรันทั้งสองก้มลงเก็บสัมภาระของตัวเองไม่ช้าก็ถึงชายฝั่งชายรับจ้างพายเรือผูกเชือกที่ท่าเรืออย่างแ่าจักแจงให้ทุกคนลงจากเรือเสร็จเรียบร้อยก็ไม่ลืมที่จะเก็บเงินกับทั้งสอง
“ยี่สิบห้าเหรียญครับขอรับนายท่าน”รันหันมามองหน้าไซแล้วก็ล้วงหาเหรียญในกระเป๋าเงินได้เหรียญครบจำนวนแล้วส่งให้กับคนรับจ้างพายเรือทั้งสองหนุ่มพลัดออกมาจากท่าเรือเดินตามถนนทั้งเมืองดูเงียบทั้งที่ยังเป็เวลาไม่ดึกมากแต่ด้วยความเสียงจึงทำให้ทั่งสองมีเวลาสำรวจเมืองท่าทะเลแห่งเมืองทรายสายลมพัดมาััผิวกายของชายหนุ่มทั้งสองไซเริ่มหนาวเขานำแขนมากอดหน้าออกตัวเองด้วยที่ท่านี้ทำให้รันต้องหาเสื้อคลุมให้กับไซไซหันมาสบตากับรันริมฝีปากเผยคำพูด
“ขอบใจนะรัน”สายตาของรันจ้องมองหน้าไซอยู่พักก่อนริมฝีปากขยับพูด “ไม่เป็ไร”ทั้งสองเดินต่อไปท่ามกลางความหนาวและความเงียบของเมืองแสงไฟตามทางเดินส่องพอเป็เื่ราวให้เห็นและทันใดทั้งสองก็มาหยุดลงที่หน้าร้านอาหารและโรงนอนแห่งหนึ่งที่อยู่สุดท่าทะเลเมืองทรายทั้งสองเลยตัดสินใจเดินเข้าไปพอผลักประตูออกเสียงกระดิ่งหน้าประตูดังกิงกั่งชายวัยกลางคนโพล่ลุกขึ้นมาจากหลังเคาน์เตอร์บาร์มาต้อนรับ
“สวัสดีท่านทั่งสองโรงนอนของเราขอต้อนรับไม่ทราบว่ามีอะไรให้กระผมรับใช้”ชายตอนรับเผยยิ้มใบหน้าดูเป็มิตรสายตาจ้องมองทั้งสองอย่างพิจารณา
“เราขอห้องว่าสองห้องครับ”รันตอบกลับอย่างสุภาพน้ำเสียงที่ดูเป็มิตร
“คือคงจะได้ห้องเดี๋ยวครับคุณท่านเพราะที่นี้วันนี้แขกเราเยอะเป็พิเศษ”เมือได้ฟังคำตอบรันและไซจ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่งก่อนทั้งคูจะตัดสินใจหันหลังเดินออกจากร้านแล้วทันใดนั้นชายตอนรับก็เรียกทั้งสองให้หยุด
“คืออย่างนี้นะครับท่านที่ที่นี้เงียบๆวันนี้เพราะจะมีงานเทศกาลประจำปีทั้งคนต่างบ้านต่างเมืองมากันเยอะเลยทำให้โรงนอนเต็มทุกที่เละชาวเมืองก็เก็บแรงไว้แข่งไว้เชียร์เลยเข้านอนกันเร็ว”รันและไซได้ยินเช่นนั้นเลยหันกลับมาหาชายคนต้อนรับแล้วยิ้มแบบเจื่อนๆสีหน้าดูไม่พอใจ
“ไม่เป็ไรขอรับหากจองวันนี้ทางเราจะลดให้ท่านพร้อมฟรีอาหารเช้าก็แล้วกันน่ะครับ”เสียงถอนหายใจของทั้งสองดังเฮือกใหญ่จนชายตอนรับได้ยินชัดเจนเขายื่นกุญแจห้องให้รันรับมาอย่างไม่เต็มใจนักแล้วจ้องมองลูกกุญแจที่อยู่ในมือ
“อย่างน้อยก็คงจะมีสองเตียงนะ”เขาสะทบคำพูดออกมาอย่างปลงๆทำให้ชายตอนรัยต้องรีบตัดบท
“ปล่าวครับเป็เตียงเดี่ยว”ทั้งสองเมือได้ยินคำตอบสายตาละห้อยปนกับตใเผลอพูดพร้อมกัน
“อะไรน่ะ”รันเดินถือลูกกุญแจเดินตามทางเดินมองหาเลขหมายของห้องที่ได้โดยมีไซเดินตามหลังพอมาถึงห้องสุดท้ายของชั้นเลขห้องตรงกันรันเปิดกุญแจแล้วก็เข้ามาในห้องว่างสัมภาระลง
“นี้นายเอาของของนายไปไว้ที่มุมนั่นเลย” ไซมองตามมือของรันที่ชี้ไปมุมห้องฝั่งระเบียง
“วันนี้มันวันอะไรต้องมาแจกกับจูโกะและต้องมานอนเตียงกันกับนายเนี่ย”ไซถอนหายใจเฮือกใหญ่ชายตามองมาที่รัน
“นี้นายนะวันนี้เราเดินทางมาทั้งวันและฉันก็เหนื่อยมากด้วยขออาบน้ำนอนก่อนแล้วกัน”ไซไม่รอช้าจัดแจงถอดเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นแผ่นหลังและผิวที่ขาวเนียนภายใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่ไหล่กว้างดูสมส่วนกับส่วนสูงที่พอเหมาะของเข้า
“ฉันอาบเสร็จแล้วนายค่อยอาบต่อแล้วกัน”ไซพูดพรางเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับเสียงถอดหายใจเฮือกใหญ่ของรัน เขาเดินไปที่หน้าระเบียงเปิดประตูออกรับลมหนาวของค่ำคืนในต่างแดนรันยิ้มที่มุมปากเบาๆในขณะที่แหงนมองท้องฟ้าสายตาของเขากวาดดูดาวไปเลื่อยไล่มองต่ำมาจนถึงเนินทรายไล่มองไปจนถึงปากอ่าวที่เขาและพวกของรินได้แยกกันลมหนาวพัดผ่านมาลูบตัวเขาเสียงฝีเท้าก็เดินมาหยุดข้างหลังพรางเสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมา
