“ฮืออออ”ทับทิมนั่งสะอึกร่ำไห้อยู่มุมไม่นานอัครเดชเข้ามา“ข้าขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องกลิ่นแก้วกับเอ็งก่อน”“ท่านมีเมียอยู่แล้วใยท่านจึงมามีสัมพันธ์กับข้าอีกเล่า”“ไม่ต้องเป็นห่วงไปข้าสัญญาว่าจะชุบเลี้ยงดูแลเจ้าอย่างดีไม่ให้ตกระกำลำบากเหมือนแต่ก่อน เจ้าอยู่ที่นี่มีเรื่องอะไร เดือดร้อนมีปัญหาอันใดบอกข้าได้” จากนั้นเขาหันไปทางแม่ของทับทิม “และอย่าแสดงกิริยาเช่นนั้นกับท่านหญิงกลิ่นแก้วอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน”เขาลูบหัวเธอเล็กน้อยเหมือนจะปลอบโยนหลังจากนั้นจึงกลับไป ทันทีที่อัครเดชเดินรับสายตาไปแล้วผู้เป็นมารดาทับทิมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โกรธ“กูบอกมึงแล้ว! ว่าให้ขายให้ไอ้แก่นั่นมึงก็ไม่เชื่อ พวกกูถึงต้องมาอยู่ในบ้านเล็กๆ นี่ แทบจะอยู่ในบ้านหลังใหญ่ๆ นั่น!”“แม่เป็นอนุของใครก็ไม่เหมือนเมียหลวงที่เขาเชิดหน้าชูตาหลอก...ฮือ…”“พูดถึงเมียหลวงนั่นกูก็เจ็บใจน่ะ มองเราอย่างกับกิ้งกือไส้เดือนตัวเองเป็นใครวะ”“เขาจะมองเราอย่างนั้นก็ไม่แปลกในเมื่อข้ามาแย่งผัวเขา” ทับทิมตัดพ้อต่อว่าตัวเอง“แล้วยังไงวะตัวเองเป็นเมียซะเปล่า ปล่อยให้ผัวมีเมียน้อยซะได้ อ๋อข้ารู้ละเพราะมันท้องโตอยู่อย่างนั้นให้ผัวเอาไม่ได้ นางทับทิมมึงต้องรีบมีลูก อีท่านหญิงนั่นมันท้องคงให้ความสุขท่านไม่ได้เต็มที่มึงต้องชิงโอกาสนี้มีลูกให้ได้ ท่านหลงเอ็งจะตายหากเอ็งมีลูกเหมือนมันรับรองเอ็งได้ขึ้นเป็นใหญ่แทนมันแน่ หากวันนั้นแล้วมึงเอ้ย! กูเนี่ยจะเอาตีนยันหน้ามัน”บ่าวที่มาทำความสะอาดเรือนได้ยินวาจาของมารดาทับทิมแล้วพากันตกใจ รีบวิ่งไปรายงานผู้เป็นนายกันยกใหญ่ ทางกลิ่นแก้วเธอได้รับรู้เธอก็เพียงแต่ทำหน้านิ่งๆ เหมือนไม่อยากสนใจเรื่องที่บ่าวนำมารายงาน“ท่านหญิงเจ้าขา ท่านหญิงจะไม่ทำอะไรหน่อยหรือเจ้าคะ ปล่อยให้อีนั่นมันกำเริบไม่ได้นะเจ้าคะ”“คนมันมีปากมันก็พูดไป ไปเอาความอะไรกับคนเยี่ยงนั้น” เธอไม่สนใจลงมือปักเสื้อตัวเล็กที่เตรียมเอาไว้ให้เด็กในครรภ์ใส่ต่อ“ท่านหญิงเจ้าขา มันบอกว่ามันจะขึ้นเป็นใหญ่แทนท่านหญิง ท่านหญิงจะยอมหรือเจ้าคะ”“หากมันทำได้ก็ให้มันทำ ข้าไม่อยากรับไม่อยากรู้อะไรทั้งสิ้น นับแต่นี้ต่อไปข้ามีแค่ลูก คนอื่นข้าไม่สน” ประโยคนั้นรวมถึงสามีเธอด้วย ตั้งแต่นี้ต่อไปเธอจะมีแต่ลูก ลูกคือชีวิตของเธอเธอจะดูแลฟูมฟักชีวิตนี้ให้เติบใหญ่ ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้วจะไม่มีนิสัยมักมากในตัณหาและกลืนน้ำลายตัวเองเหมือนเช่นพ่อของลูกด้วย"หากบ่าวไพร่แสดงกิริยาเช่นนี้ต่อนาย ภายหน้าบ่าวไพร่คนอื่นจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างเอาได้นะเจ้าคะ“จริงดังเอ็งว่า ไปตามมันสองแม่ลูกมา” พูดอีกมันก็ถูกอีกในฐานะท่านหญิงก็ไม่ควรปล่อยให้บ่าวไพร่ในเรือนว่าร้ายตนเองเช่นนี้ไม่นานสองแม่ลูกมานั่งก้มหน้าอยู่ตรงหน้ากลิ่นแก้ว“ข้าได้ยินว่าเอ็งว่าร้ายข้าหรือ”“นางทับทิมเจ้าค่ะ นางทับทิมมันพูด ท่านหญิงให้อภัยมันนะเจ้าคะมันยังเด็กมันไม่รู้เรื่องรู้ราว ที่สำคัญมันก็คงถึงหวงคุณท่าน” มารดาว่าร้ายลูกให้พ้นความผิดอย่างหน้าไม่อาย“แต่ที่ข้าได้ยินมาคนว่าคือเอ็ง” กลิ่นแก้วปรายตามองจ้องเขมรคาดคั้นเอาความจริงจากเจอสายตาเช่นนี้เข้าไป มารดาของทับทิมก้มหัวหลบแทบไม่ทัน “ข้าขอโทษเจ้าค่ะต่อไปข้าจะไม่พูดไม่ว่าอะไรท่านหญิงทั้งต่อหน้าและลับหลังอีกแล้ว ท่านหญิงได้โปรดอย่าลงโทษข้าเลยนะเจ้าคะ”“หากเอ็งรับปากข้าว่าจะไม่ทำข้าจะยกโทษให้” กลิ่นแก้วหันไปทางทับทิม “นับแต่นี้ต่อไปต่างคนต่างอยู่ เอ็งจะทะเยอทะยานข้าก็ไม่ว่า แต่อย่าทำอะไรให้มันกระทบถึงตัวข้าแม้ทางตรงและทางอ้อมมีอย่างนั้น มิเช่นนั้นข้าถือว่าได้ตักเตือนแล้ว” กลิ่นแก้วหันกลับมาทางมารดา “และครั้งนี้ข้าต้องการคำขอโทษที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ!” น้ำเสียงเธอใช้โทนต่ำกดดันและมันได้ผลเสียด้วย“ข้าขอโทษเจ้าค่ะข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วท่านหญิงให้อภัยข้านะเจ้าคะ ท่านหญิงจะให้ข้าทำอะไรเป็นการไถ่โทษข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ” หญิงชราตัวสั่นระรัว“มึงรู้ไหมว่าท่านหญิงเป็นลูกของพญาใหญ่แห่งแคว้นล้านนาคำขอโทษ เพียงลมปากจากคนชั้นต่ำคนชั้นไพร่อย่างมึงมันจะมีค่าอันใดต่อท่านหญิงของกู” นางบ้วพูดสองแม่ลูกมองหน้ากันและหันมองท่านหญิงทับทิมส่งสายตาขอร้อง แต่กลิ่นแก้วไม่แม้แต่ชายตาแลด้วยซ้ำ มันสร้างความโกรธแค้นภายในจิตใจทับทิมเป็นอย่างมากทางกลิ่นแก้วตัวเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้แต่หากไม่ทำ มันจะเป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่น และจะมองว่าเธอคลุมบ่าวภายในเรือนไม่ได้“เอาสิวะกราบตีนนายกูหรือมึงอยากโดนเฆี่ยน ท่านหญิงเจ้าขาเฆี่ยนสักสิบทีดีหรือไม่เจ้าคะ”กลิ่นแก้วเธอไม่พูดอะไรเพียงแต่ส่งสายตากดดันสองแม่ลูกเท่านั้น ทับทิมเห็นแม่เริ่มน้ำตาคลอเธอจึงทนไม่ไหว“ท่านหญิงเจ้าขาข้าขอประทานโทษแทนแม่ข้าด้วย” ทับทิมจะก้มลงกราบกลิ่นแก้วหากแต่กลิ่นแก้วดันศีรษะของทับทิมขึ้น“เอ็งไม่ได้ทำอะไรผิดไม่จำเป็นต้องขอโทษคนผิดคือแม่เอ็ง นางควรได้รับบทเรียน เอ็งออกรับแทนแม่เองเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ข้าว่าคนที่เจ็บช้ำน้ำใจคนที่เหนื่อยคงเป็นเอ็ง”กลิ่นแก้วพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ความหมายของเธอหมายถึงทุกๆ เรื่องเธอดูออกว่าทับทิมคงออกรับแทนแม่ทุกเรื่องคงยอมทำตามที่แม่สั่งทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีตัวเองก้มลงกราบเท้าเธอหลอก “ที่ข้าให้ตามเองขึ้นมาด้วย เพราะข้าจะถามเอ็งว่าเองอยากขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่หรือไม่”“ท่านหญิง!!!”