ถังอวี่ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกสิบนาทีเมื่อไปถึงจุดประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดมากเขาจึงรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปยังสถานที่ประเมินให้เร็วที่สุด
ถังอวี่หาตำแหน่งการประเมินของตัวเองผ่านแผนที่สามมิติในคอมพิวเตอร์โฟตอนไว้ก่อนแล้ว เพียงแต่ต้องเลี้ยวเยอะไปหน่อย...
เขายกมือขึ้นเหลือบมองเวลา เหลือเพียงสามนาทีเท่านั้น เดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงสถานที่ประเมิน ถังอวี่ดีใจจึงอดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้า
‘ปึ้ก’ ถังอวี่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนหลายคนเดินออกมาตรงทางเลี้ยวจึงชนเข้ากับใครบางคนเพราะเบรกไม่ทัน แถมยังโชคร้ายที่อีกฝ่ายมีร่างกายแข็งแกร่งกว่า ตัวเขาจึงถูกกระแทกไปชนกำแพง!
ซี๊ด! เจ็บจังเลย! ช่างเป็ระดับสมรรถภาพร่างกายที่น่าสังเวชจริงๆ ถ้าลงสนามรบ เขาต้องเป็คนที่ถูกฆ่าตายั้แ่วินาทีแรกแน่นอน
ร่างกายเจ็บเหมือนกระดูกหักไปทั้งตัว ถังอวี่อดคิดในใจไม่ได้ว่าสมรรถภาพร่างกายของคนคนนั้นต้องสูงกว่าระดับ A แน่นอน!
“ไม่เป็ไรนะ” ผมสีแดงฉูดฉาดปรากฏในสายตาของถังอวี่ ไม่เหมือนกับผมสีแดงของอลัน ผมสีแดงของอลันหม่นกว่าเล็กน้อย ส่วนผมสีแดงของคนคนนี้ดูเปล่งประกาย
ถังอวี่อดมองหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ นั่นเป็ใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ มีความคล้ายกับอลันอยู่สามส่วน ถังอวี่รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือใคร
ไอวี่ ฟอกซ์ ลูกชายคนเล็กของหัวหน้าตระกูลฟอกซ์
“ไม่เป็ไร ขอโทษที่ชนคุณ” ถังอวี่ตบปัดฝุ่นบนขากางเกง ้าจะจากไปเพราะใกล้ถึงเวลาแล้ว ถ้าไปไม่ทัน การเกิดใหม่ครั้งนี้ก็ไม่มีความหมาย เขาไม่มีปีต่อไปให้รออีกแล้ว
“ฮิฮิ คนที่ถูกนายชนไม่ใช่ฉันหรอก” แต่ไอวี่ก็ไม่ได้บอกว่าถังอวี่ชนใคร “นี่ของนายใช่ไหม คืนให้” เขายื่นหมวกใบหนึ่งมาตรงหน้าถังอวี่
ถังอวี่ััศีรษะ ที่แท้หมวกของเขาร่วงตกเพราะแรงกระแทกตอนที่ชนกำแพง เมื่อกี้ตัวเองไม่สังเกตเลย
เขายื่นมือไปรับหมวก เงยหน้าขึ้นกล่าวขอบคุณไอวี่แล้วจากไป
ขณะเดินผ่านคนไม่กี่คนที่อยู่ด้านหลัง หางตาของถังอวี่เหลือบเห็นเส้นผมสีเงินปอยหนึ่ง แต่ก็ไม่มีเวลาเหลือพอจะดูว่าตัวเองชนใครเข้า เขารีบเร่งเดินเข้าห้องประเมิน
“จิ๊ๆ คิดไม่ถึงว่าจะชนแพนด้าั์ที่มีแค่ในหนังสือโบราณ!” ไอวี่ส่ายศีรษะ รอยใต้ตานั่นคล้ำมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเคยเห็นคนที่โทรมยิ่งกว่านี้คงรับประกันยากว่าจะไม่ใ
“ไปได้แล้ว” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเตือนไอวี่ ไอวี่จึงตระหนักว่าหลายคนเดินไปไกลแล้ว
“อ้าว อย่างน้อยพวกนายก็รอฉันด้วยสิ!” เขาอุตส่าห์ช่วยเพื่อนปลอบเด็กน้อยที่ถูกชนไม่ใช่เหรอ ทว่าแต่ละคนไม่ยอมรอกันเลย ช่างเป็กลุ่มเพื่อนร้ายที่ไร้มิตรภาพจริงๆ!
