ผู้เล่นที่มีเลเวลสูงสุดในการจัดอันดับตอนนี้อยู่ที่เลเวล21 ถ้าเขาไม่ทำงานให้หนักเขาก็จะไล่ไม่ทันผู้เล่นที่มีเลเวลสูงสุดไม่ได้หมายความว่าจะเก่งที่สุดแต่การจัดอันดับก็เป็นตัวบ่งบอกความเก่งได้อีกแบบหนึ่ง
ห่างไปทางตะวันตก30 ไมล์ จากเมืองมังกร มีหุบเขาหัววัวซึ่งเป็นที่อยู่ของกลุ่มโจรที่มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3,000 คนพวกมันมักจะคอยออกดักปล้น นับว่าเป็นเหมือนหายนะสำหรับผู้คนมากทีเดียวและในกลุ่มนั้นมีหัวหน้ากลุ่มโจรชื่อเคราแดง ที่ทางการต้องการตัวมันหลบหนีจากคุกมาเมื่อสามปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาก็ยังไม่มีใครตามจับตัวได้เลย มันเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยม มีคนตายเพราะมันไปแล้วไม่ต่ำกว่า 300 ชีวิตทางการได้ออกหมายจับ ซึ่งทุกคนที่อยู่ในหมายจับนั้นสามารถจับตายได้ทันที
นี่เป็นเนื้อหาในหนังสือม้วนภารกิจโดยภารกิจนี้สามารถทำได้ทั้งเป็นกลุ่มหรือเดี่ยวก็ได้แต่ถ้ามีหลายคนรางวัลก็จะต้องถูกแบ่งจนแทบไม่เหลือ
ฉินโจ้วคิดว่าจะลงมือด้วยตัวคนเดียวก่อนที่จะฉีกมันออก และทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้น
ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน ผู้เล่นเมามายซบตักสาวงามได้รับภารกิจกำจัดโจรภูเขา ซึ่งมีทั้งหมด3,000 คน โดยให้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ถ้าผู้เล่นทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัลแห่งความร่ำรวย หากภารกิจล้มเหลวจะต้องถูกปรับโทษ
รางวัลแห่งความร่ำรวยแค่ได้ยินคำว่าร่ำรวย ใจของฉินโจ้วก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันทีนี่สิค่อยมีกำลังใจที่จะทำหน่อย
เมื่อเตรียมยาแดง+ยาน้ำเงิน, เชือก, ผงหินเหล็กไฟ, ตาข่ายจับปลาและอุปกรณ์อื่นๆ เรียบร้อยแล้ว ฉินโจ้วก็ออกเดินทางไปยังหุบเขาหุยโทวมีคำกล่าวไว้ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แต่นี่ไม่ต้องหาทั้งอาหารและหญ้าเพราะอย่างไรอุปกรณ์พวกนี้ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่อย่าเห็นว่ามันเป็นเพียงสิ่งของ บางทีมันอาจจะช่วยผ่อนแรงได้ในเวลาที่คับขัน
หุบเขาหัววัวฟังดูแล้วเหมือนหุบเขาที่แร้นแค้นและแห้งแล้งแต่นั่นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภูมิประเทศแถบนี้มีอันตราย เส้นทางคดเคี้ยวทอดยาวจากตีนเขาขึ้นไปสู่ด้านบนของหุบเขาและมีกำแพงภูเขาสูงชันขนาบทั้งสองด้านมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนคนเดียวจะตั้งรับคนนับหมื่นใจกลางหุบเขานั้นมีบ้านอยู่จำนวนหนึ่งที่ทำด้วยหิน ซึ่งมองไม่เห็นทั้งหมดเขาเห็นเพียงแค่ด้านเดียว แต่ก็พอตัดสินได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูค่อนข้างโทรมคงจะเอาไว้เก็บเครื่องมือหรืออุปกรณ์ และพอที่จะเป็นที่หลบสายตาได้
