ตอนที่ 118 ผู้ทรยศ
ร่างกายแข็งทื่ออย่างกับถูกแช่แข็งเมื่อเอ่ยคำพูดนั้นจบเม็ดฝนหยดหนึ่งกำลังตกลงมาปะทะข้างแก้มของโพรทาเลียจนมันไหลตกลงมาพร้อมกับฝนที่เทลงมาอย่างหนักหน่วงสายฝนที่ตกลงมาพร้อมกับท้องฟ้าที่ร้องตลอดเวลาเหมือนกำลังคร่ำครวญโดยมหาเทพแห่งท้องนภารอบตัวมีเสียงมากมายแต่มันไม่เข้าโซนประสาทของโพรทาเลียเลยสักนิดรอบข้างเธอนั้นเงียบสงัดไปหมด ดวงตาสีเขียวจับจ้องมองร่างอันไร้การเคลื่อนไหวยิ่งทำให้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาว่าไม่อยากให้สิ่งตรงหน้าเธอเป็นความจริงโพรทาเลียก้าวขาไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
“ไม่...ไม่จริง...ใช่ไหม...?”
โพรทาเลียขยับใบหน้าไปด้านซ้ายขวาอย่างเฉื่อยชาอย่างปฏิเสธภาพตรงหน้าเส้นผมที่พองฟูตอนแรกกับเปียกชุ่ม
“มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ!!”
เสียงตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงอันขุ่นเคือง
“ไหน...ไหนว่าจะส่งฉันมายังยุค...ที่เขาอยู่...แล้วทำไม...แล้วทำไม…เขาถึง...”
โพรทาเลียก้าวขาไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าเสียงฟ้าผ่ายิ่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งฟ้าก็ผ่าลงมายังพื้นดินโพรทาเลียกำลังเหม่อลอยไปกับภาพตรงหน้าอยู่นั้นสายฟ้าก็กำลังผ่าลงมาจุดที่เธออยู่โพรทาเลียรู้สึกถึงภัยอันตรายเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจกับสายฟ้าที่กำลังตกลงมาอย่างรวดเร็วเธอก็กระโดดหนีจากตรงนั้นแต่กระนั้นขาของเธอไม่พ้นจากจุดนั้นก็โดนสายฟ้าผ่าเข้าอย่างจัด
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!”
ความเจ็บปวดวิ่งไหลไปทั้งขาข้างขวาที่โดนผ่าจนโพรทาเลียไถลไปกับพื้นอย่างไม่ตั้งตัวร่างกายของเธอไถลจนทำให้เสื้อผ้าที่ใส่มีรอยถลอก แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจถึงเสื้อผ้าที่ถลอกหรือขาดวิ่นตอนนี้เธอกำลังเจ็บปวดกับขาของตนเองที่กำลังแผดเผาจนมีควันขึ้นมา
“อึกกกกกกกก!! บ้า!! บ้าที่สุด!!”
โพรทาเลียยืนมือไปที่ขาของเธอทำท่าเหมือนอยากจะกุมมันแต่ก็ทำไม่ได้เพราะความเจ็บที่ลุกลามไปทั้งขาข้างขวา
“อืมมมมมมมมมมมม!! ทำไมต้องมาเป็นฉันทุกที!!”
