ฮัวหยางมองดูอู๋จือที่ยังมีอาการไอเป็บางครั้งด้วยความกังวล แม้เขาจะเคยรักษาพิษอาคเนย์มาก่อน แต่อู๋จือคือสตรีเกรงจะรับการไอรุนแรงและหนาวเย็นภายในไม่ไหว
“ยาต้มมาแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้ในร้านยาประคองถ้วยยาต้มมาส่ง
“นางตื่นพอดี เอายามานี่” ฮัวหยางนั่งริมเตียง
อู๋จือที่คล้ายจะหลับไปตื่นหนึ่งสั้นๆ ถูกประคองให้ลุกขึ้นนั่ง นางรู้สึกเจ็บหน้าอกและลำคอ คราวนี้เริ่มหนาวเหน็บไปทั่วร่าง ได้ยินเสียงของฮัวหยางบอกให้นางกลั้นใจดื่มยาลงไปให้หมด มือปราบหญิงดื่มยาเสร็จก็ยกสองมือขึ้นกอดตนเองพร้อมทั้งบ่นพึมพำออกมา
“หนาว ข้าหนาวมาก”
“ข้ารู้ นี่เป็อาการของพิษอาคเนย์ รออีกครึ่งหนึ่งยามดื่มยาอีกถ้วยอาการนี้ก็จะดีขึ้น” ฮัวหยางพูดพลางดึงเอาผ้าห่มนวมมาห่มให้กับอู๋จือ “เป็อย่างไร ดีขึ้นหรือไม่ ”
หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ทั้งที่ยังหลับตา “ไม่ ยังหนาวมาก”
ฮัวหยางโบกมือไล่บ่าวรับใช้ออกจากห้อง “ผ้าห่มอาจจะช่วยเ้าไม่ได้ ใช้ร่างกายของข้าดีกว่า ให้ข้ากอดเ้า อุ่นกว่าเดิมมากๆ แน่”
ท่านหมอหนุ่มสอดร่างเข้าไปในผ้าห่มนวม โอบกอดอู๋จือที่อยู่ในชุดตัวในเอาไว้แน่น ที่ ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ชายหนุ่มก้มลงจะจูบหน้าผากของนางขณะนั้นประตูก็ถูกเปิดผัวะออก
“คุณชายใหญ่ นี่ท่านคิดจะ....” อู๋เสี่ยวถงยืนตะลึง
“ก็อย่างที่เ้าเห็น ข้าอยากจะจูบพี่ของเ้า”
“ท่านรับปากข้าแล้วว่าจะไม่ข่มเหงพี่จือจือ ตอนนี้นางได้รับาเ็ ยังไม่ได้สติ ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้” อู๋เสี่ยวถงยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าฮัวหยาง
“ว่าแต่เ้าเถอะ ย้อนกลับมาทำไมอีก ”
“ข้าเป็ห่วงพี่สาวข้านี่เ้าคะ ก็เลยบอกท่านแม่ว่าจะมาดูพี่จือจือ แล้วค่อยให้มือปราบเฉินกลับไปส่งอีกรอบ ว่าแต่คุณชายใหญ่เถอะ เมื่อครู่ท่านกำลังจะรังแกพี่สาวข้านะเ้าคะ”
“เสี่ยวถง ตอนนี้ข้ากอดสตรีที่ข้าชอบเอาไว้ และข้าก็อยากจะจูบนางมาก เ้าจะให้ข้าทำเช่นไร ” สีหน้าของชายหนุ่มคล้ายเ็ปรวดร้าวยิ่ง
อู๋เสี่ยวถงยืนกัดริมฝีปากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง
“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ค่าปิดปาก ข้าเอาเท่าเสี่ยวเหอตี้ก็แล้วกัน”
ฮัวหยางยกยิ้มมุมปาก รีบใช้มือหนึ่งควักเอาก้อนเงินสองตำลึงออกมาส่งให้ อู๋เสี่ยวถงทำตาโต
“ข้าให้เ้าเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้มารดากับน้องชายด้วย”
หญิงสาวรีบเก็บเงินเข้าในสาบเสื้อ แล้วยกมือขึ้นปิดตาสองข้าง