“นี้รันฉันเสร็จแล้วนะ”ไซที่ตอนนี้หัวเปียกโชกตัวชุ่มน้ำยืนมองรันที่ยืนอยู่หน้าระเบียงรันหันมาประจันหน้ากับไซต่างฝ่ายต่างจ้องมองกัน
“นี้นนายไม่ไปใส่เสื้อผ้าละ”เสียงที่แข็งกล้าวในตอนแรกกับดูอ่อนลง
“พอดีฉันซักเสื้อผ้าในห้องน้ำไปด้วยนะเลยจะเอามาตากลมนอกระเบียง”ไซชีไปที่กะละมังผ้าที่ซักรอตาก “นายก็ไปอาบได้แล้ว” ไซพรางไล่ให้รันไปอาบน้ำ
“เออน่าไปเดี่ยวนี้แหล่ะ”รินเดินจากระเบียงเข้ามาในห้องถอดเสียผ้าออกเผยให้เห็นรูปร่างของเขาไหล่กว้างได้สัดส่วนผิวเนียนเรียบหน้าอกแน่นกลมกลึงหน้าท้องเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงแล้วเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป ไซตากเสื้อผ้าของเขาไว้ที่ระเบียงให้สายลมหนาวยามค่ำคืนของทะเลทรายพัดให้แห้งสายลมพัดมาเลื่อยๆทำให้เขาเริ่มหนาวเพราะยังไม่ใส่เสื้อผ้าหัวเปียกโชกตัวเปียกชุ่มทำให้เขาต้องรีบเช็ดตัวเช็ดหัวให้แห้งในขณะที่เขากำลังใส่เสื้อผ้าเสียงเรียกก็เข้ามาในหู
“นายนี่ นาย” รินร้องเรียกมาจากห้องน้ำ “ไซได้ยินมั้ย”เขาเรียกซ้ำเพราะยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับ
“ได้ยินแล้วมีอะไร”
“คือฉันลืมเอาผ้าเช็ดตัวนะนายเอาให้ฉันหน่อยได้มั้ย”ไซได้ยินเช่นนั้นก็เดินมาที่กองกระเป๋าของรันเขาเริ่มลื้อจากชั้นนอกไปชั้นใน ลื้อไปหัวเราะเบาๆในลำคอไปเพราะเขาเห็นหมดเสื้อผ้ากางเกงในแนวสีที่ใส่สไตล์ที่ชอบทำให้ไซหยุดหัวเราะไม่ได้
“ได้ยังเนี่ยรอนานแล้วนะ”ต้นเสียงในห้องน้ำร้องถามอีกครั้ง
“ได้แล้วๆ”ไซเดินมาที่หน้าประตูห้องน้ำพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดตัวเข้ามาในห้องน้ำที่รันเปิดแง้มรอไว้ก่อนหน้าหรืออาจจะปิดไม่สนิทแต่ตัวรันที่ยังยืนหันหลังอยู่ทันใดนั้นเข้าก็หันมาแล้วเปิดประตูออกกว้างทั่งที่ไซยังยืนอยู่หน้าประตูสายตาของเขาก็เจอกับหน้าไซอย่างจังและไซก็เห็นทุกอย่างทั้งที่ไม่ได้อยากเห็นนักแล้วทันใดพอรันได้สติก็ปิดประตูห้องน้ำเข้าเต็มแรง
“โอ้ย”ไซร้องลั่นออกมาด้วยความเ็ป
“นายเอามือเขามาทำมั้ยเอาออกไปสิ”น้ำเสียงรันดูใ
“นายก็แง้มประตูหน่อยสิฉันจะได้เอามือฉันออก”น้ำเสียงของไซปนด้วยความเ็ปรันดึงเอาผ้าเช็ดตัวในมือไซก่อนที่จะแง้มประตูให้ไซเอามือออก พอมือพ้นออกจากประตูก็ตามด้วยเสียงปิดดังปั้งอย่างแรงไซนั่งนวดมือตัวเองบนเตียงทันใดที่รันออกมาจากห้องน้ำก็รีบเช็ดตัวให้แห้งพร้อมกับใส่เสื้อผ้าสายตาจ้องมองที่ไซ
“ใครใช้ให้นายนอนฝั่งนี้”ไซมองหน้ารันด้วยความเจ็บสายตาเขียวใส่
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านายจะนอนฝั่งไหน”
“นายไปนอนฝั่งระเบียงฉันนอนฝั่งประตูเอง”ไซได้ยินจึงพลิกตัวมาอีกฝั่งรันนั่งลงข้างๆในมือของเขาถือยานวดบรรเทาปวด
“นี้นายเจ็บมากมั้ยเนี่ยใครใช้ให้เอามือเข้ามาละ”ใบหน้าจริงจังและดูฉุนเฉียวพร้อมกับริมฝีปากขยับพูด
“ไหนเอามือมาดูสิแค่นี้ก็ทำสำออย” ไซยื่นมือข้างที่เจ็บไปให้รันดู เขาดูแล้วนวดยาบรรเทาปวดบรรจงนวดเบาๆสายตาของไซจ้องมองใบหน้าของรันที่ทำหน้าจริงจังผิดกับทุกครั้งที่ผ่านด้วยฤทธิ์ยานาดบรรเทาปวดความเย็นจึงทำให้มือของไซคลายความปวดลงบ้างริมฝีปากบางๆแดงอวบอิ่มเหมือนผลเชอร์รี่สุกของรันนั้นทำให้ไซต้องยิ้มมุมปากอย่างเบาๆ
“เอาละเสร็จแล้วเลิกสำออยแล้วนอนสะ”ทันทีที่พูดจบรันก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับไซอย่างเลี่ยงไม่ได้สายตาของทั้งสองจ้องกันอยู่ไม่นานรันก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มอ่อนๆของไซรันจึงหลบตาในทันทีพร้อมขยับปากพูด
“นี้นายยิ้มทำมั้ย”รันก้มหน้าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย
“ก็นายดูใจดีผิดปกติกว่าทุกๆครั้งนี้หน่า”รันพอได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับไซ
