เอสได้อายุถึง 12 ปีแล้วและต้องปลอมตัวเข้าเรียนในโรงเรียนฝึกดาบและไม่ให้ใครรู้ตัวตนว่าเขาเป็องค์ชายของอาณาจักร Kaldi
โรงเรียนฝึกดาบของเมืองไม่ใช่สถานที่หรูหรา
อาคารไม้สองชั้นตั้งอยู่ริมถนนหลัก ลานฝึกด้านหลังปูด้วยดินอัดแน่น รั้วไม้กั้นรอบ และป้ายชื่อโรงเรียนแขวนเอียงเล็กน้อยเพราะตะปูหลุด แต่เด็กที่เดินเข้าออกที่นั่นทุกเช้าเป็ร้อยคน ทั้งลูกพ่อค้า ลูกช่างฝีมือ และลูกขุนนางชั้นล่างที่ยัง้าให้ลูกหัดรบได้
เอสเดินเข้ามาในวันแรกในฐานะ เอส คราฟท์ บุตรพ่อค้าผ้าจากเมืองทางใต้ มีใบอนุญาตที่ปลอมแปลงได้ดีพอ และมีองครักษ์สองคนที่ปลอมตัวเป็คนรับใช้รออยู่นอกรั้ว
ครูฝึกดาบคือผู้ชายตัวใหญ่ชื่อ กอร์ด แขนใหญ่กว่าศีรษะเอส พูดสั้น คาดหวังสูง และดูไม่แคร์ว่าใครจะเป็ลูกใคร
"แถวเดียว" กอร์ดะโ เด็กห้าสิบคนรีบวิ่งเข้าแถว "หยิบดาบไม้คนละอัน แล้วจับให้ถูกก่อนฉันจะนับถึงสิบ"
เอสเดินไปที่กองดาบไม้ หยิบขึ้นมาอันหนึ่ง ทดน้ำหนัก หมุนข้อมือเบาๆ
แล้วก็มีเสียงดังขึ้นจากมุมข้างๆ
เด็กสามคนตัวใหญ่ยืนล้อมอยู่รอบเด็กผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่ง
เอสสังเกตเด็กคนนั้นก่อนอื่นเลย ผมสั้นสีฟ้าอ่อนโทนพาสเทลดูนุ่มฟู ปัดปิดตาข้างหนึ่งเล็กน้อย ใบหน้ารูปไข่ผิวขาวเนียนดูเด็กและบริสุทธิ์ รูปร่างผอมเพรียวตัวเล็กสมส่วน และดวงตาสีเหมือนอัญมณีที่ให้ความรู้สึกใสและอ่อนโยน
ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกำลังสั่นอยู่เล็กน้อย
เด็กคนนั้นถือดาบไม้ที่หักครึ่งในมือ ริมฝีปากกัดแน่น ไหล่แข็งเกร็งด้วยความพยายามที่จะไม่แสดงว่ากลัว แต่มือที่จับดาบหักนั้นสั่นนิดๆ จนเอสสังเกตเห็น
"จะทำไมล่ะ? ดาบก็ไม่มีแล้ว" เด็กตัวใหญ่คนหนึ่งพูดพลางเอาดาบไม้ที่เพิ่งหักส่งให้เพื่อน ยิ้มกว้างแบบที่รู้ว่าตัวเองได้เปรียบ
เด็กผมฟ้าไม่ตอบ แค่กัดฟัน ถอยหลังหนึ่งก้าว
เอสอยู่ใกล้แค่สองสามก้าว มองเห็นทุกอย่างชัด
เขาอยากเข้าไปจัดการตรงๆ แต่หยุดคิดก่อน ถ้าวันแรกมีเื่ใหญ่ ตัวตนที่แท้จริงอาจถูกเปิดเผย และถ้าถูกเปิดเผย ทุกอย่างจบั้แ่ยังไม่เริ่ม
แต่ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ได้เหมือนกัน
เอสมองไปที่ดาบในมือตัวเอง แล้วมองไปที่เด็กผมฟ้า แล้วก็พูดเบาๆ ในระยะที่เด็กคนนั้นได้ยินคนเดียว
"จับดาบให้มั่น แค่นั้นพอ"
