บรรยากาศก่อนดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าท่ามกลางโฮมสเตย์ที่ตั้งอยู่บนเขาทำให้บรรยากาศยามตื่นนอนสดชื่นเป็อย่างมาก
ร่างเล็กของใครคนหนึ่งถูกโอบกอดไว้ด้วยสองแขนของอีกคนที่ยังคงหลับใหลมีเพียงคนในอ้อมกอดที่รู้สึกตัวแล้ว
“พี่ฝันตื่นได้แล้วค่ะ ไปดูหมอกกัน”
อีกฝ่ายขยับตัวเล็กน้อยพร้อมกับซุกใบหน้าแนบกับลำคอขาวของคนในอ้อมกอด
“หอมจังมอนิ่งคิสค่ะ”
พูดจบก็ประกบริมฝีปากแนบกับปากบางของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
“ตื่นได้แล้วค่ะพี่ฝันไปดูหมอกข้างนอกกันดีกว่า”
“โอเคๆ ตื่นแล้วค่ะ”
ทันทีที่เปิดประตูออกมาภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ทั้งสองคนหายจากอาการงัวเงียได้เป็ปลิดทิ้งหมอกสีขาวลอยอยู่อย่างหนาแน่นและโอบล้อมไว้ด้วยูเาน้อยใหญ่สีเขียวของต้นไม้รกทึบที่ตัดสลับกับสีขาวของเมฆหมอกช่วยทำให้บรรยากาศยามเช้าสดชื่นมากทีเดียว
“โหหมอกสวยจังเลยค่ะพี่ขวัญ”
เพียงดาวหันไปพูดกับคนข้างๆ อย่างตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นใหม่ยังไงอย่างนั้น
“สวยค่ะสวยพอ ๆ กับเพียงเลย แต่สำหรับพี่ พี่ว่าเพียงสวยกว่า”
ทอฝันเอ่ยพร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้เพียงดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงยืนชมบรรยากาศตรงหน้าอย่างหนำใจพร้อมกับมีบริการมื้อเช้าและกาแฟหอม ๆ จากทางโฮมสเตย์อีกด้วย
“วันนี้พี่จะพาเพียงไปเที่ยวในตัวเมืองนะคะ”
ทอฝันเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองอาบน้ำเรียบร้อยแล้วและกำลังแต่งตัว
“ไปเที่ยวในตัวเมืองงั้นเหรอคะไปเที่ยวไหนคะพี่ขวัญ”
“ไปวัดค่ะไปทำบุญกัน”
เพียงดาวยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินแบบนั้นเพราะเธอนั้นชอบการเข้าวัดทำบุญเป็ที่สุด ซึ่งทอฝันเองก็เช่นกัน
“พี่ฝันอย่างกับอ่านใจเพียงได้แหนะ”
“ยังไงเหรอคะ”
“ก็เวลาที่เพียงรู้สึกไม่สบายใจเพียงจะชอบไปวัดทำบุญค่ะ”
“งั้นไปกันค่ะเดี๋ยววันนี้ไกด์ฝันจะจัดทริปให้คุณหนูเพียงดาวหนึ่งวันนะคะ”
“พี่ฝันน่ารักที่สุดเลยค่ะ”
เพียงดาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายและหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางออกจากที่พักเพื่อจะไปทำบุญ
วัดที่ทอฝันพาเพียงดาวมานั้นคล้ายจะเป็วัดคู่บ้านคู่เมืองของที่นี่และอาจเพราะตอนนี้ยังเป็เวลาเช้าจึงไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากนักถือเป็เื่ที่ดีของทั้งคู่ เพราะต่างก็ไม่ชอบความวุ่นวาย
“เดี๋ยวเราไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนกันก่อนนะคะ”
ทอฝันเอ่ยขึ้นพร้อมกับกุมมือเพียงดาวเดินไปยังจุดขายดอกไม้ธูปเทียน
“ทำบุญด้วยกันมั้ยคะพี่ฝัน”
เพียงดาวเอ่ยขึ้นขณะกำลังจะหยอดธนบัตรสีแดงลงไปในกล่องรับบริจาคที่ตั้งอยู่
“ได้ค่ะ”
ทอฝันตอบสั้นๆ พร้อมกับส่งยิ้มแล้วจึงยื่นมือไปกุมมือเพียงดาวไว้
หลังจากหยอดเงินใส่ในกล่องทำบุญเรียบร้อยแล้วทั้งคู่จึงเดินเข้ามาไหว้พระในอุโบสถ
ทั้งสองคนนั่งลงตรงหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่พร้อมกับยกมือที่มีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือเรียบร้อยแล้วหลับตาไหว้พระอย่างตั้งใจ