“ท่านหญิง”บ่าวไพร่ทั้งหลายรวมถึงตัวทับทิมเองได้ยินแล้วพากันตกใจไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ออกจากปากกลิ่นแก้ว“ไม่ได้นะเจ้าคะ เรือนนี้เป็นของท่านหญิงเพียงผู้เดียวจะให้เมียน้อยเมียบ่าวเมียไพ่ที่ไหนขึ้นมาอยู่ร่วมชายคาไม่ได้นะเจ้าคะ” บัวรีบห้ามเสียงร้อนรน“ทับทิมไม่ใช่ทางเสียหน่อย หากไม่พานางขึ้นมาอยู่ข้างบนสักวันหนึ่งนางก็ต้องได้ขึ้นมาอยู่บนเรือนอยู่ดี ท่านรักนางมาก” คำว่ารักออกมาจากปากกลิ่นแก้วมันฟังดูประชดอย่างเห็นได้ชัด“เอ็งไปรีบนำสัมภาระของเอ็งขึ้นมาบนเรือน เสียให้เรียบร้อย ส่วนเอ็งขอโทษข้าให้เสร็จเสีย” เธอหันไปทางมารดามารดาทับทิมก้มลงกราบเท้ากลิ่นแก้ว หากแต่กลิ่นแก้วไม่สนใจจะชายตาแลด้วยซ้ำเดินผ่านไปราวกับ สิ่งที่อยู่ตรงเท้าเธอ มันไร้ค่าสิ้นดีทับทิมมองแผ่นหลังกลิ่นแก้วหายเข้าไปในห้องพร้อมกับบ่าวรับใช้คนสนิททับทิมเธอรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรงเหมือนกำลังจะบอกว่าต่อให้เธอใกล้ชิดสนิทสนมแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเทียบชั้นกลิ่นแก้วได้ ก็ยิ่งเห็นอากัปกิริยาที่แสดงต่อแม่เธอด้วยแล้วเธอยิ่งโกรธไปกันใหญ่ทางกลิ่นแก้วหลังจากนั้นเธอเข้าห้องเก็บตัว แอบร้องไห้อยู่ในห้อง“ข้ายอมแล้ว อยากจะทำอะไรอยากจะเสวยสุข กันแค่ไหนก็ทำเลย...ฮือออ…”“ท่านหญิงเจ้าขา ท่านหญิงกำลังประชดหรือเจ้าคะทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะเจ้าคะ หากท่าน…”“จะรักกันให้ตายอย่างไรก็ทำไปเถิด ชีวิตนี้ของข้าพลีให้แต่ลูก” กลิ่นแก้วกอดหน้าท้องตัวเองแน่นหาความอบอุ่นของสิ่งที่อยู่ในท้องตัวเอง“ทำเช่นนี้มันจะดีหรือเจ้าคะหากอีทับทิมท้องขึ้นมา มันจะเป็นการไม่ดีต่อตัวท่านหญิงและลูกท่านหญิงเองนะเจ้าคะ”“บัวหากต้องเลือกระหว่างให้ผัวไปนอนกกนอนเกยหญิงไกลหูไกลตากับการที่เขาอยู่ในสายตาเอ็งเขาทำอะไร เขาไปไหนเอ็งรู้เอ็งเห็น อย่างไหนดีกว่ากันเล่า”"ท่านหญิงกำลังจะบอกว่าการที่ท่านหญิงให้อีทับทิมขึ้นมาอยู่บนเรือนเพื่อเวลาคุณท่านไปหามันท่านหญิงจะได้ไม่ต้องห่วงอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”“…” กลิ่นแก้วไม่ตอบ เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง“โถแม่พระของบ่าว ท่านหญิงของบ่าวงามทั้งกายทั้งใจจริงๆ เจ้าค่ะ” บัวจับมือของกลิ่นแก้วมาแนบลงที่แก้ม “คนดีไม่ร้องนะเจ้าค่ะท่านหญิงของบ่าวดีถึงเพียงนี้ ท่านอัครเดชไม่มีทางรักหญิงใดมากไปกว่าท่านหญิงของบ่าวอีกแล้วนะเจ้าค่ะ”“…”กลิ่นแก้วไม่พูดอะไร นอกจากปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอยู่อย่างนั้น
ลงให้ก่อน 2 บทเพราะไม่รู้พรุ่งนี้จะได้มามั้ย แอบไปทำโครงเรื่องเรื่องนึงของตัวละครในเรื่องนี้ที่จะออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ้งนางน่ามากกกกกกกก