ขณะที่ฉินอวี้หลิงกำลังบริกรรมคาถาปลุกสายเืของนาง สิ่งนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ นพเก้าจึงเลือกเดินเข้าป่าไปอีกทาง ส่วนหน้าที่คุ้มกันปล่อยให้ั์แดงเดือดและปักษาพิรุณจัดการไป จากนั้นเขาจึงเปิดหน้าต่างระบบ เขาจำได้ว่าเมื่อ่เช้าระบบได้ให้รางวัลสุ่มกาชาฟรีจำนวน 10 ครั้ง
“สาธุมะยังภันเต ขอให้ได้ขอให้โดน”
นพเก้ายกมือขึ้นทำท่าสวดอ้อนวอนต่อเทพยดาต่างๆ บางทีเขาอาจได้ไอเทมระดับทองอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เข้าไปในมิติเอกเทศแล้วเริ่มกดปุ่มอธิษฐาน
[ติ๊ง เปิดฟังก์ชันการอธิษฐานสมบัติมงคล]
สิ้นเสียงของระบบก็มีวัตถุตกลงมาจากฟากฟ้า นอกจากสีเขียวแล้ว รอบนี้มันปรากฏสีแดง 1 ดวง สีทอง 1 ดวง และสีม่วง 1 ดวง
“เยสส”
ดูเหมือนการทำพิธีก่อนสุ่มรางวัลจะได้ผลอย่างแท้จริง เขารีบเปิดดูไอเทมสีแดงที่สว่างจ้าตรงหน้านี้ทันที
[รางวัล: ลูกบาศก์กำราบพระเ้า (ไอเทมใช้ครั้งเดียว) ไอเทมระดับเสมือนเทพ มีอำนาจสยบผู้ฝึกปรือขอบเขตต่ำกว่าเซียนลงไป เมื่อถ่ายเทจิตใต้สำนึกลงไปแล้วเลือกเป้าหมาย สามารถจับอีกฝ่ายเป็ทาสได้ 100% (ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้) ]
“ระบบ เหตุใดมันจึงเพิ่มจำนวนไม่ได้?”
เมื่อนพเก้าอ่านคำอธิบายจนจบ หัวใจของเขาก็พองโตทันที เขาไม่รู้ว่าระดับเซียนนั้นคืออะไร แต่มันต้องเหนือกว่าระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ในตำนานอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหลังจากเขาอ่านจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
[ติ๊ง เพื่อป้องกันไม่ให้โฮสต์สร้างความวุ่นวาย ระบบ้าให้โฮสต์แข็งแกร่งขึ้นด้วยกำลังของตนเอง การพึ่งพาสิ่งภายนอกมากเกินไปไม่ใช่วิถีทางของผู้ฝึกตน]
นพเก้ารู้สึกคุ้นๆ กับคำแนะนำนี้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้เขามีสมบัติช่วยชีวิตหนึ่งชิ้นแล้ว ในโลกมนุษย์นี้เขาไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวใครอีกต่อไป
“ฮ่า ฮ่า ตอนนี้ข้าแข็งแกร่งที่สุดในโลก”
ต่อให้ไม่ใช่พลังของเขาเอง มันก็ยังทำให้เขารู้สึกสดชื่นอยู่ดี จะมีอะไรดีไปกว่าการไร้เทียมทานในโลกหล้า
“อันต่อไป”
นพเก้าเลือกดูรางวัลถัดไปทันที หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกชะงัก
[รางวัล: เคล็ดวิชาคัมภีร์พุทธะสุญญตา (เคล็ดวิชาฝึกปรือนี้สามารถถ่ายทอดได้) เคล็ดวิชาระดับเซียนขั้นสูงสุด เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ ผู้ใช้จะสามารถสำแดงพลังของทักษะวรยุทธ์ต่างๆ ในสายพุทธได้มากกว่าเดิม 100 เท่า นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายของผู้ฝึกตนจะค่อยๆ ผันเปลี่ยนเป็ทองคำในแต่ละระดับ โดยเคล็ดวิชานี้จะมีทั้งสิ้นหกระดับ ในระดับสูงสุดร่างกายผู้ฝึกปรือจะเปลี่ยนเป็ทองคำ สร้างแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อกำราบหมู่มาร และเปลี่ยนให้ศัตรูกลายเป็ผู้นับถือพุทธศาสนา]
