ในยามเช้าของวันวิวาห์แห่งสหายรัก หยางหนิง บุตรีของเ้ากรมพิธีการ ผู้มีรูปร่างอวบอิ่ม นั่งอยู่ในเกี้ยวที่ประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสด ดั่งดอกเหมยแรกแย้ม เธอเดินทางไปยังจวนของสกุลลี่ หยางหนิงเป็สหายรักของลี่หยา ผู้ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้
ขณะที่หยางหนิงอยู่ในเกี้ยวที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจวนสกุลลี่เพื่อหาลี่หยา นางรู้สึกกระวนกระวายใจเพราะมีสิ่งสำคัญสำคัญที่ต้องบอกสหายรักให้ได้ หยางหนิงได้เห็นกับตาว่าหวังหยางว่าที่สามีของลี่หยา มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์รักษ์เสื้อแพรหวางหลิน ทั้งสองนางแสดงความสนิทสนมกันอย่างเปิดเผยถึงขั้นตบบั้นท้ายกัน
หยางหนิงได้ยินเสียงบางอย่างมาจากด้านนอกเกี้ยว นางเปิดม่านแอบมองต้นเหตุของเสียง และพบกับภาพที่น่าใ องค์รักษ์เสื้อแพรหวางหลิน ชู้รักที่ว่าที่สามีของสหายนางแอบซ่อนเอาไว้ กำลังถูกสตรีน้อยใหญ่รุมล้อมด้วยของขวัญและคำหวาน
“หยุดเกี้ยวก่อน”
หยางหนิงสั่งให้บ่าวหยุดเกี้ยว นางก้าวลงไปอย่างช้าๆ
สตรีหลายสิบนางกำลังรุมล้อมองค์รักษ์หวางหลินที่ยืนอยู่ตรงกลาง ราวกับภมรดอมดมดอกไม้
“พวกเ้ามุงดูอะไรอยู่?” หยางหนิงถามสตรีนางหนึ่งที่ยืนใกล้นางที่สุด
“ข้ากำลังดูองค์รักษ์เสื้อแพรหวางหลินไงท่าน” สตรีผู้นั้นนางตอบโดยไม่กะพริบตา สายตายังจดจ้องไปที่หวางหลิน “ท่านรู้หรือไม่ ชื่อเสียงขององค์รักษ์เสื้อแพรล่ำลือกันว่ารูปงามนักหนา ข้าว่าคำ กล่าวเหล่านี้ไม่เกินจริงเลย”
คุณหนูหยางหนิงยังไม่ยอมแพ้ นางเดินอ้อมรอบกลุ่มสตรีที่รุมล้อมองค์รักษ์หวางหลิน แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็เสียงซุบซิบที่คล้ายกันไปทั่วทั้งเมือง
สตรีน้อยใหญ่ต่างพากันสรรเสริญความรูปงามของบรรดาเหล่าองค์รักษ์เสื้อแพรอย่างไม่ขาดปาก
"โอ้ องค์รักษ์เสื้อแพรช่างงามสง่าเสียจริง" สตรีนางหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม
"ใช่แล้ว ร่างกายกำยำ ผิวขาวละเอียดราวกับหยก รูปร่างสูงโปร่งดั่งเทพบุตร" อีกนางเสริมด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
"ไม่เพียงแต่รูปงามเท่านั้น พวกเขายังสุภาพ ฉลาด และแข็งแรงอีกด้วย" เสียงสตรีอีกคนหนึ่งดังขึ้น
"ข้าได้ยินมาว่าไม่มีสตรีใดในเมืองที่ไม่หลงใหลในเสน่ห์ของพวกเขา"
คำกล่าวเหล่านี้ทำให้หยางหนิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นไส้ นางคิดในใจว่า "ก็แค่บุรุษธรรมดาเท่านั้น ทำไมต้องยกย่องกันถึงเพียงนี้"
หยางหนิงมองดูสตรีเ่าั้ที่พากันหลงใหลในองค์รักษ์เสื้อแพรด้วยความรู้สึกขัดใจ
"พวกเขาก็แค่นางธรรมดา มีอะไรน่าชื่นชมถึงเพียงนั้น" นางพึมพำกับตัวเอง แม้จะรู้สึกหมั่นไส้ แต่ลึกๆ ในใจ นางก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับว่าคำล่ำลือเ่าั้มีส่วนจริงอยู่บ้าง
"ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเ้าถึงได้หลงใหลในพวกเขานัก" หยางหนิง กล่าวกับตัวเองพลางส่ายหน้า แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยเมื่อคิดถึงหวางหลิน หนึ่งในองค์รักษ์เสื้อแพรที่นางเพิ่งพบเจอ
นางจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้กลุ่มสตรีเ่าั้ และกระซิบเบาๆ ว่า "พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าองค์รักษ์เสื้อแพรผู้นั้นนั้นมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษด้วยกันเอง"
สตรีนางหนึ่งหันมามองหยางหนิงด้วยความสงสัย "ท่าน กล่าวจริงหรือ? ข้าไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนเลย"
หยางหนิงยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ขะ ข้าเห็นมากับตาเลยทีเดียว"
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ คำ กล่าวนี้ทำให้สตรีที่ยืนล้อมรอบต่างพากันตกตะลึง
ดวงตาของพวกนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ และเริ่มซุบซิบกันอย่างตื่นเต้น เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นรอบตัวหยางหนิง ราวกับคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง
แต่สิ่งที่หยางหนิงไม่รู้คือ หวางหลินได้ยินทุกคำ กล่าวของนาง เขายืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาแอบฟังการสนทนานั้นด้วยความสนใจ
ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความขบขันและความอยากรู้ หวางหลินตัดสินใจเดินเข้ามาหาหยางหนิงอย่างเงียบๆ
"เ้าว่าอะไรนะ?"
หวางหลินถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขบขัน หยางหนิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตนถูกจับได้ นางหันไปมองหวางหลินด้วยความใ ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ
นางพยายามแก้ตัวด้วยการ กล่าวอ้อมแอ้มว่า "เปล่า… ข้ามิได้กล่าวอะไรเลย" นางหลบสายตาและพยายามทำตัวให้เป็ปกติ แต่ในใจกลับรู้สึกหวั่นไหว
หวางหลินยิ้มกว้างขึ้น "ข้าได้ยินทุกคำ กล่าวของเ้าแล้ว" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขบขัน "อย่าคิดว่าข้าจะเชื่อคำ กล่าวของเ้าได้ง่ายๆ"
หวางหลินโน้มตัวเข้ามาใกล้หยางหนิงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนหยางหนิงรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่แ่เบา สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของนาง แววตาเอ็นดูที่ซ่อนความขันแฝงอยู่ในดวงตานั้นทำให้หยางหนิงรู้สึกเหมือนถูกสะกด นางผงะเล็กน้อย ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
หยางหนิงถอยตัวออกไปเล็กน้อย พยายามรักษาระยะห่างระหว่างตนกับหวางหลิน นางรู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่กำลังถูกสอบสวน ใจเต้นระรัวด้วยความประหม่าและไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรดี
นางพยายามหลบสายตาและหันหน้าไปทางอื่น แต่ก็ไม่อาจปิดบังความรู้สึกที่แสดงออกมาทางสีหน้าได้
หวางหลินยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้ กล่าวอะไรเพิ่มเติม แต่เพียงแค่ยืนมองหยางหนิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขบขันและความเอ็นดู หยางหนิงรู้สึกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในใจ