ตอนที่ 1 (7)
หานิซิวในวัยยี่สิบสี่ปี ผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเมฆากรุ๊ปรุ่นที่แปด เขาเป็ลูกคนโตของตระกูลสายหลัก และเป็อัลฟ่าที่ดีเลิศที่สุดของวงศ์ตระกูล เขาคือผู้ที่ยืนอยู่บนยอดพีระมิด
แต่เขามีความลับหนึ่ง ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
หานิซิวทำคนท้องไม่ได้
บุตรคนโตของตระกูลสายหลักรุ่นที่แปดแห่งตระกูลหานไม่สามารถทำให้ใครท้องได้
หานิซิวนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
เขาไม่กล้าผูกพันธะเซี่ยเหยี่ยสักที นอกจากจะติดเงื่อนไขตามกฎประจำตระกูลหานที่จะผูกพันธะคู่ชีวิตในคืนวันแต่งงานเพื่อความรอบคอบแล้ว เหตุผลอีกส่วนเพราะเขาอยากสารภาพกับเซี่ยเหยี่ยก่อนผูกพันธะ สารภาพความจริงว่าทั้งคู่จะไม่มีลูกด้วยกันในอนาคต เขาคาดหวังอย่างเห็นแก่ตัวว่าตอนสารภาพความจริง ความรักของทั้งคู่จะสุกงอมล้ำลึกถึงขั้นที่ว่าเซี่ยเหยี่ยจะไปจากเขาไม่ได้ และยอมรับส่วนบกพร่องในตัวเขา
ดังนั้นเขาถึงดีกับอีกฝ่ายสุดชีวิต เขายอมแลกทุกสิ่งเพื่อให้เซี่ยเหยี่ยจำนนต่อความปรารถนาดังกล่าว ซึ่งเขายอมรับว่าตัวเองร้ายกาจไม่น้อย
“แต่ทำไม…ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้”
คนรักอายุน้อยที่แสนจะน่ารักไร้เดียงสาและซุกซนของเขา เซี่ยเหยี่ย ทรยศเขา
หานิซิวน้ำตาไหลอาบแก้ม เขามองกรอบรูปที่เซี่ยเหยี่ยเป็คนตั้งวางบนโต๊ะทำงานเองกับมือ ภาพทั้งคู่ซบหัวอิงกันยิ้มอย่างมีความสุข เซี่ยเหยี่ยปั้นแก้วน้ำคู่หนึ่งประดับโต๊ะทำงานอ้างว่าขอจดจองพื้นที่ไว้ส่วนหนึ่ง ฝาผนังเป็ภาพถ่ายที่พวกเขาเดินทางไปพักผ่อนที่เกาะอู่ลาเมื่อปีที่แล้ว เป็รูปที่เซี่ยเหยี่ยเลือกเอง นับเป็่เวลาแห่งความสุขของเขากับเซี่ยเหยี่ย ไม่เพียงเท่านั้น แค่ในห้องทำงานแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยร่องรอยของเซี่ยเหยี่ยทั่วทุกมุมห้อง
เขาลุกยืนเดินไปหยิบไม้กอล์ฟที่เก็บวางอยู่ตรงมุมห้อง สองมือยกไม้กอล์ฟขึ้นสูง ก่อนลงมือทำลายข้าวของภายในห้องทำงานจนระเนระนาด
จวบจนถึงเวลาเลิกงาน พนักงานในห้องออฟฟิศด้านนอกไม่มีใครกล้ากลับก่อน เสียงโครมครามดังต่อเนื่องเกือบยี่สิบนาทีแล้ว กลิ่นฟีโรโมนเย็นะเืปกคลุมออฟฟิศไปทั้งชั้น
จนในที่สุดทุกอย่างก็เงียบสงบ อีกสิบนาทีให้หลังหานิซิวเดินออกจากห้องมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย สั่งทิ้งท้ายให้เลขาหาคนมาเก็บกวาดห้องให้ดี หากไม่นับสีหน้าที่ดูอิดโรยก็ดูแทบไม่ออกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
คืนนั้นหานิซิวไม่กลับบ้าน รอเซี่ยเหยี่ยโทรมาตามถึงสายที่สาม ก็ลบเบอร์พร้อมเขวี้ยงมือถือทำลายทิ้ง
เซี่ยเหยี่ยในอีกฟาก ั้แ่กลับจากโรงพยาบาลก็ตรงกลับไปที่คอนโดของหานิซิว หานิซิวมีคอนโดของตัวเอง หลังจากตกลงคบกันก็เกือบย้ายมาอยู่ด้วยกันโดยสมบูรณ์ วันนี้หานิซิวกลับจากสัมมนางานนอกสถานที่ เซี่ยเหยี่ยถึงได้มารอเขาที่นี่
เมื่อกี้ได้ยินคุณหมอบอกกับเขาว่า ‘ยินดีด้วย คุณท้อง’ ทีแรกเซี่ยเหยี่ยยอมรับว่าใ กระทั่งกลับถึงบ้านความรู้สึกปลื้มปิติถึงค่อยๆ พลั่งพรูออกมา ที่แท้อาการง่วงซึมคลื่นไส้พะอืดพะอมกินข้าวไม่ลงใน่นี้เกิดขึ้นเพราะมีเบบี๋อยู่ในท้องนี่เอง
ดีมากจริงๆ ที่ไม่ได้ป่วยเป็โรคร้ายแรง
ความจริงเื่ท้องก็ใช่ว่าจะเป็อุบัติเหตุเสียทีเดียว เ้าต้าหานตัวแสบ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยใส่ถุงยางสักครั้ง ถึงแม้จะบอกว่าหากเข้าไม่ลึกถึงโพรงมดลูกก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ก็ตาม แต่ แต่ว่า แต่ว่าก็ช่วยควบคุมตัวเองให้ได้ด้วยสิ!