“ระบบ หากข้าฝึกมันข้าจะกลายเป็ไซตามะหรือไม่”
นพเก้าไม่อยากหัวล้าน
[มีพระที่ไหนบ้างที่ไม่หัวล้าน]
ระบบมันไม่สนใจว่าโฮสต์ของมันจะกลายเป็พระภิกษุหรือไม่ มัน้าผู้ที่พึ่งพาได้ในการทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตก็เพียงเท่านั้น
“โอเค”
นพเก้าเลือกที่จะเก็บไว้ก่อน เขาจะไม่คิดถึงมันอีกต่อไป แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เป็ตายก็ตาม
เมื่อมองดูรางวัลที่สามของระบบมันทำให้เขารู้สึกขยะแขยงและขนหัวลุก
[รางวัล: ไข่หรรษา 10 ใบ สมบัติระดับ์ขั้นกลาง เมื่อขว้างปาโดนศัตรูจะอัญเชิญปีศาจพันธนาการออกมา ผู้ที่ถูกพันธนาการจะไม่สามารถขยับร่างกายได้ภายในหนึ่งนาที พลังสูงสุดสามารถใช้พันธนาการขอบเขตจ้าว์ได้เท่านั้นโดยจะพันธนาการได้สูงสุด 10 วินาที]
“ระบบ เ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
หากเขาใช้วัตถุเช่นนี้กับศัตรู ชื่อเสียงของเขาจะไม่เละป่นปี้ไปจนหมดหรือ
[ติ๊ง ในอนาคตเมื่อศัตรูของโฮสต์เป็บุตรแห่งโชคชะตา สิ่งนี้จะสามารถช่วยโฮสต์ได้]
ระบบมันก็ไม่ชอบไอเทมอุบาทว์นี้เช่นกัน แต่มันก็ต้องยอมรับว่าไอเทมนี้มันร้ายกาจอย่างแท้จริง สิ่งนี้เป็ของที่เ้านายเก่าของระบบสร้างขึ้น
“แล้วข้าจะรอดู”
ดูเหมือนว่าไข่พวกนี้จะมีความลับบางอย่างที่รอให้นพเก้าเปิดเผยมันออกมาในอนาคต
“ปักษาพิรุณ พาพวกนักรบโลหิตไปรวบรวมสมบัติทั้งหมดมา และหากเจอหินมิติระดับ์ขึ้นไป เ้าต้องกลับมารายงานข้าทันที”
ตอนนี้ทั้งป่าไม่เหลือจักรพรรดิอสูรแม้แต่ตัวเดียว หมายความว่าทรัพยากรในพื้นที่รัศมีมากกว่า 500 กิโลเมตรเป็ของเขาทั้งหมด ตอนนี้เขามั่นใจว่าสามารถรวบรวมสมบัติธรรมชาติระดับ 8 ติดมือมาได้บ้าง
“นายท่าน มีสวนสมุนไพรที่ข้าคุ้มกันให้กับพวกมนุษย์กลุ่มหนึ่ง นายท่าน้าจัดการอย่างไร?”
มันยังคงกังวลเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรนายท่านของมันก็เป็มนุษย์ มันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ในสังคมนั้นมีความซับซ้อนมากแค่ไหน
“อย่างที่ข้าบอกไป เก็บทุกอย่างมาให้หมด”
นพเก้าหาได้สนใจไม่ มันไม่ใช่เื่ของเขา การที่กลุ่มคนมาซ่อนแหล่งเพาะปลูกเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมันไม่ใช่กลุ่มคนดีอันใด
ปักษาพิรุณก้มหัวลงแล้วจากไปพร้อมกับกลุ่มอสูรโลหิตทันที
แปะ แปะ
“ยอดเยี่ยม เ้าลงมือได้โเี้มาก”
ไม่นานหลังจากเสียงปรบมือหยุดลงก็ปรากฏเงาของบุรุษผู้หนึ่งขึ้น
“นั่นใคร!”
นพเก้ามองบุรุษวัยกลางคนด้วยสีหน้าระแวดระวัง ก่อนหน้านี้เขาไม่อาจััตัวตนของอีกฝ่ายได้ หมายความว่าบุรุษผู้นี้แข็งแกร่งกว่าเขาเป็อย่างมาก
“ยินดีที่ได้รู้จักอัจฉริยะตัวน้อย เ้าจะเรียกข้าว่าท่านมาวาลิคก็ได้”
เทพาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราแนะนำตัวอย่างขอไปที
“สวัสดีท่านผู้าุโ”
นพเก้าประสานมือพรางดูข้อมูลที่ได้รับจากเนตรหมื่นพิภพ
เพียะ!
“ช่างน่ารังเกียจ”
เสียงตบหน้าดังขึ้นโดยที่นพเก้าไม่ทันได้รู้ตัว อีกฝ่ายไม่ทันขยับตัวเสียด้วยซ้ำ หลังจากเขาจับที่ใบหน้าเขาก็รู้สึกชาที่มุมปาก ปากของเขาแตกเล็กน้อยจนมีเืไหลออกมา
“เหตุใดท่านถึงตบข้า?”
นพเก้าเก็บอารมณ์เดือดดาลไว้ในใจแล้วถามขึ้นมา เป็ไปได้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายตรวจพบว่าเขาแอบสอดส่องข้อมูล
คงจะเป็เช่นนั้น นพเก้ารู้สึกว่าเขาประมาทเกินไป เพราะเขาส่องดูข้อมูลอีกฝ่ายมันบอกว่าบุรุษผู้นี้อยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวเทพศักดิ์สิทธิ์ ระดับนี้หากไปอยู่บนแดน์ก็อยู่ในระดับชั้นแนวหน้าเป็อย่างน้อย ไม่เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายยังเป็เทพาของแดนศักดิ์สิทธิ์เทพจันทราด้วย เขาไม่สามารถต่อกรกับเทพาได้หากไม่อยู่ในขอบเขตเดียวกันกับอีกฝ่าย
นอกจากนี้ดูเหมือนว่าแดนศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มจับตาดูเขาแล้ว เขาไม่รู้ว่าอีกสองแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
“หุบปาก! คุกเข่าลงไปซะ”
ตึง!!
นพเก้าคุกเข่าลงไปข้างหนึ่ง ตอนนี้เขารู้สึกเดือดดาลเป็อย่างมากและ้าจะใช้สมบัติล้ำค่าที่ได้รับมาเมื่อครู่มาจัดการกับบุรุษตรงหน้านี้ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถขยับตัวได้
เมื่อเห็นภาพนี้มาวาลิคก็มองด้วยท่าทางพึงพอใจ อัจฉริยะแล้วอย่างไรต่อหน้าพลังอำนาจเช่นนี้อีกฝ่ายจะทำการใดได้ เขา้ากลั่นแกล้งอีกเล็กน้อยให้อีกฝ่ายรู้สึกอัปยศ หากยังไม่ยินยอมเขาก็ยังคงกลัวว่ามือของเขาจะสกปรกถ้าต้องตบคนเช่นนี้จนตาย
“เ้าไม่คิดว่าตนเองกำลังรังแกผู้เยาว์มากเกินไปหน่อยหรือ?”
ร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมาตรงหน้านพเก้าแล้วสลายพลังกฎแห่งเทพทั้งหมดไป
“เ้าคือ?”
มาวาลิครู้สึกงงงวย ตัวตนของอีกฝ่ายเป็ใครกันอยู่ดีๆ ก็ปรากฏตัวออกมา นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีความคล้ายคลึงกับพี่สาวของเขาเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ความคล้ายคลึงที่หน้าตาแต่เป็พลังของขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์
อะไรวะ!
มาวาลิคหันไปมองนพเก้าด้วยสายตาตกตะลึง ทำไมอีกฝ่ายถึงมีคนหนุนหลังยิ่งใหญ่เช่นนี้
ยิ่งใหญ่จริงๆ!!
นพเก้าเงยหน้าขึ้นแล้วลูกตาของเขาได้ผสานกับด้านหลังของนาง มันยิ่งใหญ่และเต่งตึงมากๆ นพเก้าคิดในใจ
เมื่อหญิงสาวรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ จากด้านหลัง นางก็หันหลังกลับไปโดยไม่สนใจเทพาตรงหน้า
“เ้ากำลังมองอะไร?”
จิตตาภากลอกตามองอีกฝ่าย แต่ในใจของนางก็กำลังคิดอีกอย่าง นางไม่เคยเจอบุรุษที่หล่อเหลาเช่นนี้มาก่อน น่าเสียดายที่อีกฝ่ายมีภรรยาแล้ว
(หืม นี่ข้ากำลังคิดอะไร?)
นางรู้สึกประหลาดใจอีกฝ่ายมีวิชามนต์เสน่ห์ด้วยหรือไม่
“อะแฮ่ม ข้าขอถามชื่อผู้มีพระคุณได้หรือไม่?”
