หลังจากให้เด็กชายหญิงฝาแฝดกินข้าวเช้าเสร็จ เจอาร์กำชับเด็กทั้งสองว่าห้ามออกจากห้องเด็ดขาด ให้รออยู่ที่ห้องจนกว่าเขาจะกลับมา
มิเกลงอแงเล็กน้อยอยากไปกับเขา ส่วนมาร์คแม้จะไม่พูดอะไรแต่เด็กชายกำชายเสื้อของเขาแน่น จนเขาต้องปลอบเด็กทั้งสองอยู่สักพัก
หลังสั่งซอมบี้ให้มารวมตัวอยู่ใต้ตึกที่พวกเขาอยู่แต่ห้ามพวกมันโจมตีเด็กทั้งสองเสร็จเรียบร้อย เขาจึงจากมาพร้อมเป้สะพายหลังใบใหญ่ เร่งเดินทางไปที่เขตบี ศูนย์รวมสินค้าเกษตรมากที่สุดในเมือง
…
เขตบีอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล ใช้เวลากว่าสามสิบนาที เขาวิ่งด้วยความเร็วคงที่ ลัดเลาะไปตามอาคารต่าง ๆ บ้างเป็บางครั้งเพื่อย่นระยะเวลาในการเดินทาง
บอกตามตรงแม้รู้ว่ามาร์คกับมิเกลจะปลอดภัย แต่เขาก็ไม่วางใจและยังพะวงอยู่กับฝาแฝดอยู่ดี
อีกอย่างคือเจอาร์ต้องทดสอบศักยภาพของตัวเอง ตอนนี้เขาะโได้สูงกว่าสามเมตร
กรงเล็บแหลมคมเจาะเข้าผนังปูนได้และสามารถพาเขาไต่ปีนตามผนังกำแพงได้โดยไม่เจ็บเล็บหรือเล็บหักเลย
แล้วเขาก็ยังไม่เหนื่อยแม้จะเดินทางได้ไกลเป็กิโลเมตรโดยไม่หยุดพัก
ที่สำคัญหลังกินคริสทัลแล้วเขาก็ไม่กระหายอยากอาหารและรู้สึกอิ่มจนรู้สึกว่าชาตินี้ไม่อยากอาหารอีก
แต่เจอาร์ไม่มั่นใจว่าอาการแบบนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ในตอนนี้เขารู้สึกภาคภูมิใจในการเป็ซอมบี้บ้างเล็กน้อย
อย่างน้อยนะ... อย่างน้อยเขาก็แข็งแกร่งไม่ใช่เป็ซอมบี้โง่ ๆ เดินโซซัดโซเซค่อยวิ่งกัดคนอย่างเ้าพวกนั้น
เขตบีแทนที่จะมีซอมบี้มากกว่านี้ แต่ที่นี่กลับเงียบกริบ ไร้ร่องรอยของซอมบี้หรือสิ่งมีชีวิตอื่น
แปลก... แปลกมาก... ผิดปกติเกินไป
เจอาร์เดินอย่างระมัดระวังและเงียบเชียบเข้าไปในซอย ซึ่งอดีตเคยเป็ตลาดค้าส่งและตลาดนัด ผุ้คนพลุกพล่านมาก
สถานที่ที่มีคนแออัดควรจะมีซอมบี้เดินเต็มไปหมด แต่ที่นี่เหมือนบ้านร้างที่คนอพยพออกไปจนหมด
มันต้องมีตัวอะไรสักอย่างอาศัยอยู่ที่นี่
เจอาร์ไม่สนใจว่าจะมีตัวอะไรอยู่ เขาระมัดระวังอยู่เสมอแต่สิ่งที่ต้องทำคือการเก็บเมล็ดผักไปให้ได้มากที่สุด
หลังยัดเมล็ดผักต่างชนิดหลายประเภทลงกระเป๋าจนเต็มตะวันก็ตรงหัวพอดี
ด้วยความเป็ห่วงเด็ก ๆ เขาจึงรีบกลับ พรุ่งนี้เขาจะไม่ออกมาข้างนอกอีก เพราะของที่้าได้มาครบแล้ว
ทุกอย่างล้วนเป็ของที่เด็กทั้งสองจำเป็ต้องใช้ในอนาคตทั้งนั้น เจอาร์ได้แต่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาทำแบบนี้เพื่ออะไร
นั่นสิ ทำเพื่ออะไร... ทำไปทำไม
