งานเทศกาลไหว้พระจันทร์จัดขึ้นในหอประชุมของสมาคมไร่เซิ่งหยาง
ที่หลังเวที หูชื่อเหวินหยิบชุดกำมะหยี่สีแดงทองที่เลือกให้จางหมิงเยี่ยนจากระบบขึ้นมา ลักษณะเสื้อเป็นแขนยาวเปิดไหล่และสไตล์เฮปเบิร์น (Audrey Hepburn) มีผ้าขนาดเล็กพันที่ลำตัวท่อนบนและมีโบว์ติดไว้ กระโปรงเป็นทรงกลมยาวถึงน่อง
หูชื่อเหวินทำทรงผมทรงทันสมัยให้จางหมิงเยี่ยน เป็นผมหน้าม้าซึ่งทำให้หญิงสาวดูสดใสทว่าหรูหราสวยงาม ในชาติก่อนหูชื่อเหวินชอบออเดรย์ เฮปเบิร์น ซึ่งเป็นนักแสดงฮอลลีวูดหญิงรุ่นเก่า โดยเฉพาะการแต่งตัวของเธอมาก
หญิงสาวหยิบเครื่องสำอางในกระเป๋าออกมา เครื่องสำอางในสมัยนี้เรียบง่าย หูชื่อเหวินกลัวดึงดูดความสนใจคนอื่น เลยไม่กล้าเอาออกมามากเกินไปแค่นี้ก็น่าพอแล้ว
เธอทาอายแชโดว์ให้กับจางหมิงเยี่ยน จากนั้นจึงได้เขียนคิ้ว เขียนขอบตาและปัดแก้ม สุดท้ายทาลิปสติกสีแดงสดให้
หูชื่อเหวินเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ชาติที่แล้วเธอรักสวยรักงามไม่ใช่น้อย ยิ่งตอนมีลูกสาวก็ชอบแต่งตัวให้ลูกเมื่อมีการแสดง
เดิมทีจางหมิงเยี่ยนก็สวยอยู่แล้ว แต่พอหูชื่อเหวินแต่งหน้าแต่งตัวให้อย่างพิถีถิถันเธอก็ยิ่งสวยเปล่งประกายเจิดจ้ามากกว่าเดิม
“ว้าว! เยี่ยนจื่อเธอสวยมาก! สวยเกินไปแล้ว!” หลี่เสวี่ยฉินอุทาน ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ชื่อเหวิน นี่มันจะ… มากเกินไปหรือเปล่า? ต้องแต่งมากขนาดนี้ด้วยหรือ? ฉันอายนะ”
จางหมิงเยี่ยนมองตัวเองในกระจกและพบใบหน้าที่สวยงามของตัวเอง
ด้วยความที่เธอเป็นคนขี้อายแต่เดิม จึงรู้สึกว่ามันสะดุดตาเกินไปและเก้อเขินเกินกว่าจะขึ้นเวที
“เธอเป็นถึงนักร้องนำของเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ เธอต้องสวยงามโดดเด่นสิ คนที่มาดูเธอคืนนี้ต้องพากันตกตะลึงพูดว่าเธอสวยกันทุกคนอย่างแน่นอน”
หูชื่อเหวินพอใจกับฝีมือตัวเองมาก แม่ของเธอสวยที่สุด!
