ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 3 โกดังสินค้าก็ตามมาด้วย

            เซี่ยโม่ในเวลานี้รู้สึกหิวเหลือเกินทั้งยังปวดหัวตุบๆ

            เธอคิดอย่างโง่งมว่าหากโกดังสินค้าเครือซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอตามกลับมาเกิดใหม่ด้วยจริงคงจะดีไม่น้อย

            ต่อมาเธอบอกกับตัวเองว่าให้เลิกฝันได้แล้วกลับมาสู่โลกแห่งความจริงซะ

            บรรดาขนมตรงหน้าก็ช่างล่อตาล่อใจเหลือเกินเธอยื่นมือไปหยิบลูกอมนมมาสองเม็ด

            ทันใดนั้นเองเสียงปู๊น…ดังแว่วมาแต่ไกล

            เธอหันไปมองตามเสียงที่แท้รถไฟขบวนหนึ่งกำลังจะเข้ามาจอดเทียบสถานี

            คำนวณจากเวลาที่เข้ามาเทียบสถานีน่าจะเป็๲ขบวนที่พี่ซ่งพูดถึงก่อนหน้านี้

            ทำไมพี่ซ่งถึงยังไม่กลับมาสักทีนะเธอมองไปยังทางเข้าเพื่อขึ้นรถไฟก็ไม่มี

            เซี่ยโม่หันหน้ากลับมาสายตาเลื่อนไปเห็นอะไรบางอย่างเข้านี่มันลูกอมจากโกดังสินค้าของเธอเมื่อชาติที่แล้วนี่เมื่อครู่ยื่นมือไปหยิบมาสองเม็ด ทำไมตอนนี้มันถึงมาอยู่ในมือเธอได้?

            หรือว่า…

            ความคิดอันน่าตกตะลึงปรากฏในสมองหรือว่า…โกดังสินค้าก็ตามเธอมาเกิดใหม่ด้วย?

            เธอไม่อยากเชื่อกับเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นลองนึกภาพโกดังสินค้าในสมองอีกครั้ง เธอเดินเข้าไปในโกดัง หยิบลูกอมมาสองเม็ดแล้วพอเธอกลับมาสู่โลกปัจจุบัน มองไปที่มือของตัวเอง พบว่าในมือมีลูกอมสี่เม็ด!

            มันคือเ๱ื่๵๹จริง?

            เธอแกะห่อลูกอมหนึ่งเม็ดก่อนจะป้อนใส่ปากน้องชาย

            น้องชายตาโตด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับเอ่ยว่า“พี่สาว อร่อยจังเลย”

            เธอแกะอีกห่อแล้วโยนใส่ปากตัวเองลูกอมมีรสหวานของนม

            โกดังสินค้าตามเธอมาเกิดใหม่จริงๆด้วย…

            เวลานี้เธอรู้สึกขอบคุณคนบนฟ้าที่เมตตาเธอและขอบคุณมารดาที่ปกป้องคุ้มครองเธอเหลือเกิน

            นี่คือโกดังสินค้าเครือซูเปอร์มาร์เก็ตของเธอมีสินค้าหลากหลายชนิด มีของใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย รวมถึงพวกข้าวสาร ธัญพืชน้ำมัน และยาต่างๆ

            เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้เลยรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็๞ของขาดแคลน

            ความดีใจเข้ามายึดพื้นที่ในสมองเธอยิ้มอย่างโง่งมกับตัวเอง เมื่อครู่แค่นึกภาพตัวเองกำลังเดินในโกดังเก็บสินค้าแต่ไม่รู้ว่าเธอสามารถเข้าไปในโกดังเก็บสินค้าได้จริงหรือไม่วันหลังคงต้องหาโอกาสลองดู

            “พี่…”

            ครั้นได้ยินเสียงเรียกของน้องชายเธอหันไปมอง พบว่าน้องชายกำลังมองมาด้วยสายตากังวล สงสัยและร้อนใจ

            เธอเลื่อนสายตาไปมองรอบบริเวณด้านหลังมีกระดานดำจึงไม่มีใครให้ความสนใจเธอกับน้อง

            เซี่ยโม่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแท้จริงแล้วเธอกำลังนึกภาพตัวเองหยิบกระดาษทิชชูจากในโกดังสินค้าต่างหากแล้วก็น้ำเปล่าอีกหนึ่งขวด

