และเขาก็ดีใจที่พ่อกับแม่ช่วยได้มากในจุดนี้ โดยเฉพาะแม่ มักจะใช้บ้านนี้ได้อย่างคุ้มค่า ในการต้อนรับแขกของบริษัท ซึ่งจะมาเยี่ยมเยือนในแต่ละปีนับร้อยคน และแขกเหล่านี้ ก็ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
ในแต่ละไตรมาสเป็สิบหรือร้อยล้าน จึงเป็เื่จำเป็ยิ่ง และไม่อาจจะละเลยได้ แถมไม่ต้องเหนื่อยตามขายด้วยซ้ำ บางทีได้ออร์เดอร์มาง่ายๆ ตอนกำลังพัตต์กอล์ฟลงหลุมก็มี
“คุณเกียร์จะรับอะไรดีคะ ข้าวต้ม โจ๊ก หรือเอบีเอฟ”
มณฑาเข้ามาเอ่ยถามแ่เบา ขณะเ้านายหนุ่มกำลังเอร็ดอร่อยกับน้ำผลไม้จากฝีมือแม่อยู่
“มณๆ เอาสลัดแซลมอนรมควันของหนูอ้อน ให้ลูกชายฉันชิมก่อนสิ”
จารุณีรีบนำเสนอ แค่นั้นคนเป็ลูกก็รู้แล้ว ว่าแม่เชียร์สาวคนไหนอยู่กลายๆ แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร นอกจากยอมตามใจแม่ ด้วยการรับสลัดผักสดเขียวน่ากินมา แล้วไม่วายสั่งเสียงนุ่มหูกับแม่บ้านอีกคำรบ
“ผมขอข้าวต้มกุ้งแล้วกันครับป้ามณ”
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่เกียร์ ป้ามณ”
น้องชายส่งเสียงสดใสตามมา และไม่กี่นาที น้องสาวทั้งสองก็ตามมา ทำให้ห้องอาหารครื้นเครงขึ้นอีก จักรภัทรชอบบรรยากาศตอนเช้าเป็ที่สุด เพราะทุกคนจะได้อยู่ครบครัน
ส่วนมื้อกลางวันนั้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเลือกสรรกินเองตามโอกาส มื้อเย็นคนในบ้านไม่มีใครเน้น และส่วนใหญ่อาหารก็จะเป็แบบเบาๆ
เว้นเสียแต่จะมีแขกมาเท่านั้น แต่ทุกคนในบ้านก็ไม่ค่อยจะตักอะไรเข้าปากสักเท่าไหร่ ด้วยเคยชินกับการกินมื้อเย็น ในปริมาณน้อยๆ แล้ว ทุกคนในบ้านรวมทั้งคนรับใช้ เลยไม่มีใครอ้วนให้แม่เห็นสักเท่าไหร่ หรือถ้ามี แม่ก็จะจับมาลดน้ำหนักให้จงได้ เพราะไม่อยากให้มีโรคตามมา
“ผมไปก่อนนะครับคุณพ่อ คุณแม่”
แม้อายุสามสิบเก้าแล้ว แต่ทุกเช้าเขาจะยกมือไหว้พ่อกับแม่ก่อนออกบ้านเสมอ จากนั้นก็โบกมือให้น้องๆ ที่กำลังดื่มน้ำผลไม้ฝีมือแม่กันอยู่
“ไว้เจอกันในห้องประชุมนะไอ้เสือ”
พ่อมักจะเรียกเขาแบบนี้เสมอมา เวลาไม่เครียดหรืออารมณ์ดีๆ
“ครับ”
เขารับคำแล้วออกจากห้องอาหารไป เ้าสามตัวก็ตามไปส่งเหมือนเคย ประมวนขับรถมารับถึงหน้าบันได พอเขาเข้าไปนั่งด้านใน ก็มีเปิดข่าวรอพร้อมหนังสือพิมพ์อีกปึกหนึ่งวางอยู่บนเบาะแล้ว
ลูกๆ ก็พากันเกาะขอบเบาะรถหน้าสลอน เขาเลยต้องลูบหัวตัวั้นทีตัวนี้ทีเพื่อเป็การสั่ง พอประตูรถปิดเข้า เขาก็หนังสือพิมพ์ขึ้นอ่านแทนการมองจอตรงหลังเบาะคนขับ และใช้หูฟังแทน
เวลาชั่วโมงนิดๆ กับการจราจรอันอุ่นหนาฝาคั่ง ช่วยให้เขาได้รู้ข่าวสารบ้านเมืองในระดับหนึ่ง พอถึงออฟฟิศ เลขาก็จะเปิดข่าวจากโทรทัศน์ทั้งไทยและเทศถึงสามเครื่อง แบบไม่มีเสียงทิ้งไว้ให้ อีกจอไว้สำหรับรับข่าวสารเื่หุ้น
