ตอนที่ 1 มูนี่ย์ (7)
“โอเมก้าคนนั้นฉวยโอกาสตอนที่ผมไม่ได้สนใจทุบหน้าต่างหนีไปครับ แต่ไม่ได้พาลูกไปด้วย” แอรอนกอดเด็กที่ถูกทอดทิ้งเอาไว้ เด็กน้อยนิ่งสงบมาก พอดื่มนมอิ่มไปเมื่อตอนบ่ายแล้วก็เป็เด็กดีแสนว่าง่าย ตอนนี้ก็กำลังกะพริบตาปริบๆ มองดูผู้คนอย่างไร้เดียงสา ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแต่อย่างใด
“เด็กคนนี้เป็โอเมก้า เห็นชัดั้แ่เกิดเลย คงเพราะแบบนี้โอเมก้าคนนั้นถึงได้อยู่ในตระกูลด้วยความยากลำบาก ถูกสามีบังคับหย่าแล้วขับไล่ออกมา ระเหเร่ร่อนมาจนถึงเขตชานเมืองของเมืองหลวง ระหว่างทางคงเตรียมโยนเด็กไว้ในพงไม้หรือไม่ก็ทิ้งลงแม่น้ำแล้ว แต่ไม่ทันได้ลงมือก็ถูกศาสตราจารย์ไปเจอเข้าเสียก่อน...” แอรอนลูบใบหน้าของเด็กคนนั้น เพราะถูกแอรอนดูแลตลอดทั้งบ่าย บางทีเด็กคนนั้นคงรู้ว่าใครบ้างที่ดีต่อตน ครั้นสบตากับแอรอนจึงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา
มูนี่ย์ขมวดคิ้ว เด็กคนนี้หน้าตาดีทีเดียว มีดวงหน้าหมดจด แม้ว่าเครื่องหน้าจะยังไม่ชัดบวกกับขาดสารอาหาร แต่แค่นั้นก็พอมองออกแล้วว่าเมื่อโตขึ้นจะน่ารักน่าชังขนาดไหน แต่แค่เพราะเป็โอเมก้าจึงถูกทอดทิ้ง ถึงขั้นเกือบถูกพ่อแท้ๆ ฆ่าตาย
‘ขอฉันอุ้มเด็กหน่อยได้ไหม’ มูนี่ย์เขียนลงสมุดโน้ตแล้วฉีกขึ้นมาโชว์
อาเรย์อารีบอุ้มเด็กยัดใส่อ้อมแขนของมูนี่ย์ทันที
สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่นุ่มนิ่ม ทั้งที่ถูกทอดทิ้งแต่ก็ยังฉีกยิ้มชวนใจละลาย กลิ่นหอมของนมจากตัวเด็กโชยเข้ามาในจมูกของมูนี่ย์ ทำให้ช่องท้องที่ว่างเปล่าของเขาปวดร้าวขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าความเ็ปในครั้งนี้ไม่ได้มาจากาแ หากแต่เป็ความรู้สึกในจินตนาการที่เพ้อฝันขึ้นมา
เขามีลูกไม่ได้ ถ้าเป็ไปได้เขาอยากมีลูกเป็ของตัวเองใจจะขาด แค่เกิดเป็โอเมก้าก็ต่ำต้อยพออยู่แล้ว เขาดันเป็โอเมก้าที่มีลูกไม่ได้อีก แล้วอีกฝ่าย ทั้งที่เป็โอเมก้าร่างกายแข็งแรงแต่กลับทอดทิ้งลูกของตัวเอง โลกใบนี้มีช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย โอเมก้าที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่อยากมีลูก สามารถทอดทิ้งเืเนื้อเชื้อไขที่อุ้มท้องนานเป็สิบเดือนได้ ถึงขั้นคิดจะฆ่าให้ตายด้วยน้ำมือตัวเอง ส่วนเขา โอเมก้าพิการที่อยากจะมีลูกมาเติมเต็มตัวเองกลับถูก์พรากสิทธิ์ในการให้กำเนิดไปอย่างโหดร้าย
แรกเริ่มพอเด็กน้อยถูกย้ายมาอยู่ในมือเขาก็มีอาการกลัวคนแปลกหน้าอยู่บ้าง มีการเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า แต่ผ่านไปสักพักพอเห็นว่ามูนี่ย์แค่อุ้มตนเองไว้อย่างอ่อนโยน อีกทั้งทั่วกายยังมีกลิ่นหอมหวานโชยออกมา เด็กน้อยจึงคลายใบหน้าที่ขมวดมุ่นแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาอีกครั้ง
มูนี่ย์ลูบใบหน้าของเด็กน้อยก่อนจะส่งคืนให้อาเรย์อา
“คุณมูนี่ย์ คุณใจดีเกินไปแล้วนะครับ” แอรอนเป็คนตรงไปตรงมา เขาไกวเปลกล่อมลูกตัวเองพร้อมส่งเสียงดังเอะอะ ไม่กลัวจะทำให้เด็กน้อยที่เพิ่งผล็อยหลับสะดุ้งตื่นเลยสักนิด คืนหนึ่งในฤดูหนาว เขาอุ้มลูกหนีออกมาขอความช่วยเหลือจนถูกโทมัสเก็บมาดูแล เขาเป็คนขี้บ่น พูดตรงไปตรงมา จึงกลายเป็หัวหน้าของหอพักแห่งนี้ไปโดยปริยาย
