“เจ้าไม่สบายหรือ?” ฉือหางถามหลินกู๋หยู่อย่างเป็นกังวล
ใบหน้าของหลินกู๋หยู่แดงมากจนนางต้องถอนมือและแขนออกอย่างเขินอายใช้มือทั้งสองข้างจับผ้านวมผืนบางบนตัวนางไว้แน่น
“เป็นไข้หรือ?” ฉือหางเดินไปนั่งข้างหลินกู๋หยู่ ยกมือขึ้นแตะหน้าผากนาง จากนั้นพูดกับตัวเองว่า “ดูเหมือนจะไม่มีไข้”
หลินกู๋หยู่ดึงมือของฉือหางออกใบหน้าของนางแดงมากเป็นพิเศษแม้แต่ผิวหนังบนร่างกายก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วเช่นกัน "ข้าไม่มีไข้ข้า..."
หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองฉือหาง กัดริมฝีปากล่าง ลังเลอยู่พักหนึ่งไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
"เอ่อ..."หลินกู๋หยู่ไม่รู้ว่าผู้หญิงในสมัยโบราณทำอย่างไรเมื่อมีประจำเดือน ในเวลานี้นางต้องการผ้าอนามัยเป็นอย่างมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่จริงจังของฉือหางหลินกู๋หยู่มองไปทางอื่นอย่างเขินอาย ลดศีรษะลงช้าๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้ยินว่า"คือสิ่งที่ผู้หญิงต้องมาในทุกเดือน คือ... "
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดฉือหางก็ตระหนักได้ทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำ
"เอ่อ"ฉือหางหันหลังและเดินไปที่ประตู "ข้าจะไปเรียกพี่สะใภ้ใหญ่มาที่นี่"
เมื่อเขาเดินไปที่ประตู ฉือหางเดินโซเซเกือบจะสะดุดล้ม
หลินกู๋หยู่นั่งกระสับกระส่ายอยู่บนขอบเตียงคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงสวมเสื้อผ้า
พอซ่งซื่อมาถึง เห็นหลินกู๋หยู่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ข้างเตียงจึงรีบเดินไปหา
“น้องสะใภ้สาม” ซ่งซื่อถามอย่างเป็นห่วง ขณะที่นางนั่งลงด้านข้าง “เจ้าเป็นอะไรไปไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ซ่งซื่อเมื่อเห็นว่าฉือหางเดินไปที่เตาเพื่อต้มน้ำ จึงพูดเบาๆ ว่า "พี่สะใภ้ใหญ่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามีระดู ข้าควรทำอย่างไร?"
หลังจากได้ยินคำพูด ซ่งซื่อก็พินิจมองร่างของหลินกู๋หยู่ทันใดนั้นก็จำได้ว่าหลินกู๋หยู่แต่งงานก่อนที่นางจะเข้าพิธีปักปิ่น
สาวๆจากครอบครัวธรรมดาสามัญมักจะอยู่บ้านในช่วงเวลานี้ เมื่อเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ผู้เป็นมารดาจะสอนพวกนางอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรเจ้ามีฝ้ายหรือไม่ ถ้ามีก็ช่วยหาให้ข้าสักเล็กน้อย” ซ่งซื่อพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”
เห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในช่วงวัยรุ่น
หลินกู๋หยู่คิดอย่างเศร้าใจเดินไปที่กล่องอีกใบหนึ่งแล้วหยิบฝ้ายข้างในออกมา
“มีผ้าหรือไม่” ซ่งซื่อมองหลินกู๋หยู่อย่างสงสัย
หลินกู๋หยู่ยื่นผ้าขาวให้ซ่งซื่อด้วยใบหน้าแดงเถือก
“คืนนี้ข้าไม่มีเวลาแล้วไม่เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าหาขี้เถ้าไม้ เวลานี้ยัดฝ้ายเข้าไปเล็กน้อย” ซ่งซื่อพูดพลาง ตัดผ้าเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมอย่างชำนาญ ยัดฝ้ายเข้าไปด้านในปิดผนึกอย่างดี แล้วยื่นให้หลินกู๋หยู่ "เจ้าลองใส่ดู?"