ชาติที่แล้วแม่ไม่ค่อยแต่งตัวมากนัก แม้แต่คนรู้จักแม่ยังบอกว่าแม่มีหน้าตาตามสวยงามทว่าใบหน้ากลับอมทุกข์ แววตาหม่นเศร้าทุกวัน
หลังจากคลอดเธอแล้ว แม่ก็ไม่ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้เธอยังป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบ ปวดหลัง ปวดขา มีอาการป่วยตลอดทั้งปี แน่นอนอยู่แล้วว่าเธอจะไม่เคยได้แต่งตัวดีๆเลย
แต่นี่คือวัยสาวที่สดใสของแม่ ตอนนี้แม่ยังมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น
หูชื่อเหวินโตมาจากการเลี้ยงดูของแม่ตั้งแต่เด็ก เพื่อนบ้านต่างอิจฉาลูกชายคนโตของตระกูลหูที่ได้แต่งงานกับสาวงามมีความสามารถ แต่หลังจากเวลาผ่านไปหลายปีทุกคนก็จำไม่ได้แล้วว่าแม่เคยเป็นหญิงสาวที่งดงามและน่าทึ่งมากแค่ไหน
เธอถูกความทุกข์กัดกินจนผู้คนสงสารตระกูลหูกันไปหมด ทำไมพวกเขาถึงได้ลูกสะใภ้ที่มีสีหน้าเศร้าหมองทุกวี่ทุกวันแถมยังเป็นโรคประสาทอีกด้วย
พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วหูชื่อเหวินรู้สึกอยากจะร้องไห้ ตาของเธอร้อนผ่าว
จนต้องเสรีบก้มศีรษะลง หยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า กล้องเป็นของที่หายากในสมัยนี้ แต่วันเกิดปีก่อนของหูชื่อเหวินพ่อของเธอขอให้ใครบางคนเอามาให้ เพราะรู้ว่าลูกสาวคนนี้รักสวยรักงามขนาดไหน คงคิดว่าเธออยากจะมีรูปภาพของตัวเองให้มากกว่านี้
กล้องตัวนี้เป็นรุ่นใหม่พึ่งเปิดตัวปีที่แล้วมีขนาดเล็กกว่ากล้องรุ่นอื่น
แต่มันถ่ายได้แค่ภาพขาวดำเท่านั้น เธออยากถ่ายภาพสีให้แม่ของเธอถึงขนาดที่อยากหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายด้วยซ้ำ แต่ที่นี่มีคนอยู่เยอะเกินไปจึงทำได้แค่ถ่ายรูปเธอกับกล้องตัวนี้แทน
สาวๆ หลังเวทีเริ่มมีความสุขเมื่อเห็นกล้อง พวกเธอสองสามคนเข้ามาขอร้องให้ถ่ายรูปให้ หูชื่อเหวินจึงกลายเป็นตากล้องถ่ายรูปให้กับหญิงสาวที่อยากเก็บภาพไว้
ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับความรักสวยรักงามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหน ถึงหญิงสาวหลายคนในที่นี้จะทำงานในสวนมีเนื้อตัวเลอะเทอะมอมแมมอยู่ตลอดก็ตาม
เวลาเช่นนี้กว่าจะได้รูปถ่ายสักใบก็ช่างยากเข็ญนัก แต่ถึงอย่างนั้นหูชื่อเหวินก็ไม่ขี้เหนียวเก็บฟิล์มไว้ใช้เองและตอบรับทุกคำร้องขอร้องของสาวๆเหล่านั้น
เฉินซูเฟินที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องมองสาวๆ ที่ล้อมรอบหูชื่อเหวินด้วยความอิจฉา
“หึ! มีอะไรดีนักหนา? ไม่เคยเห็นกล้องกันหรือไง?” เฉินซูเฟินพูดด้วยความโกรธเคือง
“ชูเฟินไม่ต้องห่วงนะวันนี้หวังเล่ยก็จะมาถ่ายภาพเช่นกัน ฉันมาจากเมืองเดียวกับเขาฉันจะขอให้เขาถ่ายภาพเธอเพิ่มให้! กล้องของเขาดูดีกว่าของนางจิ้งจอกตัวนั้นมาก!”
