ลมจากใบพัดกดควันให้ต่ำลงอีกชั้นหนึ่ง เหมือนท้องฟ้าทั้งผืนกำลังโน้มตัวลงมาทับค่ายอพยพที่เหลือเพียงเศษเหล็ก ผ้าใบไหม้ และคนที่ยังไม่ยอมล้ม เสียงเครื่องบินลำเลียงที่อยู่เหนือหัวไม่ได้อยู่ไกลจนเหมือนความหวังที่จับต้องไม่ได้อีกต่อไป มันสั่นผ่านอากาศลงมาถึงพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้า จังหวะของใบพัดทับซ้อนกับจังหวะต่ำจากใต้ดินจนคาเอลรู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ระหว่างหัวใจสองดวงที่เต้นสวนทางกัน ดวงหนึ่งอยู่บนฟ้า กำลังพยายามลดระดับลงมาเพื่อพาคนรอดออกไป อีกดวงอยู่ใต้เมือง กำลังหายใจผ่านรอยแตกทุกเส้นและไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหนีจากร่างของมัน
ควันถูกลมกดจนไหลต่ำผ่านข้อเท้า มันพากลิ่นไหม้ของยางรถ กลิ่นโลหะร้อน กลิ่นควันปืน กลิ่นเื และกลิ่นดินชื้นจากใต้คอนกรีตมารวมกันจนทุกลมหายใจเหมือนกลืนสนามรบลงไปในปอด แสงไฟฉุกเฉินกะพริบเป็่ ๆ สะท้อนกับละอองฝุ่นและฝนเืบาง ๆ ที่ติดบนพื้น สีแดงของไฟสัญญาณจากเครื่องลำเลียงสาดผ่านม่านควันเป็จังหวะ ทำให้เงาของฝูงด้านนอกแนวขยายและหดเหมือนภาพฝันร้ายที่มีชีวิต
คาเอลยืนอยู่ตรงขอบลานลงจอด ปืนในมือยกอยู่ระดับอก ด้ามปืนลื่นจากเืของเขาเอง ฝ่ามือที่เปิดแผลซ้ำจากการปีนโพรงใต้ดินและผลักรถก่อนหน้าเจ็บตุบ ๆ ทุกครั้งที่นิ้วขยับ แต่ความเจ็บนั้นเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนสิ่งที่ต้องมองในเวลาเดียวกัน ฝูงอยู่ด้านหน้า บอสอยู่หลังควัน ตัวกลางอยู่ในฝูง เครื่องลำเลียงอยู่บนหัว คนเจ็บอยู่ด้านหลัง รอยแตกอยู่ใต้เท้า และทุกอย่างกำลังเคลื่อนเข้าหาจุดเดียวกันอย่างโหดร้าย
เขากดเช็กแม็กกาซีนด้วยนิ้วโป้งโดยไม่ต้องก้มมอง น้ำหนักและแรงต้านบอกเขาทันทีว่ามันเหลือน้อย ไม่ถึงครึ่งแม็ก ความจริงนั้นไม่ทำให้เขาใ แต่มันทำให้โลกแคบลงและชัดขึ้นอย่างน่ากลัว เสียงปืนรอบตัวที่เคยเป็เพียงความโกลาหลเริ่มแยกเป็จังหวะ เสียงฝีเท้าของฝูงเริ่มกลายเป็รูปแบบ ลมจากใบพัดกลายเป็ตัวแปร ฝุ่นกลายเป็ม่านที่ต้องคำนวณ และทุกนัดในปืนไม่ใช่ะุอีกต่อไป มันคือเวลา หนึ่งนัดเพื่อหยุดตัวสั่งการ หนึ่งนัดเพื่อซื้อชีวิตให้คนที่กำลังจะถูกลากลงรอยแตก หนึ่งนัดเพื่อเปิดช่องให้เครื่องบินแตะพื้น และหนึ่งนัดที่ผิดอาจทำให้คนทั้งแนวต้องจ่ายแทนเขา
โวร่ายืนอยู่ทางซ้ายของลาน ห่างจากเขาไม่ถึงสิบก้าว แต่เสียงเครื่องยนต์และฝุ่นทำให้ระยะนั้นเหมือนห่างออกไปอีกโลกหนึ่ง เธอกดแผลที่สีข้างเพียงเสี้ยววินาทีก่อนปล่อย เืยังซึมผ่านผ้าพันแผลและไหลลงมาตามขอบเสื้อ แต่ปลายอาวุธในมือเธอยังนิ่งและต่ำ พร้อมแทง ไม่ใช่ฟัน เธอไม่ได้มองตัวที่เร็วที่สุดเหมือนทหารหน้าใหม่มักทำ เธอมองช่องว่าง มองเงาที่ว่างเกินไป มองพื้นตรงที่ฝูงน่าจะบังคับให้คนหันไปผิดทาง
“ะุเหลือเท่าไหร่?” เธอถามโดยไม่หันมา เสียงของเธอสั้น แหบเล็กน้อยจากฝุ่น แต่ยังคม
“ไม่ถึงครึ่ง”
เธอพยักหน้าเหมือนคำนวณอะไรบางอย่างในหัวแล้วพูดต่อ
“งั้นอย่าพยายามยิงเพื่อฆ่ามัน”
คาเอลหันไปมองเธอครึ่งเสี้ยว
“เก็บไว้ยิง สะกัดมันหยุดพอ…” เธอพูด