สะบัดหัวไล่ความคิดยุ่งเหยิงออกไปแล้ว เขาจึงเร่งเดินทาง เพราะไม่อยากให้มาร์คกับมิเกลรอนานเลย
เจอาร์รู้สึกว่าเขาช่างดวงดีเสียจริง
ทันทีที่เดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนนเขาก็ปะทะกับสุนัขกลายพันธุ์ตัวเท่ารถยนต์ มันเป็ตัวเมียและกำลังนอนให้นมลูกอยู่ ลูกสุนัขตัวขนาดเท่าสุนัขโตเต็มวัย
สุนัขแม่ลูกอ่อนจะห่วงลูกและหวงถิ่นมาก เจอาร์จำได้ว่าเมื่อตอนเป็เด็ก เขาเคยโดยสุนัขกัดเพราะบังเอิญเดินผ่านตรงที่มันคลอดลูกไว้
เจอาร์เม้มปากแน่นเขาไม่อยากต่อสู้กับมัน สัตว์กลายพันธุ์คงจะเหมือนมนุษย์ที่มีพลังวิเศษในวันสิ้นโลกนี้
คาดว่ามันคงมีสติปัญญาและเขาคิดว่าหากไม่ไปรบกวนมัน มันก็จะไม่โจมตีเขา
เขาจึงเลือกเดินเลี่ยงมาอีกซอยก่อนจะะโเข้าไปในระเบียงทางเดินของอพาร์ตเมนต์ชั้นสามและะโลัดเลาะไปตามตึกต่าง ๆ หวังว่าเขาจะไม่เจอตัวอะไรอีกนะ
...
มาถึงโรงพยาบาลก็บ่ายแก่ไปแล้ว ระหว่างทางเขาฆ่าสุนัขซอมบี้ไปสิบตัวได้คริสทัลสีเขียวอ่อนมาสามเม็ดและคริสทัลสีเขียวเข้มสองเม็ด
ตัวสีเข้มเขากินเองส่วนสีเขียวอ่อนที่ให้พลังงานน้อยกว่าเก็บไว้ให้มาร์คกับมิเกล จนกว่าจะรู้วิธีใช้และมั่นใจว่าปลอดภัยต่อตัวเด็ก
เขาไม่กล้าให้เด็กทั้งสองลองใช้สุ่มสี่สุ่มห้า
ชั้นแรกของโรงพยาบาลยังคงเต็มไปด้วยซอมบี้เดินเต็มไปหมดเพราะคำสั่งของเขาซอมบี้ในบริเวณนี้จึงมารวมตัวใต้ตึก พอเห็นเขาพวกมันก็เดินหลบไปอีกทางทันที
...
“มามี้” มิเกลร้องเรียกทันทีที่เห็นเจอาร์เปิดประตูเข้ามา
เด็ก ๆ วิ่งมาหาเข้าที่หน้าห้องฉีกยิ้มกว้าง มาร์คแม้ไม่ได้พูดอะไรแต่แววตาของเด็กชายฉายประกายยินดี
“เอานี่ไปเก็บ” เขาเทพวกซองเมล็ดผักชนิดต่าง ๆ ลงพื้น
มิเกลทำตามอย่างเชื่อฟังมือเล็กของเด็กหญิง แตะที่ซองเมล็ดผักฉับพลันซองเมล็ดผักที่เกลื่อนพื้นก็หายวับไป
“เราติดต่อแดดดี้ได้แล้วค่ะ แดดดี้บอกว่าจะมารับพวกเรา ให้รออยู่ที่นี่” เด็กชายบอกด้วยน้ำเสียงดีใจ แต่เจอาร์กับใจหายวูบ
ต้องจากกันแล้วเหรอ... เร็วชะมัดเลย
“ดีใจด้วย” เขาพูดเสียงเรียบแล้วถามต่อ “ติดต่อพ่อได้ยังไง”
“นาฬิกาของพี่ชายค่ะ คุณพ่อเพิ่งติดต่อมา”
“อ้อ” เขามองนาฬิกาที่ข้อมือของเด็กชายแล้วรับคำ
…
เมืองหลวง
ปัง
“ฉันไม่ได้สติห้าวันแล้วมันยังไง ฉันสั่งนายว่าให้ไปรับลูกฉันมาไม่ใช่เหรอ” เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นพูดขึ้น
ร่างสูงใหญ่ผมสีน้ำตาลอ่อน ั์ตาสีฟ้าเหยียดมองชายหนุ่มร่างเล็กที่นั่งสั่นเทาอยู่บนพื้น