“นี้นายเห็นฉันเป็คนใจร้ายนักหรือไง”สายตาของรันเขียว
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”ไซเริ่มพูดจาให้อ่อนลงเพราะกลัวอีกฝ่ายจะโกรธเขามองใบหน้าไซอย่างพิจารณาแล้วยกมือข้างที่เจ็บของตัวเองขึ้นมา“เอาละหายปวดแล้วขอบใจนะรันที่นวดให้ฉัน”ไซยิ้มกว้างให้รันเป็การขอบคุณรันทำหน้าดีใจปนเขินอาย
“ครั้งหน้าก็ระวังแล้วกันฉันไม่นวดให้แล้วนะ”น้ำเสียงดูหนักแน่นบวกกับสายตาที่จริงจัง
“ครับๆรับทราบแล้วครับครั้งหน้าผมจะระวังครับคุณรัน”ไวสะบทคำพูดอย่างปลงๆ
“เข้าใจก็ดีงั้นนอนดีกว่านายดับไฟดด้วย”ไซดับไฟตามคำสั่งของรันแสงที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้ากระจกระเบียบสะท้อนเงาผ้าที่ไซได้ตากเอาไว้เหนือนกำลังเต้นรำท่ามกลางความหนาวเหน็บของทะเลทรายในยาวค่ำคืนทั้งคูต่างเงียบบนเตียงผืนไม่ใหญ่มากนี้สายตาของทั้งคู่จ้องมองเพดานห้องมีแต่เสียงหายใจที่เป็จังหว่ะและสายลมที่พัดด้านนอกที่ได้ยินชัดในตอนนี้ทันใดรันก็หันหน้ามาทางไซริมฝีบางอันบอบบางของเขาก็ขยับ
“เื่ในวันนี้นายอย่าพูดให้ใครฟังน่ะโดยเฉพราะรินกับจูโกะ”ไซก็หันหน้ามามองรันทำสีหน้างุนงงครุ่นคิด
“เื่อะไรล่ะลืมผ้าเช็ดตัวเื่ฉันลื้อของนายเื่เรานอนห้องนอนเดียวกันเตียงเดียวกันหรือฉันเห็นนายโป๊”
“ทุกเื่นั่นแหละ”สีหน้ารันดูเขินอย่างเห็นได้ชัด
“อื่มว่างใจได้ฉันไม่พูดหรอก” ไซตอบกับทั้งสองผลัดหน้าออกจากกันแล้วมองเพดานห้องอีกรอบทันทีที่ความเงียบเริ่มขึ้นเสียงหายใจของไซก็บ่งบอกว่าเขาหลับไปแล้วรันพลิกตัวเบาๆหันหน้าเขาหาไซสายตาเขาจ้องมองใบหน้าของไซหน้าผากที่เข้ารูปพอดีคิ้วหนาโก่งสวยเหมือนภาพวาดจมูกโด่งริมฝีปากอันบอบบางแดงฝาดเืคางที่เข้ากับโครงใบหน้าแบบไร่ที่ติผิวเนียนเหมือนได้รับการบำรุงอย่างดีเข้าจ้องมองมันอยู่ครู่แล้วยิ้มที่มุมปากเบาๆสายตาเริ่มไม่ไหวด้วยความเพลียเขาจึงหลับไปในที่สุด
แสงแดดเช้าสาดส่องใบหน้ารันบิดตัวใต้ผ้าห่มลืมตาหันหน้าหลบแสงอาทิตย์ที่แยงตาเขารุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเดินไปที่ระเบียงเพื่อรับแดดในยามเช้ารันแหงนมองท้องฟ้าดวงตะวันใน่เช้ายังไม่แรงนักมีเมฆบางๆเสียงนกทะเลร้องลั่นทันใดแว่วเสียงหนึ่งผ่านเข้ามาในหูเป็เสียงหอบและพ้นลมหายใจแรงๆเสียงหวือๆของคมดาบที่ปะทะลมรันหันไปที่ต้นเสียงเขาคนนี้นที่กำลังฝึกดาบใบหน้าเข้ารูปจมูกสันโด่งริมฝีปากอับบอบบางดูจริงจังปนเหนื่อยเปลือยท่อนบนทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจนเหงื่อที่ไหลอาบร่างสะท้อนกับแสงแดดยามเช้าดูระยับหน้าอกแน่นเข้ารูปบวกกับแผงหน้าท้องที่เรียงตัวสวยอย่างพอดีผิวพรรณเรียบเนียนแขนทั่งสองข้างรับกับน้ำหนักดาบกล้ามขึ้นเป็มัดๆเส้นเืฟูให้เห็นชัดดูรู้เลยว่าดาบเล่มนี้มีน้ำหนักพอดูรันจ้องมองอย่างไม่ระสายตาทันใดนั้นชายคนดังกว่าก็แหงนหน้าขึ้นมาโบกมือให้กับรัน
“รันนายตื่นแล้วเหรอ”รันพยักหน้าตอบรับพ้นเสียงบาแต่ก็ได้ยินชัด
“อื่มตื่นแล้ว”
“ดีเลยงั้นลงมาฝึกดาบกัน”เขากวักมือเรียกเป็สัญญาณว่าให้รีบลงมารันไม่ขอช้าเมื่อได้รับคำเชิญหันหลังตรงไปที่ดาบของตัวเองหยิบมันแล้วเดินลงมาหาชายผู้เชื้อเชิญ
“เอาละนานๆได้ออกกำลังกายฝึกวิชาดาบก็ดีเหมือนกันนะ”รันง้างดาบสองมือกำมั่นสายตาดูดุดันกว่าตอนแรกที่ลงมาสู้ลานฝึกรันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไม่กระพริบอีกฝ่ายฟันมาอย่างแรงรันตั้งรับคมดาบประทะกันเป้ง เสียงมันดังแรงสั่นะเืถึงด้ามดาบลงมาหามือที่จับรันตวัดดาบออกอย่างแรงพออีกฝ่ายเสียหลักรันฟันจากใต้ขึ้นบนฝั่งตรงหลบได้แลละถอยหลังออกไปพอตั้งตัวได้รันก็จับดาบมาตั้งรับอีกครั้ง