ทางขึ้นเขานั้นมีจุดหักเลี้ยวอยู่3 แห่ง แต่ละแห่งจะมีโจรภูเขา 4 คนยืนยามอยู่ จากตรงนี้ก็จะมองเห็นว่าโจรภูเขากลุ่มนี้ไม่ใช่โจรทั่วๆ ไปแต่คงมีการฝึกระเบียบวินัยมาแล้ว ถึงแม้ว่าพวกยืนยามกันจะไม่เคร่งเครียดนักหากสังเกตจากท่ายืนที่ไม่ได้ยืนตรงแต่ฉินโจ้วก็พอจะคาดคะเนได้ว่าหัวหน้าโจรเคราแดงผู้นี้น่าจะฉลาดอยู่ไม่น้อย
เมื่อคิดเช่นนั้นการกระทำของฉินโจ้วก็เริ่มระมัดระวังมากยิ่งขึ้นทั้งสองด้านของปากทางเข้านั้นมีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน ตั้งอยู่สูงราว 2 เมตรเห็นจะได้ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ของมันแบบนี้หรือถูกคนนำมาจัดวางเอาไว้ และมันก็ดูยื่นออกมาโดยปกติเขาจะยึดความรอบคอบเป็นหลัก ดังนั้นฉินโจ้วจึงใช้เนตรเซียนพญายมมองดูหินก้อนใหญ่สองก้อนนั้นก็ค่อยๆ โปร่งแสงก่อนจะปรากฏให้เห็นร่างโจรสี่คนยืนอยู่ด้านหลัง โดยมีด้านละสองคนซึ่งกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ด้านหลังก้อนหินนั้น
ฉินโจ้วนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้มันช่างบังเอิญเสียจริง เขาเริ่มใช้ทักษะล่องหนของผ้าคลุมล่องหนก่อนที่เขาจะหายไปอย่างเงียบเชียบ สักพักโจรสี่คนก็หมดสติไปในชุดวันเกิดเขากำลังพูดถึงผิวขาวราวหยกสะโพกใหญ่กลมกลึงของแม่ม่ายตระกูลจ้าวในหมู่บ้านตระกูลจ้าวหรือกระตุ้งกระติ้งกว่านางสนมคนที่หกจางหยวนไว่ของหมู่บ้านจางเจียขณะที่กำลังพูดซะน้ำลายแตกฟอง ก่อนที่จะจับถูกนิ้วเขารู้สึกเหมือนว่าสัมผัสถูกบางสิ่ง
ฉินโจ้วสังเกตอย่างคร่าวๆพบว่าพวกโจรภูเขาเหล่านี้ค่อนข้างยากจนมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก ดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่อย่างกางเกงนี่ก็หลวมโพรก ส่วนเสื้อก็รัดติ้ว เห็นแวบแรกก็ดูรู้เลยว่าต้องขโมยมาเหมือนจะใส่เพื่อห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น ไม่ต้องนึกถึงเรื่องของความเหมาะสมหรือความสวยงามเลย ดูแล้วชวนให้อึดอัดใจเป็นอย่างมากอาวุธยิ่งไม่ต้องพูดถึงแย่พอกัน สภาพโทรม หรือไม่ก็ขึ้นสนิมจากนั้นเขาจึงเช็กสถานะ
ลูกน้องโจรภูเขา: เลเวล 25 พลังชีวิต 3,125 ลูกน้องผู้ซึ่งทำตามคำสั่งให้มาดักปล้น เก่งแต่กับคนดีไม่ต่อยตีกับคนชั่ว รักตัวกลัวตาย