เด็กผมฟ้าหันมามอง ดวงตาอัญมณียังสั่นอยู่ แต่มีอะไรบางอย่างในนั้นที่หยุดฟัง
"สามคนก็แค่สามคน" เอสพูดต่อ เสียงเรียบ ไม่ตื่นเต้น "ถ้ากลัวก็แสดงออกมาได้ แต่อย่าให้มือสั่น"
เด็กผมฟ้าไม่พูดอะไร แค่กลืนน้ำลาย แล้วมองลงมาที่มือตัวเอง
เอสโยนดาบไม้ในมือออกไปโดยไม่ได้คิดมาก โยนในระยะใกล้ๆ ให้หมุนช้าๆ แล้วตกลงตรงหน้าเด็กคนนั้นพอดี
"ของนาย"
เด็กผมฟ้าจ้องดาบที่ตกลงมาตรงหน้า สักพักก็เอื้อมมือหยิบขึ้นมา
นิ้วกำแน่น ไม่สั่นอีกแล้ว
เด็กสามคนหัวเราะ
"อ้าว มีคนช่วยด้วย น่ารักจัง แต่ดาบนึงสู้สามคนได้เหรอ?"
เด็กผมฟ้าไม่ตอบ แต่ก้าวออกมาหนึ่งก้าว ครั้งนี้ไม่ถอยหลัง
การต่อสู้ไม่ได้นานนัก
แต่มันเกิดเร็วกว่าที่ใครคาดไว้
เด็กผมฟ้าก้าวเข้าหาคนแรกโดยไม่มีสัญญาณ ไม่มีการตั้งท่า ไม่มีการสูดหายใจ เขาแค่ เคลื่อน — และในเสี้ยววินาทีนั้น มีบางอย่างในท่าทางของเขาที่ผิดปกติ ไม่ใช่เร็วเกินไป ไม่ใช่แรงเกินไป แต่เป็ความ แม่นยำ ที่ดูเหมือนไม่ได้มาจากการฝึก แต่มาจากบางอย่างที่ลึกกว่านั้น
เหมือนร่างกายรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนที่หัวจะสั่ง
ดาบไม้กระทบข้อมือคนแรก — เสียง ปัก สั้นกระชับ ไม่ดัง แต่แหลมคม คนแรกร้องแล้วปล่อยดาบหลุด ดาบไม้กระดอนขึ้นแล้วตกกระทบพื้นดินดัง แกร๊ก
ลานฝึกเงียบลงครึ่งหนึ่ง
คนที่สองพุ่งเข้ามาจากข้างหลัง เด็กคนนั้นหมุนตัว ไม่ได้มองก่อน ราวกับรู้ตำแหน่งแล้ว ศอกชนไหล่คนที่สองด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่าตัวมาก แต่คนที่สองกลับโคลงแล้วสะดุดขาตัวเองล้มฟาดพื้น — ตูม — เสียงหนักจนฝุ่นปลิวขึ้นจากดินอัดแน่น
คนที่สามยังยืนอยู่ แต่ไม่พุ่งเข้ามาแล้ว
เด็กคนนั้นหันหน้าไปหา ดาบยกขึ้นนิดหนึ่ง ไม่ขู่ ไม่โวยวาย แค่รอ
คนที่สามถอยหลังสองก้าว
สามคนนอนและยืนนิ่งอยู่บนพื้นภายในเวลาไม่ถึงนาที
ลานฝึกเงียบสนิท
แล้วก็มีเสียงกระซิบจากแถวเด็กที่ยืนดูอยู่ไกลๆ เสียงแรกที่แว่วมาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็กพูดกับเพื่อนข้างๆ เสียงต่ำจนแทบไม่ได้ยิน
"...เมื่อกี้มันอะไร"
ไม่มีใครตอบ
เอสยืนนิ่ง สายตาไม่ได้มองฉากที่เพิ่งจบ แต่มองที่มือของฟิน มือที่เพิ่งเคลื่อนไหวด้วยความแม่นยำที่ไม่มีเหตุผล ตอนนี้ห้อยลงข้างลำตัวตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การเคลื่อนไหวแบบนั้น ไม่ใช่ของเด็กที่เพิ่งหัดจับดาบ