“นายแรกเยอะมากนะรัน”รันยิ้มที่มุมปากจากตอนแรกที่เขาเดินลงมาสนามฝึกตัวเขายังไม่มีเหงื่อเลยสักหยดบัดนี้ทั่งตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อสองมือที่กำด้ามดาบเปียกไปหมดและร้อนผ่าวจากแรงดาบที่ประทะกัน
“ไม่หรอกอาจเป็เพราะนายเหนื่อยมากกว่ามั้งเพราะลงมาฝึกแต่เช้า”รันไม่ยอมให้อีกฝ่ายพูดชมอยู่ข้างเดียวและแล้วรันก็วิ่งไปข้างหน้าดาบของอีกฝั่งก็ฟันเข้ามาด้านหน้าเต็มแรงรันชะลอความเร็วแล้ววิ่งมาอีกฝั่งของวงการฟันเขาจับชายฝั่งตรงล็อคเข้าหาตัวเองจากด้านหลังมือข้างที่ว่างก็จับแขนของชายฝั่งตรงข้ามเอาไว้
“นายแพ้แล้ว”รันกระซิบเบาๆข้างหูชายฝั่งตรงข้ามสายตาของรันก็เหลือบมองหน้าเขาอย่างภูมิใจก่อนจะพบกับยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ของอีกฝั่งเขาย่อตัวลงให้ต่ำกว่ารันแล้วจับทุ่มลงที่พื้นเขานั่งค่อมไปบนตัวรันจับดาบของรันโยนออกไปให้พ้นตัวเท่าที่จะไกลได้แล้วนำดาบของเข้ามาจี้ที่รันเขายิ้มที่มุมปากอีกครั้ง
“นายต่างหากที่แพ้”สายตารันดูอ่อนลงเขาปล่อยตัวรันให้เป็อิสระ
“ไซนายขี้โกงตัวนายลื่นชะมัด” รันดังสีหน้าใส่จ้องมองใบหน้าของไซที่กำลังหัวเราะเพราะคำพูดของรัน
“ก็ในสนามรบย่อมใช้ทุกอย่างทุกวิธีทางอยู่แล้วเพื่อชีวิตรอดพวกของเราเรียนรู้มาช้านานหากไม่จับดาบก็ต้องตายด้วยดาบ”
รันพยักหน้ารับคำสอนของไซ
“เสื้อนายเปื้อนหมดเลยเราพอแค่นี้เถอะ”รันพยักหน้าก่อนที่จากเดินจากไปขึ้นห้องพร้อมกับไซที่เดินตามหลังไปติดๆทั้งคู่ทำธุระเสร็จก็มาพร้อมกันที่โต๊ะอาหารเช้าที่เ้าของร้านเตรียมไว้รับแขกผู้คนจอแจแน่นขนัดสายตาของทั้งคู่จับจ้องมองไปรอบๆคนพวกนี้ทั่งหมดไม่ใช่ชาวนาหรือพ่อค้าแต่เป็ทุกอย่างนักเวทย์นักดาบนักธนูนักล่านักฆ่าต่างๆแต่ก็อย่างว่าเพราะวันนี้มีงานเทศกาลประจำปีผู้คนเล่านี้พูดคุยกันถึงเมืองโบราณที่ปรากฏหลังจากหลับใหลมานานั้แ่ยุคาชายคนหนึ่งในโต๊ะข้างไซและรันเล่าถึงเื่ราวเมืองที่เป็ที่ตั้งบนผืนน้ำเป็เกาะต่างๆที่อุดมสมบูรณ์ค้าขายไปมาหาสู่กันด้วยเรือบัดนั้นในคือนหนึ่งเ้าเมืองที่กำลังบรรทมได้ปรากฏแสงหนึ่งลอยผ่านหน้าต่างของเขาคืนแล้วคืนเลาเขาได้นอนรอแสงนั้นและมันก็ปรากฏผ่านในทุกเดือนเป็เวลาหลายปีเ้าเมืองนึกอยากเห็นอยากได้เ้าสิ่งนี้มาไว้ในการเขาได้ล่องเรือพร้อมกับอาหารทหารและบริวารทั้งหลายออกสู่ทะเลที่กว้าใหญ่ไล่ตามแสงสีทองเขาอยู่อาศัยในทะเลหลายหลายปีเข้าเดินทางจากเกาะของเขามาไกลแสนไกลบัดนี้สติเขาเริ่มเลอะเลือนเขายืนหันหน้าไปตรงหน้าหมอกหนาอยู่ๆก็ปรากฏขึ้นสายตาของเขาก็พบกับนกสีทองส่องแสงประกายจนแสบตาขนของมันสวยงามราวกับเครื่องประดับของหญิงสาวเป็นกที่ไม่มีใครเคยพบเห็นเ้าเมืองเมื่อจ้องมองความงามของมันเกิดความอยากได้จึงนำเรือเข้ามาใกล้แต่แล้วด้วยความในกจึงบินหนีหายเข้าไปในหมอกหนาเ้ามืองมืดแปดด้านเขาล่องเรือไปเลื่อยๆบัดนั้นเขาได้พบกับเกาะลึกลับเป็เกาะที่มีป่าไม้นานาพรรณต้นไม้สูงใหญ่ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนเกาะที่ไม่มีอยู่ในแผนที่นี้อาจจะเป็สุดขอบเพราะไกลมากจนไม่มีใครเคยมาถึงเพื่อวาดเป็แผนที่เ้าเมืองนำเรือเข้าจอดบนเกาะเขาดั้งด้นใจจดจ่ออยู่กับนกจนในที่สุดเข้าได้พบกับมันยิ่งเขาเข้าใกล้แสงสีทองก็ยิ่งส่องประกายอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้แสบตาและแล้วเขาเข้าใกล้แต่ดูมันจะเชื่องไม่กลัวคนแต่แล้วด้วยความที่มันได้เห็นจิตใจแสนดำต่ำช้าของมนุษย์ที่อยากได้มันไปไว้ในความเ้าเมืองพยายามจะจับมันมันพยายามจะบินหนีไปเ้าเมืองง้างธนูที่เข้านำมาด้วยหวังจะยิงให้มันาเ็แต่โชคร้ายลูกธนูกับวิ่งเข้าด้านหลังทะลุหน้าอกตรงหัวใจจนทำให้สัตว์ตัวนี้ตายในที่สุดเมือเืของมันตกลงที่พื้นดินบนเกาะทันเสียงฟ้าร้องแผ่นดินะเืลมพายุพัดโหมกระหน่ำเ้าเมืองอุ้มนกตัวนั้นขึ้นมาแต่ทันทีที่ััตัวมันมันกลายเป็ขี้เถ้าและฝุ่นผงก็ลอยหายไปในพายุเ้าเมืองย้อนกลับมายังเรือของเขาเองแต่บัดนี้ไม่มีอีกแล้วมันโดนลมหอบหายไปเ้าเมืองร้องขอชีวิตกับสิ่งที่มองไม่เป็องค์เทพต่างๆกลับได้ยินแค่เสียงคำสาปแช่งเข้ามาในหูชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตสายน้ำที่เคยไหลต้องกลายเป็พื้นทรายผืนป่าจะไม่เหลือทุกชีวิตในดินแดนของเ้าเมืองจะกลายเป็ทาสผู้รับใช่แสงตะวันทนทรมานหากััแสงแดดหลับไหลใต้ผืนทรายพิภพจะกลืนกินขาดน้ำอดอาหารกินทุกอย่างที่มีเืเนื้อเมือเข้าได้ยินคำสาปแช่งที่ลอยมาตามลมเมื่อสิ้นเสียงนั้น