เวลาล่วงเลยผ่านไปจนทุกคนในปราสาทเริ่มลืมเลือนคำทำนายจากโหรชราที่เคยบอกไว้ในตอนที่โชเพิ่งเกิดได้เพียงไม่กี่วัน สิ่งหนึ่งที่โหรชราได้เคยพูดเอาไว้แล้วกลายเป็นจริง นั่นก็คือโชนั้นได้ความงดงามจากผู้เป็นแม่มาอย่างไม่ต้องสงสัย สายเลือดของตระกูลชนชั้นสูงถูกถ่ายทอดมาที่เขาราวกับสวรรค์ต้องการสรรสร้างงานศิลปะที่มีชีวิต
เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กน้อยดังขึ้นทุกครั้งที่คิโยชิเอานิ้วจิ้มที่ปลายจมูกของเขาเบาๆ สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี โชเติบโตขึ้นมาโดยที่มีแต่คนเอาอกเอาใจ ด้วยใบหน้าที่น่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสดใสที่ใครเห็นก็ต้องชมว่าน่ารักน่าเอ็นดูทำให้เด็กน้อยนั้นมีความสุขและค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจตัวเองอยู่พอสมควรตามแบบฉบับของคุณหนูในตระกูลชนชั้นสูง
ฮิโรมาสะเรียกพบนาโอกิในตอนเช้าตรู่ของวันในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เพิ่งมาเยือนได้ไม่นาน โชที่บัดนี้อายุได้ห้าขวบแล้วทำให้ฮิโรมาสะต้องตัดสินใจเลือกองครักษ์ประจำตัวมาดูแลลูกชายผู้ที่ต้องสืบทอดตำแหน่งไดเมียวต่อจากเขา นาโอกิปรากฏตัวขึ้นไม่นานหลังจากที่ถูกเรียกให้เข้าพบ ฮิโรมาสะพินิจดูหัวหน้าองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเป็นปกติ
"ตอนนี้โชอายุได้ห้าขวบแล้ว เห็นทีจะต้องมีองครักษ์ประจำตัว โชนั้นต้องการองครักษ์ฝีมือดีที่สุด แต่ว่าเคนตะก็สนิทกับคิโยชิ ดังนั้นข้าจึงเห็นสมควรให้เจ้ามาเป็นองครักษ์ประจำตัวของโช เจ้าเห็นว่าอย่างไร" สิ้นเสียง นาโอกิก็ค้อมตัวรับคำสั่งในทันที
"ข้าน้อยพร้อมรับใช้และปกป้องท่านโช จนกว่าชีวิตจะหาไม่ขอรับ" ฮิโรมาสะพยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยต่อ
"ถ้าเช่นนั้นก็ให้รองหัวหน้าขึ้นมานำกองทัพแทนเจ้า ส่วนเจ้าก็ไปเป็นองครักษ์ของโชตั้งแต่วันนี้เลย"
"ขอรับ" เอ่ยตอบรับในทันทีอย่างไม่ลังเล ความภาคภูมิใจก่อตัวขึ้นมาในอกแกร่ง สำหรับทหารองครักษ์นั้น ไม่มีงานไหนที่น่าภาคภูมิใจไปกว่าการได้เป็นองครักษ์ประจำตัวของไดเมียวและเหล่าทายาทอีกแล้ว ฮิโรมาสะที่โบกมือขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณของการจบการสนทนาทำให้นาโอกิค้อมตัวทำความเคารพและออกไปจากห้อง มุ่งไปยังห้องทำการทหารเพื่อบอกรายงานการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นมาท่ามกลางสนามหญ้าบริเวณปราสาทส่วนกลาง โชและชิเงรุกำลังนั่งเล่นของเล่นที่กำลังวางเกลื่อนอยู่บนผ้าปูขนาดกว้างด้วยความสนุกสนาน ชิเงรุหยิบแก้วน้ำที่แกะสลักจากไม้ขึ้นมาแล้วเอ่ยกับโชราวกับว่าตนเองเป็นลูกค้าที่แวะเวียนผ่านมา
"มีชาอะไรบ้างจ๊ะพ่อค้า อันนี้อร่อยมั้ยจ๊ะ" โชกลั้นขำกับเสียงเล็กๆ ที่ชิเงรุแกล้งทำก่อนจะสวมบทบาทเป็นพ่อค้าขายน้ำชาอย่างรวดเร็ว มือเล็กรีบหยิบแก้วชามาวางเรียงกันตรงหน้า
"วันนี้มีชาซากุระ ชาบ๊วย แล้วก็ชาเขียวจ้า" ชิเงรุหัวเราะคิก เขาหยิบแก้วเปล่าขึ้นมาแล้วทำท่าจิบพลางเอ่ย
"อันนี้ชาซากุระใช่มั้ย อร่อยมากเลยนะเนี่ย"
"ใช่แล้วจ้า เพิ่งทำใหม่สดๆ ลองชาบ๊วยด้วยไหมเอ่ย" มืออ่อนนุ่มหยิบแก้วเปล่ายื่นให้กับชิเงรุ คนตัวโตกว่าหยิบไปแล้วทำท่าจิบพลันทำตาโตตื่นเต้น