นพเก้าได้รับบทเรียนจากรอบที่แล้ว เขาจึงรีบใช้เนตรหมื่นพิภพตรวจสอบขณะที่นางหันหลังกลับมา เขารู้สึกประหลาดใจกับคำอธิบายของระบบ
[ค่าสถานะของจิตตาภา]
อายุ: 278 (อายุขัย 2.26 ล้านปี)
เขตแดน: เทพศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่ 4 ขั้นสูงสุด (ค่าพลังปราณ: 4.7 พันล้านเมตร)
ทักษะการต่อสู้: มนต์เสน่ห์ซัคคิวบัส (วิชาเทพขั้นต้น), ฝ่ามือลวงตา (วิชาเทพขั้นกลาง), ย่างก้าวภูตินิทรา (วิชาเทพขั้นกลาง), ลวงจิตบังคับร่าง (วิชาเทพขั้นสูงสุด)
เคล็ดวิชา: ภูผาจิติญญา (วิชาเทพขั้นสูงสุด)
พร์: ผสานสองจิติญญา
พลังเทพ: 680
โชคชะตา: ผู้มีค่าศักยภาพสูง
าที่ 3: เผ่าพันธุ์ัจิติญญาที่สาบสูญ
ถึงเขาจะรู้สึกงงงวย แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาถามคำถามระบบ เขาต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าผู้หญิงคนนี้มาดีหรือไม่
“เ้าเป็ผู้หวนคืนหรือไม่?”
นางไม่ตอบ เพราะนางััได้ถึงความผันผวนในิญญาของบุรุษตรงหน้า
อะไร!
นพเก้าใจเต้นรัว นี่คือความลับสูงสุดที่เขาไม่้าให้ใครรับรู้ ที่สำคัญไปกว่านั้นอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร ความเชื่อเื่การกลับชาติมาเกิดนั้นมีทั่วไป เนื่องจากหากขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ตายแล้วแต่จิติญญาศักดิ์สิทธิ์ยังอยู่ จะสามารถสิงร่างผู้อื่นได้ แต่สำหรับผู้หวนคืน เขาเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายอาจคาดเดาตัวตนของเขาได้แล้ว
“เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น?”
นพเก้าไม่ได้ตอบโดยตรง แต่บอกเป็นัยๆ ว่าใช่ เขาไม่อยากเปิดเผยให้บุรุษวัยกลางคนผู้นั้นรู้
“หึ เ้ากังวลงั้นรึ”
นางแค่นเสียงออกมาก่อนที่จะหันกลับไปมองมาวาลิค ก่อนที่ดวงตาของนางจะกลายเป็สีทองครู่หนึ่ง
“ต่อไปนี้เ้าจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ กลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วรายงานว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ”
“รับทราบ”
มาวาลิคตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา ตอนนี้เขาถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ เขาหันหลังกลับแล้วบินจากไป
ซูด!
นพเก้าอดที่จะสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้ นี่คือพลังของผู้ควบคุมจิติญญาระดับสูง อาชีพผู้ควบคุมจิติญญาเป็อาชีพที่หายากมากที่สุดในโลก หายากมากกว่านักทำนายเสียอีก
“เ้าบอกมาซะว่าตัวตนของเ้าเป็ใคร?”
นางกำลังจะใช้สิ่งนั้นอีกครั้ง
“ผู้าุโปล่อยข้าไปได้หรือไม่ ข้าจะให้สิ่งนี้ตอบแทนท่าน ท่านคิดว่าอย่างไร”
นพเก้าหยิบลูกบาศก์สีทองดำออกมาจากระบบ
อย่างไรก็ตามผู้หญิงตรงหน้าเขาไม่ได้สนใจ นางยังคงใช้วิชาต่อไป หลังจากผ่านไปชั่วครู่
หืม!!
นางรู้สึกประหลาดใจ อีกฝ่ายเป็เพียงจักรพรรดิยุทธ์ ห่างจากนางถึงสองขอบเขตใหญ่ นางจึงโคจรเคล็ดวิชาลวงจิตบังคับร่างมากกว่าเดิม แต่แล้วก็ยังไม่ได้ผล
(ดูเหมือนผู้หวนคืนจะแตกต่างออกไป)
จิตตาภาคิด
“ระบบ ผู้หญิงคนนี้กำลังจะควบคุมข้าใช่หรือไม่?”