เขาไม่ตอบ แต่เขาเข้าใจ เธอพูดถูก ในสนามแบบนี้ การฆ่าไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด การหยุดจังหวะต่างหากที่มีค่า ถ้าศัตรูหยุดครึ่งก้าว คนเจ็บหนึ่งคนอาจขึ้นเครื่อง ถ้าฝูงสะดุดหนึ่งวินาที แนวที่กำลังแตกอาจตั้งหลัก ถ้าบอสเสียจังหวะหนึ่งครั้ง ความหวังอาจลงแตะพื้นได้
เสียงต่ำจากฝั่งตะวันออกสั่นขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นไม่ได้ดังเหมือนสัตว์คำราม แต่มันผ่านอากาศและพื้นพร้อมกันจนหน้าอกของทุกคนสั่นตาม ฝูงหยุดพร้อมกันอย่างไม่เป็ธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะกลัว ไม่ใช่เพราะถูกยิงหยุด แต่มันหยุดเพราะรอคำสั่ง ความเงียบเพียงเสี้ยววินาทีนั้นยาวนานเกินจริง คนทั้งแนวเหมือนถูกดึงเข้าไปในจังหวะเดียวกันโดยไม่ได้สมัครใจ แล้วพวกมันก็พุ่งโจมตีค่าย
ไม่ใช่กระจัดกระจายเหมือนคลื่นสัตว์ป่า แต่มาเป็ชั้น เป็แรงเดียว ตัวหน้าสุดย่อตัวต่ำพร้อมกัน ตัวถัดไปเฉียงออกเป็มุมเปิด ตัวหลังรอให้แนวมนุษย์เผลอเทะุใส่ตัวหน้าแล้วค่อยแทนที่ ช่องว่างระหว่างพวกมันน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่ควรไร้สมอง และมากพอจะทำให้ะุหลายชุดเสียประโยชน์
แรงกระแทกแรกชนแนวรถพยาบาลเก่าที่ใช้เป็กำบัง เสียงโลหะครูดพื้นดังแหลม รถขยับถอยครึ่ง่แขน ทหารที่พิงแนวอยู่เสียหลัก เสียงร้องสั้น ๆ หลุดออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว เรนาร์ะโสั่งให้ยึดแนว แต่เสียงของเขาถูกใบพัดและเสียงปืนกลืนไปบางส่วน คาเอลไม่ได้มองแนวทั้งหมด เขามองหาสิ่งที่ไม่เข้ากับทุกอย่าง
ตัวหนึ่งด้านขวา มันไม่ได้เร็วที่สุด ไม่ได้อยู่หน้าสุด และไม่ได้ะโสูง แต่มันรอจังหวะ ขาหน้าขยับช้ากว่าเล็กน้อยรวมเพียงครึ่งเสี้ยว ราวกับกำลังรับอะไรบางอย่างผ่านพื้นก่อนส่งต่อไปยังตัวรอบ ๆ
คาเอลยกปืน รอ ไม่ยิงทันที ะุมีค่ามากเกินกว่าจะฝากไว้กับความรู้สึก เสียงต่ำจากบอสสั่นขึ้น เงานั้นขยับก่อนตัวอื่นเพียงเสี้ยวเดียว
ปัง
แรงสะท้อนกระแทกฝ่ามือที่มีแผลจนความเจ็บแล่นขึ้นแขน แต่ะุเจาะเข้าเป้าพอดี ร่างนั้นล้ม ฝูงด้านขวาสะดุดราวกับเส้นประสาทถูกตัด ตัวที่กำลังพุ่งเสียจังหวะเพียงครึ่งก้าว แต่ครึ่งก้าวนั้นพอให้โวร่าเคลื่อน เธอพุ่งเข้าไปในช่องที่เพิ่งเปิดขึ้น แทงเข้าคอของตัวที่กำลังจะอ้อมรถสีขาวเข้าด้านใน ใบมีดจมฝั่งเข้าไปลึก แต่เธอไม่ดึงออกทันที บิดเพื่อให้ร่างมันล้มขวางทางพอดี คีรอนยิงซ้ำจากหลังรถ ะุของเขากระแทกตัวที่สะดุดตามมา ขาหน้ามันเสียหลักและไถลชนซากลังเหล็ก
แนวขวายังไม่แตก
แต่บอสเปลี่ยนทันที
ตัวกลางใหม่ไม่ยืนนิ่ง มันเคลื่อนตัวไปกับฝูง เลียนแบบจังหวะของตัวทั่วไป ทำให้แยกยากกว่าเดิม มันไม่ได้ซ่อนด้วยการอยู่เฉย ๆ แล้ว แต่มันซ่อนอยู่ในความเร็วที่เกือบเหมือนคนอื่น ต่างกันเพียงเศษเสี้ยวเดียว
“มันไม่ให้เราอ่านทางออกเลย” คีรอนพูด เสียงหอบปนฝุ่น
“ทำได้” คาเอลตอบ ดวงตาไม่ละจากเงาเบื้องหน้า
“ต้องมองดี ๆ มันแค่ซ่อนสายตาดีขึ้น”