            เธอกับน้องชายดื่มน้ำเพื่อดับกระหายคอที่แห้งผากถึงค่อยดีขึ้น

            เธอเทน้ำใส่กระดาษทิชชูก่อนจะค่อยๆ เช็ดไปบนใบหน้าของน้องชายอย่างเบามือ

            เซี่ยเฉินเฟิงมองหน้าพี่สาวเดี๋ยวให้กินลูกอม เดี๋ยวเช็ดหน้าให้ เดี๋ยวให้ดื่มน้ำ

            เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ก็ไม่ปาน

            ทำไมจู่ๆพี่สาวถึงเอาลูกอมให้เขากิน กระดาษทิชชูที่ใช้เช็ดหน้าให้ก็ทั้งนุ่มทั้งสะอาดเขาไม่เคยเห็นพี่สาวใช้มันมาก่อนเลย

            น้ำที่ให้ดื่มก็สะอาดมากทั้งขวดยังใสจนสามารถมองทะลุได้

            แต่เขาไม่ได้ถามออกไปเก็บคำถามเหล่านี้เอาไว้ในใจเหมือนที่ผ่านมา

            ปกติพี่สาวยุ่งมากหากไม่ไปเรียนก็ซักผ้าทำความสะอาดบ้าน ไม่เช่นนั้นก็ต้องขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตักน้ำและเก็บฟืน

            เขาจึงไม่กล้าสร้างความลำบากให้พี่สาวเพิ่มอีกได้แต่คอยเดินตามอย่างเงียบๆ

            กระทั่งแม่เลี้ยงไม่ยอมให้เขากินข้าวเขาก็ไม่กล้าบอกพี่สาว เพราะกลัวแม่เลี้ยงจะรังแกพี่สาวให้อดข้าวเหมือนตัวเอง

            เซี่ยโม่เช็ดหน้าให้น้องชายจนสะอาดเอี่ยมเสร็จแล้วค่อยนึกถึงตัวเองใช้ส่วนสะอาดที่ยังคงเหลืออยู่บนกระดาษทิชชูเช็ดใบหน้าให้ตัวเองบ้าง

            จากนั้นค่อยเอามือลงมองกระดาษทิชชูที่อยู่ในมือ สกปรกเหลือเกิน!

            เธอนำกระดาษทิชชูและขวดน้ำที่เหลือแต่ขวดเปล่าใส่ในกระเป๋าซึ่งความจริงแล้วเธอเอามันไปไว้ในโกดังสินค้า

            เวลานี้เองที่เธอนึกอะไรขึ้นมาได้เอ่ยถามออกไปว่า “เฉินเฟิง ใครเป็๲คนพาเรามาที่สถานีรถไฟ”

            “หลานของแม่เลี้ยงครับเขาบอกว่าจะพาผมมาหาพี่”

            “หวางหมาจื่อ?”

            “ใช่ครับ!”

            “แล้วขึ้นรถไฟได้ยังไง”

            “เขาพาผมเดินอ้อมไปไกลมากบอกว่าพี่อยู่บนรถไฟ แล้วก็สั่งไม่ให้ผมพูด พอผมพูดเขาก็ตีผม ผมเจ็บมากเลย…”

            เธอเข้าใจเ๱ื่๵๹ราวทุกอย่างแล้วแม่เลี้ยงต้องเป็๲คนสั่งให้หวางหมาจื่อพาน้องชายเธอไปทิ้งไว้บนรถไฟอย่างแน่นอน

            มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ได้ดีมากมีโจรร้อยวัน แต่ไม่มีทางป้องกันโจรได้ทั้งร้อยวัน

            แม่เลี้ยงให้หลานชายนำน้องชายเธอมาทิ้งแล้วครั้งหนึ่งใครจะรู้ว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก

            ตอนนี้คือฤดูร้อนขนาดเธอไม่ต้องไปเรียน แม่เลี้ยงยังหาโอกาสให้คนพาน้องชายเธอไปทิ้งได้แล้วถ้าต่อไปเธอต้องไปเรียนล่ะหากดอกบัวขาวคนนั้นคิดอยากจะทำอะไรกับน้องชายเธอคงยิ่งสะดวก

            ดังนั้นจะกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกไม่ได้เด็ดขาด!

