ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 36 คนที่รักทั้งสองคน

    บทที่ 36คนที่รักทั้งสองคน

    “ทำร้ายเธอด้วยมือของฉันเอง”

     

            

            นานทีเดียวกว่าที่โทวะจะรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเขาเองกำลังหยุดอยู่กับที่ขาทั้งสองข้างของเขาล้าจนขยับไปไหนไม่ได้ ตอนแรกเขาคิดว่านี่อาจจะเป็นผลกระทบจากภาพแห่งความทรงจำที่ไหลวนอยู่ในหัวแต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่าข้อสันนิษฐานของเขานั้นผิดถนัด

                 

            ถ้าจะมีความทรงจำไหนเลวร้ายกว่าความทรงจำเมื่อหกปีก่อนล่ะก็...มันก็คงจะเป็นความทรงจำเมื่อสมัยที่เขายังอยู่ที่เอิร์ธวอเทอร์นั่นแหละ

                 

            เด็กหนุ่มคิดมองดูภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

                 

            ภาพของเด็กสาวร่างบางที่เอนหลังพิงกำแพงรั้วสีหม่นใบหน้าเรียวขาวนั่นเชิดสูง นัยน์ตาสีมรกตเช่นเดียวกับเขากำลังจ้องมองท้องฟ้าด้านบนที่กลายเป็นสีส้มทองจากแสงอาทิตย์ริมขอบฟ้าเรือนผมสีชมพูอ่อนของเธอที่ยาวระบ่าพลิ้วไปตามกระแสลมเมื่อร่างนั้นหันมามองเขาเธอยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาหา

                 

            เด็กหนุ่มเผลอก้าวถอยหลังไปโดยไม่ทันรู้ตัว

                 

            “โทรว่า...”

                 

            เสียงใสของเด็กสาวเอ่ยขึ้นขณะที่ร่างบางนั้นก้าวเดินเข้ามาใกล้นัยน์ตาสีมรกตพราวระริกอย่างยินดีเหมือนคนที่เพิ่งได้เจอเพื่อนรักที่ห่างหายกันไปนาน

            

            “พิงค์!?”

            

            โทวะแทบจะลืมเสียงของตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำยามที่เห็นคนในความทรงจำปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่ถูกเรียกชื่อยิ้มให้เขา นัยน์ตาสีมรกตนั่นอ่อนแสงลง

            

            “ไม่เจอกันนานเลยนะ โทรว่า”

            

            เธอเอ่ยชื่อเขาชื่อในอดีตที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ลืมมันไปนานแล้ว

            

            “เฟลีญ่าไม่มาด้วยกันเหรอ?”

            

            เด็กสาวถาม เอี้ยวตัวไปมองด้านหลังเขามีเพียงถนนยามเย็นที่ว่างเปล่าสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเธอ

            

            “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”

            

            คำถามของเด็กหนุ่มเรียกนัยน์ตาของเธอให้หันกลับมาสนใจเขาได้อีกครั้งพิงค์เลิกคิ้วก่อนจะเอียงคอมองดูเขาอย่างสงสัย

                    

            “ฉันมาที่นี่ไม่ได้เหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“ทีคนอื่นๆยังมากันได้เลยนี่นา ถ้าฉันอยากจะกลับมาเจอเธอบ้างมันแปลกเหรอ?”

            

            โทวะไม่ตอบ ดูเหมือนเด็กสาวเองก็ไม่ได้ต้องการจะต่อบทสนทนาให้ยืดยาวออกไปเธอเดินตรงมาหาเขาด้วยสายตาแน่วแน่ รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นน้ำเสียงที่เคยใสกังวานนั่นเปลี่ยนไป

            

            “ถ้าเฟลีญ่าไม่มา ฉันก็เสียเวลาเปล่าน่ะสิ!”

            

            เธอบ่น

            

            “น่ารำคาญ!”

            

            วูบ...

