“จ้างั้นก็กินเข้าไป กินเผื่อสุดที่รักของแกไปเลย”พระพายหยิบปูทั้งตัวตามไปใส่จานให้เพื่อนด้วยแล้วก็แกะกรรเชียงปูส่งให้ผู้ชายคนข้าง ๆ เธอหลังจากที่แกะปูส่งให้ไปแล้วหนึ่งตัวเป็การเอาใจและไถ่โทษที่ไม่ได้ชวนเขามาด้วยั้แ่แรกก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนต่อ “แล้วเมื่อไหร่แกกับพี่แม็กซ์จะแต่งกันซะทีล่ะ ฉันกับคุณวัสจะแต่งก่อนแกแล้วนะเนี่ยแต่งพร้อมกันเลยไหม”
ทั้งนี้ก็เพราะพระพายรู้ว่าเพื่อนของเธอทุ่มเทให้กับรักครั้งนี้มาก อันที่จริงต้องบอกว่า ณฟ้าเป็คนทุ่มเทให้กับความรักมาก เมื่อตัดสินใจที่จะคบกับใครแล้ว จะใส่ให้เต็มร้อยและสำหรับคนนี้ต้องเรียกว่าเกินร้อยเลยด้วยซ้ำหายใจเข้าหายใจออกก็แทบจะเป็พี่แม็กซ์ไปเสียหมดถึงกับมาพูดวาดฝันกับเธอว่าจะมีครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น และก็ไม่ได้พูดอย่างเดียวเพื่อนของเธอยังพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงฝั่งฝัน ทำงานอย่างบ้าเืเพื่อเก็บเงินเก็บทองสร้างเรือนหอพระพายจึงกล้าที่จะถามเพราะรู้เป้าหมายของเพื่อนดี
ส่วนคนที่ถูกถามหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อถูกถามถึงเื่แต่งงาน “แกกะคุณวัสแต่งกันไปก่อนเลย ไม่ต้องรอฉันหรอก”
ทำไมเธอจะไม่อยากแต่งงานเธอน่ะพร้อมมานานแล้ว เงินทองเธอก็เก็บไว้พร้อมที่จะดาวน์บ้านหลังเล็ก ๆได้สักหลัง พิธีแต่งงานที่เธอ้าก็ไม่ใช่งานใหญ่โตแค่ไปทำบุญที่วัดกันเพื่อเป็สิริมงคล ไปไหว้ป้าที่เลี้ยงดูเธอมาที่ต่างจังหวัดให้ได้ท่านได้รับรู้ ไปจดทะเบียนสมรสกัน แล้วก็มาฉลองกับเพื่อนสนิทเท่านั้นเองที่เธอ้า
แต่คนรักของเธอก็บอกว่าการแต่งงานจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวในชีวิต ก็อยากทำให้สมเกียรติของเธอและป้าบ้านก็อยากได้หลังใหญ่หน่อย เพราะต่อไปก็ต้องมีลูกอีกสรุปจนป่านนี้เธอก็เลยยังไม่ได้แต่งงานสักที
“มีอะไรรึเปล่าฟ้ายังคุยกันไม่รู้เื่อีกเหรอ?” พระพายที่จับกระแสเสียงเศร้า ๆ ของเพื่อนได้เอ่ยถามขึ้นอย่างเป็ห่วงเธอรู้ว่าเพื่อนของเธออยากจะแต่งงานสร้างครอบครัวที่อบอุ่นชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต และก็ตั้งความหวังเอาไว้กับผู้ชายคนนี้มากทุ่มเทให้เขามากกว่าทุกคนที่ผ่านมา
“อืมพี่แม็กซ์บอกว่าแต่งงานแค่ครั้งเดียว อยากจัดให้มันสมเกียรติหน่อยน่ะเลยอยากจะให้พร้อมมากกว่านี้หน่อย”
“แล้ว...”พระพายกำลังจะพูดต่อ แต่ก็ถูกวัสสะสะกิดห้ามเอาไว้จึงได้เปลี่ยนท่าทีและคำพูดที่จะพูดออกไปแทน “เออ งั้นเื่นั้นเอาไว้ก่อนตอนนี้จัดการเื่บนโต๊ะนี่ก่อนละกัน ไม่หมดไม่ต้องกลับ”
ในที่สุดทั้งสามคนก็จัดการอาหารตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงและแยกย้ายจากกัน เมื่อถึงเวลาสมควร
“ขอบคุณมากนะคะคุณวัสที่เป็เ้ามือสำหรับมื้ออร่อยนี้ค่ะ” ณ ฟ้า เอ่ยขอบคุณเ้ามือสำหรับมื้อนี้จากที่เดิมตั้งใจว่าจะมากินกับเพื่อนแล้วหารกันเหมือนปกติทุกครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินกลับมีสุภาพบุรุษหนึ่งเดียว อาสาเป็เ้ามือให้เสียนี่ซึ่งเธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธให้เสียน้ำใจกัน
