จินหยงมองหน้าบุตรสาวที่ดูเหนื่อยล้ากับเหตุการณ์เมื่อครู่
“ลูกแม่ ลูกไหวใช่มั๊ยถ้าไม่ไหวหรืออยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ”
แทนที่เธอจะร้องไห้ฟูมฟายเสียใจแต่เธอกับยิ้มร่าด้วยใบหน้าที่ดูสดใสราวกับยกูเาออกจากอก
“ทำไมลูกต้องร้องไห้ด้วยล่ะคะคุณแม่ ลูกดีใจซะมากกว่าที่ได้ตัดเนื้อร้ายทิ้งไปถึงสองก้อน”
จินหยงมองหน้าบุตรสาวด้วยความแปลกใจแต่ก็รู้สึกดีใจที่เธอไม่ได้เสียใจอะไร
“แม่ดีใจที่เห็นลูกยิ้มแบบนี้”
“ลูกจะยิ้มได้มากกว่านี้อีกค่ะคุณแม่ เพราะลูกได้ชีวิตของลูกกลับคืนมาแล้ว”
“งั้นวันนี้ลูกอยากทานอะไรเป็พิเศษมั๊ยแม่จะทำให้อย่างสุดฝีมือ”
เธอเผยยิ้มกว้างอย่างน่ารัก
“ลูกอยากกินไก่ตุ๋นค่ะคุณแม่ เมื่อเช้าลูกกินไปได้ไม่กี่คำเอง”
“ได้จ๊ะ ได้จ๊ะงั้นเดี๋ยวแม่จะไปทำไก่ตุ๋นให้ลูกกินเดี๋ยวนี้เลย”
เธอมองดูคุณแม่ของเธอที่เดินเข้าห้องครัวไปก่อนจะเผยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ตอนนี้ฉันไม่มีพันธะอะไรอีกต่อไปถ้าฉันจะเปิดใจให้กับผู้พันเยว๋ก็คงจะไม่น่าเกลียดสินะ”เธอพูดเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมา
ด้านหวงเต๋อจงที่พาลั่วเหวินเหย่กลับมาที่บ้านของเขาด้วย
“เต๋อจงนั่นลูกพาใครมาด้วยกัน”เสียงของผู้เป็แม่เอ่ยถามลูกชาย
ลั่วเหวินเหย่ที่ยืนก้มหน้าอยู่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองหญิงวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า
“นั่น เด็กที่คุณนายหยินอุปการะไม่ใช่หรอกหรือ”เธอพูดขึ้นราวกับจำได้
“ครับคุณแม่”
“แล้วลูกพาเธอมาที่บ้านของเราทำไมกัน”
“คือว่า ผมถอนหมั้นกับจินซีแล้วครับส่วนลั่วเหวินเหย่เธอก็เป็เมียของผมแล้วเช่นกัน”
“ห๊ะ! แกว่าอะไรนะเต๋อจง นี่แกถอนหมั้นกับหนูหยินจินซีงั้นเหรอแล้วแกกับผู้หญิงคนนี้ก็เป็ เฮ้อ ฉันจะเป็ลม”เธอพูดขึ้นพร้อมกับท่าทางเหมือนจะล้มทั้งยืนแต่โชคดีที่มีคนใช้อยู่คอยพยุง
“คุณแม่ครับผมกับเหวินเหย่เรารักกันคุณแม่อย่าห้ามเราเลยนะครับ”
“ตายๆๆคุณนายหยินไม่มาถอนหงอกฉันแล้วเหรอนี่ แกทำบ้าอะไรของแกห๊า แกทิ้งเพชรเม็ดงามอย่างหนูจินซีเพื่อมาเลือกก้อนกรวดอย่างผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ หึ หัวนอนปลายเท้าก็ไม่มี”เธอพูดพร้อมกับมองลั่วเหวินเหย่อย่างดูถูก
“ใครว่าเธอเป็ก้อนกรวดกันครับเธอเป็เพชรต่างหาก และตอนนี้ผมกับเธอก็ได้ทำสัญญากับค่ายเพลงที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้แล้ว”
