"เ้าฟื้นแล้ว" ฉู่จีถังเอินนั่งอยู่ที่ข้างแท่นนอน มองมาที่จื่อหรานไม่วางตา
จื่อหรานยกมือขึ้นกุมที่ท้องด้วยความเคยตัว
"อ๋องฉู่ขอภัยพระชายาองค์ชายสี่ ข้ายอมรับผิดทั้งหมดเพียงผู้เดียวข้าหาได้มีเจตนาจะทำร้ายท่านและลูกในท้องของท่าน”ประสานมือสายตาจริงใจ
จื่อหรานสะอื้นเบาๆ สองปีที่รอคอย รอว่าจะมีโซ่ทองคล้องใจระหว่างองค์ชายสี่กับจื่อหรานสิ่งเดียวที่ทำให้เฉิงชุนยิ้มได้ก็คือยามที่แนบใบหน้าลงบนหน้าท้องป่องนูนพูดคุยหยอกล้อกับเืเนื้อเชื้อไขของเขาในครรภ์ของจื่อหราน
“ข้าไม่อาจให้อภัยท่านได้ในเมื่อในท้องของข้าคือรอยยิ้มหนึ่งเดียวของสวามีที่ข้ารัก”สะอื้นไห้จนตัวโยนอ๋องฉู่รู้สึกอาดูรยิ่งนักสิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือก้มมองมือของตัวเอง สลดใจกับหยาดน้ำตาและแววตาเศร้าสร้อยของจื่อหราน ไม่ได้อยากทำร้ายใครไม่ได้อยากทำลายเืเนื้อเชื้อไขของใครเขามิใช่องค์ชายปีศาจเช่นเหอไท่เฉิงชุน เขาคืออ๋องฉู่ผู้มีเมตตา
“ข้าไม่ไหวแล้ว เราพักเสียหน่อยไม่ได้หรือ”สายตาอ้อนวอน
“ไม่ได้อีกไม่ถึงสิบลี้ก็จะถึงค่ายพักพิงแล้ว เ้าจะยื้อเวลาไปถึงไหนกัน”
“องค์ชาย สงสารเยว่ชินเถิดเดินมาห้าสิบลี้ได้กระมั้งป่านนี้ยังไม่ได้พักจะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือข้าได้ยินว่าองค์ชายเร่งไปพบชายาที่รออยู่ที่ค่ายพักพิงอันนี้เยว่ชินเข้าใจดี แต่ตอนนี้เยว่ชินไม่ไหวแล้วจริงๆ ”ทรุดกายลงกับพื้นหญ้านั่งพับเพียบหมดเรี่ยวแรง
“ลุกขึ้น อย่าได้มาใช้ลูกไม้กับข้าเ้ากลัวว่าถึงค่ายพักพิงแล้วข้าจะคุมขังเ้าจึงตั้งใจยื้อเวลา”
“นี่ องค์ชายสี่ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านแค้นเคืองอะไรข้าแต่ที่ข้าสงสัยคือท่าน เป็ถึงองค์ชาย สูงส่งกว่าคนอื่นเขามากนักท่านกลับมองทุกอย่างในแง่ร้ายและคิดว่าทุกคนร้ายและจ้องทำร้ายท่าน”
“หุบปากเ้าเสีย แล้วลุกขึ้นเดินต่อไปก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”เยว่ชินยกมือขึ้นลูบที่ข้อเท้าที่บวมเป่ง
“ขาของข้า กำลังจะแย่”
“อีกสิบลี้ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้แล้วอย่ามาทำเสแสร้งคิดว่าข้าจะอุ้มเ้าหรือให้เ้าขี่หลังนั่นไม่ใช่ข้า”
“แต่ข้าเดินไม่ไหวแล้วจริงๆ ”เฉิงชุนคว้าข้อมือ กระชากร่างบางให้ลุกขึ้นยืน
ผลักเยว่ชินให้เดินไปข้างหน้า ร่างเล็กเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นเจ็บแปลบที่ข้อเท้าน้ำตาไหลรินด้วยรู้สึกเ็ปอย่างถึงที่สุด
“ฮืออออออึก อึกฮือออออเจ็บๆๆ ที่สุด”