"โอ้โห! อันนี้อร่อยกว่าอีกนะเนี่ย" เพียงเท่านั้นโชก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ทั้งสองขำออกมาตามประสาเด็กๆ เรียกรอยยิ้มจากคิโยชิที่กำลังนั่งวาดรูปอยู่ไม่ไกลนัก ทันใดนั้น ฮิโรมาสะที่เดินออกจากปราสาทและตรงมาทางนี้ทำให้ชิเงรุกะพริบตาปริบ เมื่อโชเห็นว่าชิเงรุเงียบไปเขาก็หันไปมองตามและพบว่าพ่อของตนกำลังเดินตรงมาพร้อมกับใครบางคนที่มาด้วยกัน ฮิโรมาสะเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะมองดูลูกชายของตนด้วยแววตาเอ็นดู เขาเอ่ยขึ้นในทันทีด้วยน้ำเสียงสดใสใจดี
"โช… นี่คือนาโอกิ องครักษ์ประจำตัวของเจ้า" โชกะพริบตาปริบ เด็กน้อยเลื่อนสายตาไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่คุกเข่าลงบนพื้นหญ้าก่อนจะค้อมศีรษะจนแทบจะติดพื้น
"ข้าน้อยนาโอกิ ขอรับใช้ท่านโชจนกว่าชีวิตจะหาไม่ขอรับ" ความภักดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งของนาโอกิถูกส่งผ่านมาถึงชิเงรุจนดวงตาของเขาลุกวาวกับภาพตรงหน้า ชิเงรุมองไปยังโชก่อนจะพบว่าเด็กน้อยว่าที่ไดเมียวตรงหน้าเขาไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษเรื่องการมีองครักษ์ประจำตัวแต่อย่างใด หนำซ้ำยังมองว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาเสียอย่างนั้น ช่างเป็นเรื่องธรรมดาของชนชั้นสูงที่คนอย่างชิเงรุจะไม่มีวันได้สัมผัสเลยในชีวิตนี้ ความแตกต่างของชนชั้นวรรณะที่ไม่อาจเอาตัวเข้าไปเทียบยิ่งทำให้เขารู้สึกเทิดทูนและเคารพโชอยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ
"อืม…" เสียงหวานของโชตอบเพียงสั้นๆ รับคำพูดนั้นของนาโอกิ ฮิโรมาสะที่เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เดินออกไปจากที่ตรงนั้นและปล่อยให้เด็กๆ ได้เล่นกันต่อ โชชำเลืองมองพ่อของตนที่เดินออกไปจนลับสายตาก่อนจะหันไปถามนาโอกิด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์แตกต่างจากตอนที่พูดคุยกับชิเงรุ
"เจ้าสนิทกับเคนตะใช่หรือเปล่า" นาโอกิเบิกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจที่จู่ๆ ก็ถูกถามขึ้นมา เขาพยักหน้าและตอบว่า 'ใช่ขอรับ' เด็กน้อยวัยห้าขวบพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าสวยหวานเกินกว่าที่จะเป็นเด็กชายมองไปยังเคนตะที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้เยื้องอยู่กับคิโยชิที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เสียงหวานเอ่ยบอกเขาในทันที
"เจ้าไปนั่งคุยเล่นกับเคนตะตรงนั้นก็ได้นะ เคนตะไม่ค่อยมีเพื่อนคุย ข้าอยากเล่นกับท่านพี่ชิเงรุ" ถ้อยคำที่เอ่ยบอกเป็นนัยๆ ว่าอยากเล่นกับชิเงรุโดยที่ไม่มีนาโอกิมาคอยนั่งฟัง ทำให้นาโอกิแอบลอบยิ้มกับเด็กน้อยที่ต้องการเวลาส่วนตัวแต่ก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เขาเอ่ยขออนุญาตและเดินเข้าไปหาเคนตะที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นมากนัก โชมองดูเคนตะและนาโอกิที่พูดคุยกันอย่างถูกคอแล้วก็หันมาหาชิเงรุก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างสบายใจ ช่างดูแตกต่างกับเด็กเงียบขรึมเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน ชิเงรุเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยถามทันที
"เล่นอะไรกันต่อดีล่ะ" โชทำท่านึกก่อนจะบอกว่าคราวนี้อยากเล่นขายโมจิบ้างแล้ว ชิเงรุตกลงตามนั้นแล้วเริ่มหันไปหยิบถ้วยจานมาวางแทนแก้วไม้ด้านหน้าอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มตามประสาเด็กๆ
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