หลินกู๋หยู่หยิบผ้าสำหรับใช้เมื่อมีประจำเดือนจากมือซ่งซื่อใบหน้าของนางน่าเกลียดเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ข้าจะช่วยเจ้าเตรียมขี้เถ้าไม้” ซ่งซื่อพูดด้วยรอยยิ้ม “เวลานี้ดึกมากแล้วเจ้าควรเข้านอนแต่หัวค่ำ เวลาสตรีมีระดู ห้ามทำอะไรอย่างอื่นละ”
หลินกู๋หยู่ก็เข้าใจทันทีว่าซ่งซื่อหมายความว่าห้ามไม่ให้นางกับฉือหางมีอะไรกันเช่นสามีภรรยา
หลินกู๋หยู่พยักหน้ากล่าวขอบคุณก่อนจะส่งซ่งซื่อออกไป
หลังจากส่งซ่งซื่อออกไปแล้วหลินกู๋หยู่ก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงสักพัก ก่อนจะปูผ้าปูที่นอนไว้ใต้ร่างของนางหนึ่งชั้นแล้วพับเป็นหลายๆ ชั้น
เสียงน้ำกระเซ็นลอดดังมาจากผ้าม่านหลินกู๋หยู่มองตามแหล่งที่มาของเสียงนั้น เห็นเงารูปร่างของฉือหางฉายอยู่บนผ้าม่าน
หลินกู๋หยู่หันศีรษะของนางไปทางอื่นทันทีทว่าในสมองของนางกลับนึกถึงรูปร่างของฉือหางอย่างไม่ได้ตั้งใจต้องยอมรับว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องหลายชั้นของเขานั้นไม่ธรรมดา เมื่อสัมผัสยังให้ความรู้สึกที่แตกต่าง
ส่วนของเตียงยุบลงหลินกู๋หยู่เฝ้าดูฉือหางทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง
"พักผ่อนกันเถอะ"หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ฉือหาง จากนั้นหดคอในผ้านวม
ฉือหางเป่าตะเกียงน้ำมันก๊าดข้างตัวเขาแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง
ทันทีที่ฉือหางนอนอยู่ใต้ผ้าห่มหลินกู๋หยู่รู้สึกว่าบริเวณโดยรอบร้อนมาก
"ห่มผ้าให้ดี"หลินกู๋หยู่พูดพลางเอื้อมมือดึงผ้านวมฝั่งตนเองไปทางฉือหาง
“ผ้านวมฝั่งนี้เพียงพอแล้ว” ฉือหางหันไปกอดหลินกู๋หยู่ไว้ในอ้อมแขนของเขา จากนั้นเอ่ยถามเบาๆ ว่า “เจ้าปวดท้องหรือไม่?”
"ดีขึ้นมากแล้ว"หลินกู๋หยู่หาวนอน นางแค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ไม่มีอาการอื่นแล้ว
“ข้านอนคนเดียวก็ได้แล้ว” หลินกู๋หยู่พูดพลาง เอื้อมมือไปผลักฉือหางออกไป “เจ้าทำเช่นนี้ ข้านอนไม่หลับ!”
"เดี๋ยวก็ชินเอง!"
......
เมื่อหลินกู๋หยู่ตื่นขึ้นด้วยความงุนงงในวันรุ่งขึ้นนางรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว ไม่อยากขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
“ข้าทำน้ำแกงเสร็จแล้วเจ้าจะล้างหน้าล้างตาก่อนหรือไม่?” ฉือหางเดินไปที่ข้างเตียงก้มศีรษะมองลงไปที่หลินกู๋หยู่
“อืม” ขณะที่หลินกู๋หยู่พูด นางก็ยกผ้านวมขึ้น และยื่นมือจะไปสวมเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ด้านข้าง
ฉือหางมองดูการเคลื่อนไหวของหลินกู๋หยู่ที่อ่อนแรงจึงช่วยนางใส่เสื้อผ้าให้
“เจ้าไม่ต้องออกไปแล้วเดี๋ยวข้าจะเอาถังไม้มาให้”
ก่อนที่หลินกู๋หยู่จะทันได้เอ่ยตอบฉือหางก็จากไปแล้ว
เมื่อหลินกู๋หยู่กลับมารู้สึกตัวอีกหนฉือหางก็เข้ามาพร้อมกับถังไม้
หลินกู๋หยู่ยิ้มเขินๆ สวมรองเท้าแล้วเดินไปยังด้านหน้าฉือหาง "ข้าไม่ได้ป่วยเสียหน่อยข้าออกไปล้างหน้าล้างตาเองได้"