“ด้วยความยินดีครับ”หนุ่มหล่อเอ่ยตอบพร้อมกับรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ
“ขับรถดี ๆนะแก ไม่ต้องซิ่งมากละ ฝนทำท่าจะตกแล้วด้วย” พระพายบอกเพื่อนด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นเมฆฝนตั้งเค้ามาแล้ว
“รับทราบและพร้อมปฏิบัติครับผม”ณ ฟ้าส่งเสียงเข้ม ทำท่าตะเบ๊ะเป็ตำรวจหรือทหารรับคำสั่ง เป็การหยอกเพื่อนเล่น
ท้องฟ้ายามรัตติกาลในเมืองใหญ่สว่างไสวได้ด้วยแสงไฟจากทั่วทุกหัวถนน แต่กำลังเริ่มมืดครึ้มลงอีกเพราะเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่เริ่มเคลื่อนเข้ามาปกคลุมม่านฟ้าและทำท่าว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้า รถยุโรปคันหรูและรถญี่ปุ่นคันเล็กที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผู้เป็เ้าของเคลื่อนออกจากที่จอดรถร้านอาหารทะเลตาม ๆ กันไป ก่อนจะแยกกันไปมุ่งตามทิศทางที่พักของตนเอง
ระหว่างทางณ ฟ้ารู้สึกอึดอัดแน่นท้อง จนต้องมองหาร้านขายยาข้างทาง หวังจะซื้อยาลดกรดช่วยย่อยหรือแก้ท้องเฟ้อมาช่วยทำให้ตัวเองอาการดีขึ้น
สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้การเคลื่อนตัวของรถลาบนท้องถนนเริ่มติดขัด ร่างเล็ก ๆที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถขยับแล้วขยับอีก อาการแน่นก็ยังไม่ทุเลาลง สายตาที่กวาดมองไปทั้งบนถนนกว้างและข้างทางทำให้เห็นว่าอีกประมาณห้าร้อยเมตรก็จะถึงร้านสะดวกซื้อที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรรแต่รถที่ขยับได้ทีละนิดทำให้ห้าร้อยเมตรยาวนานราวกับเป็ระยะทางที่แสนไกลขับเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเสียที สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจเอารถเข้าจอดข้างทางแล้วเลือกที่จะเดินต่อไปที่ร้าน ถือเป็การเดินย่อยไปในตัว
ร่มคันเล็กที่เอาติดไว้ในรถถูกหยิบมาใช้ประโยชน์ ณ ฟ้าเดินจากรถไปที่ร้านสะดวกซื้อ ได้น้ำและยาที่้าแล้วก็ออกมายืนหลบฝนอยู่ที่กันสาดหน้าร้านเพื่อกินยา ขณะที่กำลังยกขวดน้ำกระดกเข้าปากตามยาที่เพิ่งใส่เข้าปากไปนั้นสายตาเ้ากรรม ก็ดันเห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นเคยอยู่ที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามถนน กำลังวิ่งฝ่าสายฝนออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าร้าน
ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ ปรับโฟกัส จ้องมองไปยังฝั่งตรงข้ามให้ชัดเจนอีกครั้ง คนก็ใช่! รถก็ใช่! ริมฝีปากบางยิ้มกว้าง หัวใจดวงน้อยลิงโลดจนแทบจะลืมอาการแน่นท้องของตัวเองในทันทีรีบหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมากดเบอร์โทรด่วนที่เธอบันทึกเอาไว้เป็เบอร์แรกในขณะที่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่รถคันคุ้นตานั้นแต่แทนที่รถคันนั้นจะเคลื่อนออกไปตามที่คิด ประตูรถกลับเปิดออกอีกครั้ง ผู้ชายคนนั้นลงจากรถมาพร้อมกับร่มคันคุ้นตาที่เธอเป็คนซื้อใส่ไว้ในรถให้เขาเองกับมือ
