หนี้บุญคุณ
"อย่าไปใส่ใจมากนักเลยน่ะตะวัน ทำๆ ไปเหอะถ้ายังไม่หลุดพ้นคำว่าหนี้บุญคุณน่ะ”
เอมิกาช่วยปลอบใจหลังจากอาทิตยาเล่าวีรกรรมกวนประสาทของคุณชายเนี้ยบให้ฟังแต่ก็ยังยักเื่ถูกขโมยหอมแก้มถึงสองครั้งสองคราเอาไว้ เมื่อไปถึงคอนโดหลังกลับจากพาหุรัดเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ สำหรับไปคอยรับใช้เ้านายที่ไปนั่งรอชมการประกวดลูกสาวเดินแบบ
เพราะเป็วันสุดท้ายของการตัดสินแล้ว และแน่นอนว่าคืนนี้เ้านายหมดเงินไปเยอะมาก กับการควักกระเป๋าซื้อบัตรให้คนรู้จักรวมทั้งพนักงานบริษัท และผู้ปกครองในโรงเรียนที่จิรฐาเรียนอยู่ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าชมและช่วยเชียร์ลูกสาวคนสวย
“เออๆ ๆ บ่นไปงั้นแหละ ไม่รู้จะบ่นให้ใครฟังดี ว่าแต่คืนนี้จะไปหรือเปล่าล่ะ”
ร่างผอมบางถอดเสื้อยืดออกโดยไม่คิดจะเอียงอายเพื่อนแต่อย่างใด เพราะความรีบ
“ไป! แต่ไม่ได้อยากจะเชียร์แม่แอ๊ฟแบ้วนั่นหรอกนะ ฉันอยากดูหนุ่มๆ ในงานต่างหาก ว่าแต่มีบัตรเหลือให้หรือเปล่าล่ะ”
เอมิกาถามด้วยท่าทีไม่จริงจังนัก
“จะเอาสักกี่ร้อยใบล่ะจ้ะเพื่อน”
ร่างที่มีผ้าขนหนูกระโจมอกเดินไปเปิดกระเป๋าสะพายแล้วยกบัตรมาปึกหนึ่ง อีกมือกรีดปลายปึกเป็เชิงบอกว่าจะไปอีกสักร้อยคนยังมีบัตรให้เลย แล้วก็โยนทั้งหมดให้
ส่วนตัวเองก็เดินเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ กลับออกมาอีกทีเพื่อนก็โกยแน้บไปห้องตัวเองแล้ว อันที่จริงก็อยากจะคุยเื่หนุ่มใหญ่เมียเผลอที่กำลังจะทำเพื่อนหัวใจเดาะอยู่ไม่น้อย
ว่าตกลงจะเป็ไปในทิศทางไหน มีข้อสรุปยังไง แต่เวลาไม่มีเลย จึงรีบจัดการใส่เสื้อผ้าทำผมลวกๆ แล้วก็บึ่งรถไปที่จัดประกวดทันที ไม่นานชมจันทร์กับผ่อนรวมทั้งเด็กรับใช้อื่นๆ ก็มีถึงด้วยรถตู้
จิณณวัตรกับจิรเดชและคนในบริษัทก็ถูกสั่งให้มางานนี้เช่นกัน แต่สองพ่อลูกจะตามมาทีหลัง เพราะยังประชุมไม่เสร็จ อาทิตยายังเข้าไปนั่งรอด้านในไม่ได้
เพราะต้องคอยยกป้ายไฟเพื่อคอยบอกให้กองเชียร์ทั้งหลายไปนั่งรวมกันตรงจุดเดียว เสียงจะได้กระหึ่มตามความคิดของชมจันทร์ แหม่มกับแก้มจึงอาสาอยู่ช่วย เพื่อจะได้พาคนมาทีหลังไปนั่งถูกที่
“เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ถ้าคุณผู้ชายกับคุณจิณมาก็พาไปนั่งกับคุณผู้หญิงเลย”
เมื่อคนเข้างานจนหมด อาทิตยาจึงหันไปหาสองสาว แล้วเดินฉับๆ เข้าห้องน้ำที่อยู่ไกลพอสมควร เข้าไปนั่งได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนไม่ต่ำกว่าสองเดินเข้ามา แม้ไม่อยากเสียมารยาทและไม่ได้ตั้งใจจะฟังแต่เสียงของคนคุยกันด้านนอกก็ดังเข้าไปกระทบหูอย่างช่วยไม่ได้
“เมย์ขอให้พี่มิ้นท์ชนะนะคะ แม่จะได้มีกำลังใจสู้ต่อไปอีก”
สาวรุ่นเข้าไปสวมกอดพี่สาวแสนสวยสูงเกือบร้อยแปดสิบ หุ่นอรชรพอๆ กับนางแบบอาชีพเลยทีเดียว
“ขอบใจนะจ๊ะน้องรัก ไม่ต้องห่วงหรอกคืนนี้พี่ต้องชนะแน่นอน พี่จะเอาเงินรางวัลไปรักษาแม่เราให้หายสักที และพี่ก็จะได้เก็บเงินไว้เป็ค่าเรียนของเมย์ด้วย ว่าแต่เมย์เถอะอย่าลืมตั้งใจเรียนให้จบสมกับที่พี่กับแม่หวังไว้นะจ้ะ”
“เมย์ให้สัญญาจ้ะพี่มิ้นท์ ว่าเมย์จะเป็เด็กดี ตั้งใจเรียน และจะไม่ทำให้แม่กับพี่เมย์ผิดหวังเป็อันขาด ขออย่างเดียวให้พี่มิ้นท์ชนะได้เงินมาก็พอ นี่เป็ความหวังเดียวที่พวกเราเหลืออยู่ สู้ๆ เขานะจ้ะพี่มิ้นท์”
“แน่นอนจ้ะ พี่จะสู้ เพื่อให้ได้เงินก้อนนี้มาช่วยชีวิตพวกเราสามคน”
อาทิตยาเดาได้ว่าสองพี่น้องคงจะกำลังกอดกันเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ที่มีอยู่เป็แน่ น้ำเสียงอันสั่นเครือไม่บอกก็รู้ว่ากำลังร้องไห้ เลยต้องนั่งแช่อยู่หลายนาทีรอให้สองชีวิตไปก่อน
แม้อยากจะเห็นหน้าคร่าตาแต่ก็ไม่กล้าออกมา ในใจนั้นให้คิดถึงแม่กับน้องๆ ขึ้นมาได้ไม่ยากเย็นนัก และเหมือนตัวเองกลายเป็คนทรยศต่อเ้านายสังคมจัดอย่างไม่น่าให้อภัย
เมื่อในใจดันแอบภาวนาให้สาวผู้เข้าประกวดนามว่ามิ้นท์ชนะ เพื่อจะได้เอาเงินไปใช้ในเื่จำเป็กว่าคนมีเงินอีกหลายๆ คนที่ส่งลูกเข้าประกวดเพื่อความสุข สนุกสนาน หรือหาประสบการณ์แค่นั้น
แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ฟ้าดินช่างโหดร้ายต่อคนยากไร้ เพราะหญิงสาวผู้กตัญญูไปได้ไกลสุดแค่เข้ารอบสิบคนสุดท้ายเท่านั้น ที่หนึ่งเป็ลูกสาวอดีตนางแบบชื่อดังมีเส้นสายวงในและทุ่มเงินถึงเจ็ดหลัก เพื่อผลักดันให้ลูกได้ชัยชนะในครั้งนี้