ให้ตาย! เซี่ยเหยี่ยกัดปากล่างอย่างเขินอาย พานนึกถึงค่ำคืนหนึ่งเมื่อสามเดือนที่แล้ว หานิซิวที่กลับจากการสัมมนางานนอกสถานที่เป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ ประจวบเหมาะกับเป็สัปดาห์ฮีทของเซี่ยเหยี่ย ก้าวแรกหลังหานิซิวเข้าประตูบ้านก็คลุ้มคลั่งกับกลิ่นหวานโชยของแตงโม คืนนั้นสองร่างพัวพันเกี่ยวรัดกันั้แ่ห้องนั่งเล่นยันห้องนอน บนเตียงหลังนั้น หานิซิวถ่างขาเขาออกกว้าง ทะลวงเบียดแทรกแก่นกายเข้าช่องทางคับร้อน กระทุ้งดันปากมดลูกเข้าไปข้างในและทำการน็อตปลดปล่อยลูกหลานนับล้านตัวภายในตัวเขา
เซี่ยเหยี่ยยกมือปิดหน้าไม่กล้าย้อนนึกรายละเอียด สัปดาห์ฮีทครั้งนั้นยาวนานเป็พิเศษ เป็เจ็ดวันที่อยู่ท่ามกลางความเร่าร้อน หานิซิวแทบไม่ปล่อยให้เขาลุกออกจากเตียง กินนอนอยู่บนเตียง อยากเข้าห้องน้ำหานิซิวอาสาพาอุ้มไปถึงที่ สองวันสุดท้ายที่คลื่นอารมณ์ซาลงเซี่ยเหยี่ยฟื้นคืนสติ พานนึกถึงพฤติกรรมอันน่าอับอายที่ออเซาะวิงวอนขอััจากหานิซิวไม่ยอมให้ห่างกาย ความละอายใจเข้าแทนที่จนไม่ยอมเจอใคร หานิซิวกลับพึงพอใจอย่างยิ่ง นวดคลึงบริเวณหลังคอเขาว่า “วันหน้าก็ทำแบบนี้กันนะ”
เซี่ยเหยี่ยดึงผ้าห่มคลุมโปง มือลูบท้องน้อยที่นูนป่องขึ้นจากเดิมนิดๆ ทั้งดีใจทั้งพะวงในเวลาเดียวกัน ไม่รู้ว่าต้าหานจะใกับข่าวนี้หรือเปล่านะ หลังที่เขาน็อตใส่ตัวเองในค่ำคืนนั้น ตนเคยถามอีกฝ่ายอยู่หลายทีว่าจะพลาดท้องหรือเปล่า เกิดท้องขึ้นจะทำอย่างไรดี ก็ได้คำตอบมั่นใจจากต้าหานว่าวางใจได้ ไม่มีทางท้องเด็ดขาด เขาไล่ถามต่ออีกว่าคุณชอบเด็กไหม ทุกทีต้าหานจะยิ้มกลบเกลื่อนไม่ตอบคำถามนี้ ซึ่งเขาเดาว่าต้าหานคงไม่ค่อยชอบสักเท่าไร เด็กส่วนมากขี้โวยวายเสียงดัง แต่นี่เป็ลูกของพวกเขานะ เขาน่าจะชอบหรือเปล่า อย่างน้อยก็คงใไม่น้อย ในเมื่อทั้งสองยังอายุน้อยขนาดนี้ โดยเฉพาะตนที่ยังเรียนไม่จบชั้นปีที่สี่ กำลังจะเลื่อนสถานะเป็ว่าที่คุณพ่อแล้วอย่างนั้นหรือ ไหนจะยังไม่ทันได้แต่งงานด้วยซ้ำ