โจรภูเขาพวกนี้เป็นมอนสเตอร์กึ่งมนุษย์พลังชีวิตก็จะน้อยกว่ามอนสเตอร์ในเลเวลเดียวกัน พวกมันไม่มีทักษะการโจมตีใดๆฉินโจ้วค่อยเบาใจลงและคิดว่าไม่ต้องระวังมากเท่าไร เขาแค่จัดการไปแบบปกติ
ลูกน้องโจรภูเขาสองคนที่อยู่ทางซ้ายมาจากหมู่บ้านหลี่เจียคือบัณฑิตหลี่เพิ่งจะแต่งงานกับสาวงามปานดอกไม้ ซึ่งกำลังวางแผนว่าถ้ามีเวลาจะแอบแวบออกไปและทันใดนั้นเขารู้สึกว่าเสียงจากฝั่งด้านขวานั้นอยู่ๆ ก็เงียบไปเขาจึงหันกลับไปมองก่อนจะตะลึงค้างไปชั่วขณะเขามองเห็นหนามกระดูกเสียบติดอยู่ที่คอของเพื่อนโจรหนามกระดูกที่แหลมคมนั้นได้ทะลุเข้าไปในคอ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา หนามกระดูกถูกย้อมด้วยเลือดซึ่งมองเห็นความแตกต่างของสีแดงและขาวได้อย่างชัดเจนก่อนที่เลือดสีแดงสดจะหยดลงบนหิมะ เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบจากก้นบึ้งของหัวใจลูกน้องโจรภูเขาทั้งสองคนนั้นไม่มีโอกาสแม้จะเปิดปากพูด
แสงประกายวาบจากคมดาบก่อนจะมีโลหิตสองสายพุ่งกระจายสู่ท้องฟ้า ตามด้วยศีรษะ 2 หัวกลิ้งหล่นไปบนพื้นกลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วบริเวณก่อนร่างที่ไร้หัวของโจรภูเขาทั้งสองจะล้มลงกับพื้นเผยให้เห็นทหารโครงกระดูกยืนอยู่เบื้องหลังของพวกมันโครงกระดูกขาวโพลนพร้อมกับเคียวสีดำคมกริบ ดวงตาสีดำสนิทไม่แสดงถึงความรู้สึกใดๆ
"วู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เมื่อเสียงเป่าเขาสัตว์ดังขึ้นตั้งแต่กึ่งกลางหุบเขาขึ้นไปจนถึงด้านบนสุดบริเวณป้อมปราการภูเขาเริ่มมีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักยามที่อยู่ด้านบนดูท่าแล้วน่าจะจัดการไม่ง่ายหลังจากที่โจรตายแล้วและพวกของมันมาพบเข้า ก็ส่งสัญญาณแจ้งเตือนว่ามีผู้บุกรุกโดยทันทีในเวลาไม่นาน เขาก็เห็นกลุ่มโจรวิ่งลงมาตามทางซึ่งความเร็วของการโต้ตอบนั้นถือว่าเร็วกว่าทหารทั่วไปพอสมควร
เมื่อมองดูจากด้านล่างขึ้นไปข้างบนทัศนวิสัยไม่ค่อยดีเลยแต่หากมองจากด้านบนลงมาที่ด้านล่างก็สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด กลุ่มโจรกำลังมาที่จุดหักเลี้ยวฉินโจ้วกำลังคิดว่าจะเป็นแค่ยามหรือเปล่าแต่เท่าที่ดูจากตอนนี้เหมือนว่าจะมีคนคอยสั่งการอยู่
สถานการณ์ของป้อมปราการภูเขานั้นง่ายต่อการป้องกันแต่โจมตีค่อนข้างยาก ฉินโจ้วจึงตัดสินใจไม่รุดหน้าขึ้นไปกว่านี้เขารอให้โจรภูเขาเข้ามาให้จัดการทีละคนสองคนจะดีกว่า อีกอย่างถนนก็ค่อนข้างแคบเขาเลยไม่ค่อยกังวลว่าจะมีโจรภูเขาอ้อมมาจากด้านบนและแค่ทหารโครงกระดูกสองตัวก็น่าจะเพียงพอที่จะจัดการภารกิจนี้ได้