ส่วนจิรนันท์ได้ที่สอง ถึงแม้จะมีเงินอัดฉีดจากผู้แม่ถึงเจ็ดหลักไม่แพ้กัน แต่เพราะที่หนึ่งสูงกว่าถึงสามเิเ แถมตอบคำถามได้ฉะฉานกว่า มีคะแนนเก็บกับคะแนนโหวตมากกว่า เส้นสายดีกว่า รู้ทางรู้แนวกว่าจากประสบการณ์ตรงของแม่ ส่วนหน้าตานั้นลูกสาวเ้านายกินขาด
“ไหนคุณแม่รับปากไงคะว่าแอ๊ฟจะชนะ ไม่มีทางแพ้ใคร แล้วนี่อะไรคะได้แค่รอง แอ๊ฟอายเค้านะคะ”
คนเป็ลูกบ่นด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ และอับอายผู้คนกับเพื่อนฝูงมากมาย ส่วนคนเป็แม่ก็ใช่ว่าจะไม่ผิดหวัง
“ไม่เป็ไรนะลูกแม่ ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว เป็ประสบการณ์ที่ดีในชีวิต แถมมีงานเดินแบบชิ้นแรกให้ด้วย ต่อไปลูกสาวแม่จะก้าวขึ้นเป็นางแบบมืออาชีพแล้วนะ อย่าทำให้แม่ผิดหวังนะจ๊ะ”
แต่ก็พยายามข่มความรู้สึกแล้วปลอบใจลูกสาวอย่างอารมณ์ดี แม้จะเสียดายในชัยชนะที่หลุดมือไปก็ตาม อาทิตยาไม่คิดจะเอ่ยคำใดๆ ออกมา เมื่อคนในบ้านต่างสรรหาคำดีๆ มาปลอบใจจิรนันท์จนหมดสิ้นแล้ว จึงเดินตามไปส่งที่รถอยู่ห่างๆ
“คุณเอ้คะ รอก่อนค่ะ น้องแอ๊ฟยังไม่ได้ลงชื่อรับเงินรางวัลเลยค่ะ ทางเราจะจ่ายให้เสร็จคืนนี้เลย จะได้ไม่ต้องวุ่นวายวันหลัง”
สาวร่างอวบวิ่งตามหลังมาบอกพร้อมกับอาการหอบน้อยๆ ชมจันทร์หันไปมองแล้วยิ้มเชิดๆ ให้
“อ้อตายจริงลืมไปเลยค่ะ แต่ฝากให้ตะวันเลขาเอ้ไปรับแทนน้องแอ๊ฟได้มั้ยคะ เพราะบ่นว่าเหนื่อยั้แ่ประกวดเสร็จแล้วล่ะค่ะ”
ท่าทีไม่อินังขังขอบกับเงินสักนิด
“ได้ค่ะแต่น้องแอ๊ฟต้องเซ็นเอกสารไว้ก่อนนะคะ น้องเอามาด้วยแล้วค่ะ”
จีรนันท์จรดปากกาลงอย่างเบื่อหน่ายกับระบบ
“ตะวันพรุ่งนี้ก็เอาไปเข้าบัญชีคุณแอ๊ฟเลยนะ เผื่อจะได้เอาไว้เป็ค่ารองเท้าหรูๆ สักคู่ใส่เวลาออกงานน่ะ ฝากบอกคุณโจ้ด้วยนะว่าฉันจะบริจาคเงินเป็การกุศลเพิ่มอีกตามที่บอกไว้ไม่ได้แล้วล่ะ ก็ยัยแอ๊ฟไม่ชนะนี่ถือว่าฉันไม่ได้ผิดคำพูดนะคะ ไปแอ๊ฟกลับบ้าน ไม่ต้องเสียใจมากไปหรอก งานเดินแบบมีมารออยู่หน้าบ้านทุกวัน ไม่ต้องชนะประกวดก็มีให้ถมเถ”
สิ้นคำชมจันทร์ก็ดึงแขนลูกเดินไปขึ้นรถ โดยไม่สนใจจะหันกลับมามองสาวร่างอวบยืนหน้าจ๋อยมองอาทิตยาสลับกับจิณณวัตรที่จะต้องขับรถอีกคันกลับ อาทิตยาเองก็สลดกับคำของเ้านายเมื่อครู่ไม่น้อย