เอสรู้จักท่าทางของคนที่ฝึกมานาน รู้จักวิธีที่กล้ามเนื้อตอบสนองก่อนที่ความคิดจะทัน และสิ่งที่เห็นในตัวฟินเมื่อกี้ — มันไม่ใช่ความบังเอิญ ไม่ใช่โชค
แต่ตอนที่เอสมองมาที่ดวงตาของเด็กคนนั้นขณะที่เขาสู้อยู่นั้น มีบางอย่างที่ทำให้เอสหยุดหายใจสักวินาที
ดวงตาที่ปกติดูใสและอ่อนโยน — ใน่เวลาสั้นๆ ระหว่างที่เด็กคนนั้นหมุนตัวและยกดาบขึ้น — มันเปลี่ยนไป ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความกลัว ไม่มีความตื่นเต้น มีแค่ความนิ่งที่เย็นและลึกเกินกว่าจะเป็ของเด็กอายุเท่านี้
แวบเดียว แล้วก็หายไป
กลับมาเป็ดวงตาที่หายใจเร็วขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาของเด็กที่เพิ่งต่อสู้และยังตื่นอยู่
แต่เอสเห็น
กอร์ดยืนอยู่ริมลานฝึกตลอดเวลา
เขาไม่ได้เดินเข้ามาห้าม ไม่ได้ะโ ไม่ได้แม้แต่ขยับ แค่ยืนดูด้วยแขนกอดอก สายตาที่ดูว่าไม่สนใจอะไรนั้นอยู่กับเด็กคนนั้นตลอด
หลังจากที่ทุกอย่างจบ กอร์ดเป่านกหวีดครั้งเดียว
"แถว ทุกคน"
เด็กทุกคนวิ่งเข้าแถว รวมถึงสามคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาด้วยหน้าแดง
กอร์ดเดินผ่านแถว ช้าๆ ไม่รีบ สายตากวาดทั่ว และเมื่อเดินผ่านเด็กคนนั้น ก็ไม่ได้หยุด ไม่ได้มอง แต่พูดเบาๆ ราวกับพูดกับอากาศ
"ท่ามือซ้ายยังหลวม"
แค่นั้น แล้วก็เดินต่อ
เด็กคนนั้นไม่ได้ตอบ แต่นิ้วมือซ้ายที่จับดาบกำแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ
เอสสังเกตเห็นทั้งสองอย่าง
หลังจากที่กอร์ดสอนท่าพื้นฐานไปหนึ่งชั่วโมง ครูสั่งพักน้ำ เด็กๆ แยกย้าย เอสนั่งลงข้างกำแพงคนเดียว
เสียงเท้าเดินมาหยุดตรงหน้า
เด็กผมฟ้ายืนอยู่ตรงนั้น ก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะพูด
"ขอบคุณมากครับ ทั้งดาบและที่พูดให้กำลังใจ"
น้ำเสียงสุภาพ ไม่แข็งกระด้าง ไม่ตีสนิทเกินไป พูดตรงแต่ไม่ห้วน
เอสพยักหน้า "สู้ได้ดีมาก"
"ตื่นเต้นมากครับ" เด็กคนนั้นพูดตรงๆ โดยไม่แก้ตัว "แต่ขอบคุณที่บอกว่าอย่าให้มือสั่น มันช่วยได้จริงๆ"
เขานั่งลงข้างเอสโดยไม่ถามว่าจะนั่งได้ไหม แต่ทำด้วยท่าทางที่ดูเป็ธรรมชาติ ไม่ล่วงล้ำ
แล้วดวงตาสีอัญมณีก็แวบมองเอสสักครู่
"คุณ..." เด็กคนนั้นพูดเบาๆ เหมือนพูดสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่ได้กรอง "ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันใช่ไหมครับ"