            

            ลำแสงสีเขียวอ่อนปรากฏขึ้นตรงพื้นถนน โทวะชะงักร่างของพิงค์ลอยตัวขึ้นสูงจากพื้นเปลี่ยนร่างจากเด็กสาวในชุดไปรเวทสีชมพูอ่อนให้กลายเป็นนักรบอเวจีในชุดสีขาวบริสุทธิ์เรือนผมสีชมพูของเธอพลิ้วสยายไปด้านหลังก่อนที่นัยน์ตาสีมรกตนั้นจะส่องแสงสว่างจ้า

            

            “มาสู้กันเถอะ! โทรว่า”

            

            โทวะยืนนิ่ง ไม่ยอมขยับไปไหนและไม่พยายามเลยที่จะเปลี่ยนร่างเป็นผู้พิทักษ์เด็กหนุ่มยังคงอยู่ในเครื่องแบบของชิโรไดริขณะที่รับการโจมตีของเด็กสาวเข้าไปเต็มๆ

            

            “งี่เง่า!” พิงค์บอกเสียงเดือด เธอชูมือขึ้นเหนือหัวก่อนที่ตอน้ำจะผุดทะลักขึ้นมาจากพื้นทำลายถนนและอาคารรอบข้างพังไปเป็นแถบ โทวะได้แต่กระโดดหลบหนี เนื้อตัวเปียกชุ่มพิงค์พุ่งตัวเข้ามาหาเขาก่อนจะซัดเข่าเข้าใส่หน้าท้องของเขาอย่างจัง

            

            “อั่ก!”

            

            โทวะกระอักเลือด ใบหน้าซีดเผือดก่อนที่ร่างสูงของเด็กหนุ่มจะร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังลั่น

            

            พิงค์ถอยห่างออกไป

            

            “อย่ามาทำใจดีเพื่อฉันนะ!” เธอบอกเสียงเข้มยืดฝ่ามือออกไปด้านหน้าก่อนที่ร่างของโทวะจะลอยขึ้นสูง “วอเทอร์ ล็อค!”

            

            เด็กสาวตะโกนก้องก่อนที่หยดน้ำหลายล้านโมเลกุลจะจับตัวกันเป็นก้อนกลมล้อมร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้โทวะตัวงอเป็นกุ้งอยู่ในลูกบอลน้ำ ผิวสีซีดของเด็กหนุ่มยิ่งดูไร้ประกายชีวิตราวกับเศษกระดาษเปื่อยยุ่ยนัยน์ตาสีมรกตเริ่มพร่ามัว 

            

            ภาพของเธอเลือนรางลงไปทุกที...

            

            “ซ...เซ... ร...”

            

            ฟองอากาศผุดออกมาจากริมฝีปากเมื่อเด็กหนุ่มพยายามจะพูดอะไรบางอย่างพิงค์บังคับลูกบอลน้ำให้ลอยต่ำลงมาอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ

            

            “ทำไมไม่สู้กับฉันล่ะ?” เธอกระซิบผ่านม่านน้ำ“ทำไมไม่ฆ่าฉันเหมือนตอนสงครามวันสิ้นโลกล่ะ โทรว่า...?”

            

            นัยน์ตาสีมรกตของพิงค์หลุบต่ำใบหน้าสีชมพูใสเริ่มซีดจาง เด็กสาวยื่นมือผ่านเข้าไปในลูกบอลน้ำ ประทับฝ่ามือของเธอลงบนแผ่นอกของเด็กหนุ่ม

            

            “ฆ่าฉันด้วยมือของนายสิ!”

            

            โทรว่าที่รักของฉัน...

     

            


            ฉันจะไม่มีวันทำร้ายเธออีก...

     

            



            “เรด”

            

            ร่างสูงของไวโอเลตเอ่ยเรียกใครบางคน แต่มินาโยะมองไม่เห็นใครเลยสักคนที่จะมาปรากฏตัวอยู่บนถนนที่ไร้ผู้คนสัญจรเส้นนี้ทว่าสุดท้ายแล้วเธอกลับคิดผิดร่างของคนที่ไวโอเลตเอ่ยเรียกขยับตัวออกมาจากหลังเสาไฟฟ้าซึ่งเป็นมุมอับสายตาทางด้านหลังเธอเรดยืนอยู่เหนือกำแพงบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล นัยน์ตาสีทองข้างเดียวที่ยังใช้การได้มองต่ำลงมาที่เธออย่างประเมินท่าทีก่อนที่เด็กหนุ่มจะกระโดดลงจากกำแพงมายืนอยู่ข้างไวโอเลต 

            

            “คนอื่นๆล่ะ?”

            

            ไวโอเลตถาม

            

            “แยกย้าย” เรดตอบ “แบล็คไปคุมพิงค์ ตอนนี้กำลังเล่นกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์อยู่ส่วนกรีนไปจัดการปัญหาเก่าๆ”

            

            “ใครกันผู้พิทักษ์ของเอิร์ธธันเดอร์กับเอิร์ธซันไว้?”

            

            “กรีนพาบราวน์กับเกรย์มาด้วย”

            

            ไวโอเลตทำสีหน้าเหมือนกำลังประเมินสถานการณ์

            

            “นายช่วยกลับไปสมทบกับพิงค์ให้หน่อย”

            

            “พวกนั้นรับมือผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์ไหว”เรดเอ่ย “ถึงจะใช้การไม่ได้ยังไง แต่ยัยนั่นก็เป็นรองหัวหน้าหน่วยนายไม่ควรประเมินเธอ--”

            

            “ไม่ใช่อย่างนั้นฉันกลัวว่าแบล็คจะคุมพิงค์ไม่อยู่ต่างหาก”

            

            ไวโอเลตปรามเสียงต่ำ ส่วนเรดเลิกคิ้ว

            

            “นายรู้ข้อเสียของเธอดีแล้วเวลาอย่างนี้พิงค์ก็ไม่ฟังใคร นายไปช่วยแบล็คลากเธอออกมาก่อน ฉันยังจำเป็นต้องใช้เธอ”

            

            น้ำเสียงนั้นเหมือนจะเป็นห่วงแต่คำพูดกลับบ่งบอกได้ชัดว่าความห่วงใยที่มอบให้นั้นเป็นเพราะเธอยังใช้งานได้

            

            เรดทำสีหน้าราวกับจะต่อต้านแต่เด็กหนุ่มก็เลือกที่จะเงียบและไม่พูดอะไร

            

            “ฝากนี่ไปให้เธอด้วย”

            

            ไวโอเลตเอ่ยขึ้นอีกครั้งเด็กหนุ่มชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ ลำแสงสีม่วงเข้มส่องสว่างอยู่รอบข้อมือเขาแล้วจู่ๆกลีบดอกไอริสก็โผล่ขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่ามันลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเด็กหนุ่ม

            

            ไวโอเลตส่งมันไปให้กับเรด

            

            “ถ้าถึงคราวจำเป็นล่ะก็ ใช้มันกับพิงค์ได้เลย”เด็กหนุ่มออกคำสั่ง

            

            “ถึงตายไหม?”

            

            “ถ้าเป็นยัยนั่นล่ะก็คงไม่ตายง่ายๆหรอก”

            

            เสียงทุ้มนั่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักเรดพยักหน้า กลีบดอกไอริสยังคงลอยอยู่เหนือฝ่ามือเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามดอกไม้นั่นไม่ยอมสัมผัสฝ่ามือของเด็กหนุ่ม แล้วเรดก็กระโดดหายไปจากสายตา

            

            ไวโอเลตหันมาจ้องมองเธอเต็มสายตาอีกครั้ง

                 

            “เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า”เด็กหนุ่มว่า “เธอช่วยตอบฉันหน่อยได้ไหมว่าความทรงจำที่กลับคืนมาของเธอนั้นเป็นเรื่องไหน?”

            

            มินาโยะคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องตอบคำถามคนตรงหน้าจึงเลือกที่จะเงียบแทนคำตอบ แต่ไวโอเลตกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอพยักหน้าราวกับเข้าใจในเรื่องที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มเปรยขึ้นเหมือนจะเป็นการพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะพูดกับเธอ

            

            “อย่างนี้นี่เองไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมให้จำเรื่องนั้นได้อย่างเด็ดขาดล่ะสินะ”

            

            มินาโยะไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้ากำลังพูดเรื่องอะไรก็เหมือนกับที่เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่เธอเกลียดความไม่รู้ของตัวเอง และไม่ชอบใจเลยที่ถูกกันไว้ให้ไม่รับรู้อะไร

            

            “เธอคิดว่าฉันควรจะทำยังไงกับเธอดีล่ะ?”