โพรทาเลียสบถกับตัวเองด้วยความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่ตนเองต้องมาอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ทุกครั้งทุกคราตลอดเธอพลิกตัวเองให้คว่ำตัวลงใช้แขนยัดพื้นเพื่อให้ตัวเองลุกขึ้นสภาพของเธอสะบัดสะบอมอย่างมากการก้าวขาไปข้างหน้าช่างลำบากเธอพยายามจะใช้ขาที่บาดเจ็บ แต่มันก็ลำบากมาก ๆจนเธอต้องล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบไม้ท่อนใหญ่ออกมาช่วยเธอพยุงตัวไปข้างหน้าเพื่อตรงไปยังทะเลสาบแต่ทว่าท้องฟ้าก็คำรามอีกครั้งพร้อมกับสายฟ้าที่กำลังผ่าลงมาจุดที่เธออยู่อีกครั้งโพรทาเลียเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตกใจก่อนที่จะมีสิ่งบางอย่างผลักเธอไปด้านข้างอย่างรวดเร็วจนตัวลอยตกลงไปในทะเลสาบ
ตู้ม
ร่างกายอันหนักอึ้งกำลังจมลงสู่ใต้ทะเลสาบอย่างช้า ๆโพรทาเลียรู้สึกร่างกายนั้นหนักกว่าปกติ โดยที่ปกติมันเบายิ่งกว่าลอยอยู่บนฟ้าโพรทาเลียพยายามที่จะแหวกว่ายขึ้นมาแต่ทว่าจู่ ๆน้ำที่เข้ามาข้างในจมูกทำให้เธอรู้สึกอึดอัดทันใดโพรทาเลียรู้สึกทุรนทุรายข้างในร่างกายสุด ๆ มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเธอเธอพยายามขยับร่างกายให้ว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำแต่มันไม่เป็นผลเหมือนร่างกายเธอยิ่งจมลงสู่ใต้น้ำมากกว่าเดิมจนเธอสำลักอากาศออกมา
‘นี่มันเรื่องอะไรกัน!! หายใจไม่ออก!!’ โพรทาเลียคิด
ดวงตาพล่ามมัวไปหมดจนสติกำลังเรือนร่างความรู้สึกเหมือนตอนที่กำลังจะตายไม่มีปิด ความรู้สึกแรกที่เข้ามาความคิดถึงระหว่างที่โพรทาเลียกำลังครุ่นคิดถึงครอบครัวก่อนลาจากแต่แล้วก็มีเสียงอันคุ้นเคยตะโกนขึ้นมาอย่างสุดเสียว
“ตื่นเร็ว!!”
“!!” โพรทาเลียเปิดตากว้างอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยที่เตือนสติเธอ“เซเรน่า!?”
“เร็ว! อย่ายอมแพ้สิ!!เจ้าเป็นสายเลือดหนึ่งในสามมหาเทพนะ!!”
“ลักซ์...”
“ใช่!! ถึงไม่ใช่สายเลือดเทพ เธอก็แข็งแกร่งว่าอะไรใดๆ บนโลกนี้อีกนะ!! เร็วเข้าตื่นขึ้น!!”
“รัล...”
“ใช่ ๆ เจ้าเป็นหลานข้านะ โพรทาเลีย!!อย่าให้เจ้านั่นควบคุมเจ้านะ!!”
“เร็วเข้าตื่นเร็ว!!”
เสียงทุกคนดึงสติให้เธอตื่นขึ้นไม่ให้ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ตรงหน้าโพรทาเลียนึกถึงสิ่งที่เคยได้รับจากแม่ทูนหัวขึ้นมา อุปกรณ์สีเหลี่ยมคล้ายลูกบิดตอนแรกเธอไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้แต่ไม่รู้ทำไมถึงนึกถึงมันขึ้นมาแต่แล้วสิ่งที่คิดนั้นก็มาอยู่ในมือของเธออย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ได้หยิบออกมาจากกระเป๋าแต่อย่างใดมันน่าประหลาดใจเกินกว่าที่จะเอ่ยถามเธอไม่รอช้าก็ยกมันขึ้นมาบิดไปด้านขวา ลูกบิดก็ทำงานมีเปร่งแสงสว่างออกมาทั่วบริเวณนั้นโพรทาเลียหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้แสงสว่างนั้นสาดส่องเข้าดวงตาจ โดยรอบโดนปกคลุมด้วยแสงสว่างจนไม่เห็นสีใดนอกจากสีขาวชั่วขณะโพรทาเลียกำลังคิดว่าตัวเองคงยังลอยอยู่ในทะเลแต่แล้วดวงตาก็เปิดกว้างขึ้นจนเผยให้เห็นสิ่งรอบตัวทันใดท้องฟ้าสีครามที่กำลังมีเมฆลอยอยู่เหนือฟากฟ้าโพรทาเลียมองอย่างตกตะลึงก่อนจะมองรอบข้างว่าตนเองอยู่จุดไหนของโลก
‘เมื่อกี้มัน...อะไรกัน!? แล้วเหตุการณ์เมื่อกี้ล่ะ?’โพรทาเลียคิด
โพรทาเลียมองรอบกายที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นบรรยากาศอันเย็นสบายเหมือนก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเมื่อกี้ ยิ่งทำให้สับสนว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าคืออะไรกันแน่แล้วความเจ็บปวดที่เจอล่ะ เธอก้มมองขาที่ยังปกติทุกอย่างก่อนจะหันไปทิศที่เธอเจอร่างคุณเจสัน แต่ก็ไร้วี่แววร่างของชายหนุ่มเธอพยายามลุกขึ้นแต่ก็ลืมไปว่าเธอไม่ได้เจ็บอะไร ก่อนจะลุกได้อย่างปกติ
“นี่มันอะไรกัน!?” โพรทาเลียเอ่ยถามอย่างสงสัยจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ไม่นึกเลยว่า...”