“หึ พวกเต้นกินรำกินฉันไม่คิดว่าเป็เพชรหรอกย๊ะ ถ้าแกจะเอานังผู้หญิงคนนี้เป็เมียก็ไสหัวออกไปจากบ้านฉันได้เลย”
“คุณแม่ครับ”
“หึ แกมันโง่บ้านของหนูจินซีร่ำรวยมั่งคั่งแค่ไหน แค่ร้านเล็กๆของเธอก็ทำรายได้มหาศาลไหนจะกิจการต่างๆของครอบครัวเธออีก ฉันไม่เห็นผู้หญิงคนนี้จะมีอะไรเทียบเธอได้ซักนิด”
“ได้ครับคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่อยากให้เราสองคนอยู่งั้นผมไม่อยู่ก็ได้”เขาหันไปมองลั่วเหวินเหย่
“ไปกันเถอะเหวินเหย่”เขาพูดพร้อมกับพาหญิงสาวเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ในทันที
คุณนายตระกูลหวงมองดูบุตรชายที่เดินจากไปจนลับตาโดยไม่มีทีท่าจะรั้งเขาไว้ซักนิด
“คุณนายไม่รั้งคุณชายไว้เหรอคะ”สาวใช้ถามขึ้น
“ปล่อยมันไป คนอย่างหวงเต๋อจงเมื่อไหร่ที่หมดเงินหมดทองขี้คร้านจะคลานกลับมาที่บ้าน”เธอพูดขึ้นราวกับรู้จักลูกชายเป็อย่างดี
ลั่วเหวินเหย่ที่ร้องไห้กระซิกกระซิกในอ้อมกอดของชายหนุ่มเธอมองดูใบหน้าที่ดูเครียดนั่นของเขา
“คุณเต๋อจงแล้วเราจะไปพักที่ไหนคะ”
เขายิ้มให้กับเธออย่างไม่สะทกสะท้าน
“จะไปยากอะไรเราก็แค่เช่าโรงแรมอยู่ โรงแรมมีตั้งมากมาย”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ไม่นานคนทั้งสองก็มาถึงโรงแรมใหญ่ หวงเต๋อจงรีบเดินเข้าไปติดต่อขอเช่าห้องในทันทีแต่เมื่อเขารู้ราคาค่าห้องก็ถึงกับชะงักเพราะราคาห้องพักที่โรงแรมนี้ค่อนข้างสูงลิ่วแต่เขาก็ยังคงกัดฟันที่จะเข้าพักเมื่อเขาได้กุญแจห้องก็รีบเดินไปหาลั่วเหวินเหย่ในทันที
“ไปกันเถอะเหวินเหย่”
เธอพยักหน้าก่อนจะเดินตามเขาไปที่ห้อง
ครั้นเมื่อเธอเห็นห้องนอนขนาดใหญ่ จากใบหน้าที่ดูเศร้าก็เปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างในทันที
“ว๊าว ห้องนี้สวยจังคะคงจะราคาแพงน่าดู”
เขาเดินมาโอบที่ไหล่เธอเบาๆพร้อมกับยืนมองรอบๆภายในห้อง
“แพงสิ แต่จะไปสนอะไรในเมื่อพวกเรากำลังจะมีชื่อเสียง”
“จริงด้วยค่ะ”
“อื้มคุณรีบไปอาบน้ำเถอะจะได้พักผ่อนพรุ่งนี้เราต้องไปเซ็นต์สัญญาและเห็นว่าเ้าของค่ายจะให้คุณเริ่มทำเพลงเลย”
“จริงเหรอคะ งั้นฉันรีบไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนนะค่ะ”เธอรีบเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย
หวงเต๋อจงค่อยๆทิ้งตัวลงบนเตียงแสนนุ่มอย่างมีความสุข
“หึไล่ออกจากบ้านงั้นเหรอคิดว่าฉันจะสนใจงั้นเหรออีกไม่นานฉันก็จะมีชื่อเสียงและร่ำรวยกว่าตระกูลหยินอีกคอยดู”เขาพูดขึ้นเบาๆอย่างเย่อหยิ่ง