“เสแสร้งลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”แม้จะมองเห็นข้อเท้าที่บวมเป่งของเยว่ชินก็ตาม ร่างเล็กกัดฟันข่มความเ็ปค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นก้าวขาด้วยความยากลำบาก ตามเฉิงชุนไปช้าๆ
ค่ายพักพิง
เฉิงชุน ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปยังค่ายพักพิงด้วยความเร่งรีบ
“องค์ชาย ท่านมาแล้ว”
“ชายาข้าเล่านางอยู่ที่ไหนปลอดภัยหรือไม่”องครักษ์ข้างกายที่ยังมีอาการาเ็ทรุดกายลงกับพื้นดิน คุกเข่าก้มหน้า
“พระชายา พระชายาตอนนี้อยู่ที่วังหลวงแล้ว”เฉิงชุนขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นฟาดไปบนใบหน้าขององครักษ์อย่างจัง
“เ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าจะลงทัณฑ์เ้าเช่นไร”
“ข้าน้อยยอมรับ โทษทัณฑ์โดยไม่ร้องขอข้าน้อยเจียอี้ไร้สามารถไม่อาจปกป้องพระชายาทั้งๆ ที่องค์ชายวางใจมอบหมายหน้าที่สำคัญองค์ชาย ตัดแขนข้าน้อยเสียเถิด”
ยื่นแขนขวาออกมาข้างหน้าเฉิงชุนหลับตาเงยหน้าขึ้นช้าๆ
เยว่ชินถลาเข้ามายกมือกางกั้นระหว่างเฉิงชุนกับเจียอี้ไว้เสีย
"ไม่ได้นะ องค์ชายท่านจะลงทัณฑ์ด้วยการตัดแขนไม่ได้ เขาไม่ได้ตั้งใจให้ชายาขององค์ชายต้องถูกจับตัวไป แค่เื่เล็กน้อยแค่นี้ถึงกับต้องตัดแขนไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ"เฉิงชุนสลัดฝักกระบี่ทิ้งไป เงื้อคมกนะบี่ขึ้นสุดแรง
"อย่าทำแบบนี้นะ โหดร้ายโหดร้ายที่สุดใจคอองค์ชายทำด้วยอะไร"
"เื่ที่เ้าบอกว่าเล็กน้อย สำหรับข้ามันคือเื่ใหญ่อ๋องฉู่คือศัตรูแลั่นคือเมียและลูกข้า กองทัพต้องมีกฎ"จางอี้ก้มหน้านิ่งอย่างคนที่ยอมจำนน
"อ๋องฉู่เป็คนดีไม่ได้ร้ายกาจอะไร เขาจะไม่มีทางทำร้ายชายาองค์ชายแน่"
เฉิงชุนตวัดคมกระบี่ด้วยความรวดเร็วกลบเสียงพูดของเยว่ชินเสียสิ้น
"ฉับ"
มวยผมบนหัวของเยว่ชินขาดสะบั้นผมยาวสลวยหลุดหลุ่ยลงมาปิดบังใบหน้าเยว่ชินแทบตะหยุดหายใจด้วยความตื่นกลัว
"ไสหัวเ้าไปเจียอี้ ข้าใช้มวยผมของนางแทนแขนขวาของเ้าเป็การรับรองว่าอ๋องฉู่จะไม่ทำอะไรเมียข้าแต่หากอ๋องฉู่แตะต้องจื่อหรานแค่เพียงปลายก้อยข้าจะฆ่านางเสีย"
"เจียอี้ ยอมรับโทษทัณฑ์องค์ชายปล่อยคุณหนู…เอ่อพระสนมไปเถิด"เฉิงชุนกัดฟันเป็สันนูน
"แม้แต่เ้าเจียอี้ยังหลงกลนางหญิงงามล่มเมืองเช่นนางเข้าใกล้ผู้ใดย่อมเสแสร้งนำความหายนะมาสู่ ข้าจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่า จงเยว่ชินคนนี้เสแสร้งเพียงใด"
"เลวที่สุดคนเช่นท่านตัดสินผู้อื่นเพียงแค่ผิวเผิน ไร้ยางอาย"เฉิงชุนกัดฟันแน่น
"องค์ชายสี่ ข้าน้อยถูกส่งมาจากคนขององค์ชายที่สอดแนมในวังหลวงให้ส่งข่าวกับองค์ชายเื่…เื่..เื่พระชายาจื่อหรานทรงสูญเสียลูกในครรภ์ไปเสียแล้ว"
"........"