ผืนน้ำที่เต็มในแถบนี้กลับกลายเป็ผืนทรายเกาะที่นกตัวนั้นอาศัยอยู่กลายเป็พื้นที่อุดมสมบูรณ์พืชพันธุ์ต่างๆเจริญงอกงามตรงที่เืของนกตัวนั้นหยดกลายเป็บ่อน้ำพุที่ผุดขึ้นและไหลไม่ขาดสายเย็นช่ำและแล้วแสงแดดก็เข้ามาแทนที่ลมพายุที่โหมกระหน่ำก็หายไปราวกับมีเวทย์มนต์มาปัดเป่าเ้าเมืองและบริวานทั้งหลายที่มาพร้อมกันบนเรือต้องหลบซ้อนใต้เงาของต้นไม้ในตอนกลางวันเพราะแสงแดดที่โดนผิวจะไหม้เกรียมเหมือนเผาไหม้หรือการเผาทั้งเป็พอตกกลางคืนจึงสามารถใช้ชีวิตได้เมื่อไม่มีเรือคนพวกนี้จึงขาดอาหารและเสบียงประทังชีวิตด้วยน้ำที่ผุดขึ้นมาประทั้งชีวิตจากการกินซากสัตว์ที่ล้มตายหลังน้ำลดครั้งใหญ่ไม่ใช้แค่เ้าเมืองและบริวานที่ทนทุกข์ทรมานคนในเมืองที่เ้าเมืองท่านนี้ปกครองก็มีสภาพเดียวกันจนในที่สุดเมื่อซากสัตว์เริ่มเน่าเปื่อยไปจนหมดทางเดียวที่จะเอาชีวิตรอดก็คือต้องกินพวกของตัวเองเ้าเมืองเริ่มจับบริวานของตัวเองกินไปที่ละนิดจนไม่เหลือใครในที่สุดเข้าได้นำใบไม้จากผืนป่านั้นมาห่มให้หนาเพื่อป้องกันแสงแดดและได้ออกเดินทางไปยังเกาะต่างที่เคยเป็เมืองจับสัตว์ของชาวบ้านเมื่อจวบจนนาทีสุดท้ายสัตว์หมดไปโชคร้ายก็มาอยู่ที่คนเขาเริ่มจับคนไปกินที่ละเมืองผู้คนเริ่มหวาดกลัวเพราะเมื่อสิ่งที่เคยมีก็หายไปกับตาสายน้ำที่เคยมีไม่ขาดสายเป็ทะเลสาบกลับแห้งกลายเป็ผงทะเลทรายและยังมีคนที่คอยแอบมาจับกินในตอนกลายคืนจนแผ่นดินนี้ไร้สิ่งมีชีวิตที่มีเืเนื้อจนในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงเมืองซึ่งเป็เมืองที่ที่เขาเขาเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เป็ห้องโถงภายใต้ความมืดที่แสงแดดส่องไม่ถึงเขาต้องใเมื่อได้พบเจอกับสิ่งที่เขาเป็คนทำชาวเมืองทั่งหมดของเขากลายเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าสยองเกินกว่าที่จะเรียกว่ามนุษย์ตัวขาวซีดไร้เืฝาดเบ้าตาโล่ลึกเข้าไปจนเหมือนไร้ลูกตาแขนขายาวผิดกับสะรีระมนุษย์เล็บมือเล็บเท้ายาวคลายสัตว์ป่าไร้เสียงพูดคุยมีแต่เสียงร้องหวีดเล็กแหลมจนปวดแก้วหูฟันที่ยาวจนสามารถฉีกเนื้อสิ่งต่างๆได้ส่งกลิ่นคาวเหม็นเน่าเหมือนกองปลาที่ตายเป็จำนวนมากบางคนหัวโล่นบางคนคนมีผมบางตัวมีผมเป็ย่อมๆเมือเวลาผ่านไปนานแสนนานเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัยเมืองๆนี้ก็หายไปกับสายลมเหมือนไม่เคยมีอยู่ถูกทรายทับถมแต่พวกเข้าทั้งหลายยังหิวโหยรอวันที่จะกลับมาไล่ฆ่าสิ่งมีเืเนื้อบนผืนแผ่นดินนี้อีกครั้ง
ชายคนดดังกล่าวพูดจบรันและไซที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อเหมือนกับทุกคนในร้านนี้ที่ตอนแรกเงียบฟังตอนนี้ก็เหมือนกับแมลงเม่าแตกลังต่างคนก็ต่างออกความคิดเห็นกันต่างๆนาๆ
“นายว่าเื่นี้จริงมั้ย”เมื่อรันได้ยินเื่ราวนี้ก็เกิดความสงสัยไซขมวดคิ้วเป็คำตอบว่าไม่แน่ใจจู่จู่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเข้าวิ่งเข้ามาในร้านด้วยความตื่นกลัว
“ช่วยด้วยๆช่วยลูกฉันด้วย”คนทั่งหมดในร้านต่างก็พากันเงียบเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากข้างนอกร้านเป็เสียงของชาวบ้านทั้งหลายที่กำลังวิ่งหนี
“นี้มันเื่อะไรกัน”ชายร่างพูดด้วยสีหน้าที่ใ