“โอเมก้าคนนั้นเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ โจมตีคุณมูนี่ย์ ทำให้คุณมูนี่ย์าเ็ แถมขอบคุณสักคำก็ไม่มี ยังจะหน้าด้านหอบเงินที่คุณให้ ทิ้งลูกแล้วหนีไปคนเดียวอีก ถ้าคราวหน้าได้เจออีกละก็ จะจับสั่งสอนซะให้เข็ด” แอรอนพูดอย่างเดือดดาล
มูนี่ย์กลับไม่เก็บมาใส่ใจ เขาเขียนลงบนกระดาษด้วยท่าทางเรียบเฉยก่อนยื่นให้แอรอน ‘ไม่เป็ไร เขาคงมีความลำบากใจอะไรสักอย่างถึงได้ทิ้งลูกไป ส่วนเื่เงินก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเขาจะได้เอาตัวรอดได้สักระยะ ไม่ถึงขั้นต้องอดตาย’
มูนี่ย์ไม่ได้ถือสาเลยจริงๆ เขาไม่ขาดแคลนเงิน ถึงอย่างไรด้วยฐานะของเขาบวกกับเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ก็มีกินมีใช้เหลือเฟือแล้ว อีกทั้งส่วนตัวเขาก็ไม่มีนิสัยหรืองานอดิเรกที่ต้องใช้เงินด้วย ด้วยเหตุนี้เขาจึงใจกว้างเื่เงินเป็อย่างมาก
แอรอนยิ่งรู้สึกเสียดายแทนมูนี่ย์ แต่มูนี่ย์ก็เป็แบบนี้มาตลอด ช่วยเหลือพวกเขาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ศูนย์วิจัยแทบไม่มีรายรับอะไรเลย โทมัสก็เอาแต่เก็บคนมาเลี้ยงแต่ไม่สนใจเื่ดูแล แล้วเงินมันจะมาจากไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่จากกระเป๋าเงินของมูนี่ย์ที่ต้องควักออกมาเจือจุนโอเมก้าไร้ที่พึ่งอย่างพวกเขา บางคนก็ออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวเองได้แล้ว บางคนดีหน่อย รู้จักคืนเงินมูนี่ย์ แต่ไม่นานก็จะเอาไปให้คนอื่นอีกอยู่ดี
พ่อพระจริงๆ แอรอนคิดในใจ น่าเสียดายที่ต่อให้คุณมูนี่ย์เป็คนดีมากแค่ไหน คนอื่นก็มักถูกรูปลักษณ์ภายนอกอันเคร่งขรึมเ็าของเขาหลอกตาอยู่ดี ทำให้เกิดความเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะฐานะชนชั้นสูงของเขา ทำให้โอเมก้าหลายคนกับพวกที่ได้รับการช่วยเหลือต่างมองเขาเป็ศัตรู แอรอนมักจะรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรมแทนเขาเสมอ แต่สุดท้ายก็เป็แค่โอเมก้าที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ต่อให้ช่วยพูดแทนมูนี่ย์แค่ไหนก็ไม่มีใครอยากฟังหรืออยากเชื่อหรอก
จนกระทั่งเช้ามืด มูนี่ย์ถึงค่อยลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับบ้าน ในบ้านว่างเปล่าตามคาด ฮอร์วิทซ์ไม่ได้กลับมาที่บ้าน พวกคนรับใช้ก็ไม่ได้สนิทสนมกับเขามากนักจึงไม่มีใครมารอเปิดประตู ตอนนี้น่าจะกำลังนอนกันหมด ห้องรับแขกมืดสนิท เขาเดินกลับห้องอย่างเงียบเชียบ แม้จะเหนื่อยสุดๆ แต่ก็ยังชำระล้างตัวเองจนสะอาดอย่างที่ทำเป็กิจวัตร กลับคืนสู่สภาพเดิม
พออาบน้ำเสร็จแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยขึ้นเล็กน้อย แต่สภาพจิตใจกลับถูกเื่มากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ถาโถมจนนอนไม่หลับ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอุ่นนมสักแก้วให้ตัวเอง ดื่มสักหน่อยน่าจะทำให้เข้านอนง่ายขึ้น
เขาลงไปชั้นล่าง ตอนกำลังจะเข้าไปในครัว ด้านหลังพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำเอาเขาสะดุ้งโหยงจนเกือบทำแก้วหลุดมือตกพื้น
“ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่นอนอีก” อยู่ๆ ฮอร์วิทซ์ก็ปรากฏตัวที่ห้องรับแขก เขาอยู่ตรงประตูทางเข้า ถามพลางถอดถุงมือออก
แสดงว่าเขาก็น่าจะเพิ่งกลับมาเหมือนกัน ไอเย็นบนร่างยังไม่ทันจางหาย ทั้งยังแฝงจิตสังหารเจือจาง สงสัยวันนี้น่าจะไปทำภารกิจที่ชายแดนมา มูนี่ย์ลองสูดจมูกดมก็ได้กลิ่นควันไฟและฝุ่นจากตัวของอีกฝ่าย