เพราะคิดถึงสองพี่น้องในห้องน้ำที่รอเงินจำนวนนี้ไปใช้ด้วยความจำเป็ แต่คนได้กลับไม่เห็นคุณค่า แถมจะเอาไปซื้อของไม่มีประโยชน์และจิรนันท์ก็มีรองเท้าเป็ร้อยๆ คู่ จนจะล้นตู้ออกมาแล้ว
“ดูคุณจะไม่ดีใจเลยนะที่ยัยแอ๊ฟได้แค่รอง อย่าบอกนะว่าคุณลุ้นอันดับหนึ่งให้น้องผมจนตัวโก่ง”
จิณณวัตรนึกสนุกเพราะเห็นคนข้างๆ ชักสีหน้าไม่ใคร่จะดีนักเลยแกล้งแหย่เล่น อีกอย่างก็อยากหาเพื่อนคุยเป็การฆ่าเวลา ระหว่างรอนางแบบสาวที่ตอนนี้เขาควงไปไหนต่อไหนไม่ห่าง
อาทิตยาหันขวับไปมองตาขวาง แม้ตั้งใจจะไม่ต่อปากต่อคำ แต่ก็อดไม่ได้ อีกทั้งยังหมั่นไส้น้ำคำแม่เขา เลยถือโอกาสเอามาลงกับลูกเพื่อระบายสิ่งหมักหมมออกมาบ้าง
“ตรงกันข้ามค่ะ ฉันกลับภาวนาให้คุณแอ๊ฟแพ้ด้วยซ้ำ” เลยตอบตรงๆ ชนิดไม่รักษาน้ำใจใคร
“จะไม่ใจร้ายกับลูกสาวเ้านายไปหน่อยเหรอ” จิณณวัตรอดเคืองไม่ได้จึงติงออกมาตรงๆ เช่นกัน
“ถ้าคนที่้าเงินรางวัลไปใช้เื่จำเป็มากกว่าซื้อรองเท้าที่ไม่รู้ว่าจะถูกหยิบมาใส่เมื่อไหร่ของน้องคุณ ฉันก็ยินดีเป็คนใจร้ายค่ะ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ คนจนเดินดินกินข้าวแกง ต่อให้สดสวยงดงาม เก่งกาจสามารถแค่ไหน ก็แพ้เงิน แพ้เส้นสาย แพ้ความเห็นแก่ตัวของพวกมีแต่ไม่รู้จักพออยู่วันยังค่ำ”
ร่างผอมบางเดินสะบัดหนีไปทางหลังเวทีด้วยความไม่พอใจ ส่วนร่างสูงใหญ่ก็ตามไปด้วยความรู้สึเดียวกัน ปากก็ส่งเสียงเข้มๆ ถามอย่างคนอารมณ์ขุ่นนิดๆ ในท่าทีแม่ถั่วงอกที่ดูจะแข็งกร้าวกว่าหลายครั้งที่เคยเห็น
“คุณหมายความว่ายังไงไม่ทราบ”
อาทิตยาหันกลับไปจ้องมองเขาด้วยความหัวเสียและไม่คิดจะรักษาคำพูดสวยหรูเอาไว้แล้ว เมื่อจุดที่ยืนอยู่นั้นเป็ทางแคบๆ ก่อนถึงประตูเข้าหลังเวทีไม่ไกลมาก ปลอดผู้คนจนเอื้อให้ะเิคำพูดแรงๆ ออกมาจากปากสาวรัฐศาสตร์ผู้เบื่อหน่ายความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย
“ฉันก็หมายความว่าคนรวยๆ อย่างพวกคุณก็เอาแต่รังแกคนจนๆ คนไม่มีทางสู้ไม่ว่าจะด้านใดๆ โดยเฉพาะเื่เงินที่คนพวกนั้นไม่มีปัญญาจะเอามาประเคนให้ใครหน้าไหนที่เกี่ยวข้องกับการประกวดเพื่อให้ตัวเองชนะไงคะ ถามจริงๆ เถอะพวกคุณจะอยากเหนือกว่าใครๆ ไปถึงไหน ที่มีอยู่ทุกวันนี้มันยังไม่เพียงพอหรือไง ถึงต้องดิ้นรนไขว่คว้าเอาชัยชนะมาให้ตัวเอง โดยไม่สนใจว่าจะเหยียบย่ำอยู่บนความเ็ปของใครต่อใครเลย”