เมื่อถังอวี่เข้ามาในห้องเรียน เ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการประเมินกำลังพูดถึงข้อควรระวังสำหรับการประเมินแล้ว อีกฝ่ายขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นถังอวี่เข้ามาแทบจะนาทีสุดท้าย เพียงเท่านี้ก็รู้ว่าเ้าหน้าที่คนนี้อาจไม่ประทับใจในตัวเขาแล้ว
เขาเดินไปนั่งลงตรงที่ว่างเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งถึงเวลาพอดี
ขั้นแรก เนื้อหาการประเมินจะถูกส่งไปยังเครื่องสื่อสารของผู้สมัคร จากนั้นค่อยปล่อยคลื่นรบกวนข้อมูลของเครื่องสื่อสาร เพื่อรับประกันว่าพวกเขาจะติดต่อโลกภายนอกไม่ได้ การประเมินจึงเริ่มต้นขึ้น
ถังอวี่ถอนหายใจโล่งอกเมื่ออ่านหัวข้อการประเมินได้ครู่หนึ่ง ทั้งหมดเป็สิ่งที่เขาเคยอ่านพอดี โดยรวมแล้วล้วนมีคำตอบตายตัว ยกเว้นบางส่วนที่เป็ข้ออภิปราย
เขาลองคำนวณคะแนนอย่างรวดเร็วแล้วก็เกิดแผนในใจ
เพราะเนื้อหาหลายอย่างแม้เขาจะไม่เข้าใจถี่ถ้วนแต่ก็จำได้ไม่น้อย ถ้าคัดลอกตามทฤษฎีคงไม่ผิดพลาด ถึงพูดไม่ได้ว่าจะได้คะแนนเต็ม แต่ก็คงได้มากกว่าเก้าสิบคะแนนและคนที่ได้คะแนนสูงขนาดนั้นล้วนเป็คนที่มีพลังจิตสูงมาก
อย่างไรก็ดีจากข้อมูลที่ผ่านมา คนที่ได้มากกว่าเก้าสิบคะแนนในการประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งมีจำนวนน้อยมาก ดังนั้นถังอวี่จึงไม่คิดจะกรอกคำตอบทั้งหมดที่เขารู้
ถังอวี่เลือกเขียนคำตอบตอบคำถามที่ค่อนข้างทั่วไป ก่อนจะคำนวณคะแนนอีกครั้ง ได้ประมาณเจ็ดสิบพอดี ดูไม่ต่ำจนน่าเกลียดแต่ก็ไม่สูงเกินไป
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เมื่อถังอวี่แน่ใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติเพียงพอแล้วจึงเรียกเ้าที่รับผิดชอบการสอบ
“คุณแน่ใจจะว่า้าส่งกระดาษคำตอบก่อนเวลา” เ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว มาช้าก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังส่งกระดาษคำตอบก่อนเวลาอีก มั่นใจในตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ
ถังอวี่พยักหน้าและพูดโกหก “ส่วนที่เหลือไม่ทำแล้วครับ ส่งเลย”
เ้าหน้าที่ไม่พูดอะไรอีก อย่างไรผู้ประเมินก็ไม่ใช่เขา จึงเก็บข้อมูลคำตอบของถังอวี่ไปแล้วส่งพวกมันเข้าระบบการประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง
หลังจากมั่นใจว่าส่งกระดาษคำตอบเรียบร้อยแล้ว ถังอวี่ถึงเดินออกจากสถานที่ประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง
เขายังต้องรีบกลับไปยังวิทยาลัยหลิงหลง เพื่อออกจากที่นั่นแล้วกลับตระกูลถัง เช่นนี้ถึงไม่เป็การกระตุ้นความสงสัยของคุณนายถัง