คีรอนกลืนน้ำลาย เขาไม่ได้ถามต่อ แต่คาเอลรู้ว่าคำถามอยู่ในสีหน้าเขา แล้วจะยิงอย่างไรถ้ามันซ่อนดีขึ้น คำตอบง่ายเกินไปและโหดร้ายเกินไป ต้องยิงให้แม่นกว่าเดิม ต้องคิดเร็วกว่าเดิม ต้องใช้ชีวิตคนรอบตัวเป็ตัววัดจังหวะยิงมากกว่าเดิม
ลมจากใบพัดกดลงมาอีกครั้ง ควันเปิดออกเล็กน้อย แล้วบอสก็ชัดขึ้น มันไม่ได้อยู่ไกลเหมือนก่อน มันเดินมา ช้า ๆ และหนัก ทุกก้าวทำให้พื้นสั่นเบา ๆ เส้นชีวภาพจากแผ่นหลังฝังลงพื้นและสั่นตามจังหวะเดียวกับเสียงต่ำที่มันปล่อยออกมา เปลือกด้านหน้าของมันซ้อนกันเป็แผ่นหนา มีรอยแตกจากการยิงก่อนหน้า แต่รอยแตกเ่าั้ไม่ได้ทำให้มันดูอ่อนแอ กลับทำให้มันดูเหมือนสิ่งที่ผ่านการทดสอบแล้วเรียนรู้ว่าความเจ็บคือข้อมูลอย่างหนึ่ง ของเหลวสีเข้มไหลจากรอยแตกช้า ๆ ตามแรงโน้มถ่วง แต่ทุกครั้งที่หยดนั้นตกลงพื้น ฝูงรอบตัวมันเหมือนเปลี่ยนจังหวะเล็กน้อย ราวกับแม้แต่เืของมันก็ส่งคำสั่งได้
มันไม่รีบ
แต่มันกำลังเข้ามา
ความจริงนั้นทำให้คาเอลรู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบหน้าอก ไม่ใช่แค่ความกลัว เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกอ่าน ถูกชั่งน้ำหนัก และถูกบังคับให้เล่นเกมที่อีกฝ่ายออกแบบกติกาไว้แล้ว
เสียงปืนจากแนวขวาดังถี่ขึ้น คีรอนยิงจนแม็กสุดท้ายหมด เสียงกดไกหลังนัดสุดท้ายดังแห้งและเปล่า
“หมด!” เขาะโ
ตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว มันใช้จังหวะที่เขากำลังเปลี่ยนแม็กพอดี คีรอนถอยแต่ชนล้อรถสีขาวที่เพิ่งถูกดันออกจากลาน เขาล้มครึ่งตัว ยกปืนเปล่าขึ้นขวางโดยสัญชาตญาณ
คาเอลต้องเลือก
ตัวกลาง หรือคีรอน
เวลาเหมือนหยุด แต่จริง ๆ แล้วมันไม่เคยหยุดเลย ฝูงยังมา เครื่องยังลดระดับ หัวหน้ามันยังเดินเข้ามาต่อ เหล่าคนเจ็บที่ยังรอความช่วยเหลือ และตัวกลางที่เขาต้องยิงกำลังจะส่งรูปแบบการบุกให้คลื่นถัดไป ถ้าเขายิงช่วยคีรอน ตัวกลางยังอยู่ ฝูงชุดใหญ่จะเข้าลาน ถ้าเขายิงตัวกลาง คีรอนอาจตายก่อนโวร่าจะถึง
นี่คือสิ่งที่บอสทำ
มันไม่ได้แค่คุมฝูง
มันบังคับให้เขาเลือก
คาเอลกัดฟันจนกรามเจ็บ แล้วะโเพียงชื่อเดียว
“โวร่า!”
เธอหันมา เห็นคีรอน เห็นตัวที่พุ่ง เห็นระยะ และไม่ถาม เธอพุ่งออกจากตำแหน่งซ้ายทันที ทิ้งช่องซ้ายเปิดชั่วครู่เพื่อไปช่วยเขา คาเอลยิงตัวกลาง
ปัง
ะุเจาะเข้าเป้าหมายในจังหวะที่มันขยับช้ากว่าตัวอื่นเพียงเสี้ยวเดียว ฝูงสะดุดเป็คลื่นสั้น ๆ โวร่าถึงคีรอนทัน แต่ไม่สมบูรณ์แบบ เธอชนตัวที่กำลังจะกระโจนใส่เขาให้เบี่ยงออก กรงเล็บของมันฟาดสีข้างเธอซ้ำจุดแผลเดิม เสียงเนื้อกระทบดังชัดเกินไป เืสาดเป็เส้นบนพื้น เธอกัดฟัน แทงสวนเข้าคอ แล้วล้มลงเข่าข้างหนึ่ง
“โวร่า!” คีรอนร้อง เสียงเขาแตก
“ปืน…” เธอพูด เสียงต่ำและแหบ
คีรอนยังนิ่งไปครึ่งจังหวะ
โวร่าหันมาด้วยสายตาคมจนเขาสะดุ้ง
“หยิบปืน ไม่ต้องเรียกชื่อฉัน”
คีรอนรีบคว้าปืนของทหารที่ล้มอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมา มือยังสั่น แต่เขากลับมายิงได้อีกครั้ง
คาเอลไม่หันไปดูต่อ เขาไม่มีเวลาพอให้ความเป็ห่วงทำงาน เสี้ยววินาทีที่ตัวกลางล้มเปิดช่องลานด้านหน้าให้โล่งกว่าที่เคยั้แ่เริ่มปะทะ เขาะโสุดเสียง
“เปิดทางแล้ว! ลงได้!”