จิณณวัตรจ้องตาเขม็งเมื่อถูกเหมารวมโดยไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณอารมณ์เสียมาจากไหนและเื่อะไร แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี่มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมสักนิด ผมผิดเหรอที่เกิดมาเป็คนมีอันจะกิน คุณถึงได้มาค่อนขอดไม่เลิกแบบนี้”
“พวกคุณไม่ผิดหรอกค่ะ แต่พวกคุณมีทางเลือกอื่นมากมายก่ายกองให้เดิน ให้ไปยืนอยู่ ทำไมต้องไปเบียดพื้นที่เล็กๆ ของคนจนๆ คนที่มีความจำเป็ต้องชนะไอ้การประกวดบ้านั่น เพื่อจะได้เอาเงินไปใช้ในทางจำเป็ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงชีวิตของอีกหลายๆ คนที่รอคอยอยู่ก็เป็ได้ แต่พวกคุณก็ไม่ทำ แถมยังจะมาเยาะเย้ยคนแพ้ด้วยการเอาเงินรางวัลไว้เป็ค่ารองเท้าอีก มันน่าสลดใจสิ้นดี แต่ก็เป็แบบนี้ล่ะสังคมคนเรา สังคมที่คนรวยเอาเปรียบคนจน”
จบคำร่างอรชรก็เดินหนีเข้าประตูไปทิ้งให้ชายหนุ่มยืนขบคิดด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่ใหญ่ ตั้งใจจะตามไปต่อปากต่อคำด้วยความไม่พอใจอีก ติดตรงที่คู่ควงเดินออกจากงานมาหาพอดี
เขาเลยไปขึ้นรถที่จอดไว้ด้านหลัง เพื่อหลบหลีกสายตาหนักข่าว ที่มักจะกระหายใคร่รู้เื่รักๆ ใคร่ๆ ในสังคมไฮโซเต็มประดา คอนโดหรูหราราคาสิบกว่าล้านที่เขาเพิ่งตัดสินใจซื้อเมื่อไม่นาน
กลายเป็แหล่งพักกายให้มาสักพักแล้วและกับสาวสองสามคนที่อยู่ใน่สรรหาของเขา แต่ก็เหมือนว่ายวนอยู่ในอ่างน้ำแคบๆ หาทางอกไม่เจอ หรือยังไม่มีวี่แววของคนที่ใช่สำหรับหัวใจที่กำลังเรียกร้องหา
‘ตรงกันข้ามค่ะ ฉันกลับภาวนาให้คุณแอ๊ฟแพ้ด้วยซ้ำ’
แถมคำพูด สีหน้า ท่าทาง ของแม่ถั่วงอกตอนปะทะคารมกันก็ผุดขึ้นมาก่อกวนหัวใจอีก หลังจากผ่านพ้นห้วงเวลาหฤหรรษ์จากเรือนกายนางแบบสาวอย่างดุเด็ดเผ็ดมันมาไม่นาน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงสลัดใบหน้าบึ้งๆ ท่าทีมึนตึงของเ้าหล่อนออกไปจากหัวไม่ได้สักที
+++++
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น