[ติ๊ง เป็เช่นนั้น แต่ด้วยอำนาจของระบบนางไม่สามารถทำสิ่งใดได้]
“เป็เช่นนี้”
เหมือนว่านพเก้าจะไม่ต้องหาวิชาเสริมจิติญญาใดๆ ในเมื่อเขามีระบบจัดการให้ แต่เมื่อเขาคิดอีกทีมันควรจะมีไว้ดีกว่า ระบบมันคงจะไม่อยู่กับเขาตลอดไปใช่ไหม
“ผู้าุโ ข้าถือว่านี่เป็ของขวัญสำหรับพบหน้ากัน ท่านไม่ต้องจ้องหน้าข้าขนาดนั้นก็ได้ ข้าไม่ใช่คนใจแคบ”
นพเก้าถ่ายเทพลังศักดิ์สิทธิ์ลงไปแล้วส่งให้นาง
นางรู้สึกแปลกๆ อีกฝ่ายไม่เห็นความผิดปกติในการกระทำของนางเลยหรือ ขณะที่นางกำลังคิดนพเก้าก็ยัดลูกบาศก์ใส่มือของนาง
“เสร็จโจ๋”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะติดกับนพเก้าโดยไม่รู้ตัว
“แย่แล้ว”
เมื่อนางััได้ถึงพลังคุกคาม นางพยายามจะปัดลูกบาศก์ทิ้งอย่างไรก็ตาม วัตถุนั้นได้ซึมผ่านเข้าไปในฝ่ามือของนางและทะลุเข้าไปในจิตใต้สำนึกหลักโดยตรง จากนั้นลูกบาศก์ก็ทำงานเหมือนกับเทคโนโลยีล้ำหน้า มันเริ่มเปลี่ยนรูปร่างแล้วขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็เสาอากาศขนาดใหญ่ แล้วปล่อยวงแหวนที่มีอักขระระดับสูงออกมา
เมื่อนาง้าเข้าไปในจิตใต้สำนึกของนางก็ไม่สามารถทำได้ หลังจากนั้นสักพักนางก็รู้สึกถึงการเชื่อมต่อบางอย่างระหว่างนางกับนพเก้า สิ่งนี้ทำให้นางถึงกับหน้าซีด
พรึบ!!
นพเก้าไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เขาหัวเราะออกมาอย่างกับคนบ้า เขาไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะกลับตารปัตรแล้วจบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้
“เ้ามันคนสารเลว!”
จิตตาภาโกรธมากและ้าทุบหัวนพเก้าให้แหลกเป็เสี่ยงๆ อย่างไรก็ตามทันทีที่มือของนางถึงตัวนพเก้าพลังต่างๆ ก็สลายไปไม่ต่างจากการที่ผู้หญิงทุบเบาๆ
“ไม่จริง!”
นางรู้สึกรับไม่ได้ นางเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มามากมายในยุคของนาง มันคือสัญญาทาส
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้กำราบผู้ฝึกปรือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์เป็ทาส นับเป็ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ตอนนี้โฮสต์สามารถก่อตั้งนิกายได้อย่างปลอดภัย รางวัล: ช่องทรัพยากร +100]
โอ้วว
นพเก้ารู้สึกมีความสุขกับความใจป้ำนี้ เขาจะมีพื้นที่อีกมากมายในการใส่สมุนไพรและสมบัติล้ำค่าระดับสูง
อะแฮ่ม!
นพเก้าเริ่มสงบลงแล้ว้าถามความเป็มาของผู้หญิงคนนี้ เขาต้องรู้ให้ได้ว่านางรู้เื่เกี่ยวกับผู้หวนคืนได้อย่างไร
“เอาล่ะ ตอนนี้จงรีบคุกเข่าและทักทายเ้านายของเ้าเสีย”
นพเก้า้าััความรู้สึกของการที่มีเทพคุกเข่าให้ การที่เทพคุกเข่าให้มนุษย์มันต้องเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่แน่ๆ
“หึ! ฝันไปเถอะ เป็เ้าที่บังคับข้าทำเช่นนี้เอง”
ขณะที่นางพูด เืก็ไหลออกจากดวงตา ปาก และจมูกของนาง นาง้าทำลายจิติญญาของนางทิ้งดีกว่าตกไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่น
“เ้ากำลังทำอะไร?”
นพเก้ารู้สึกพรั่งพรึง เขารู้สึกว่านางกำลังจะทำอย่างเขาในชาติที่แล้ว การะเิตัวตาย
[ไม่ใช่ นางกำลังทำลายจิติญญาของนาง]
ระบบมันถึงกับพูดไม่ออก จำเป็ต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ หากจิติญญาถูกทำลายหมายความว่าดวงิญญาจะแตกดับตลอดกาลไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป
“อักก”
นางกระอักเืออกมา จากนั้นนางรู้สึกว่านางสามารถยับยั้งมันได้บางส่วนแล้ว
“ระบบ! ไหนเ้าบอกว่ามันได้ผล ทำไมอีกฝ่ายถึงต่อต้านได้?”