โพรทาเลียรีบหมุนตัวอย่างรวดเร็วแต่ไร้วี่แววเจ้าของเสียงจนเธอรู้สึกถึงสายตาบางอย่างก็รีบเงยหน้าขึ้นมองเหนือหัวก็เห็นบุคคลปริศนาใต้ร่มเงาก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดต่อ
“เทพีที่ไม่สุงสิงกับใครไม่แม้แต่กับลูกของตนจะให้ของขวัญกับสายเลือดโพไซดอนได้?”
น้ำเสียงโทนต่ำคล้ายเสียงผู้ชายแต่มันช่างดูเย็นยะเยือกเหมือนน้ำเสียงของคนไร้ชีวิตแต่อีกฝ่ายก็ดูไม่เหมือนคนเป็นจากสายตาของโพรทาเลียชายหนุ่มหลบอยู่ใต้ร่มเงาจนเธอมองไม่เห็น แต่เธอเห็นชายกางเกงก็พอรับรู้ว่ากางเกงที่อีกฝ่ายใส่นั้นคล้ายกางเกงแบบใด
‘รองเท้าบูตแบบนั้น...แถมชายกางเกงสีเขียว...แต่ถ้ามองดีๆ ชุดคล้าย ๆ ชุดทหารยังไงชอบกล...’ โพรทาเลียคิด
แสงอาทิตย์สาดส่องตกลงมาจุดที่ชายหนุ่มยืนอยู่ก่อนจะเห็นใบหน้าอีกฝ่ายอย่างชัดเจนสายตาของโพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายถึงรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย สูงโปร่งผมหยิกสีน้ำตาลทอง ผิวสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลจับจ้องมาที่เธอทำให้รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกในสายตานั้น แต่การแต่งกายของอีกฝ่ายทำให้เธอคิดบางอย่างก่อนจะเอ่ยออกไป
“นายไม่ใช่คนของยุคนี้สินะ”
“เธอคิดว่าไงล่ะ? สาวน้อย” ชายหนุ่มเอ่ยพูดพร้อมกับกระโดดลงมาจากท่อนไม้ใหญ่ทันใด
โพรทาเลียชักดาบออกมาด้วยท่าทางที่ระมัดระวังอีกฝ่ายเธอไม่สนใจว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใคร แต่ความรู้สึกของเธอตอนนี้ไม่ไว้ใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมากแต่มีสิ่งหนึ่งที่บอกเธอว่าอีกฝ่ายนั้นมีพลังที่คล้ายกับสถานการณ์ก่อนหน้า
“นายเป็นคนสร้างภาพลวงตาพวกนั้นสินะ!?”
“หึ ๆ ฉลาดดีนิด ถูกต้อง ฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองคุณร่างจุติ!”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเอ่ยเรียกเธอแบบนั้นออกมาเธอพินิจจ้องมองอีกฝ่ายสักระยะก่อนจะรู้สึกถึงพลังที่คุยเคยของคนคนหนึ่ง
“นายคือ...อดีตชาติของฉันสินะ”
“แล้วไงล่ะ?”
“ทำไมทำแบบนั้น!? ทำไมสร้างภาพลวงตาพวกนั้น!?”
“เธอยังจะถามอีกเหรอว่าทำไม? ก็ทำเพื่อขัดขวางเธอไม่ให้หลุดพ้นออกจากที่นี่เท่านั้น”
“เพื่ออะไรล่ะ!?”
“ทำไมฉันต้องบอกเธอ?”
คำพูดอันกวนประสาทของอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียไม่พอใจเป็นอย่างมากจนมือที่กำดาบนั้นเริ่มแน่นขึ้นเธอก้าวขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะโจมตีเธอกลับมาไหมเธอพุ่งจนเข้ามาใกล้ตัวอีกฝ่ายก็ตวัดดาบโจมตีด้วยแรงทั้งหมดของเธอชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็หยิบอาวุธขึ้นมารับการโจมตีนั้นอย่างรวดเร็วสิ่งที่เขายกขึ้นมาคือดาบสั้นอาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดกระแสลมพัดทุกอย่างจนเกิดฝุ่นควันไปทั้งบริเวณนั้นโพรทาเลียมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธที่เธอกำลังโดนอดีตชาติปั้นหัวกับการตายของชายที่เธอกำลังตามหา
“นายกล้าดียังไง!? มาล้อเล่นว่าคุณเจสันตายนะ!!”