“ลง!” มิเลียตอบผ่านวิทยุทันที
“ลงเดี๋ยวนี้!”
เครื่องลำเลียงลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ลมใบพัดกระแทกลงมาเต็มแรงจนฝุ่นและเถ้าถ่านพุ่งเป็วงกว้าง ทุกคนต้องก้มตัว เสียงขาตั้งโลหะกระแทกพื้นดังหนักเหมือนกระดูกั์วางลงบนคอนกรีต ประตูด้านข้างเริ่มเปิดก่อนเครื่องจะนิ่งสนิท ทหารจากในเครื่องะโสั่งให้ส่งคนเจ็บขึ้น เสียงนั้นฟังเหมือนมาจากอีกโลกหนึ่ง โลกที่ยังมีระเบียบ เครื่องแบบ แสงภายในที่ไม่กะพริบ และคำสั่งที่ไม่ปนเสียงกรงเล็บใต้พื้น
แต่บอสไม่ปล่อยให้สิบวินาทีนั้นเป็ของมนุษย์ง่าย ๆ
มันก้าวเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนมุม ไม่ใช่การส่งสัญญาณผ่านตัวกลาง มันเดินเข้าหาลานลงจอดด้วยตัวเอง ก้าวแรกทำให้ฝูงรอบมันถอยเปิดทาง ก้าวที่สองทำให้เส้นชีวภาพบนหลังมันดึงพื้นคอนกรีตแตกเป็เส้น ก้าวที่สามทำให้รอยร้าวตรงขอบลานเปิดออกเป็ทางยาว เซิร์กลิงหลายตัวพุ่งผ่านรอยนั้นเข้าหาใต้ท้องเครื่อง
คาเอลยิงหนึ่งนัด ตัวหน้าสุดล้ม เขากดเช็กะุสั้น ๆ โดยไม่มอง สามนัด เหลือสามนัด ความจริงนั้นทำให้ทุกอย่างรอบตัวเงียบลงอีกครั้ง เหลือเพียงสามเสียงที่จะเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้
ตัวเลขบางอย่างลอยนิ่งอยู่ในระยะสายตา ไม่ได้สะท้อนจากพื้นผิวใด มันเหมือนถูกวางไว้ ‘ในโลก’ มากกว่าบนจอ
ค่าการเชื่อมโยงความจริงขยับขึ้นอีกครั้ง — 32%
คราวนี้ไม่มีแสง ไม่มีกรอบ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนแต่ตัวเลขนั้น “ปรากฏ” อยู่ในระยะสายตาเขา เหมือนมันมีอยู่ตรงนั้นมาตลอด
รูปแบบศัตรูกำลังเปลี่ยน จังหวะของฝูงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
คำแนะนำหนึ่งแทรกเข้ามาอย่างเ็า ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็ข้อสรุปที่สมองเขา “รับรู้” ได้ทันที
ลดการตอบสนองทางอารมณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคำสั่ง
คาเอลชะงักเพียงเสี้ยววินาที เสียงรอบตัวเหมือนถูกหรี่ลงเล็กน้อย ไม่ใช่เงียบ แต่ห่างขึ้น เหมือนมีใครบางคนหมุนปุ่มในหัวเขา ลดเสียงบางส่วนลงเพื่อให้เขาคิดได้เร็วขึ้น ความเย็นบางอย่างไหลผ่านอก เขาไม่ชอบมัน แต่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันช่วยให้เห็นสนามชัดขึ้น เห็นช่อง เห็นตัวกลาง เห็นเส้นทางตายและเส้นทางรอดแยกออกจากกันเหมือนเส้นบนแผนที่
“คาเอล…”
มือของมิเลียจับแขนเขา มือเธออุ่นจริงเกินกว่าจะเป็ข้อมูลในหัว คาเอลหันไป สายตาเธอสบเขาแน่น ฝุ่นเกาะตามแก้มของเธอเป็คราบบาง ๆ ผมบางส่วนหลุดจากที่มัดและติดเหงื่อ แต่ดวงตายังนิ่งพอจะทำงานต่อได้ แม้ข้างในจะถูกเขย่าจนแตกร้าว
“นั่นคนฝั่งของเรานะ”
เขามองตามไปทางซ้าย มีคนยังติดอยู่ในช่องนอกแนวหลังจากโวร่าทิ้งตำแหน่งเพื่อช่วยคีรอน ทหารสองคนกับอาสาอีกหนึ่งคนพยายามถอยกลับมา ร่างหนึ่งยกมือขึ้นเหนือควันเหมือนขอให้ใครสักคนเห็นเขา เสียงของพวกเขาไม่ได้ยินเพราะลมใบพัดและเสียงปืน แต่การที่ไม่ได้ยินไม่ได้ทำให้ภาพเบาลงเลย คาเอลเห็นระยะ เห็นฝูงที่กำลังตัดทาง เห็นช่องซ้ายที่ต้องปิดเพื่อกันคลื่นถัดไป เห็นเครื่องลำเลียงที่เพิ่งเปิดประตู เห็นคนเจ็บบนเปลที่กำลังถูกยกขึ้นเครื่อง และเห็นความเป็ไปได้ทั้งหมดพุ่งเข้าหากันในหัว
ตัวอักษรใหม่กะพริบขึ้น