“ถ้าอย่างนั้น ในราคานี้ ข้าแถมแก้มพี่จือจือให้ท่านด้วยก็แล้วกัน”
คนจ่ายเงินหัวเราะหึๆ แล้วก้มลงประทับริมฝีปากที่หน้าผากและแก้มซีดเซียวของคนที่กำลังหนาวสั่น “จือจือ ได้ยินหรือไม่ น้องสาวเ้ายกเ้าให้ข้าแล้วนะ”
“แค่สองตำลึง คงจะยกพี่จือจือให้ท่านไม่ได้หรอก ให้ท่านแค่จูบหน้าผากกับแก้มเองนะเ้าคะ” อู๋เสี่ยวถงรีบแย้ง ตอนนี้พี่สาวนางก้าวขาข้างหนึ่งไปยังยมโลก ต้องอาศัยเพียงฝีมือหมอเทวดาอย่างฮัวหยางเท่านั้นจึงจะมีทางรอด ในเมื่ออีกฝ่ายมีใจปฏิพัทธ์กับพี่สาวนางก็ย่อมจะรักษาสุดชีวิต แค่หอมแก้มกับจูบนิดๆ หน่อยๆ แลกกับการรอดชีวิต ไม่นับว่ากระไร
“เห็นทีแค่นี้คงไม่พอแล้ว อีกสักครู่นางน่าจะหนาวถึงกระดูก ร่างกายของพี่เ้าไม่อาจจะต้านทานอาการหนาวในกระดูก ข้าเหลือเพียงวิธีบรรเทาอาการวิธีสุดท้ายแล้ว”
อู๋เสี่ยวถงตื่นตะลึง มองร่างของพี่สาวที่ใบหน้าแทบจะไร้สีเืซบอย่างสินไร้กำลังอยู่ที่ซอกคอท่านหมอหนุ่ม “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ”
“อาการของนางจะหนักขึ้นและหากนางผ่านอาการหนาวเย็นภายในกายนี้ไปไม่ได้ ข้าเองก็หมดสิ้นปัญญาจะรักษาแล้ว”
“คุณชายใหญ่ ท่านจะวิธีใดหรือเ้าคะ ”
“อาการเช่นนี้ มีเพียงต้องเปลือยกายกอดเพื่อรักษาสมดุลหยินหยาง เพราะอุ่นไอของคนเท่านั้นที่จะทำให้พี่สาวเ้าอุ่นที่สุดได้ และการรักษาสมดุลที่ว่าต้องกระทำระหว่างชายและหญิงเท่านั้น”
อู๋เสี่ยวถงตกตะลึง “หากพี่ข้าฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าท่านกับนางแนบชิดกันโดยไร้อาภรณ์ติดกาย นางคงจะเอากระบี่ไล่แทงท่านแน่”
“นี่ข้ารักษาชีวิตของนางนะ นางคงไม่คิดเนรคุณข้าหรอกกระมัง นอกนั้นไม่มีวิธีการอื่นอีกแล้ว เ้าคิดว่าอย่างไร ”
“แต่ความบริสุทธิ์ของพี่ข้าต้องถูกท่านทำลายนะเ้าคะ”
ฮัวหยางทำหน้าเคร่งขรึม “ระหว่างความบริสุทธิ์กับชีวิตของพี่สาวเ้า เ้าเลือกมาเถิด”
อู๋เสี่ยวถงอึกอัก พอเห็นร่างของอู๋จือสั่นสะท้านใบหน้าซีดเซียว หญิงสาวก็บีบมือตนเองแน่น เม้มริมฝีปาก “ข้า....ข้าตัดสินใจไม่ถูกเลยเ้าค่ะ”
“เื่นี้ หากข้าทำไปแล้ว ข้าจะรับผิดชอบนางอย่างถึงที่สุด เ้าเชื่อถือคำพูดข้าได้ ตอนนี้รักษาชีวิตนางไว้ก่อนเถิด หรือเ้าจะให้นางทนทรมานกับอาการหนาวภายในอย่างนี้จนตายเล่า ”
อู๋เสี่ยวถงอึกอักลังเล แต่เมื่อเห็นอู๋จือร่างสั่นสะท้านและร้องครางว่าหนาวซ้ำๆ หญิงสาวก็พลันหน้าเสีย
“เอาเถิดเ้าค่ะ ท่านจะทำอย่างไรก็ทำ ขอเพียงช่วยชีวิตพี่จือจือได้ ท่านดูสิ นางหน้าซีดไปหมดแล้ว” อู๋เสี่ยวถงตาแดงคล้ายจะร้องไห้ “ช่วยชีวิตพี่สาวของข้าให้ได้นะเ้าคะ ข้ามีพี่คนเดียว”