โจรภูเขานั้นบุกเข้ามาค่อนข้างเร็วทีเดียวทำให้ฉินโจ้วไม่มีเวลาพอที่จะวางกับดัก เขาจึงเริ่มโรยผงหินเหล็กไฟไว้ตามพื้นซึ่งตอนนี้โจรภูเขากลุ่มแรกก็มาอยู่ต่อหน้าทหารโครงกระดูกแล้ว
ประกายแสงสีดำตัดผ่านไปอย่างรวดเร็วร่างของโจรภูเขาคนแรกถูกฟันขาดครึ่งตัวโดยทหารโครงกระดูกหยุดโจรภูเขาคนแรกด้วยการฟัน โจรภูเขาที่อยู่ถัดไปถึงกับตะลึงงันหลังจากนั้นก็มีเสียงคำรามโหยหวนดังออกมา ก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งอย่างไม่กลัวตาย แต่จอบและอาวุธอื่นๆ นั้นไม่สามารถทำอันตรายใดๆ ทหารโครงกระดูกได้มองไปเห็นนัยน์ตาของโจรแดงก่ำ ดูแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ดุร้ายว่าแต่ไฉนตอนดูค่าสถานะอธิบายไว้ว่ารักตัวกลัวตาย
เพิ่งจะเริ่มต้นการต่อสู้แต่มันก็กลายเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเป็นอย่างมากซึ่งเหนือกว่าที่ฉินโจ้วคาดเอาไว้แต่ก็โชคดีที่ทหารโครงกระดูกนั้นไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของศัตรู
เพียงชั่วเวลายังจิบชาไม่หมดถ้วยก็มีศพไม่ต่ำกว่าโหลนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น ซึ่งถ้าไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัสเคียวของทหารโครงกระดูกนั้นมีความคมอย่างยิ่งยวดคนที่โดนเข้าไปส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รอด
อย่างไรก็ตามภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของกลุ่มโจรภูเขามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทหารโครงกระดูกเหมือนกันกระดูกของพวกมันโดนดึงทึ้งออกไปหลายครั้ง และพลังชีวิตก็ลดลงเหลือแค่ 1 ใน 3 ส่วนโจรภูเขานั้นไม่เพียงแต่ดุร้ายโหดเหี้ยม ยังแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวใช้ชั้นเชิงอย่างไร้ยางอายจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดีเพราะถึงแม้ว่าพวกมันจะต้องตายมันก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะสร้างความเสียหายให้กับทหารโครงกระดูกด้วยตัวต่อตัว อาวุธต่ออาวุธ แต่ถ้าไม่มีอาวุธเอามือคว้าจับได้ก็ใช้ฟันกัดคือใช้ทุกอย่างโดยไม่สนวิธีการ นี่ดีว่าเป็นทหารโครงกระดูกที่ไม่มีวันตายไม่อย่างนั้น...คงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว
โจรภูเขายังคงบุกลงมาจากเขาอย่างต่อเนื่องบุกเข้ารุมล้อมทุกทิศทาง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความยุติธรรมใดๆ ทั้งสิ้นถ้าโกงก็คงทำไปแล้ว ในไม่ช้าบนถนนก็เต็มไปด้วยซากศพนับร้อยของโจรภูเขาฉินโจ้วจึงเตรียมที่จะจุดไฟใส่ผงหินเหล็กไฟแต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นกลุ่มโจรที่ใช้ธนูเป็นอาวุธเขาจึงต้องหยุดชะงักไปเสียก่อน