[ประเมินสถานการณ์]
[หากเปิดช่องช่วยเหลือ: อัตรารอดชีวิตโดยรวมลดลง 18%]
[หากปิดช่องซ้าย: อัตรารอดชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 11%]
[การสูญเสียเฉพาะจุด: ยอมรับได้]
คำว่า “ยอมรับได้” ฝังเข้าไปในหัวเขาเหมือนตะปู มันเรียบ สะอาด และโหดร้ายเกินไป มันไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้จักเสียง ไม่รู้จักแววตาของคนที่ยกมือขึ้นขอชีวิต ไม่รู้ว่าอาสาคนนั้นเพิ่งช่วยขนแผ่นไม้ให้เต็นท์แพทย์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไม่รู้ว่าทหารคนหนึ่งอาจมีลูกหรือแม่ที่รออยู่ที่ไหนสักแห่ง มันรู้จักแค่ตัวเลข
คาเอลรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น แต่พร้อมกันนั้นอีกส่วนหนึ่งของเขาเงียบลง เหมือนถูกปิดไว้เพื่อไม่ให้ขัดขวางการคิด
“ปิดช่องซ้าย” เสียงเขาออกมาเรียบเกินไปจนเขาเองยังเกลียดมัน
มิเลียกำแขนเขาแน่นขึ้น
“คาเอล”
“ฉันรู้” เขาตอบ เสียงต่ำมาก
“ปิดช่องซ้าย”
คำว่า “ผมรู้” ไม่ได้ปลอบเธอเลย มันกลับทำให้มือของเธอค่อย ๆ หลุดจากแขนเขาเหมือนคนที่เพิ่งแตะของร้อนแต่ยังไม่อยากปล่อย เธอปล่อยช้า ๆ ไม่ใช่เพราะยอมรับ แต่เพราะถ้ายังจับอยู่ เธออาจทำให้คนอีกมากตายตาม เธอหันกลับไปกดวิทยุ เสียงของเธอยังคุมได้ แต่มีรอยร้าวซ่อนอยู่ในนั้น
“ทุกหน่วย ปิดช่องซ้าย…ย้ำ ปิดช่องซ้าย”
โวร่าได้ยินคำสั่ง เธอหันมองตำแหน่งนั้นแวบเดียว ใบหน้าเธอนิ่ง แต่คาเอลเห็นแววตาเธอแข็งขึ้น เธอขยับไปปิดตามคำสั่ง แม้ยังมีเืไหลจากสีข้าง คีรอนยืนอยู่ใกล้เธอ ปืนในมือใหม่สั่น เขามองไปทางคนที่ยังติดอยู่นอกช่อง ดวงตาแดงขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่วิ่ง เขากัดฟันและยิงตัวที่กำลังจะเข้าช่องแทน
เสียงด้านนอกดังขึ้นเพียงครู่เดียว แล้วถูกลมใบพัดกลืนหาย ฝูงปิดทับช่องนั้นเหมือนน้ำสีดำที่ไหลกลบก้อนหิน คาเอลไม่หันไปดู เขารู้ว่าถ้าหัน เขาอาจเปลี่ยนคำสั่ง และถ้าเปลี่ยน ลานนี้อาจแตกทั้งลาน
ตัวอักษรระบบกะพริบขึ้นอีกครั้ง
[คำสั่งได้รับการประมวลผล]
[อัตรารอดชีวิตโดยรวม: เพิ่มขึ้น]
[ความเป็มนุษย์: ลดลง]
ครั้งนี้เขาชะงักจริง ๆ โลกเหมือนช้าลงเล็กน้อย เสียงยังอยู่ แต่ห่างออกไป เหลือเพียงคำว่า “ตัวแปรมนุษย์” ที่ลอยอยู่ตรงหน้า มันกำลังนับคนเป็ตัวเลข มันกำลังนับความลังเลเป็ความเสียหาย มันกำลังนับความเป็มนุษย์เป็ตัวแปรที่ลดลงได้ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาเพิ่งทำให้ตัวแปรนั้นลดลงจริง
“หุบปาก…” เขาพูดเบามาก
มิเลียหันมามองเขา แต่เขาไม่อธิบาย เธอคงไม่ได้เห็นสิ่งที่เขาเห็น และส่วนหนึ่งของเขาดีใจที่เธอไม่ได้เห็น เพราะไม่มีใครควรเห็นคำว่า “ตัวแปรมนุษย์” หลังจากสั่งคนตาย
เสียงต่ำจากบอสสั่นขึ้นอีกครั้ง ฝูงเปลี่ยนทิศอย่างฉับพลัน ตรงกลางถูกเปิดแล้วพุ่งเข้ามา คาเอลเห็นช้าไปครึ่งจังหวะ การปิดช่องซ้ายทำให้กลางบางลง มันล่อให้เขาปิดซ้าย แล้วตีตรงกลาง เสี้ยวเดียวที่เขาช้าเพียงพอให้เซิร์กลิงสามตัวพุ่งผ่านฝุ่นเข้าหาประตูเครื่องลำเลียง ทหารบนเครื่องยิงลงมา แต่ลมและฝุ่นทำให้มุมยิงยาก ตัวหนึ่งล้ม อีกสองยังเข้ามา
คาเอลเหลือสามนัด
เขายิงนัดแรก ตัวซ้ายล้ม
นัดที่สอง ตัวขวาเสียจังหวะแต่ไม่ตาย
นัดที่สาม เขาต้องเลือก หัวของตัวขวาที่กำลังพุ่งเข้าประตู หรือเงานิ่งด้านหลังที่กำลังส่งจังหวะให้กลุ่มถัดไป