อาจเป็นเพราะมีประจำเดือนหลินกู๋หยู่ถึงได้รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว ไม่มีร่องรอยของสีเลือดบนใบหน้าของนาง
“อืม” ฉือหางเอ่ยตอบ และตักน้ำร้อนจากหม้อ แล้วเทลงในถัง “เจ้าตรวจดูอุณหภูมิของน้ำดูก่อน”
หลินกู๋หยู่เดินไปด้านหน้าฉือหางอย่างเกียจคร้านเอื้อมมือไปแตะน้ำในถังไม้ “ยังพอได้”
หลังจากที่หลินกู๋หยู่บ้วนปากล้างหน้าล้างตาเสร็จ หลินกู๋หยู่ก็เรียกโต้ซาให้ตื่น และหลังจากชำระล้างแล้วก็นั่งลงที่โต๊ะและเตรียมที่จะรับประทานอาหาร
หลังจากทานเสร็จฉือหางก็ไปล้างจานอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเขากลับมาที่ห้องเขามองไปที่กองเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้ว "ข้าจะไปซักผ้าให้"
“ข้าจะซักผ้าเอง” หลินกู๋หยู่รีบคว้าแขนของฉือหาง ฝืนยิ้ม “เราเข้าเมืองกันเถอะซื้อของบางอย่าง แล้วไปส่งให้ท่านแม่ของข้าในวันพรุ่งนี้”
“เปลี่ยนเป็นวันอื่นดีหรือไม่?” ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้สุขภาพเจ้าไม่ค่อยดี”
"ไม่เป็นไร"หลินกู๋หยู่คิดจริงๆ ว่าตราบใดที่นางไม่โดนน้ำเย็น ก็จะไม่มีปัญหาร้ายแรงไม่จำเป็นต้องระมัดระวังเหมือนที่ฉือหางกำลังระมัดระวังอยู่ตอนนี้
ฉือหางไม่เคยเต็มใจที่จะปฏิเสธคำพูดของหลินกู๋หยู่ดังนั้นเขาจึงตรงไปที่บ้านสกุลหวังเพื่อยืมเกวียนลาโดยบอกว่าเขาต้องการขับเกวียนลาเข้าเมือง เช่นนี้การเดินทางจะสะดวกมาก
เมื่อหลินกู๋หยู่จับมือของโต้ซายืนอยู่ที่ประตูมองไปที่สัตว์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเต็มปาก
“เดินไปก็ได้” หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองฉือหาง “มันไม่ได้ไกลเกินไปนัก”
ฉือหางอุ้มโต้ซาวางลงบนเกวียนลาเอื้อมมือไปตบศีรษะของโต้ซา จากนั้นหันศีรษะไปมองหลินกู๋หยู่ "ขากลับข้าจะไปเอาอ่างอาบน้ำกลับมาด้วย"
“ทำเสร็จแล้วหรือ?” หลินกู๋หยู่มองไปที่ฉือหางอย่างมีความสุขจากนั้นเดินไปที่ด้านข้างเกวียนลา และนั่งที่มุมด้านหน้า “เพิ่งสั่งทำไม่ใช่หรือ?”
ฉือหางช่วยพยุงหลินกู๋หยู่นั่งลงอย่างมั่นคงแล้วเริ่มขับเกวียน
"ตอนที่ข้าไปพวกเขากำลังทำพอดี บอกว่าจะทำเพื่อเป็นตัวอย่าง" ฉือหางพูดอย่างสงบเสงี่ยมหันศีรษะไปมองหลินกู๋หยู่ที่อยู่ข้างๆ
เมื่อพวกเขามาถึงในเมืองหลินกู๋หยู่ซื้อผ้าให้จ้าวซื่อและหลินเสี่ยวหาน ด้วยคำแนะนำของหลินกู๋หยู่ฉือหางซื้อผ้าให้โจวซื่อด้วยเช่นกัน
"เถ้าแก่เอาฝ้ายสี่จิน" ฉือหางกล่าวพลางชี้ไปที่ฝ้ายใหม่ข้างๆ เขาอย่างจริงจัง
หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยลงจากเกวียนลา มองไปที่ฉือหางอย่างสงสัย "ทำไมต้องซื้อฝ้ายด้วยพวกเราไม่ใช้ฝ้ายเสียหน่อย"
“เจ้าต้องใช้มัน” ฉือหางพูดเสียงราบเรียบ ชี้ไปที่ผ้าฝ้ายชั้นดีข้างๆ เขา “เอาผ้าฝ้ายจำนวนหกฉื่ออีกหนึ่งผืน”
เมื่อเห็นเถ้าแก่รีบชั่งวัดขนาดผ้าฝ้ายใบหน้าของหลินกู๋หยู่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาจะให้นางทำอันนั้น?