“สัตว์ๆประหลาด”เสียงของชายที่วิ่งเข้ามาในร้านสั่นเครือทุกคนในร้านเลยตัดสินใจที่จะออกไปดูและเสียงกรีดร้อองจากข้างนอกก็ดังใกล้เข้ามาในทุกทีรันและไซมองจ้องหน้าแล้วพยักเป็สัญญาณว่าเขาควรออกไปดูให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นทั่งสองเดินฝ่าฟูงชนที่จอแจกันเต็มร้านออกมาข้างนอกได้ในที่สุดผู้คนกำลังวิ่งหนีความตายสีหน้าของแต่ละคนดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดไซและรันตั้งท่าดูสถานการณ์ตรงหน้าผู้คนที่วิ่งหนีก็วิ่งห่างจากจุดนี้ไปไกลพอสมควรคนเริ่มออกมานอกร้านพร้อมกับชายที่วิ่งมาขอความช่วยเหลือตอนต้น
“ใครก็ได้ช่วยฉันทีลูกฉันๆ”น้ำเสียงที่สั่นเครือบวกกับความใทำให้คนทั่งหลายยิ่งสงใสว่าสิ่งที่เขาพูดถึงมันคืออะไรแล้วทันใดเสียงป่าไม้แตกไหวราวกับโดนพายุโหมกระหน่ำและสิ่งที่ทำให้เกิดดเสียงนั้นก็เผยตัวออกมาจากเงาป่าที่มันเข้าไปหลบซ่อนฟันซี่ใหญ่พร้อมบทขยี้ทุกสิ่งอย่างได้อย่างง่ายดายมีฟันซี่ใหญ่ด้านละข้างทั่งข้างบนและข้างล่างหน้าตาสั้นเหมือนหมูประสมหนูตัวใหญ่ิัมีขนคล้ายผิวหมูแต่เป็สีเทาอมเขียวเดินด้วยสี่ขาและบางที่ก็ยืนสองขาได้คล้ายหมีมีนิ้วมือยาวสี่นิ้วมีเดือยเล็กๆทั้งของขาหน้ารวมเป็ข้างละห้านิ้วขาหลังมีข้างละห้านิ้วแต่สั้นกว่าขาหน้ามันเดินออกมาตัวของมันใหญ่กว่าช้างหนึ่งเท่าตัว ภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพที่ไม่มีใครอยากเห็นปากของมันยังคงขบเขี้ยวชิ้นส่วนบางอย่างอยู่พอมันเดินมาประจันหน้าคนพวกนี้ชิ้นส่วนนั้นก็ตกลงมาคือชิ้นส่วนของหัวมนุษย์ชายที่มาขอความช่วยเหลือพอได้เห็นหัวคนที่ตกลงมาจากปากเ้าปีศาจสัตว์ประหลาดนั้นก็เขาก็แทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่น้ำตาไหลออกมาพร้อมกับเสียงะโด่าถูกพ้นออกมาจากปากเขาอย่างไม่ขาดสายและในที่สุดเขาก็เงียบไปและบ่นพึมพำในลำคอจับใจความไม่ได้เขาคว้าดาบที่เอวของคนเ่าั้มาหนึ่งเล่มวิ่งเข้าหาเ้าสัตว์ประหลาดอย่างมากลัวตายพร้อมกับเสียงห้ามของผู้คนเ่าั้พร้อมกับรันและไซที่พยายามห้ามแต่ก็ไม่อาจหยุดความบ้างครั้งของคนเป็พอที่เห็นศพลูกตัวเองโดนกลืนกินไปต่อหน้าได้เขาวิ่งไปด้วยความเร็วง้างดาบหมายฟันเอาชีวิตสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้ได้แต่ทันที่ดาบจะไปถึงตัวของสัตว์ประหลาดมันง้างมือตบเขาด้วยความแรงร่างของเขาพับงอผิดรูปในทันทีและลอยหมุนอยู่ในอากาศเขาไปกระแทกกับพนังบ้านเรือนร่างเขาก็ฉีกขาดหลุดออกเป็ชิ้นๆผู้คนที่ได้พบเห็นต่างพากันถอยหนังออกห่างบ้างก็วิ่งหนีเอาตัวรอดเสียงแตกตื่นจากผู้คนดังขึ้นอีกครั้งเ้าสัตว์ประหลาดพอเห็นการแตกตื่นของผู้คนมันก็เริ่มอาลวาดพังบ้านเรือนนักต่อสู้สายต่างๆบางคนวิ่งบางคนยืนหยัดต่อสู้รันและไซมองหน้ากันอยู่พักหนึ่งแล้วทั้งสองก็พยักหน้าให้กันเป็สัญญาณว่าพร้อมลุย
“เข้ามาเ้าปีศาจ”นักเวทย์ตัวใหญ่คนหนึ่งที่ไม่วิ่งหนีไปะโพร้อมร่ายเวทย์พนึกการเคลื่อนไหวไซพอได้ทีก็วิ่งเข้าหาจ้าปีศาจแต่ทันใดมันก็หัวมาพร้อมกับง้างมือตบเข้าอย่างจัง
“เ้าหนู”นักเวทย์คนนั้นร้องร้องะโแต่ยังไม่ทันสุดเสียง เสียงฝีเท้าของไซก็ลงมาเหยียบพื้นดินสายตาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันดีใจโดยเฉพราะรันที่หน้าเสียงเพราะกลัวเสียเพื่อนร่วมทาง
“มันทำลายเวทย์ฉันได้แข็งแกรงจริงๆ”นักเวทย์สบทพร้อมกับสีหน้าที่ดูหวั่นๆเ้าปีศาจจ้องมองมาที่พวกเขามันพ้นลมหายใจออกมาอย่างแระเหมือนกระทิงที่จำลังจะพุ่งชนเป้าหมายแต่ทันทีที่ลมหลายใจของมันล่อยลอยไปััชายนักดาบที่อยู่ใกล้ตัวมันคนหนึ่งก็ล้มลงเขาไอออกมาเป็เืและแล้วเืก็ไหนออกมาจากจมูกรูหูและตาเขาดิ้นทุรนทุรายก่อนจะตายในที่สุดเสียงพ้นลมหายใจก็ดังขึ้นอีกครั้งทุกคนในที่นี้เริ่มถอยห่างออกจากตัวมันเพราะมองไม่เห็นไอพิษที่มันพ้นออกมาและแล้วนักธนูที่อยู่ตรงหน้าไซก็ล้มลงและมีอาการเดียวกันกับนักดาบคนและละเขาก็ตายไปในที่สุด