บอสกำลังบังคับให้เขาเลือกอีกครั้ง
คาเอลยิงเงานิ่ง
ตัวกลางล้ม ฝูงกลุ่มถัดไปสะดุด แต่ตัวขวาที่ยังไม่ตายพุ่งต่อเข้าหาประตูเครื่อง นิกซ์คำรามออกมา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเขาเต็ม ๆ แขนขวาของเขายืดยาวผิดรูป คว้าร่างนั้นไว้กลางอากาศแล้วกระแทกลงพื้นก่อนถึงประตูเครื่องไม่ถึง่แขน เสียงกระแทกดังทึบ เขากดมันไว้จนมันหยุดดิ้น แต่เมื่อปล่อยมือ แขนขวาของเขายังไม่กลับรูปทันที เส้นสีดำขึ้นถึงหัวไหล่และเต้นอยู่ใต้ผิวเหมือนบางอย่างกำลังจะหลุดออกจากเขา
ลินาที่อยู่หลังแผ่นเหล็กร้องเรียกชื่อเขาเบา ๆ
“นิกซ์…”
เขาหันไปมองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวตัวเอง
“อย่ามอง” เขาพูด เสียงแหบ “ขอร้อง…อย่ามองตอนนี้”
แจ็กซ์ดึงลินาเข้าหลังแผ่นเหล็กทันที ไม่พูดล้อ ไม่พูดเล่น สีหน้าเขาเจ็บเหมือนอยากช่วยเพื่อนแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
คาเอลกดไกอีกครั้งตามสัญชาตญาณ
คลิก
เสียงแห้งเล็ก ๆ ดังขึ้นในหูเขาดังกว่าเครื่องลำเลียง
หมด
เขานิ่งไปครึ่งจังหวะ ปืนว่างเปล่าในมือกลายเป็สิ่งที่หนักที่สุดในโลก บอสยังอยู่ ฝูงยังมา เครื่องยังเปิดประตู คนเจ็บยังถูกยกขึ้น และเขาไม่มีนัดเหลือ
คีรอนเห็นก่อนใคร เขาดึงแม็กสำรองจากกระเป๋าตัวเองโยนมาให้ ทั้งที่ตัวเองก็เหลือไม่มาก
“รับ!”
คาเอลคว้าได้กลางอากาศ เปลี่ยนแม็กเร็วที่สุดเท่าที่มือที่มีเืจะทำได้ แม็กล็อกเข้าที่ด้วยเสียงคลิกที่เหมือนลมหายใจกลับเข้าปอด เขาอยากขอบคุณ แต่ไม่มีเวลา เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง
บอสขยับเข้ามาใกล้จนเห็นรายละเอียดบนเปลือกชัดขึ้น รอยแตกที่มีของเหลวไหล เส้นชีวภาพบนหลังที่เต้นเหมือนเส้นเื ช่องดำบริเวณส่วนหัวที่ไม่ใช่ตา แต่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองทุกอย่างอยู่ มันหยุด เหมือนกำลังวัดว่าเขาจะทำอะไรต่อ
เสียงปืนจากมุมสูงด้านหลังดังขึ้น
ปัง
ตัวกลางใกล้บอสล้มลงอีกตัว ฝูงด้านนั้นสะดุด
คาเอลหันขึ้นไปทางโครงเหล็กพังด้านหลัง เงาคนหนึ่งยืนอยู่ในควัน ปืนยาวในมือยังมีไอร้อนลอยจากปลายกระบอก ซีนอสไม่ได้ขยับมากกว่าจำเป็ ไม่ะโ ไม่ประกาศตัว เขาเพียงยืนในจุดที่มองสนามได้มากกว่าคนอื่น และยิงสิ่งที่ทุกคนยังไม่ทันเห็น
เสียงของเขาดังผ่านช่องสื่อสารที่คาเอลไม่รู้ว่าถูกเปิดเมื่อไร
“นายอ่านทางมันถูกครึ่งเดียว”
คาเอลกัดฟัน
“แล้วอีกครึ่งคืออะไร”
ซีนอสยิงอีกนัด ตัวกลางอีกตัวล้ม ฝูงสะดุดตรงแนวซ้ายหนึ่งจังหวะ
“มันไม่ได้แค่คุมฝูง” เสียงนั้นเรียบและเย็น
“มันคุมหัวใจของนาย”
คำพูดนั้นแทงเข้ามาในหัวคาเอลทันที เขาเห็นภาพทั้งหมดชัดขึ้น ทุกจังหวะที่ยาก ทุกการตัดสินใจที่ต้องแลก มันไม่ใช่ความบังเอิญ บอสกำลังจัดสนามให้เขาเลือกระหว่างการอยู่รอด… กับการยังเป็ตัวเองอยู่ มันไม่ได้แค่ตีค่าย มันตีหัวใจคนสั่งการ มันบังคับให้เขายอมเสียบางอย่างทีละชิ้นเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ และยิ่งเขาเลือกถูกในเชิงยุทธศาสตร์ เขาก็ยิ่งห่างจากสิ่งที่มิเลียมองหาในตัวเขา
คาเอลสูดลมหายใจเข้าลึก ฝุ่นขูดลำคอจนเจ็บ แล้วะโ
“อย่าให้มันบีบบังคับเรา! แบ่งเป้าสองชั้น! ชั้นแรกหยุดตัวพุ่ง ชั้นสองยิงตัวกลางเท่านั้น!”