จ้าวเสี่ยวเหมยที่นั่งข้างเฉินซูเฟินกระซิบ
เธอมองไปที่หูชื่อเหวินและจางหมิงเยี่ยนด้วยความอิจฉาริษยา เต็มไปด้วยความดูถูกเช่นกัน
เธออยู่ฝั่งเดียวกับเฉินซูเฟินมาตลอด เพราะหูลี่อิงเป็นผู้หญิงที่หยิ่งยโสเจ้ากี้เจ้าการ แต่เพราะเธอแบ่งของกินให้บ่อยครั้ง พวกยุวชนทั้งหลายเลยเข้าหาเธอ จ้าวเสี่ยวเหมยไม่ชอบใจเธอจึงช่วยเหลือเฉินซูเฟินเวลาทะเลาะกับหูลี่อิง
ต่อมาหลังจากที่หูชื่อเหวินเป็นไข้ เธอก็เปลี่ยนชื่อและปรับนิสัยให้กลายเป็นคนร่าเริงจริงใจมากขึ้น หลังจากที่เคยมีนิสัยเจ้าอารมณ์ เย่อหยิ่งกลายเป็นคนน่ารักสดใสซึ่งทำให้ดูน่าคบหา เห็นแล้วยิ่งน่าอิจฉาหมั่นไส้เพิ่มมากขึ้น
ครอบครัวเธอมีลูกมากทั้งยังยกย่องผู้ชายเป็นใหญ่ เธอจึงอิจฉาหูลี่อิงมากที่แม้ว่าจะส่งลูกสาวมาชนบทแต่ก็ยังส่งของดีๆ มาให้อย่างสม่ำเสมอไม่ขาด
เฉินซูเฟินไม่พอใจกับหูลี่อิงมาตลอดเช่นกัน เธออิจฉาชีวิตที่ดีของหูลี่อิง ไม่ต้องพูดถึงความงามของเธอ พอรวมเข้ากับพื้นฐานครอบครัวแล้วก็ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก
นั่นจึงเป็นสาเหตุของความอิจฉาจากนั้นก็พัฒนากลายเป็นความเกลียดชัง บางครั้งเธอจึงใช้คำพูดกระแหนะกระแหนเป็นครั้งคราวเพื่อยั่วให้หูลี่อิงโกรธ
ก่อนหน้านี้การทะเลาะกับหูลี่อิงเป็นวิธีระบายความโกรธและความรู้สึกต้อยต่ำออกไปได้อย่างดีมาก เธอไม่เคยมองว่าหูลี่อิงเหนือกว่าตัวเองเลย แม้ว่าเธอจะมีภูมิหลังของครอบครัวที่ดี แต่เมื่อทะเลาะกันแล้วหูลี่อิงจะโกรธตะโกนเสียงดัง ขว้างปาสิ่งของอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่
นั่นทำให้หูลี่อิงเข้าโรงพยาบาล หลังจากออกมา ไม่เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเท่านั้นยังทำตัวแปลกออกไป
หลายครั้งที่เธอจงใจยั่วโมโห แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองเหมือนปกติ ยิ่งทำให้เฉินซูเฟิงรู้สึกอึดอัดอยู่ภายในใจไม่มีที่จะระบายความโกรธกับใคร
ยิ่งเห็นว่าหูชื่อเหวินสนิทกับจางหมิงเยี่ยนและหลี่เสวี่ยฉินเมื่อเร็วๆนี้ ปฏิบัติกับพวกเธอเป็นอย่างดี ทั้งให้อาหาร จัดหาที่นอนและมอบของดีๆ ให้พวกเธอ
ทำราวกับว่าเป็นฝาแฝดสามคนที่คลอดออกมาพร้อมกัน ยิ่งทำให้เธอโกรธจัด ทุกครั้งที่เห็นดวงตาเธอจะลุกไปด้วยไฟริษยา
แม้แต่จางหมิงหมิงเยี่ยนและหลี่เสวี่ยฉินเธอก็เริ่มไม่พอใจเช่นกัน
โชคดีที่จ้าวเสี่ยวเหมยเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ อยู่ข้างเดียวกับเธอมาตลอด แม้ว่าเธอจะดูโง่หัวทึบอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ชอบนังจิ้งจอกผู้นั้นเช่นกัน บางครั้งยังเรีกฝช้งานได้อีกด้วย
เมื่อได้ยินคำประจบประแจงจากจ้าวเสี่ยวเหมยจึงทำให้เฉินซูเฟินรู้สึกดีขึ้นมาก
“เอาล่ะ! พอถึงเวลาก็ให้เพื่อนบ้านของเธอคนนั้นถ่ายรูปจางหมิงเยี่ยนไว้ด้วย! นางจิ้งจอกตัวนั้นเปลี่ยนชื่อไปก็เท่านั้นยังไงจิ้งจอกก็ยังเป็นจิ้งจอก! เห็นไหมว่าจางหมิงหยี่ยนก็แต่งตัวเหมือนพวกนางโชว์ เหอะ! ไม่เห็นจะสวยตรงไหน รุงรังไปหมด!”
เฉินซูเฟินกัดฟันพูด เธอพยายามกลั้นใจที่จะไม่เดินไปกระชากกระโปรงสวยๆ ของจางหมิงเยี่ยนออกแล้วคว้ามาใส่แทน