[ติ๊ง ดูเหมือนเคล็ดวิชาของนางจะก้าวขึ้นสู่ครึ่งเซียนแล้ว]
ระบบไม่ลืมที่จะบอกความเป็ไปได้นี้
ตูม!!
เกิดเสียงะเิและรัศมีแสงได้กลบวิสัยทัศน์ของนพเก้าไป หลังจากเขาเห็นภาพอีกครั้งเขาก็รู้สึกว่าสัญญาทาสที่ผูกมัดกับอีกฝ่ายได้เปลี่ยนไป
“ไม่มีทาง”
และเป็อีกครั้งที่นางรู้สึกใ นางไม่สามารถทำลายดวงิญญาได้ สมบัติของอีกฝ่ายต้องอยู่ในระดับเซียนเป็อย่างน้อยถึงทำเช่นนี้ได้ นางอดไม่ได้ที่จะมองชายตรงหน้า ก่อนหวนคืนอีกฝ่ายเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงมีสมบัติเช่นนี้ ในความคิดนางสมบัติระดับเซียนมีอยู่เฉพาะในโลกระดับสูงเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนางรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะตอนนี้สัญญาของนางกับนพเก้าได้เปลี่ยนจากสัญญาทาสกลายเป็พันธสัญญาเท่าเทียมแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าหากนางตายอีกฝ่ายก็จะตายไปด้วยเช่นกัน
นพเก้ารู้สึกหนังตากระตุก ไม่ถึงชั่วโมงเหตุการณ์ต่างๆ พลิกไปมาหลายตลบเหลือเกิน
“ตอนนี้เ้าไม่สามารถบังคับอะไรข้าได้ทั้งนั้น”
ถึงการผูกมัดนี้จะเป็สิ่งเลวร้าย แต่ตอนนี้นางไม่จำเป็ต้องทำลายจิติญญาอีกต่อไป
“เ้าอยากรู้อะไร?”
เมื่อพันธสัญญาเท่าเทียมถูกสร้างขึ้น ทำให้นพเก้าไม่มีทางเลือกมากนัก ตอนนี้เขามีถึงสองชีวิตนั่นหมายถึงความเสี่ยงสองเท่า เขาไม่สามารถทำสิ่งใดโดยประมาทได้
“ก่อนกลับมาเกิดใหม่เ้าเป็ใครกันแน่”
นางอดสงสัยไม่ได้ อีกฝ่ายจะต้องเป็ตัวตนที่เหนือกว่านางในชาติที่แล้วอย่างแน่นอน
“จูเรน”
นพเก้าตอบ
“ใครนะ?”
นางไม่รู้จักคนชื่อนี้ เป็ไปได้หรือไม่ที่อีกฝ่ายจะเป็ผู้ที่อยู่เหนือกว่าเซียนกลับชาติมาเกิด
“จูเรน ขอบเขตครึ่งก้าวเ้า์”
เมื่อรู้สึกถึงสายตาของนาง เขาพูดออกมาด้วยท่าทีเคอะเขินเล็กน้อย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะประเมินเขาสูงเกินไป
นางนิ่งเงียบ นางไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อน นางถูกผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่าจับเป็ทาส นี่จะเป็ประวัติศาสตร์ที่ด่างพร้อยที่สุดในชีวิตของนาง
“เอาล่ะ ในเมื่อมันไม่มีอะไรน่าสนใจ ทำไมเ้าไม่แนะนำตัวหน่อยล่ะ คุณัจิติญญา”
นพเก้าพูดถึงข้อมูลที่ระบบแสดงออกไป เขา้าทำตัวลึกลับเพื่อเข้าถึงข้อมูลอีกฝ่ายให้มากขึ้น
“เ้ารู้ได้อย่างไร?”
คราวนี้เป็นางเองที่พูดประโยคนี้ มันไม่ควรมีใครล่วงรู้ความลับนี้ได้ เนื่องจากัจิติญญาสูญสิ้นไปจนเกือบหมดแล้ว
“สำคัญด้วยรึ?”