ด้วยทักษะการอัญเชิญทำให้การต่อสู้ของฉินโจ้วค่อยเพิ่มระดับไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีที่เสียประโยชน์บ้างในกรณีนี้ก็ต้องระวังการโจมตีระยะไกลแม้ว่าทหารโครงกระดูกนั้นจะแข็งแรง แต่ก็ไม่สามารถอัญเชิญจากระยะไกลได้และเขาจะไม่สามารถควบคุมพวกมันได้ถ้าอยู่ห่างเกินไป มันเป็นข้อจำกัดทางอาชีพ
โจรภูเขาพวกนี้ถึงแม้ว่าจะดูบ้าแต่พวกมันนั้นกลับไม่โง่เลย ในที่สุดนักธนูจำนวน 20 คนก็เริ่มหาสถานที่เหมาะเจาะได้ และเริ่มเปิดฉากยิงใส่บ้าง ถึงพลังโจมตีจะดูน้อยนิดแต่เวลาโดนยิงพลังชีวิตของทหารโครงกระดูกลดลงทีละ 50 หน่วยและเนื่องจากมีโจรภูเขากลุ่มใหญ่อยู่ระหว่างกลาง พวกนักธนูจึงแทบไม่ต้องกังวลเพราะพวกมันอยู่ในที่ที่ปลอดภัยอยู่แล้ว จึงทำให้โจมตีได้เต็มที่
แต่ก็อย่างว่าถึงแม้ฉินโจ้วจะมีเวลาอีกนาน แต่เขาก็เรียก เสี่ยวจินออกมาโต้กลับในทันที เพื่อรับมือกับพวกนักธนูจึงจำเป็นต้องใช้เสี่ยวจิน และเขาต้องการให้เสี่ยวจินสร้างโอกาสให้ในการโจมตีแบบผสมผสานพวกนักธนูเหมือนถูกสายฟ้าฟาดใส่เท้าของพวกเขาหลังจากนั้นก็ตามด้วยเสียงระเบิดและมีประกายไฟเกิดขึ้นแล้วควันก็เริ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณ โดยในที่เกิดเหตุนั้นพบชิ้นส่วนของนักธนู 2 คนกับโจรภูเขา 5 คน กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และมีอีก 7-8 คน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสการระเบิดทำให้สะเก็ดไฟตกใส่บริเวณผงหินเหล็กไฟที่อยู่ด้านหน้าของฉินโจ้วก่อนที่จะกระจายไปตามพื้นและประกายไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วทำให้โจรภูเขาเริ่มตื่นตระหนก ในไม่ช้าบนถนนที่เล็กและแคบก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงซึ่งเสื้อผ้าของโจรภูเขานั้นย่อมเป็นเชื้อไฟอย่างดี ไฟเริ่มลามจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งในไม่ช้าพวกเขาก็กลาย เป็นมนุษย์เพลิงเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่ดูโหดร้ายมากจากนั้นกลิ่นเนื้อที่ถูกไฟย่างเกรียมก็เริ่มโชยออกมา
ระเบิดสายฟ้าเป็นสิ่งที่ผู้เล่นสร้างขึ้นมามันถูกพัฒนามาจากผงหินเหล็กไฟ ซึ่งใช้งานง่าย พกพาสะดวกผงหินเหล็กไฟนั้นต้องการประกายไฟแต่สิ่งนี้เพียงแค่กระทบกับพื้นก็สามารถใช้งานได้แล้วและระเบิดสายฟ้ายังมีผลจากแรงระเบิดซึ่งมันทำงานได้ดีถึงแม้ว่ารัศมีการระเบิดจะไม่กว้างมาก แค่ประมาณ 2 เมตร และยังต้องปรับปรุงเรื่องรัศมีการระเบิดอีกแต่ถึงอย่างนั้นราคาของมันก็ใช่ย่อย อยู่ที่ 2 เหรียญทองต่อชิ้นซึ่งฉินโจ้วไม่ได้สนใจเรื่องเงิน เพียงแต่ปัญหาของมันก็คือมันไม่เพียงพอถึงตอนนี้เพิ่งสร้างได้แค่ 7 อัน เขาทดสอบไปหนึ่ง ใช้ไปเมื่อกี้อีกหนึ่งเหลืออยู่ในมือแค่ห้าอันเท่านั้น