            

            ไวโอเลตถามพร้อมกับกระตุกรอยยิ้มเย็นมินาโยะอยากจะตะโกนใส่หน้าเด็กหนุ่มไปว่า ‘แน่จริงนายก็มาฆ่าฉันสิยะ!’แน่ล่ะว่าเธอไม่กล้าพูดแบบนั้นออกไปหรอกเพราะเธอมั่นใจว่าคนตรงหน้าจะทำอย่างนั้นจริงๆแน่หากเธอตะโกนคำพูดนั้นใส่เขา

            

            เด็กสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชิดหน้าขึ้นและสบลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้นอย่างแน่วแน่นัยน์ตาของไวโอเลตเป็นสีม่วงประกายสดใสเหมือนอเมทริส เป็นสีเดียวกับสีนัยน์ตาของคุณแม่และเด็กสาวในความฝันของเธอ

            

            วูบหนึ่งที่ไวโอเลตแสดงสีหน้าอ่อนโยนออกมาให้เห็นแล้วเขาเองก็รู้ตัวแต่กลับไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกนั้น

            

            “อย่าเพิ่งเกลียดฉันสิ เจ้าหญิง...”ไวโอเลตเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ นัยน์ตาสีม่วงคู่สวยเรียบลึกจนยากเกินจะคาดเดายามที่เขาจ้องมองมาที่เธออย่างตรงไปตรงมา“ฉันไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอ มันเป็นความผิดพลาดของพวกฉันเองความผิดพลาดของตัวฉันอีกคนที่ให้กำเนิดเธอขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปล่ะว่าตัวเธอน่ะเกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดไม่หรอก มันไม่ใช่แบบนั้น การคงอยู่ของเธอต่างหากที่ทำให้ช่วงเวลาปั่นป่วน สายสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดานั้นนำมาซึ่งจุดจบที่เราไม่อยากจะให้มันเริ่มต้นแต่มันเริ่มต้นไปแล้ว ไม่ว่าฉันหรือใครก็หยุดไม่ได้ทั้งนั้น และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นั้นเป็นเพราะความผิดพลาดของหมอนั่นเป็นเพราะความคิดของพวกฉันที่สวนทางกัน”

            

            ความคิดของพวกฉัน...? มินาโยะไม่เข้าใจสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด...เขาหมายถึงพี่มาซารุเหรอ...

             

            “เปล่าหรอกไม่ใช่หมอนั่น” ไวโอเลตปฏิเสธอย่างสุภาพ “หมายถึงฉันกับพ่อของเธอ”

            

            เหมือนความสุขทั้งมวลไหลออกจากร่างเหมือนโลกทั้งโลกหมุนคว้างและทุกสิ่งทุกอย่างกลับทิศมินาโยะไม่เข้าใจสิ่งที่ไวโอเลตพูด เรื่องในคราวนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพ่อของเธอ

            

            “เธอคิดว่าพ่อแม่ของผู้พิทักษ์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เลยหรือไง?ในเมื่อคนพวกนั้นเคยเป็นผู้พิทักษ์มาก่อนพวกเธอ” ไวโอเลตสบตาเธอมีความอาทรปรากฏในสายตานั้น “อ้อ... สำหรับเธอคงเป็นกรณียกเว้นสินะ เพราะพ่อแม่ของเธอน่ะต่างก็เสียสละด้วยกันทั้งคู่ฉันเข้าใจถูกต้องไหม? แม่เธอสูญเสียความทรงจำ ส่วนพ่อก็ตายจากไปเขาตายไปโดยที่ไม่ได้บอกอะไรเธอเลยใช่ไหม? ทาเคมูระ มาโคโตะ พ่อของเธอน่ะ”