และอีกหนึ่งไว้รับข่าวสารภายในของบริษัททั้งจากออฟฟิศใหญ่ จากบริษัทลูก เพื่อไม่ให้ตกข่าว และมีทีมงานจัดทำข่าวพวกนี้ไว้โดยเฉพาะ เนื้อหาข่าวส่วนใหญ่ ก็จะเป็เื่ราวของพนักงาน ทั้งดีและแย่
จะมีภาพพร้อมคำบรรยายไว้ให้เรียบร้อย ห้องทำงานของพ่อทั้งในบริษัททั้งที่บ้านก็จะมีข่าวพวกนี้เหมือนกัน เพราะพ่อสอนมาั้แ่จำความได้ ว่าต้องให้ความสำคัญกับพนักงานมากๆ ถ้าเราอิ่มท้องลูกน้องต้องอิ่มตาม จะเห็นแต่ตัวสบายคนเดียวไม่ได้
ในเมื่อพวกเขาทำให้เราสบาย เราก็ต้องคอยช่วยเหลือเขาเป็การตอบแทน พนักงานในบริษัทจึงไม่ค่อยมีใครลาออกไปทำงานที่อื่น นับั้แ่สมัยคุณปู่ไล่มาสมัยคุณพ่อ รวมทั้งรุ่นของของเขาด้วย
กระนั้น เขาก็ใช่ว่าจะรู้เื่ราวของผู้คนในบริษัทได้มากมายนัก เพราะงานล้นหัว เลยต้องมีทั้งเลขา ทั้งผู้ช่วยเลขา และเนติ ผู้เป็เสมือนมือขวาคอยช่วย คอยเป็หูเป็ตาให้อีกแรง
บางครั้งน้องสาวทั้งสองที่ทำงานอยู่คนละฝ่าย มาบอกข่าวความเคลื่อนไหวให้รู้ก็มี ส่วนน้องชายนั้น รับผิดชอบด้านกฎหมายทั้งในบริษัทและรับงานนอก เลยไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไหร่
“วันนี้มีอะไรบ้าง จากทั้งสองคน”
แม้ตาจะจ้องเอกสาร ที่ต้องอ่านก่อนจรดปลายปากกาลงลายมือชื่อต่อจากพ่อ แต่หูของเขาก็มีความสามารถพิเศษ แยกฟังรายงานด้วยปากเปล่าของเลขากับผู้ช่วยได้
“คุณเนก่อนแล้วกันค่ะ เดี๋ยวอรจะออกไปเอาชามาให้คุณเกียร์รอนะคะ”
“มีอะไรบ้างว่ามาเลยเน”
“ผมทำรีพอร์ตทริปยุโรปเสร็จแล้วครับ ถ้าคุณเกียร์อ่านแล้ว ผมจะเดินหน้าติดต่อกลับไปหาแต่ละคน ได้เื่ยังไงจะทำรีพอร์ตมาให้ดูอีกครั้งนะครับ....”
รายงานเื่นั้นเื่นี้จากผู้ช่วยยาวเป็หางว่าว
“เสร็จรีพอร์ตแล้ว เนเตรียมไปดูออฟฟิศที่พม่าให้ทีนะ บ่ายๆ จะประชุมเื่พิจารณาคนไปประจำที่นั่น วันก่อนผมคุยกับพี่ชาติไว้แล้ว ว่าจะเป็ใคร วันนี้เอาเข้าที่ประชุมใหญ่ฟังความเห็นของคนอื่นอีกรอบ...”
ส่วนเขาก็มอบงานให้ยาวยืดกลับไปเช่นกัน จากนั้นก็เป็คิวของเลขาใหญ่ ที่ช่วยเขาได้มากและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานเล็กๆ น้อยๆ ของเขาไม่ให้สะดุด
“คุณเกียร์ให้อรเตือนว่า อาทิตย์นี้จะนัดคุณนิรดาไปทานข้าว ไม่ทราบจะให้จัดตารางลงวันไหนคะ”
เ้านายหนุ่มหยุดมือที่เซ็นเอกสารไว้ชั่วครู่ แล้วมีภาพของสาวสวยหุ่นนางแบบ ลูกสาวผู้กำกับแล่นเข้ามาในหัว คะแนนในรายชื่อสาวๆ ของเขานั้น คนนี้อยู่ในระดับกลางๆ แต่เขาก็ยังไม่อยากทิ้ง เพราะชอบใจในอัธยาศัยไม่น้อย
“อืม! เย็นวันพุธ หรือไม่ก็วันเสาร์เบื้องต้นก่อนครับ คุณอรเตือนให้ผมโทรไปนัดตอนบ่ายนี้ก็แล้วกันนะครับ”
“ค่ะ แล้วก็มี...”