นพเก้าพูดขึ้น เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตอบคำถามเขาหรือไม่เพราะข้อมูลของระบบแสดงให้เขาเห็นหมดแล้ว
“ฮึม ก็ได้”
ดูเหมือนนางจะไม่มีทางเลือกมากนัก อีกฝ่ายอาจมีความลับมากกว่าที่คิดและตัวตนที่ชื่อจูเรนนั่นอาจจะพูดขึ้นเพียงเพื่อหลอกลวงนางก็เท่านั้น
หลังจากนั้นนางก็เริ่มเล่าเื่ขึ้นมา นางบอกว่าขณะที่นางอยู่นอกอวกาศระหว่าง์ชั้นที่หนึ่งกับดาวเคราะห์โลก นางเห็นปรากฏการณ์ประหลาดที่สุดในชีวิตของนาง ภาพที่เห็นคืออยู่ดีๆ โลกก็หมุนย้อนกลับด้วยความเร็วสูงจนกระทั่งหยุดลง สภาพต่างๆ ของโลกมันย้อนกลับไปอีกครั้งก่อนที่พลัง์จะฟื้นฟู เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้มีอำนาจใน์ชั้นต่างๆ แตกตื่นเป็อย่างมาก พวกเขารีบส่งกองกำลังเพื่อเข้าไปยึดครองทันที
อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลบางอย่างผู้ที่มีพลังอำนาจต่ำกว่าเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถทะลวงผ่านเข้าไปได้ เมื่อพวกเขาไม่มีทางเลือกจึงได้แต่ส่งผู้มีพลังระดับขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ทะลวงผ่านเข้าไป ใน่เวลานี้ก็เป็เวลาสามวันแล้ว ยังไม่มีใครกล้ากระทำการอย่างโจ่งแจ้ง พวกเขากำลังรวบรวมกองกำลังอย่างลับๆ
และข่าวที่ใหญ่ที่สุดก็คือในบรรดาผู้ที่ตายไปแล้วที่มีถิ่นกำเนิดในโลกมนุษย์ล้วนหายไปจนหมดสิ้น พวกเขาไม่ค้นพบการกระทำผิดจารีตอย่างขโมยศพแต่อย่างใด หลังจากส่งคนไปสืบดูทำให้พวกเขารู้ว่าผู้ที่ตายไปแล้วได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้กองกำลังต่างๆ จึงส่งคนไปทาบทามผู้มีพร์อย่างลับๆ พวกเขาต่างรู้ดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
หลังจากนพเก้าได้ฟังคร่าวๆ เขารู้สึกเหมือนโลกนี้กำลังกลับตารปัตร ด้วยความฉลาดของเขา เขาสามารถคาดเดาสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกมากมาย ตอนนี้มีเพียงโลกนี้เท่านั้นที่ย้อนเวลากลับมา สิ่งต่างๆ ในระบบสุริยะยังคงเหมือนเดิม
“ระบบ สิ่งนี้ใช่ผลกระทบที่เกิดจากเ้าหรือไม่?”
[ติ๊ง ใช่ มันคือของขวัญมือใหม่ที่มอบให้กับโฮสต์]
ระบบตอบกลับไปโดยไม่ปิดบัง มันรู้ว่าเ้านายของมันกังวลว่าอาจจะเป็ฝีมือของผู้อื่น หากเป็เช่นนั้นจริงโลกนี้คงจะไม่สงบสุขอีกต่อไป
อืม
นพเก้าเข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้ว ตอนนี้เขามีสีหน้าซับซ้อน เพราะในเมื่อคนที่ตายในโลกมนุษย์กลับมาได้ หมายความว่าศัตรูเก่าของเขาที่สังหารไปในชีวิตที่แล้วก็กลับมาด้วยเช่นกัน เขาอดที่จะนึกถึงลูกศิษย์ของเขาไม่ได้
(ไม่ได้การ ข้าต้องรีบหานางให้เจอโดยเร็วที่สุด ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม)
ตอนนี้นพเก้าไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป
จิตตาภาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามนางรู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบ บุคคลนี้เป็ผู้หวนคืนคนที่สองที่นางเจอ โดยทั่วไปนางพบว่าแทบเป็ไปไม่ได้ที่จะมีผู้ย้อนกลับมาด้วยความทรงจำเดิม
“เ้าจะทำอย่างไรต่อไป ข้าไม่สามารถพาเ้าไปในฐานะผู้ติดตามได้”
นพเก้าตอบ ตอนนี้เขามีภรรยาและลูกแล้ว หากเขาพาหญิงงามล่มเมืองผู้นี้กลับไป เขาไม่กล้าคาดเดาต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก
“ข้าจะไปกับเ้า”
หลังจากนางพูดจบ นางก็กลายเป็ลำแสงแล้วพุ่งเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของนพเก้า ด้วยการที่นางเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านจิติญญาระดับ 8 ดาว นางสามารถสิงสถิตที่ร่างกายของใครก็ได้
โอ้วว
นพเก้ารู้สึกประหลาดใจ แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธนาง การมีผู้คุ้มกันเช่นนี้ทำให้เขาสบายใจในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ขณะที่นพเก้ากำลังกลับไป เขาก็นึกขึ้นได้ จึงได้ถามระบบออกไป
“ระบบ าที่ 3 คืออะไร?”