จากนั้นก็ขับเกวียนลาไปที่โรงทำอ่างไม้
ช่างไม้ในหมู่บ้านมีร้านค้าอยู่ในเมืองและจัดวางผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไว้ในร้าน
ฉือหางออกมาจากร้านพร้อมกับอ่างอาบน้ำไม้ในอ้อมแขนด้วยความช่วยเหลือจากเสี่ยวเอ้อในร้าน อ่างไม้ถูกมัดไว้กับเกวียนลา
อ่างถูกคว่ำลงบนเกวียนลาและโต้ซานอนคว่ำข้างๆ อ่างไม้ มือเล็กๆ ลูบคลำไปรอบๆ อ่างไม้
"ใช่แล้ว อีกเดี๋ยวเราไปซื้อไก่หนึ่งตัว"ฉือหางพูดขณะจับเกวียนลา "ที่บ้านมีไข่ไม่มากนัก ดังนั้นระหว่างทางซื้อไข่กลับไปด้วย"
หลินกู๋หยู่นั่งอยู่ด้านหน้าเกวียนลาขาทั้งสองข้างของนางห้อยเล็กน้อย ฉีกยิ้มมองไปที่ฉือหาง"ซื้อเส้นบะหมี่กลับไปด้วย จะได้ไม่ต้องออกมาในเมืองฤดูหนาว"
"ตกลง"ฉือหางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม ดึงเกวียนลาเดินไปด้านข้าง"เจ้าคิดดูก่อนว่าจะซื้ออะไรเพิ่มอีก เราจะได้ซื้อกลับไปจะได้ไม่ต้องเข้าเมืองในภายหลังแล้ว"
“ไม่มีแล้ว” หลินกู๋หยู่คิดว่ายังอีกนานกว่าจะถึงวันเทศกาลปีใหม่ “ไม่มีแล้ว เรากลับกันเถอะ”
ทันทีที่ฉือหางลากเกวียนลาไปที่ประตูเมืองจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดจากด้านหลัง
“คนสกุลฉือ!”
ฉือหางที่กำลังลากเกวียนลาหยุดชั่วคราวขมวดคิ้วเล็กน้อย มองตามแหล่งเสียงข้างหลัง
เจียงโหรวนำซิ่งฮวาเดินมาจากด้านหลังด้วยความโกรธขึ้งชี้ไปที่ปลายจมูกของฉือหาง พูดอย่างเกรี้ยวกราดโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์"ข้าเรียกเจ้ากี่ครั้งแล้ว เจ้ามีหูหรือไม่ ทำไมถึงไม่ได้ยินที่ข้าเรียก?"
หลินกู๋หยู่ค่อยๆ เลื่อนลงจากเกวียนลา นางเดินไปหาฉือหาง
“ไม่เป็นไร” ฉือหางพูดเสียงเบา ปกป้องหลินกู๋หยู่ที่อยู่ข้างหลังเขา
เมื่อดวงตาของเจียงโหรวสบเข้ากับใบหน้าของหลินกู๋หยู่คิ้วของนางก็ขมวดแน่น ความเบื่อหน่ายในดวงตาของนางนั้นฉายชัดเจนมาก นางชี้นิ้วมือไปที่หลินกู๋หยู่และมองไปที่ฉือหางซึ่งอยู่ด้านข้างอย่างแปลกพิกล "นางคือใครหรือ?"
ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อย"นางเป็นภรรยาของข้า"
ยิ่งเจียงโหรวมองไปที่หลินกู๋หยู่มากเท่าไรนางก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้นเท่านั้น พลันนางพุ่งเข้าหาหลินกู๋หยู่อย่างรวดเร็วประหนึ่งปีศาจ
มักจะมีคนประเภทหนึ่งอยู่เสมอ ที่แม้จะกำลังโกรธก็ยังคงงดงามหาที่เปรียบไม่ได้ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะมอง
ซิ่งฮวาโน้มตัวเข้าใกล้ใบหูของเจียงโหรวกระซิบเสียงเบาสองสามคำ
เจียงโหรวหายใจเข้าลึกๆผ่อนคลายสีหน้าของนาง เงยหน้าขึ้นมองฉือหางที่อยู่ด้านข้าง มุมปากของนางค่อยๆยกขึ้นอย่างช้าๆ น้ำเสียงของนางก็นุ่มนวลต่อหัวใจ "คุณชายฉือไม่ทราบว่าท่านมีเวลาไปบนภูเขาหรือไม่?”
ก่อนที่ฉือหางจะพูดเจียงโหรวก็เอามือไพล่หลัง ร่างกายสายไปมาเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองฉือหางอย่างแผ่วเบาแล้วพูดต่อว่า "แน่นอนว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าไปโดยเปล่าประโยชน์เจ้าต้องการเงินเท่าไร เจ้าพูดมาเลย!"