ขณะหลับตานั้นทั้งคู่ได้เกิดเห็นภาพต่างๆ ขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเป็เื่ราวต่าง ๆ ในอดีตทอฝันได้รู้ว่าตัวเองนั้นชาติที่แล้วเป็ผู้ชาย และเป็พี่น้องต่างแม่กับเพียงดาวโดยที่เพียงดาวนั้นเธอก็ได้รู้ว่าตัวเองเป็พี่น้องกับทอฝันเมื่อชาติที่แล้วเช่นกันจนภาพของการจบชีวิตของคนทั้งคู่ผุดขึ้นมาแต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นทั้งสองคนก็สะดุ้งลืมตาขึ้นมาพร้อมกันทันที
“เพียง/พี่ฝัน”
ทั้งคู่เอ่ยพร้อมกันและหันมองหน้าคนข้างๆ
“พี่เห็นภาพในอดีตของเราสองคน”
“เพียงก็เห็นเหมือนกันค่ะเรารักกัน แต่เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราเป็พี่น้องกันค่ะพี่ฝัน”
“พี่ก็เห็นภาพแบบนั้นเหมือนกันค่ะและสุดท้ายเราก็จบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า”
หยดน้ำใสๆ ค่อย ๆ ไหลอาบสองแก้มของเพียงดาว เธอมองหน้าทอฝันด้วยความรู้สึกรักอย่างสุดหัวใจ
“พี่ฝันรักเพียงรึเปล่าคะ”
เพียงดาวเอ่ยถามอีกฝ่ายที่หยดน้ำใสๆ ค่อย ๆ ไหลอาบแก้มเช่นกัน
“รู้มั้ยคะคนดีพี่รักเพียงั้แ่พี่ยังไม่เจอเพียงด้วยซ้ำ พี่ฝันเห็นเพียงเกือบทุกคืนและพี่ก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าสักวันเราจะได้เจอกัน แล้วมันก็เป็จริงค่ะ”
“เพียงไม่อยากให้เราต้องแยกจากกันอีกแล้วและเพียงไม่รู้ว่าชาติหน้ามีจริงรึเปล่า ถ้าขอพรได้ ต่อหน้าพระพุทธรูปองค์นี้ขอให้ชาตินี้เราได้รักกันและอยู่ด้วยกันนะคะ”
หลังจากนั้นทั้งสองหลับตาลงอีกครั้งและต่างเอ่ยคำอธิษฐานในใจ แม้ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมาแต่ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าทั้งคู่จะขอพรว่ายังไง
ธูปในมือถูกปักลงในกระถางธูปตรงหน้าของทั้งคู่และดอกไม้ถูกวางในพานข้าง ๆ ทั้งสองยกมือไหว้พระประธานอีกครั้งหลังจากนั้นจึงเดินออกมาจากอุโบสถ
“พี่ฝันอธิษฐานว่ายังไงคะ”
เพียงดาวเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่เดินเล่นอยู่ในวัด
“พี่ขอแค่ชาตินี้เราได้อยู่ด้วยกันได้รักกัน แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”
ทอฝันเอ่ยพร้อมกับจับมือเพียงดาวแน่นนิ้วทั้งห้าของทั้งสองคนสอดประสานกันในทันที
“เพียงละอธิษฐานว่ายังไง”
ทอฝันถามกลับพร้อมรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“เพียงอธิษฐานว่าขอให้คุณพ่อเข้าใจเพียงบ้าง ยอมรับความรักในแบบของเพียง และขอให้เราได้อยู่ข้าง ๆกันตลอดไปค่ะพี่ฝัน”
“โหขอเยอะจังเลยนะคะ”
ทอฝันแกล้งเอ่ยแซวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“พี่ฝันอะอย่าแซวซิคะ ก็เพียงอยากให้คุณพ่อเข้าใจเพียงจริง ๆ นี่นาเพียงก็ไม่สบายใจหรอกค่ะที่ความสัมพันธ์ของเพียงกับท่านต้องเป็แบบนี้”
“เพียงรู้ตัวมั้ยคะว่าเพียงเป็ลูกที่น่ารักมากเลยค่ะพี่เชื่อว่าสักวันคุณพ่อต้องเข้าใจนะคะ และพี่ก็จะอยู่ข้าง ๆ เพียงแบบนี้ตลอดไปนะ”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันและจับมือกันเดินมายังรถของทอฝันที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“เราจะไปไหนกันต่อคะพี่ขวัญ”
เพียงดาวเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้วโดยที่อีกฝ่ายกำลังเอี้ยวตัวรัดเข็มขัดให้เธออยู่
“ไปทำบุญค่ะ”
“เอ่อเราก็ทำแล้วนี่ไงคะ”
“ใช่ค่ะแต่พี่จะพาเพียงทำบุญให้ครบเก้าวัดค่ะ”
ทอฝันยิ้มมุมปากเล็กน้อยและขับรถออกจากวัดไปทันที หลังจากนั้นการทำบุญตามวัดต่าง ๆในตัวเมืองก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนครบเก้าวัดซึ่งเป็เวลาที่พระอาทิตย์ตกดินพอดีในวัดที่เก้า
“เพียงมีความสุขมากเลยค่ะพี่ฝันวันนี้”
เพียงดาวเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ดินออกมาจากวัดแห่งหนึ่ง
“สบายใจแล้วใช่มั้ยคะงั้นพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันมั้ย เพียงอยากกลับรึเปล่าคะ”
เพียงดาวนิ่งเงียบไปสักครู่ในใจเธอเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง
“เพียงขอถามอะไรพี่ฝันสักอย่างได้มั้ยคะ”
เพียงดาวสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาที่แฝงความเศร้าไว้เล็กน้อย
“ถามได้ทุกอย่างที่อยากถามเลยค่ะคนดี”
ทอฝันส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่นไปให้คนตรงหน้าเพียงดาวยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มแสนอบอุ่น ละมุนรอยยิ้มที่มีแต่ความรัก ความหวังดี รอยยิ้มที่เธอเหมือนคุ้นเคยมานานแล้ว
“ทำไมพี่ฝันถึงอยากให้เพียงกลับบ้านละคะทำไมเราไม่หนีไปถาวร ไปอยู่ที่อื่น”
ทอฝันได้ฟังคำถามก็เพียงแต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ถ้าเราหนีเราต้องหนีไปตลอดรึเปล่าคะ เพียงฟังพี่นะคะคนดี ความรักของเราไม่ได้ผิดอะไรค่ะเราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ และพี่ก็ไม่อยากให้ความรักในรูปแบบของเราทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเพียงและคุณพ่อต้องแย่ไปมากกว่านี้ไม่ว่าจากนี้จะเกิดอะไร พี่จะอยู่ข้างเพียงนะคะ”
เพียงดาวตั้งใจฟังทุกคำที่ทอฝันเอ่ยพร้อมกับโผเข้ากอดอีกฝ่ายอย่างแแ่เมื่อพูดจบ
“เพียงรักพี่ฝันรักพี่ฝันที่สุดเลย ขอบคุณที่ไม่ปล่อยมือเพียงนะคะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ”
“จะปล่อยได้ไงละกว่าจะได้เจอกัน ได้รักกัน ยากเย็นขนาดไหน”
ทอฝันลูบศีรษะเพียงดาวอย่างอบอุ่นพร้อมกับกระชับอ้อมกอดอีกฝ่ายแแ่ยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นทั้งคู่จึงไปทานมื้อค่ำด้วยกันซึ่งเลือกเป็ร้านอาหารพื้นเมืองของที่นี่เป็ร้านเรือนไทยที่เข้าไปแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็อย่างยิ่งพนักงานทุกคนต้องรับทอฝันและเพียงดาวเป็อย่างดี ทั้งคู่รู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่อย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ไม่คิดอะไรมาก
“วันนี้เพียงมีความสุขมากๆ เลยค่ะพี่ฝัน ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ อย่าง”
“พี่เต็มใจและยินดีมากค่ะไม่ว่าจะสุข หรือทุกข์ เพียงจะมีพี่อยู่ข้าง ๆ นะคะ”
เพียงดาวเพียงแต่ยิ้มตอบให้อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ และบรรยากาศของอาหารมื้อค่ำในคืนนี้ก็เต็มไปด้วยความรัก และความอบอุ่นใจอย่างที่สุด