“เ้ากลับบ้านไปเถอะ เสี่ยวถง ข้ารับรองว่าจะรักษานางอย่างสุดความสามารถ ข้าเองก็สูญเสียจือจือไปไม่ได้เช่นกัน”
อู๋เสี่ยวถงกลับบ้านโดยมีเฉินหรงอาสากลับไปส่ง สีหน้าของหญิงสาวไม่สู้ดี น้ำตาของนางไหลเป็ทาง เฉินหรงจึงต้องคอยปลอบใจ
“พี่เ้าอยู่ในมือคุณชายใหญ่ฮัวผู้ได้ชื่อว่าเป็หมอเทวดา เ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าเคยได้ยินว่าแม้คนที่อยู่ครึ่งทางไปปรโลก เขาก็ยื้อชีวิตกลับมาได้”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ”
ภายในห้องพักชั่วคราวของร้านสมุนไพรเฉี่ยนซือ ฮัวหยางปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนและอู๋จือออก อู๋จือแม้จะฝึกยุทธ์แต่ร่างกายของสตรีล้วนมีความนุ่มนิ่ม ต่างกับตัวของท่านหมอหนุ่มที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างสมบูรณ์
คนตัวใหญ่ค่อยๆ ประคองคนถูกพิษที่หน้าซีดปากแทบจะไร้สีเข้ามาใกล้ จัดแจงท่านอนให้เหมาะสม มือสองข้างของมือปราบสาวถูกจับให้ทาบที่หน้าอกกว้าง ร่างถูกกอดให้แนบชิดไปเสียแทบทุกส่วน ความอบอุ่นค่อยๆ แผ่กระจายอยู่ภายใต้ผ้านวมหนา
ฮัวหยางแนบริมฝีปากเข้ากับแก้มเย็นชืดของคนที่นอนสั่น เสียงครางของอู๋จือชวนให้เขาปวดใจนัก ตลอดชีวิตของการรักษาคนไข้และคนาเ็มา เขาไม่เคยรู้สึกสะท้านใจเท่าครั้งนี้
แม้รู้ว่านางคงไม่ถึงแก่ชีวิต แต่หากนางผ่านอาการนี้ไปไม่ได้ ร่างกายของนางก็จะอ่อนแอจนต้องนอนเป็ผักไปอีกหลายเดือน สำหรับคนที่เป็มือปราบหญิงผู้ห้าวหาญ นางคงจะรับสภาพของตนเองไม่ได้
‘จือจือ เ้าต้องหายนะ ข้าจัดยาที่ดีที่สุดและจัดตัวข้าที่แช่น้ำยาป้องกันพิษมานับไม่ถ้วนให้เ้าได้กอดทั้งคืนแล้ว’
เขานึกถึงครั้งแรกที่เห็นนาง มือปราบหญิงร่างผอมบาง สวมชุดหลวมโพรกวิ่งไล่ตามโจรขโมยไก่ ที่ถนนข้างตลาด ครานั้นเขานั่งรถม้าได้ยินเสียงร้องของผู้คนโหวกเหวกโวยวายก็เปิดม่านข้างรถออกมาดู ภาพที่เห็นคือมือปราบหญิงที่วิ่งตามหลังขโมยะโลอยตัวมาขี่หลังคนร้ายเอาไว้แล้วยกมือขึ้นสับต้นคออีกฝ่ายจนสิ้นสติ อีกมือคว้าเอาไก่ที่ถูกมัดขาเอาไว้ได้
สีหน้าของนางที่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี ดวงตาเป็ประกายฉายความภูมิใจที่ทำหน้าที่สำเร็จ ทำให้เขามองแล้วก็รู้สึกว่านางน่ารักและมีชีวิตชีวา
“เหล่าพาน นางเป็มือปราบดูแลแถวคฤหาสน์ข้าใช่หรือไม่ ”
“ขอรับ ละแวกนี้เป็เขตรับผิดชอบของหน่วยที่สาม”
“ไปสืบเื่ของนางมาที ในเมื่อนางเป็มือปราบแถวบ้านข้าก็ควรจะต้องรู้ว่านางเป็คนเช่นไร ”
************
ไรเตอร์แนะนำ...นิยายเล่มที่ 63 วางจำหน่ายแล้ว "คู่หมั้นแสนซนของขุนพลมู่" ในเว็บเด็กดี, mebmarket และปิ่นโต