“หือ? ฉันก็ไม่ได้ล้อเล่นสักหน่อย?”
“เอ๋?”
ดวงตาสีเขียวกลมโตของโพรทาเลียหดลงอย่างตกใจ อีกฝ่ายกล่าวอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกแย่กว่าเดิมถ้าเป็นจริงอย่างที่พูดแล้วเธอจะทำยังไงกับสถานการร์ตรงหน้า คำพูดอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียสับสนไปชั่วขณะจนชายหนุ่มใช้จังหวะนั้นง้างดาบสั้นข้างที่วางอยู่ขึ้นมาเหนือหัวของพวกเขาโพรทาเลียรีบยกมือขึ้นมาจับมืออีกฝ่ายที่กำลังจะโจมตีเธอทำให้มืออีกข้างที่กำลังป้องกันอยู่นั้นอ่อนลงกระนั้นชายหนุ่มก็ยกขาถีบไปที่หน้าท้องของโพรทาเลียอย่างสุดแรงจนเธอกระเด็นไถลไปข้างหลังเธอไอออกมาสองสามครั้งก่อนที่มีเลือดไหลออกมาข้างริมฝีปาก
“จุกหรือไง?” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น
โพรทาเลียถุยเลือดที่ไหลออกมาแล้วเช็ดปากของเธอ “หุบปาก!! ตอบคำถามฉันมา!!เมื่อกี้นายบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นหมายความว่าไง!?”
“ไม่รู้สินะ แต่ว่าการโจมตีเมื่อกี้ยังแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของฉันเองนะแต่ครั้งต่อไป...ถ้าเป็นอาวุธที่ฉันถนัด...เธอคงหลบไม่พ้นแน่ ๆ”
ชายหนุ่มกล่าวจบเขาปล่อยมือจากดาบสั้นแล้วมันก็สลายหายไปเขาตั้งท่ายกมือระดับลำตัว มืออีกข้างก็ง้างดึงไปด้านหลังโพรทาเลียเห็นแบบนั้นก็รับรู้ว่าท่าทางนั้นคล้ายกับคนกำลังจะยิงธนูแต่ไม่ทันขาดคำก็มีธนูขนาดใหญ่โผล่มาอยู่ในมือของอีกฝ่ายแต่การกระทำของอีกฝ่ายทำให้เธอเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นบุตรของใครบนผมสีดำก็มีแสงเปร่งประกายออกมาตราธนูของพ่อทูนหัวของเธอ
“นี่นาย...บุตรแห่งอะพอลโลงั้นเหรอ?”
“หึ จะบอกว่าไม่ใช่ก็คง...” ชายหนุ่มกำลังพูดต่อแต่ก็เห็นบนศีรษะอีกฝ่ายเปร่งประกายออกมา “นี่เธอ...ทำไมถึงมีตรานั้น!!”
“ช่างหัวสิ!! แต่นายเป็นบุตรของชายคนนั้นช่างกล้ายิ่งนัก!!”
“ฉันล่ะเกลียดคำนั้นจริง ๆฉันไม่ใช่ลูกของชายขี้แพ้นั้น!!” ชายหนุ่มตะโกนอย่างไม่พอใจจนสีหน้าออกนอกหน้า
โพรทาเลียฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้วนึกถึงอะพอลโลที่เธอเคยเจอก่อนหน้า แต่ช่างแตกต่างจากชายที่อีกฝ่ายกำลังพูดถึงเธอไม่เคยรู้ว่าอะพอลโลในยุคนี้เป็นคนยังไง แต่คนที่เธอเคยเห็นนั้นดูเป็นคนกระล่อนแต่ก็ดูพึ่งพาได้อยู่เหมือนกันถึงเธอไม่ต้องการก็ตามที ระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นชายหนุ่มผิวสีก็เล็งธนูเพื่อล็อคเป้าหมายที่ต้องการโพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังเล็งธนูมาทางเธอ
“หือ?”