“นี้มันไม่จริงใช่มั้ย”นักเวทย์สบทคำออกมาอย่างปรงๆสีหน้าดูหวาดกลัวเข้าไปใหญ่
“ไม่เป็ไรครับตราบใดที่เรายังไม่ได้ััโดนพิษที่มันพ้นออกมา”รันหันไปพูกับนักเวทย์ซึ่งตอนนนี้เหลือแค่เขาไซและนักเวทย์คนนนี้
“แล้วจะรู้ได้ไงว่าพิษมันถึงไหน”เสียงพูดของนักเวทย์ดูสั่งเครือเพราะเห็นท่าว่าพวดกเขาจนตรอกเป็แน่
“รันๆนี้นายพอจะเดาทางมันได้มั้ยฉันเกือบไปแล้วรอบหนึ่งซึงมันดูท่าจะแข็งแกรงมาก”
“ฉันยังหาทางไม่ได้เหมือนกันเราลองสู้และประชิตตัวลองดูก่อนมั้ย”พอรันพูดจนลูกไฟก้ลอยมาจากข้างหลังของเขาเป็ลูกไฟจากนักเวทย์ตามด้วยรันที่วิ่งไปตามลูกไปนั้นทันใดที่ลูกไฟโดนตัวเ้าสัตว์ประหลาดไฟแตกพล้ารันตวัดดาบฟันเข้าเนื้อสัตว์ประหลาดอย่างจังเืสีน้ำเงินของมันกระเซ็นไปทั่วแต่ยังไม่ทันได้ดีใจมันยืนสองขาพร้อมกับง้างมือหมายเอาชีวิตรันด้วยอุ้งมือหนาใหญ่ของมันทันทีที่มันง้างไซผู้มองอยู่ะโเข้าไปคว้าตัวของรันเอาไว้แล้วอุ้มออกมาหลบให้ห่างจากตัวสัตว์ประหลาด
“นายไม่เป็อะไรใช้มั้ย”ไซถาย้ำเพื่อความแน่ใจ“คราวหน้าก่อนบุกต้องเตรียมตัวก่อนเห็นแบบนั้นแต่มันเร็วมากเลยนะ” พูดจบเขาปล่อยรันให้เป็อิสระ
“เกือบไปแล้วนะเนี้ย”รันพอเป็อิสระจากการช่วยชีวิตของไซเขาก็หันไปมองทางเ้าสัตว์ประหลาดแล้วหันควับมามองไซและนักเวทย์และทันใดนั้นทั้งสามก็ได้ยินเสียงถอนหายใจอีกครั้ง
“หลบเร็ว”นักเวทย์ร้องเสียงดังก่อนที่จะถอยหลังห่างพร้อมกับรันและไซ
“นอกเข้าใกล้มันไม่ได้เลย”นักเวทย์สบทคำออกมาอย่างปลงๆ
“ต้องมีวิธีสักอย่างสิ”ไซะโเสียงดังก่อน“เอาละเราจะเล่นงานมันแบบไม่ให้มันตั้งตัวรันนายอ้อมไปด้านหลังฉันกับคุณนักเวทย์จะอยู่บ้านหน้า”พอรันได้ยินสิ่งที่พูดลูกไฟของนักเวทย์ก็ลอยออกมาประทะเข้ากับเ้าสัตว์ประหลาดไซะโง้างดาบหวังให้แผลเ้าสัตว์ประหลาดทันใดที่ลูกไฟหายวับไปสายตาของมันก็มองไปที่ไซง้างอุ้มมือหวังตบไซแต่ทันใดที่มันง้างมือคมดาบหนึ่งก็ฟันเข้าที่ด้านหลังของมันได้สำเร็จด้วยความเ็ปมันจึงร้องออกมาเสียงดังแล้วคมดาบอีกอันก็ฟันเข้าที่ด้านหน้าทำให้เ้าสัตว์ประหลาดร้องด้วยความเ็ปมากขึ้น
“สำเร็จ”ทั้งสามพูดพร้อมกับและทันใดพอสิ้นเสียงร้องของมันก็ตามด้วยการพ้นลมหายใจทังไซและรันะโโยงออกมาห่างจากรัศมีพิศของมัน
“น้อยแน่ะมันยังมีแรงพ้นอยู่อีกเหรอ”ไซพูดพร้อมกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็โครงอย่างเห็นได้ชัด
“ลองแบบเมื่อกี้ดูอีกมั้ย”รันพูดแล้วมองไปหานักเวทย์เขาพยักหน้านักเวทย์รับทราบแล้วลูกไปก็ลอยออกมาอีกพวกเขาโจมตีแบบเดิมเ้าสัตว์ประหลาดเอามือของมันมาบังลูกไฟอีกข้างเตรียมง้างพอไซเข้ามาใกล้เขาก็โดนตบลอยออกไปรันที่เห็นภาพตรงหน้าสติของเขาไม่อยู่กับร่างเ้าสัตว์ประหลาดก็เอาขาหลังของมันถีบเขาเต็มแรงทั้งไซและรันโดนมันเล่นงานจนล่วงไปทั้งคู่นักเวทย์เห็นเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่สบทคำออกมา
“โถ่เอ้ย พวกนายยังไหวมั้ย”ไซขยับตัวพยายามประครองตัวเองรุกขึ้นยืนในส่วนของรันก็ทำเช่นเดียวกันทั้งคู่กับมารุกได้อีกครั้งแม่จะมีแผลอยู่บ้างแล้วทันใดเสียงพ้นลมหายใจของมันก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“น้อยไอ้สัตว์ประหลาดบ้า”รันะโเมื่อได้ยินเสียงหายใจเพราะเข้าใกล้ตัวมันไม่ได้เขาก้มมองน้ำตาของเขาคลอเป้าทันใดเขาก็ร้องะโออกไปสุดเสียงด้วยน้ำตาที่คลอเป้าแต่ดูมีประกายอย่างมีหวัง
“ท่านนักเวทย์ตอนนี้ละใช้เวทย์ไฟเลย”นักเวทย์พยักหน้าแล้วทำตามที่รันบอกทันทีที่ลูกไปเข้าไปเข้าไปใกล้มันก็เกินเปลวไฟขึ้นและลุกโซน