           

            “เพราะอยากจะปกป้อง... เพราะไม่อยากให้ถูกทำลาย...ต่อให้ต้องเสียอะไรไปก็จะยอมแลกเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญนั้นเอาไว้ความรักที่ไม่มีวันสมหวัง ทั้งฉันและหมอนั่นต่างก็เหมือนกันเพราะอย่างนั้นหมอนั่นถึงได้ตายจากไปยังไงล่ะ เพื่อให้เธอได้มีชีวิตอยู่แม้จะต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังและทรมานสักแค่ไหน แต่เธอก็ยังมีลมหายใจนั่นคือความเจ็บปวดของคนที่ยังมีชีวิตอยู่”

            

            “ฉันเข้าใจหมอนั่นฉันรู้เหตุผลที่พ่อของเธอต้องทำแบบนั้น แต่ความคิดของฉันกับหมอนั่นมันสวนทางกัน  แตกต่างกันเกินไปหมอนั่นคิดว่าจะสามารถปกป้องสิ่งสำคัญทั้งสองสิ่งเอาไว้ได้โดยแลกกับชีวิตของตัวเองเพียงลำพังเป็นการแลกที่ไม่เท่าเทียมเอาเสียเลย เพราะอย่างนั้นการที่หมอนั่นตายจากไปถึงได้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยยังไงล่ะ”

            

            “อย่าว่า!” มินาโยะร้องตะโกนสุดเสียงเธอทนฟังเขาพูดต่อไปอีกไม่ไหว ถึงเธอจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพ่อแต่ความอบอุ่นที่เธอได้รับทั้งจากในความฝันและความทรงจำนั้นสวยงามเสมอเธอสัมผัสได้ถึงความรักของพ่อที่มอบให้ผ่านทางสายตาของเขาที่เฝ้ามองมา

            

            “คุณ... อย่ามาว่าคุณพ่อ... ของฉัน อย่าว่าร้ายท่านเสียๆหายๆ”

            

            “รักเหรอ?”

            

            ไวโอเลตถามกลับรอยยิ้มและความอาทรจางหายไปจากใบหน้าของเด็กหนุ่ม สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงความเฉยชา

            

            “เธอคิดว่าผู้ชายคนนั้นรักเธออย่างนั้นเหรอไม่สิ! ทั้งพ่อเธอ ทั้งมาซารุ คิดว่าสิ่งที่พวกนั้นทำอยู่เพื่อปกป้องเธอหรือไง?”

            

            “คุณหมายถึงอะไร...? ฉันไม่เข้าใจ...”

            

            เด็กสาวพึมพำเสียงสั่นนัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกโพลงกว้าง มีภาพของคนสามคนลอยเข้ามาในหัวบุรุษหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีน้ำเงินสดใส คนที่เธอเรียกว่าพ่อได้อย่างสนิทใจภาพของมาซารุ ใบหน้าคมเข้มของเขาและใบหน้าของเด็กสาวที่เปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า

            

            ใบหน้าที่ซีดจางนั้นเริ่มมองเห็นชัดเป็นรูปเป็นร่างมินาโยะมองเห็นเด็กสาวที่มีใบหน้าเช่นเดียวกับเธอสะท้อนอยู่ในดวงตาของไวโอเลตแต่ทว่าใบหน้านั้นกลับมีอะไรบางอย่างที่แปลกไปเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า พยายามควานหาความแปลกประหลาดบนใบหน้างดงามนั้น แล้วเธอก็เห็นแม้จะไม่ชัดเจนทั้งยังซีดจาง แต่ทว่านัยน์ตาของหญิงสาวในความทรงจำ รอยยิ้มกิริยาท่าทาง ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลอมรวมเป็นตัวเธอนั้นแตกต่างไปจากทาเคมูระมินาโยะที่ยืนอยู่ในตอนนี้

            

            ป่านนี้เพิ่งจะมารู้สึกตัว ป่านนี้เพิ่งจะมาเข้าใจ...

            

            คนที่เธอเห็นเสมอในความฝันเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอ!



    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984