เรนาร์รับคำทันที
“สองชั้น! ชั้นหนึ่งหยุดตัวพุ่ง ชั้นสองเลือกตัวกลาง! อย่ายิงซ้ำเป้า!”
มิเลียส่งคำสั่งผ่านวิทยุซ้ำอย่างรวดเร็ว เสียงเธอกลับมานิ่งขึ้น แต่เมื่อคาเอลหันไป เธอไม่ได้มองเขาเหมือนก่อน เธอมองสนาม มองแผนที่ มองเครื่องลงจอด ทำงานต่อ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาดูยาวขึ้น ทั้งที่ยืนห่างกันไม่ถึงสิบก้าว
เครื่องลำแรกยังโหลดไม่ครบ เปลถูกดึงขึ้นทีละคน อลิน่าส่งรายชื่อคนที่ต้องขึ้นก่อนด้วยเสียงเกือบหมดแรง แจ็กซ์ช่วยยกเปลจนแขนสั่น ลินาถูกสั่งให้อยู่หลังแผ่นเหล็ก แต่เธอยังพยายามส่องไฟให้ทางเดินเท่าที่ทำได้ โวร่ายืนปิดซ้ายเหมือนเสาหลักที่กำลังแตกร้าวแต่ยังไม่ยอมล้ม นิกซ์อยู่กลางแนว สั่นทั้งตัวแต่ยังไม่ถอย คีรอนยิงตามจังหวะใหม่อย่างมีวินัยมากขึ้น แม้แววตาเขายังติดอยู่กับคนที่ถูกทิ้งด้านซ้าย
บอสก้าวอีกครั้ง พื้นใต้ลานลงจอดสั่น เครื่องลำเลียงโยกเล็กน้อย นักบินะโผ่านวิทยุ
“พื้นไม่เสถียร! ต้องเร่งอพยพ!”
มิเลียตอบทันที
“รับทราบ เร่งโหลดคนเจ็บชุดแรก!”
คาเอลมองพื้น เห็นรอยแตกใหม่กำลังวิ่งใต้ท้องเครื่อง ถ้ามันเปิดตรงนั้น เครื่องอาจต้องยกตัวขึ้นทันที ไม่ว่าจะโหลดเสร็จหรือไม่
“นิกซ์!” เขาะโ
“รอยแตกใต้เครื่องบิน มาจากไหน”
นิกซ์หลับตาเพียงครึ่งเสี้ยว แล้วร้องออกมาทันที สีหน้าเจ็บเหมือนโดนเสียงแทงเข้าไปในหัว
“ซ้ายลึก…ไม่ใช่ใกล้ มันส่งจากเส้นใต้รถสีขาว!”
คาเอลหันไปเห็นรอยแตกใกล้รถสีขาวที่ถูกดันออกไปก่อนหน้า ยังมีเส้นชีวภาพเล็ก ๆ โผล่ตามขอบคอนกรีต ถ้าตัดตรงนั้นอาจหยุดแรงใต้ท้องเครื่องได้ชั่วคราว แต่เขาอยู่ไกลเกินไป โวร่าอยู่ใกล้กว่า แม้าเ็
“โวร่า ตัดเส้นใต้รถสีขาว!”
เธอหันไป เห็นระยะ เห็นศัตรูสองตัวระหว่างทาง แล้ววิ่งทันที เธอไม่ได้เร็วเท่าตอนต้นคืน แต่ยังคม เธอใช้ซากลังบังตัวหลบตัวแรก แทงตัวที่สองจากมุมต่ำเข้าคอ แล้วก้มลงหาจุดที่เส้นชีวภาพฝังเข้าพื้น กรงเล็บจากรอยแตกพุ่งขึ้นมาเฉียดไหล่เธอ เืสาดออกมา แต่เธออดทนฝืนไม่ร้องใบมีดฟันลงครั้งเดียวเส้นนั้นขาด ของเหลวสีเข้มพุ่งออกมาเหมือนเืจากเส้นเืที่ถูกตัด
แรงสั่นใต้เครื่องชะงัก เครื่องนิ่งขึ้นพอให้เปลอีกสองเปลถูกดึงขึ้นไปได้
แต่โวร่าล้มลงเข่าข้างหนึ่ง
คีรอนวิ่งออกจากตำแหน่งจะไปช่วยเธอโดยไม่คิด
“คีรอน อยู่ตำแหน่ง!” คาเอละโ
คีรอนหยุดทั้งที่ร่างกายยังพุ่งไปข้างหน้า
“เธอล้ม!”
“เธอยังลุกได้!” คาเอลตอบ “ตำแหน่งนายหลุดไม่ได้!”