“ผมกำลังจะไปแต่คุณวีบอกว่าคุณหนูทั้งสองอยู่กับพี่เลี้ยงและอยู่กับนมแจ่ม คุณวีบอกว่าไม่ต้องไปรับคุณหนูทั้งสองก็ได้ครับ” ชายร่างเล็กตอบเสียงสั่นเครือ
เืที่หน้าผากไหลเป็ทางยาวลงเปรอะเปื้อนใบหน้า ซึ่งเกิดจากเ้านายบันดาลโทสะใส่ เขายังไม่กล้าเช็ด
อย่าว่าแต่เช็ดเลยขนาดจะหายใจแรงยังไม่กล้า
“สรุปฉันหรือวีระเป็เ้านายของนาย”
“บอสเป็เ้านายครับ”
“ฉันเป็เ้านาย แต่นายเชื่อฟังคำสั่งของคนอื่นไม่ใช่คำสั่งของฉัน” ชายร่างสูงพูดเสียงลอดไรฟัน
บอดี้การ์ดสามคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครไม่รู้ว่าเวลาเ้านายเขาโกรธน่ากลัวขนาดไหน
“ขอโทษครับ แต่... แต่คุณวีเธอเป็น้าแท้ ๆ ของคุณหนูทั้งสองนะครับ”
“แต่ฉันเป็คนจ่ายเงินนาย ไม่ใช่วีระ ฉันหลงคิดว่านายจะฉลาดแต่นายกลับโง่ เล่ห์เหลี่ยมมารยาตื้นเขินยังมองไม่ออก”
“เลิกโวยวายได้แล้วเมฆา ฉันเตรียมเครื่องพร้อมแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเ้าของร่างสูงใหญ่ไม่แพ้กันเดินเข้ามา
ม่านเมฆากับม่านฟ้าเป็ฝาแฝดที่ไม่มีคนแยกออกว่าใครเป็ใคร พวกเขาแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย มีความชอบเหมือนกัน
พวกเขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจย่อยอีกมากมาย ฉากหน้าม่านเมฆาเป็ประธานบริษัท
ส่วนม่านฟ้าเป็คนเสเพลไปวัน ๆ แต่ความจริงแล้ว ม่านฟ้าเป็คนบริหารธุรกิจสีเทาของตระกูล คอยจัดการพวกเล่นสกปรกลอบกัดและม่านเมฆาก็แอบสลับตัวกันกับม่านฟ้าในบางครั้ง
ซึ่งเื่พวกนี้กลายเป็อดีต ความลับนี้ไม่มีใครรู้นอกจากวีรินทร์ภรรยาในนามของม่านเมฆา
“รีบไปกันเถอะฉันกลัวว่าลูก ๆ จะรอนาน” ม่านฟ้าบอกพร้อมเดินออกไปอย่างเร่งรีบ
ม่านเมฆารีบเดินตามในใจนึกห่วงลูกของเขา
“แล้วเลขาคนนี้ล่ะครับ” อดิษรมือขวาของม่านเมฆาพูดขึ้น
“ในเมื่อเชื่อฟังคำของวีระมากก็ให้อยู่รับใช้วีระที่นี่ก็แล้วกัน”
เลขาร่างเล็กเงยหน้ามองเ้านายที่เดินออกไปอย่างเร่งรีบด้วยใบหน้าแตกตื่น จะให้เขาอยู่ที่นี่กับคุณวีระได้ยังไง ในเมื่อวันนี้เขารู้นิสัยที่แท้จริงของคุณวีระแล้ว
เลขาร่างเล็กรีบลุกขึ้นวิ่งตามขบวนเ้านายไปพลางร้องเรียก
“บอสครับผมขอโทษ บอสให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่งนะ” วิ่งจวนจะถึงประตูทางออกอยู่ ๆ กำแพงเหล็กหนาก็ปิดทางเข้าออกไว้
เลขาร่างเล็กชะงักได้แต่พยายามร้องเรียกเ้านายน้ำตาคลอ ไม่มีใครตอบกลับมา
เลขาร่างเล็กทำได้เพียงมองเฮลิคอปเตอร์บินผ่านไปทางหน้าต่างจนลับสายตา
เขาไม่น่าขัดคำสั่งบอสเลย...
...