เนื่องด้วยมีหน้าผาสูงชันทั้งสองฝั่งถนนทำให้ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ ดังนั้นพวกโจรจึงมีแค่สองทางเลือกคือบุกต่อหรือถอยกลับซึ่งทหารโครงกระดูกสองตัวที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็มั่นคงดุจเขาไท่ซานทำให้พวกมันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปด้านหน้าต่อได้ ดังนั้นพวกมันจึงเลือกที่จะถอยแต่เนื่องด้วยจำนวนคนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทำให้พวกมันไม่สามารถถอยหนีไปได้ในทันทีโจรภูเขาบางคนเริ่มสติแตกและเมื่อโดนไฟไหม้อีกก็เลยเริ่มทะเลาะกันเองภายใต้ความกดดันที่เกี่ยวกับชีวิต ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องจึงไม่มีค่าอีกต่อไป ประกายดาบเปลวไฟ และเลือดที่ไหลหลั่งคล้ายประหนึ่งเหมือนบทเพลงแห่งความตาย
ฉินโจ้วปีนขึ้นไปบนก้อนหินก้อนหนึ่งก่อนที่จะใช้ทักษะดาบลมเพื่อปลิดชีวิตพวกโจรภูเขาเมื่อมีรอยเลือดปรากฏขึ้นนั่นก็หมายถึงโจรภูเขาได้ถูกฆ่าไปแล้วฉินโจ้วยังอยู่ในสภาวะล่องหนอยู่ เพราะการโจมตีด้วยเวทนั้นไม่ต้องเคลื่อนไหวมากนักมันทำให้เกิดเพียงผลกระทบเล็กน้อยในขณะที่อยู่ในสภาวะล่องหนซึ่งถ้าไม่ตั้งใจสังเกตก็ยากที่จะถูกจับได้ในตอนนี้กลุ่มโจรภูเขายังอยู่ในช่วงสับสนอลหม่าน จึงไม่มีใครสนใจถึงเรื่องนี้และเขาก็ไม่กลัวที่จะถูกจับได้ด้วย
10วินาทีต่อมา โจรภูเขาก็ล้มลงกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะกลายเป็นแสงสีเทาแห่งความตายจากนั้นก็มีไฟส่องสว่างกะพริบมาจากร่างสีทองตัวน้อย ในเวลาไม่นาน มันก็เพิ่มมาอีก4 ระดับ กลายเป็นเลเวล 12 แล้ว
หนึ่งนาทีถัดมากลุ่มโจรภูเขาก็ถูกกวาดออกไปจนเกลี้ยง ไม่มีใครที่มีชีวิตรอดหลงเหลืออยู่ในกองไฟพวกที่โชคดีที่ไม่ตายก็หนีรอดกลับไปได้ แต่ก็มีบางส่วนแตกหักไปบ้างจากนั้นเสียงระบบแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน : ขอแสดงความยินดีด้วยผู้เล่นเมามายซบตักสาวงามได้เลื่อนระดับขึ้นหนึ่งขั้น เลเวล 21
เมื่อถึงเลเวล21 ฉินโจ้วก็เพิ่มค่าสถานะทั้งหมดไปที่พลังชีวิต หลังจากเลเวล 20 แล้วเขาเพิ่ม 30แต้มของแต่ละเลเวลไปที่พลังชีวิต รางวัล 20 แต้มสถานะฟรี ก็เพิ่มลงไปที่พลังชีวิตซึ่งทำให้ตอนนี้พลังชีวิตของเขาอยู่ที่ 2,810 หน่วยและจากการฝึกสมาธิเขาสามารถเพิ่มค่าพลังได้ 40 หน่วยในแต่ละวัน ซึ่งหลังจากการฝึกสมาธิของวันนี้ทำให้พลังจิตของเขาทะลุเกิน 1,000 หน่วยได้แล้ว จนมาถึง 1,230 หน่วยดังนั้นแล้วเราก็ไม่ควรจะเสียแต้มสถานะให้กับพลังจิตอีกเอาเวลาไปเพิ่มพลังชีวิตดีกว่า