โวร่าดันตัวขึ้นจริง ๆ ช้า แต่ขึ้น เธอหันมา มองคีรอนด้วยสายตาที่เหมือนบอกว่าอย่าทำให้เืของเธอเสียเปล่า คีรอนกัดฟันจนหน้าแข็ง แล้วถอยกลับตำแหน่ง ยิงตัวที่กำลังจะเข้าช่องของเขาแทน
มิเลียมองฉากนั้น มือเธอกำวิทยุแน่นขึ้น เธอเห็นว่าคำสั่งนั้นถูก เธอรู้ว่าถ้าคีรอนหลุดตำแหน่ง ช่องกลางอาจแตก แต่ความถูกต้องนั้นเจ็บจนทำให้เธอพึมพำออกมาเบามาก
“นายยังเป็นายอยู่ไหม…”
คาเอลได้ยิน ไม่ชัดทั้งหมด แต่พอ คำถามนั้นฝังอยู่ในอกเขาเหมือนเศษโลหะเล็ก ๆ เขาอยากตอบ อยากหันไปบอกว่าเขายังอยู่ เขายังเป็คนเดิม เขายังรู้สึก เขายังเห็นทุกคน แต่เสียงต่ำจากบอสสั่นขึ้นอีกครั้ง และฝูงกลุ่มใหม่พุ่งเข้ามา
เขาไม่ได้ตอบ
เขายกปืน
ยิงตัวกลาง
สั่งคน
และยื้ออีกหนึ่งจังหวะให้เครื่องบินรับคนขึ้นไปได้
ตัวอักษรระบบกะพริบอีกครั้ง
[ค่าการเชื่อมโยงความจริง: 34%]
[ประสิทธิภาพคำสั่ง: เพิ่มขึ้น]
[การตอบสนองทางอารมณ์: ลดลง]
คาเอลรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นราดลงสันหลัง เขาไม่รู้ว่ากลัวบอสมากกว่า หรือกลัวตัวเลขนั้นมากกว่า
บอสหยุดเดินในระยะที่ใกล้กว่าเดิม มันไม่ได้ถอย ไม่ได้พุ่ง มันเพียงยืนนิ่งอยู่ในควันเหมือนกำลังวัดว่ามนุษย์ตรงหน้าเหลือความเป็มนุษย์อยู่ได้นานแค่ไหน ฝูงรอบตัวมันรอจังหวะใหม่ เครื่องลำแรกยังโหลดคนไม่ครบ เครื่องลำที่สองวนอยู่้า เสียงใบพัดสองชุดซ้อนกันจนโลกสั่นไปหมด
คาเอลหายใจเข้า ลึก หนัก และเจ็บ
เขาเริ่มเข้าใจมันมากขึ้นทุกวินาที
แต่ทุกครั้งที่เข้าใจ เขาต้องตัดบางอย่างออกจากตัวเองเพื่อคิดให้ทัน
เขามองบอสผ่านควัน เห็นเส้นชีวภาพบนหลังมันเต้นช้า ๆ เหมือนชีพจรของสนามรบ เห็นฝูงที่รอคำสั่ง เห็นคนของเขาที่รอคำสั่งเช่นกัน และความคิดหนึ่งแล่นผ่านหัวเขาอย่างเ็า
ทั้งสองฝั่งกำลังรอจังหวะจากผู้นำ
ความต่างคือ ฝั่งหนึ่งไม่ต้องรู้สึกผิด
เขากำปืนแน่นขึ้น เืจากฝ่ามือซึมใหม่บนด้ามจับ เสียงเครื่องลำเลียงดังเหนือหัว เสียงพื้นสั่นใต้เท้า เสียงคนเจ็บร้องด้านหลัง เสียงมิเลียสั่งผ่านวิทยุด้วยน้ำเสียงที่มีรอยร้าว และเสียงบอสที่ต่ำจนเหมือนมันพูดกับกระดูกของเมือง
คาเอลรู้ดีว่าถ้าพลาดอีกเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างจะจบ เครื่องจะยกเลิกลงจอด ลานจะแตก คนเจ็บจะถูกทิ้ง ค่ายจะกลายเป็อาหารของพวกมัน
และที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาเริ่มรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น
เขายืนยิ้ม ความคิดหนึ่งแล่นเขามา ทำให้เริ่มรู้ว่าต้องเสียอะไร
และเขาไม่แน่ใจอีกต่อไปว่าควรดีใจหรือกลัวที่ตัวเองคิดออกเร็วขนาดนี้
บอสก้าวอีกหนึ่งก้าว
คราวนี้ไม่ใช่สั่ง ไม่ใช่ส่งตัวกลาง มันกำลังเข้ามาเอง ฝูงรอบตัวมันถอยเปิดทางเหมือนน้ำที่แยกให้หินขนาดใหญ่เคลื่อนผ่าน เปลือกหนาด้านหน้าของมันรับแสงไฟฉุกเฉินเป็ริ้ว ๆ เส้นชีวภาพบนหลังมันดึงพื้นคอนกรีตจนรอยแตกยาวขึ้นทีละนิ้ว ทุกคนที่อยู่แนวลานรู้สึกได้พร้อมกันว่า ถ้ามันถึงขอบลานด้วยตัวเอง เครื่องลำเลียงอาจไม่มีเวลาโหลดใครต่อ
คาเอลยกปืนขึ้น เล็งผ่านควัน ลมหอบ ฝุ่น และเื เหลือเวลาไม่ถึงนาทีสำหรับเครื่องลำแรก เหลือะุไม่มาก เหลือคนยืนได้น้อยลงทุกที แต่ไม่มีทางถอยแล้ว หลังของพวกเขาชนฝา และฝานั้นคือประตูเครื่องลำเลียงที่กำลังเปิดรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงบางส่วนเท่านั้น.