“ตอนนี้ละไซจัดการเลย”ไซก็วิ่งไปพร้อมกับง้างดาบฟันแบบไม่ยั้งทางด้านหลังรันก็ทำเช่นเดียวกันเสียงร้องของเ้าสัตว์ประหลาดก็ร้องลั่นด้วยความเ็ปเืของมันกระเซ็นออกมาจากปากแผลและทันใดมันก็ล้มลงไซและรันออกห่างจากตัวมันและทันทีที่พวกเขาออกห่างเ้าสัตว์ประหลาดหันควับทำท่าจะวิ่งหนีแล้วทันทีที่มันหันเสียงพ้นลมหายใจก็ดังขึ้นอีกครั้งรันพอได้ยินเสียงพ้นลมหายใจของมันก็ร้องบอกให้นักเวทย์ใช้เวทย์ไฟอีกครั้งลูกไฟลอยไปประทะเข้าที่ตัวสัตว์ประหลาดลูกไฟก็โหมลุกเป็กองใหญ่ไซและรันก็ฟาดฟันมันอีกครั้งเ้าสัตว์ประหลาดร้องด้วยความเ็ปเมื่อเวทย์ไฟที่ใช้ไปเริ่มติดไหิัของมันมันดิ้นทุรนทุรายและแล้วเสียงสุดท้ายของเ้าสัตว์ประหลาดก็เป็เสียงโหยหวดที่ดังก้องออกมาจากปากของมันทันทีที่ตัวมันล้มลงไซและรันที่หยุดฝากคมดาบไปก่อนหน้าก็ถอยห่างออกมาจ้าสัตว์ประหลาดิัไม้ส่งกลิ่นเหมือนเนื้อที่ย่างไฟแรงแล้วไหม้
“มันตายแล้วเหรอ”นักเวทย์พ้นคำถามปนสงสัยออกมาเบาๆทั้งสามมองไปที่เ้าสัตว์ประหลาดอีกครั้งพร้อมกับริมฝีปากของรันขยับพูด
“น่าจะจบแล้วละ”สายตาของเขาเริ่มอ่อนลงเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ปกติชาวบ้านที่หนีตายและซ้อนตัวต่างพากันออกมาเมื่อสิ้นเสียงความโกลาหนก่อนหน้า
“ชนะแล้ว”เสียงนักเวทย์ร้องะโออกมาสุดเสียงอย่างดีใจชาวบ้านจึงมาอ้อมล้มพวกเขารันและไซนั่งลงกับพื้นเพราะความเหนื่อยล้าก้มหน้ามองดูมือที่เปื้อนเืของสัตว์ประหลาดเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้าหมอ
“นั่นไงหมอมาแล้ว”เสียงร้องของเช้าบ้านที่มามุงะโให้รู้ “ทางนี้เลยครับหมอมีคนาเ็อยู่สามคน”กลุ่มหมอวิ่งเข้ามาใกล้ชายนักเวทย์ชี้มาทางรันและไซ“เ้าหนุ่มน้อยสองคนนั้นเลยครับที่เจ็บหนัก”
“ทางนี้มีศพผู้เสียชีวิตด้วยครับเอาผ้ามาห้อศพสิ” รันและไซที่นอนอยู่บนเปลคนไข้ได้ยินทุกคำที่หมอหลุ่มนี้ทำงานเป็การศูนย์เสียที่มากพอควรมีผู้เสียชีวิตจากการบุกของเ้าสัตว์ประหลาดในครั้งนี้ชายชาวนากับลูกของเขาและนักธนูกับนักดาบที่เป็เพื่อนกับนักเวทย์รันน้ำตาคลอเมื่อได้เห็นได้ยินเช่นนั่นและแล้วเสียงฝีเท้าหนึ่งก็เดินมาหยุดลงที่ข้างกายของเขา
“ขอบคุณมากนะที่ช่วยกำจัดเ้าสัตว์ประหลาดในวันนี้”รันมองไปที่ต้นเสียงใบหน้าของชายผู้พูดดูเศร้าๆพร้อมกับน้ำตาที่คลออยู่
“แม้จะมีการสูญเสียไปบ้างแต่นั่นล่ะคือความล้มเหลวของความประมาทเ้าอย่าได้โทษตัวเองเลยหนุ่มน้อยพวกเ้าทำดีแล้วหากทุกสิ่งที่ทำมันดีไปเสียหมดเราก็จะไม่เห็นความผิดพราดที่ควรแก้ไขจงเรียนรู้กับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วนำไปแก้ไขนะขอบคุณมากจริงๆ” และแล้วชายคนนั้นก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้
“โทษทีครับคุณนักเวทย์คุณชื่ออะไรเหรอครับ” ชายที่น้ำตาไหลอาบแก้มก็ยิ้มที่มุมปาก
“ฉันชื่อออร์กัส”รันพอได้รู้ชื่อก็ยิ้มออกมา
“วันนี้ก็ต้องขอบคุณคุณออร์กัสเช่นกันครับที่ยืนหยัดสู้ไปพร้อมกับพวกผม”ออร์กัสยิ้มที่มุมปากแล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆไซที่นอนอยู่ข้างกันก็หันมาถามรันด้วยความสงสัย
“นี้รันนายรู้ได้ไงว่ามันจะติดไฟ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า มันเป็ความลับ”
“เถอะหน่านายบอกฉันหน่อยสิ”ไซขยั่นขยอให้รันตอบเขาให้ได้พร้อมกับเขย่าแขนรันด้วยความเ็ปที่ไซเขย่าแขนเขาจึงพูดมันออกมา
“ก็ตอนที่ฉันมองพื้นไงลมหายใจของมันมีความมันวาวเหมือนกับน้ำมันเลยลองให้คุณออร์กัสใช้เวทย์ไฟดูพร้อมกับตอนที่มันพ้นลมหายใจออกมาสรุปติดใจได้จริงๆ”รันยิ้มด้วยความภูมิใจโดยที่เขาไม่สังเกตว่ามีสายตาของไซจ้องมองเขาออยู่ข้างๆ
“นายฉลาดจริงๆเลยรัน”เสียงอ่อนโยนของไซทำให้รันต้องฉันไปตามเสียงนั้นแล้วสายตาของทั้งคู่ก็สบกันรันยิ้มออกมาที่มุมปากเบาๆและพยักหน้าเป็การขอบคุณและแล้วทั้งคู่ก็ถูกหามส่งสถานพยบาลท่ามกลางความศูนย์เสียในวันเทศกาลประจำปีก็ยังมีวีระบุรุษผู้กล้าเกิดขึ้น