“ฝากสวัสดีสายเลือดจูปิเตอร์ด้วยละกันนะ”
สิ้นคำเอ่ยลาชายหนุ่มก็ปล่อยลูกธนูใส่ตรงดิ่งไปทางหญิงสาวด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นเสียงแรกที่ได้ยินเสียงสายลมที่กระทบกัยลูกธนูจนเกิดเสียงพุ่งตรงอย่างรวดเร็วสายตาที่จ้องมองลูกธนูเพียงคิดว่าแค่คันเดียวก็น่าจะหลบได้ แต่ไม่เป็นดั่งนั้นที่คิดลูกธนูคันเดียวนั้นกับแตกหน่อออกมาเป็นหลายสิบคันกำลังพุ่งตรงมาทางหญิงสาวโพรทาเลียตกตะลึงกับสิ่งที่กำลังตรงมาโจมตีแต่ตัวเธอนั้นกลับไม่ขยับไปไหนกับยืนนิ่งไม่ไว้ติ่งทำให้ชายหนุ่มที่กำลังยิ้มอย่างพอใจก็ต้องหุบยิ้มกับท่าทางของหญิงสาวที่ไม่คิดจะหนีจากการโจมตีของเขา
“ชิ! น่าเบื่อจริง ๆ ก็เป็นแค่มนุษย์กึ่งเทพที่ยอมแพ้...” ชายหนุ่มกำลังหันหลังให้หญิงสาวนั้นก็มีเสียงหนึ่งขึ้นมา
ฉึบ!!ฉึบ!! ฉึบ!!
เสียงประหลาดดังขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มรีบหันไปมองแต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาตกตะลึงหญิงสาวที่มีท่าทียอมแพ้ต่อการโจมตีของเขากำลังรับการโจมตีอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายแถมจะมองไม่ออกว่ารับลูกธนทั้งหมดได้ยิ่งเป็นการโจมตีของเขาที่ไม่มีใครสามารถหลบได้ มันยิ่งทำให้เขาโกรธเคืองถึงขั้นกำหมัดจนเลือดเสียงทุกอย่างหยุดนิ่งมีเพียงเสียงลมหายใจที่กำลังหอบอย่างเหน็ดเหนื่อยมืออันผอมบางปล่อยจากคันธนูตรงลงสู่พื้นที่เต็มไปด้วยลูกธนูหลายคันที่เธอรับได้เธอเช็ดเหงื่อบนใบหน้าพร้อมกับยกยิ้มให้แก่ชายตรงหน้าที่มองเธอด้วยสายตาตกตะลึง
“เธอ...ได้ไง!?”
“ได้ไงนะเหรอ? คิดว่าการโจมตีแค่นี้ ฉันจะหลบไม่ได้สินะบุตรอะพอลโล...ฮา...” โพรทาเลียชะงักไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆเธอกำลังจะเอ่ยชื่อผิดคนเสียแล้วก่อนจะเอ่ยต่อ “หึ ๆ ฉันเกือบเรียกผิดคนนายไม่ใช่ฮาลอน นายคือ ธีเอมัส…ใช่ไหมล่ะ?”
สายตาสีเขียวที่จ้องมองชายหนุ่มอย่างกวน ๆทำให้ชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยนามของตนเองถึงกับรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันขุ่นเคือง
“ทำไมกัน!?หรือว่า...เจ้าพวกนั้น!!”
ธีเอมัสนึกถึงพวกที่เขาเคยเจอตอนหลังตาย กลุ่มคนนับสิบที่อยู่ตรงหน้าตอนเขาฟื้นขึ้นมาหลังตายทุกคนนั้นเป็นบุคคลที่เขาไม่รู้จักแต่ทว่าเขากับรู้สึกคุ้นเคยและไร้กังวลที่จะอยู่กับพวกเขาแต่พวกนั้นกับบอกชื่อของคนอื่นโดยผิดกฏที่ชายผมดำตั้งไว้ให้อีกยิ่งทำให้เขาไม่พอใจจนกำหมัดแน่นแล้วจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า
“เจ้าพวกนั้นกล้าดียังไงบอกชื่อฉันกับเธอ!!”
“ทำไมกัน? แค่ชื่อของนายไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใด!?”
“เฮอะ! เธอไม่รู้เลยหรือไง?การบอกชื่อของฉันกับเธออาจจะทำให้การทดสอบเปลี่ยนไปก็ได้”
“เปลี่ยนไปแล้วทำไมยังไงฉันก็ต้องชนะกับบททดสอบอยู่ดี!!”