ก่อนเกิดวันสิ้นโลกม่านฟ้าได้ข้อมูลบางอย่างมา ว่าประเทศDกับประเทศHกำลังทดลองทำบางอย่างกัน และเชื้อทดลองได้หลุดออกมาภายนอก
มันเริ่มระบาดในจังหวัดเล็ก ๆ ของประเทศDและตามมาด้วยการระบาดในจังหวัดแถบชายแดน โรคไม่มียารักษาและควบคุมไม่ได้มันเริ่มร้ายแรงขึ้น แต่รัฐบาลปิดข่าวไว้
…
ม่านเมฆากับม่านฟ้าใช้เวลาหกเดือนในการเตรียมที่ปลอดภัยให้กับคนตระกูลของเขา เพราะเขาหวั่นว่าเชื้อที่หลุดออกมาจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้และมันก็เป็อย่างที่เขาคิดไว้
โชคดีที่พวกเขาเตรียมการไว้แล้วจึงสั่งให้คนที่ไว้ใจได้พาครอบครัวของพวกเขาไปอยู่ที่องค์กรที่พวกเขาสร้างไว้ทัน
แต่ลูกของพวกเขา... ใช่ ลูกของเขาสองคน
แม้ม่านเมฆาจะแต่งงานกับวีรินทร์เพราะความเหมาะสม พวกเขาทั้งสามคนรู้ดีถึงแผนการของผู้ใหญ่จึงตกลงร่วมมือกันทำบางอย่าง
วีรินทร์มีแฟนสาวที่คบกันมาั้แ่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยและปิดบังครอบครัวตลอด
วีรินทร์เธอ้าอิสระ ส่วนพวกเขาและตระกูลก็้าลูก้าทายาท
เมื่อคุยกันจนได้ข้อตกลง พวกเขาจึงใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ทำให้เธออุ้มท้องลูกแฝดของม่านเมฆากับม่านฟ้า
อาจจะฟังดูใจร้ายที่ใช้ลูก ๆ เป็เครื่องมือเพื่อตัวเองแต่พวกเขาก็รักลูกทั้งสองมาก
ส่วนวีรินทร์นั้นก็พาแฟนสาวมาแนะนำตัวกับพวกเขา เขาจึงให้แฟนสาวของเธอเป็พี่เลี้ยงเด็กด้วยกันซะเลย
เื่นี้ไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขาสี่คน ด้วยความสนิทสนมพวกเขาทั้งสี่จึงกลายเป็เพื่อนสนิทกัน ที่ทำหน้าที่ของแต่ละคนต่อหน้าลูกหรือคนในตระกูลทั้งสองฝ่าย
น่าเสียดายที่วีรินทร์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน ส่วนแฟนสาวของวีรินทร์เธอตัดสินใจเป็พี่เลี้ยง เลี้ยงดูลูกของพวกเขากับวีรินทร์ต่อ เพราะเธอรักวีรินทร์มากจึงขอร้องเป็พี่เลี้ยงเด็กต่อไป
เด็กทั้งสองเปรียบเสมือนตัวแทนของวีรินทร์ที่ช่วยต่อลมหายใจของเธอ
…
ในเฮลิคอปเตอร์
“ฟ้า เมฆา ฉันขอโทษฉันน่าจะตามพวกเด็กๆ ไปด้วย ถ้าฉันไป...” มีนาแฟนสาวของวีรินทร์พูดขึ้นมองซอมบี้ที่อยู่ข้างล่าง พวกมันมองตามเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขา
มีนาเสียใจมากถ้าหากเธอไม่ล้มป่วยจนไม่สามารถไปเที่ยวกับเด็ก ๆ ได้
เธอไม่น่าปล่อยให้มาร์คกับมิเกลไปเที่ยวกับแม่นมและพี่เลี้ยงเลย มีนาคิดอย่างเสียใจ
“ไม่ใช่ความผิดของเธอ อย่าคิดมาก” ม่านเมฆาพูดจับบ่าเธออย่างเข้าใจ
“เมฆาติดต่อเด็ก ๆ ได้แล้วพวกเขาปลอดภัยดี” ม่านฟ้าบอกให้เธอคลายกังวล เขาเองก็เป็ห่วงลูกมากเหมือนกัน
จุดหมายของพวกเขาคือจังหวัดV เขตs เป็จังหวัดที่เพิ่งจะเจริญได้ไม่นาน แต่มีจำนวนประชากรหนาแน่นมาก