เมื่อเพิ่มแต้มสถานะเสร็จเรียบร้อยฉินโจ้วได้พบว่าค่าชื่อเสียงของเขานั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตอนนี้มีอยู่ 654 แต้มเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่ 150 หัวใจของฉินโจ้วเริ่มเต้นแรงเขามองดูที่แถบภารกิจ และแสดงจำนวนโจรภูเขาที่ถูกฆ่าตายไปอยู่ที่ 504 คนนั่นทำให้เขาเริ่มเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นภารกิจในการจัดการโจรภูเขานี้ถึงแม้ว่าจะได้รับเหรียญทองและอุปกรณ์ค่อนข้างน้อยแต่ก็ถูกชดเชยในส่วนของค่าชื่อเสียงแทนซึ่งปกติแล้วนั้นเขาคิดว่าจะได้รับค่าชื่อเสียงเมื่อทำภารกิจสำเร็จเพียงเท่านั้นเขาดีใจมากที่ได้เพิ่มอย่างไม่คาดฝันค่าชื่อเสียงนั้นเป็นของดีที่หาเพิ่มได้ยากอยู่แล้วในช่วงเวลาปกติ
ไม่กี่อึดใจต่อมาเปลวไฟของผงหินเหล็กไฟก็ดับมอดลงฉินโจ้วและทหารโครงกระดูกทั้งสองตัวก็เพิ่งจะถึงจุดหักเลี้ยวจุดแรกเขาได้ยินเสียงโห่ร้องมาจากกลางหุบเขาพวกโจรภูเขาที่ถอยหนีกลับไปเมื่อสักครู่ได้กลับลงมาอีกรอบพวกมันเต็มไปด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมเหมือนกับว่าไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน
ฉินโจ้วคิดว่าน่าจะเป็นการดีกว่าการโจมตีเมืองและยึดทรัพย์โดยการล่องูออกมาจากถ้ำดูแล้วน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยดังนั้นเขาจึงโรยผงหินเหล็กไฟไว้ก่อนแล้วจึงถอยกลับลงมา
ไม่ช้าโจรภูเขาก็เดินมาถึงบริเวณที่โรยผงหินเหล็กไฟไว้จากนั้นเขาก็จุดไฟ พวกโจรภูเขายังคงไม่ฉลาดเหมือนเดิม ทันใดนั้นไฟก็เริ่มติดเมื่อมองดูจากข้างบนลงมาข้างล่าง ทางเดินยาวและแคบนั้นดูไปก็คล้ายกับมังกรไฟขณะที่โจรภูเขากำลังดิ้นทุรนทุรายในเปลวเพลิง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องซึ่งก็ไม่หนีไปจากความจริงที่ว่าพวกมันจะต้องโดนไฟคลอกจนตาย
ไม่กี่นาทีต่อมาจากซากศพจำนวนหลายร้อย โจรภูเขาที่รอดชีวิตได้ถอยกลับไปที่ป้อมปราการอีกครั้งคราวนี้ฉินโจ้วได้รับค่าชื่อเสียงเพิ่มอีก 480 หน่วย แต่ที่น่าจะได้รับมากที่สุดคงเป็นเสี่ยวจินที่เพิ่มระดับไปที่เลเวล15 แล้ว
ฉินโจ้วมาถึงจุดหักเลี้ยวอีกครั้งตามที่คาดไว้เสียงเป่าจากเขาสัตว์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง และโจรภูเขาก็ถูกเกณฑ์มาให้เชือดอีกรอบแต่มาคราวนี้พวกโจรภูเขาไม่ได้ถืออาวุธมาด้วย แต่ถือหม้อกับกระทะมาแทน
เมื่อฉินโจ้วเห็นเขาถึงกับหัวเราะออกมาในทันที