"หึ ๆ ทำไมคิดว่าจะชนะได้ง่าย ๆ กัน? เธอคิดว่าผ่านการทดสอบของฉันแล้วจะเปลี่ยนอนาคตได้หรือไง!?”
“แล้วบททดสอบของนายมันเกี่ยวกับโลกนี้หรือไง!? ฉันจะไม่รับการทดสอบของนายก็ได้ แต่ฉันจะจัดการนายเพื่อพาตัวคุณเจสันไป!!ถ้านายรู้ว่าเขาอยู่ไหนก็จงปล่อยตัวเขาแล้วส่งเขามาซะ!!”
“หึ!! คิดว่าเขาอยู่กับฉันหรือไง?ถึงเขาอยู่กับฉัน ฉันก็ไม่มีวันที่จะปล่อยเขาหรอกนะ!!”
“ว่าไงนะ...” คำพูดขอธีเอมัสทำให้โพรทาเลียโกรธเคืองเป็นที่สุดจนใบหน้าของเธอกระตุก”งั้นฉันคงจะปล่อยนายไว้ไม่ได้เหมือนกัน!!”
โพรทาเลียกำดาบไว้แน่นพร้อมกับพุ่งตรงดิ่งตรงไปหาอีกฝ่ายธีเอมัสเตรียมตัวท่าโจมตีอีกฝ่ายที่กำลังพุ่งตรงมาหาเขา คันธนูเปลี่ยนร่างเป็นดาบยาวอย่างรวดเร็วโพรทาเลียที่พุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับกระโดดตัวโค้งแรงหมุนธีเอมัสจ้องมองอีกฝ่ายก็ทำให้ตาลุกวาวเมื่อเห็นมือของอีกฝ่ายว่างเปล่าจนเขาตะลึงว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายปล่อยอาวุธออกจากมือโพรทาเลียหมุนตัวพุ่งตรงมาทางอีกฝ่ายแต่ที่นำหน้าคือเท้าสองข้างที่พุ่งมาอย่างรวดเร็วแล้วปะทะกับหน้าอกอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“อุ๊ก!!!”
ธีเอมัสร้องอุทานออกมาเมื่อเขาโดนโจมตีด้วยเท้าสองข้างที่ตรงดิ่งเข้ามาถีบเขาอย่างรุนแรงจนเขาตัวลอยไปกระแทกกับต้นไม้อย่างดังแรงกระแทกนั้นทำเอาธีเอมัสถึงกับน็อคคาที ก่อนที่ร่างกายของเขานั้นจะล้มลงกับพื้นโพรทาเลียลงกับพื้นอย่างอ่อนนุ่นอย่างไม่มีตรงไหนบาดเจ็บ การหลอกล่อศัตรูเป็นเรื่องถนัดของเธออยู่แล้วแล้วยิ่งเป็นอีกฝ่ายยิ่งง่ายดายสุด ๆ
“นี่ล่ะ ผลที่นายกล้าทรยศพวกเรา”
โพรทาเลียกล่าวกับอีกฝ่ายที่สลบไปแล้ว แต่การได้โจมตีอีกฝ่ายมันก็รู้สึกดีแต่ก็ทำให้เธอเสียเวลาที่ตรงต้องตามหาคุณเจสันอีก เธอหันไปข้างหลังเพื่อมองหาเบาะแสของคุณเจสันโดยไม่ทันระวังเลยว่าธีเอมัสกำลังได้สติกลับมาเขากำลังพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างช้า ๆเขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่พล่ามมัวไปหมดแต่เขาก็ตั้งสติตัวเองได้พร้อมกับเตรียมจัดการอีกฝ่ายตอนเผลอแบบนี้
“กล้ามาเล่นงานฉัน ก็อย่าหวังว่าเธอจะได้หมอนั้นกลับไป!!” ธีเอมัสลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงมาหาโพรทาเลียพร้อมกับดาบยาว
โพรทาเลียเห็นแบบนั้นก็ตวัดมือไปข้างหน้าเหมือนขวางบางอย่างสิ่งแล้วสิ่งที่เธอขวางไปนั้นเป็นเมล็ดบางอย่างก่อนที่เธอจะออกคำสั่งกับเมล็ดพวกนั้น
“จงงอกงามรัดกุมศัตรู!!”
จบตอนที่118 โปรดติดตามตอนที่ 119 ต่อไป