ณ ฟ้าที่รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเขามือยังคงถือโทรศัพท์เครื่องบางแนบหูรอให้อีกฝั่งรับสาย แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีสัญญาณตอบรับจนกระทั่งสัญญาณตัดไป เธอจึงได้กดเบอร์โทรออกอีกครั้ง
ผู้ชายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเดินกางร่มกลับเข้าไปที่ร้านอาหารแล้วเดินกลับมาที่รถอีกครั้งพร้อมกับผู้หญิงและเด็กน้อยอีกหนึ่งคนโดยที่ผู้หญิงเป็คนกางร่มให้ ส่วนเขาคนนั้นโอบอุ้มเด็กน้อยเอาไว้พร้อมกับยกมือป้องหัวให้ด้วยเหมือน้าปกป้องเด็กน้อยจากละอองฝนโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะต้องเปียกหรือไม่ สามคนใต้ร่มหนึ่งคันใหญ่ ช่างมองดูเป็ครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวพร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก อาจจะเป็ภาพอบอุ่นที่ทำให้คนอื่น ๆ มองแล้วมีรอยยิ้มได้แต่ไม่ใช่กับ ณ ฟ้า
หัวใจที่ลิงโลดเพราะความตื่นเต้นดีใจในตอนแรกของหญิงสาวเริ่มสลดลง แต่ยังคงเต้นแรงเช่นเดิม แต่นั่นไม่ใช่เต้นแรงจากความดีใจเหมือนเช่นเดิมเสียแล้ว
ผู้ชายที่มองดูเป็หัวหน้าครอบครัวส่งเด็กตัวน้อย เข้าในรถอย่างปลอดภัย ก่อนจะหันมารับร่มจากมือของผู้หญิงมาถือเพื่อให้เธอได้เข้าไปนั่งในรถบ้าง แล้วจัดการปิดประตูรถให้ดังเช่นที่สุภาพบุรุษทำกันก่อนที่จะเดินมาฝั่งของคนขับรถ ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูหน้าจอแล้วส่งปลายนิ้วปัดหน้าจอ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเช่นเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็ขึ้นรถขับออกไป
มือที่ถือโทรศัพท์แนบหูไว้ในคราแรกของณ ฟ้าค่อย ๆ ลดลง โทรศัพท์เครื่องบางไร้เสียงสัญญาณรอสาย แต่กลับเป็เสียงสัญญาณถูกตัดสายดังขึ้นแทนกระบอกตาร้อนผ่าว แล้วจู่ ๆ น้ำใส ๆ ก็ไหลออกมา ร่มที่อยู่ในมือร่วงหล่นลงพื้นก่อนที่เ้าตัวจะเดินออกจากกันสาดที่ใช้บังฝนไปด้วยใจที่ล่องลอย ในหัวสมองคิดวนเวียนถึงเหตุผลที่ทำให้ใครคนนั้นเลือกที่จะตัดสายเธอทิ้งแล้วไปกับใครคนอื่น สายฝนที่ตกลงมาใส่ตัว ช่วยอำพรางหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากข้างใน
ความคิดที่กำลังสับสนของ ณ ฟ้า พาเธอก้าวเดินไปบนฟุตพาทข้างหน้า โดยไม่สนใจใครสายตาที่มองตรงไปข้างหน้า แต่กลับไม่เห็นผู้คนที่อยู่รอบข้างกระทั่งเมื่อใดที่สายฝนไม่ถูกตัวก็ยังไม่รับรู้
ชายคนหนึ่งที่เดินร่วมทางเดียวกับเธอเห็นสาวรูปร่างผอมเพรียวก้าวย่างอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยท่าทีเหม่อลอยโดยไม่สะทกสะท้านว่าจะเปียกปอนหรือจะเหน็บหนาว ก็เดินเข้ามาเคียงข้างเธออย่างเงียบๆ และแบ่งครึ่งร่มคันใหญ่ของเขาให้ช่วยกางกั้นสายฝนไม่ให้เปียกเธอมากไปกว่านี้แล้วเลือกที่จะก้าวย่างไปในจังหวะเนิบนาบพร้อมกับเธอ โดยไม่มีการพูดคุยใด ๆ ราวกับเขาเดินเธอก็เดิน แต่อยู่กันคนละโลก เสียงที่ดังอยู่รอบตัวคือเสียงจากเม็ดฝนกระทบร่มเปาะแปะผสมกับเสียงเครื่องยนต์จากรถที่เคลื่อนตัวได้ทีละนิดบนท้องถนน ซึ่งเสียงเ่าั้ไม่ได้ทำให้คนทั้งสองหลุดออกจากโลกส่วนตัวอันเศร้าหมองของตัวเองได้เลย