เลขาทำให้งานของเขาประดังเข้ามามากมายในเช้าวันจันทร์ หลังจากไม่ได้เข้าออฟฟิศนานร่วมสองอาทิตย์ กับการตระเวนไปเยี่ยมลูกค้าในยุโรปมา จนแทบไม่มีเวลาเป็ส่วนตัว ให้ได้คิดอะไรหรือคิดถึงใครเลยด้วยซ้ำ
ผิดกับพนักงานระดับล่างคนละเื่ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่ตรงไหน ก็มักจะมีใบหน้าและท่าทางของผู้บริหารหนุ่มเข้ามาอยู่ในความคิดและจิตใจเสมอ เ้าของใบหน้าขาวสวยใสยิ้มน้อยๆ เมื่อแหงนมองภาพของเขาจากชาร์ตองค์กร
ก่อนจะล็อกประตูออฟฟิศ แล้วเดินออกไปในเวลาบ่ายสอง ส่วนคนอื่นกลับไปั้แ่เที่ยงครึ่งแล้ว เพราะวันเสาร์ หญิงสาวจะถูกยัดเยียดคิวไปกินข้าวตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง กลับเข้าออฟฟิศตอนเที่ยงครึ่ง เพื่อให้รุ่นพี่ทั้งสามที่เตรียมกระเป๋ารออยู่แล้ว
พอเข้ามาเพียงก้าวเดียว ต่างก็พากันรีบออกไปทันที ไม่สนใจแม้แต่จะสำรวจตรวจตรา โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยซ้ำ แต่มัทรีไม่อยากสนใจ แค่เพียงจัดโต๊ะของตัวเองให้เรียบร้อยไว้ก็เป็พอ
วันนี้นัดกับสองเพื่อนไว้ ว่าจะไปเดินซื้อของจตุจักรก่อนกลับบ้าน เพราะบ่ายวันเสาร์ ถือเป็วันทำงานกับเที่ยวในคราวเดียวกัน วันอาทิตย์เลยไม่ค่อยออกไปไหน จะใช้เวลาอยู่กับยายและทำความสะอาดบ้านยกใหญ่ เล่นกับเ้าหลงเ้าลอยบ้าง บ่ายคล้อยก็พักผ่อน เพื่อเก็บแรงไว้สู้กับงานในอาทิตย์ต่อไป
“มาเร็วๆ มัท ทำอะไรอยู่ยะ พวกฉันรอตั้งนานแล้วนะ”
นิยา เพื่อนในแผนกบัญชี กับรสรินทร์ฝ่ายประชาสัมพันธ์กวักมือเรียกอยู่ตรงหน้าลิฟต์
“รอป้าทำความสะอาดอยู่ แกคุยไปทำงานไป กว่าจะเสร็จตั้งนาน ฉันต้องช่วยเลยล่ะ”
มัทรีปรับทุกข์น้อยๆ ขณะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ที่ไม่มีคนแย่งเหมือนเวลาอื่น
“ฉันอยากเมาส์เื่คุณนายชีเน่ [4] ให้ฟังจะแย่แล้วล่ะแก...”
จากนั้นสองสาวต่างก็เมาส์เื่เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ที่เอาเปรียบรุ่นน้องให้ฟัง มีบางครั้งที่มัทรีเผลอบ่นคนในออฟฟิศของตัวเองออกไป แต่ก็พยายามพูดตามความจริง ไม่ใส่สีตีไข่ให้เป็ที่สนุกปากจนเกินเหตุ
เพราะยายสอนมาั้แ่เด็ก และแม้จะพากันอยู่บนรถไฟฟ้าแล้ว แต่เพื่อนก็ยังไม่หยุดคุย จนต้องสะกิดแขนไว้ เมื่อผู้คนต่างมองมา เพื่อนถึงได้รู้ตัวแล้วยอมยืนนิ่งๆ แต่พอออกจากรถได้ ก็เริ่มคุยใหม่
มัทรีเลยได้แต่ยิ้ม เพราะเข้าใจเพื่อน ว่าถูกกดดันต่างๆ นานามา ย่อมอยากระบายออกบ้าง ตัวเองที่ว่าอดทนเป็เลิศ เก็บความรู้สึกได้ดีเยี่ยม ยังเผลอบ่นเลย แต่เพื่อนเป็คนตรงกันข้าม ก็ย่อมมีอะไรให้ะเิออกมาเป็ธรรมดา
“โอเค! เจอกันวันจันทร์นะเพื่อนๆ”
สี่โมงเย็นเป็เวลาต้องแยกย้ายกันตรงมุมถนน เพราะต่างคนก็ต่างต้องกลับบ้าน มัทรีหิ้วถุงข้าวของหลายใบ เดินไปหาสถานีรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ไกลพอสมควร
‘โคร๊ม!!! เอ๋งๆๆๆ’
ระหว่างผ่านสี่แยกไฟแดง ก็ได้ยินเสียงรถชนอะไรสักอย่าง หันไปมองก็เห็นสุนัขพันทาง นอนทุรนทุรายอยู่ข้างบาทวิถีอีกฟากของถนน มีเืไหลลงพื้น มัทรีไม่อาจจะเดินหนีไปได้
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