เขางงกับคำศัพท์นี้เป็อย่างมาก
[ติ๊ง หลังจาการะหว่างทวยเทพจบลง อารยธรรมต่างๆ ล่มสลาย สารระบบในโลกสูญสิ้น ยุคสมัยใหม่จะถูกสร้างขึ้น สารระบบจะสร้างพลังงานที่หนุนเสริมให้สิ่งมีชีวิตปรับตัวได้ มันจะถูกวิวัฒนาการมาแทนที่พลังงานเดิมตามธรรมชาติ เช่นาที่ 4 ซึ่งนับเป็ปัจจุบัน ปราณิญญาหล่อเลี้ยงฟ้าดิน สิ่งมีชีวิตใช้ปราณิญญาหล่อเลี้ยงชีวิต]
“แล้วาระหว่างทวยเทพคือสิ่งใด?”
นพเก้ายังคงถามต่อไป
[ติ๊ง โฮสต์โปรดพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้โฮสต์ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลระดับสูงได้]
“เชอะ”
นพเก้าเลิกสนใจมัน ตอนนี้เขาไม่้าทำสิ่งใดนอกจากนั่งขัดสมาธิเพื่อวางแผนต่างๆ ใหม่ และเพื่อเตรียมรับมือกับอนาคตอันใกล้ที่ไม่สามารถคาดเดาได้
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ปราณิญญาฟ้าดินเริ่มปะทุขึ้นแล้ววนเข้าไปในทิศทางของฉินอวี้หลิง
เห้ย!!
นพเก้าใ เหตุใดเด็กสาวผู้นี้จึงสามารถปลุกสายเืได้เร็วนัก เขายังไม่ทันได้เตรียมต้มสมุนไพรแล้วให้นางแช่ตัวเลยด้วยซ้ำ
ปัง! ปัง!
ราวกับคอขวดที่ติดอยู่ในตัวนางมานานได้สลายหายไป ความเร็วของการทะลวงด่านได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า นางทะลวงสองขั้นติดต่อกัน
รวดเร็วมาก!
นพเก้ารำพึงในใจ นี่คือความสามารถของอัจฉริยะอย่างแท้จริง เพียงหนึ่งชั่วยามก็สามารถปลุกสายเืาระดับเซียนขั้นสูงสุดได้
ปัง! ปัง!
เหตุการณ์ต่างๆ ยังคงไม่หยุดลง นางยังคงทะลวงด่านต่อไปจนถึงขั้นที่ 8 นพเก้ากะพริบมาอยู่ด้านหลังของนางแล้ววาดอักขระิญญาลงไป
“อดทนไว้ รอให้ถึงขั้นสมบูรณ์ก่อนจึงค่อยทะลวงเขตแดน”
นพเก้าพูดขึ้น มีเพียงผู้ที่ทะลวงขั้นสูงสุดไปสู่ขั้นสมบูรณ์ในทุกเขตแดนเท่านั้นจึงสามารถรับประกันได้ว่ารากฐานมั่นคง และเป็อัจฉริยะอย่างแท้จริง
อึก
ฉินอวี้หลิงนางรู้สึกอึดอัด อย่างไรก็ตามนางยังคงอดทน และทำตามคำแนะนำของผู้มีพระคุณผู้นี้
“เอาล่ะ เริ่มเลย”
นพเก้าให้สัญญาณนางในเวลาที่เหมาะสมที่สุดทันที
ปัง!
เหตุการณ์นี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งที่แล้ว ปราณิญญาจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ามาจากทุกทิศทางและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หนุนเสริมจากนพเก้าคอยซ่อมแซมร่างกายของนางให้อยู่ในสภาวะสูงสุดตลอดเวลา ทำให้นางทะลวงขอบเขตไปได้อย่างปลอดภัย