            ใช่แล้วเธอกับน้องไปอยู่ที่บ้านคุณตาคุณยายก็ได้นี่

            เธอจำได้ดีว่าแม้ท่านทั้งสองจะมีฐานะยากจน แต่ก็ดีกับพวกเธอสองพี่น้องมาก

            เวลามีของกินอะไรอร่อยๆก็มักจะแอบเอามาให้พวกเธอเสมอ

            ท่านทั้งสองไม่มีญาติที่ไหนมีแค่ลูกชายอีกคนหรือก็คือคุณลุงของเธอแค่คนเดียวท่านเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน

            ความจริงแล้วคุณลุงยังไม่เสียชีวิตท่านเคยไปเรียนที่เมืองอื่น ภายหลังกลับมาโดนคำวิจารณ์คุณลุงทนไม่ได้จึงหนีไป

            ปีนี้คือปี1975 สามปีหลังจากนี้คุณลุงจะกลับมาตามหาญาติ พอรู้ว่าบิดามารดาเสียชีวิตจึงออกตามหาหลานสาวคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็คือเธอ

            ชาติที่แล้วเป็๞เพราะมีคุณลุงคอยช่วยเหลือเธอจึงสามารถสร้างเครือซูเปอร์มาร์เก็ตได้สำเร็จบุญคุณนี้เธอยังไม่ได้ตอบแทนท่านเลย

            เช่นนั้นเธอกับน้องจะช่วยดูแลคุณตาคุณยายเพื่อเป็๲การตอบแทนคุณลุงก็แล้วกันโกดังสินค้าตามเธอกลับมาเกิดใหม่ด้วย เธอจะทำให้ท่านทั้งสองมีชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อรอคุณลุงที่จะกลับมาในอีกสามปีข้างหน้า

            ชาติที่แล้วพอรู้ว่าน้องชายหายตัวไปคุณตาคุณยายเสียใจมาก

            ตอนนั้นหลังจากแม่เลี้ยงแต่งเข้ามาท่านทั้งสองเคยไปหาพ่อของเธอด้วย เพราะ๻้๵๹๠า๱รับหลานทั้งสองไปเลี้ยงดูแต่พ่อของเธอกลับไม่ยอมบอกว่าจะปล่อยให้คนในสกุลเซี่ยไปอยู่ที่อื่นได้อย่างไร

            เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเ๶็๞๰ายอมเอาลูกไปทิ้งดีกว่ายอมให้ตากับยายแท้ๆ เอาไปเลี้ยงอย่างนั้นหรือช่างเป็๞บิดาที่…

            ปู๊นนนรถไฟเข้ามาเทียบที่สถานีแล้ว

            เซี่ยโม่ลุกขึ้นยืนชะเง้อมองตรงประตูทางเข้าขึ้นรถไฟในที่สุดเธอก็เห็นคนผู้หนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางนี้

            คนคนนั้นคือซ่งมู่ไป๋เขาถือถุงพลาสติกใบหนึ่ง เป็๲เพราะวิ่งมาที่หน้าผากจึงมีเหงื่อซึม

            เซี่ยโม่จับมือน้องชายใช้สายตาขอบคุณมองต้อนรับเขาที่กำลังวิ่งมา

            ซ่งมู่ไป๋มีใบหน้าดุดันแบบอันธพาลแต่พอวิ่งมาถึงสองพี่น้อง เขาเก็บสีหน้าดุดัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีว่า“รอนานเลยใช่ไหม ฉันมัวแต่ไปหาคนที่จะช่วยให้พวกเราขึ้นรถไฟได้ พวกเราไปกันเถอะ”

            เขาเดินนำออกไปหลังเอ่ยจบ

            เซี่ยโม่จูงมือน้องชายเดินตามทั้งสามคนตรงไปยังประตูทางเข้าขึ้นรถไฟ

            เวลานี้ผู้โดยสารขึ้นไปบนรถไฟเกือบหมดแล้วมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่กำลังรีบวิ่งมา

            ซ่งมู่ไป๋เดินตรงไปยังเ๽้าหน้าที่จุดตรวจตั๋วยื่นบัตรประจำตัวพลางพูดสองสามประโยคไม่เพียงแค่นั้นยังล้วงหยิบบุหรี่ยี่ห้อต้าเฉียนเหมินออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้อีกฝ่ายด้วย

            เ๯้าหน้าที่เดิมทีมีสีหน้าราบเรียบถึงค่อยเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มจากนั้นก็พยักหน้า

            เซี่ยโม่เข้าใจในทันทีเ๽้าหน้าที่คนนี้รู้จักพี่ซ่ง แม้จะทำงานที่สถานีรถไฟเหมือนกันแต่เพราะ๻้๵๹๠า๱พาคนสองคนขึ้นรถไฟไปด้วย ย่อมต้องมีสินบนให้สักเล็กน้อย

            หนี้น้ำใจครั้งนี้เธอจำเอาไว้แล้ว

            เธอจำได้แม่นว่าภายในโกดังสินค้ามีบุหรี่ยี่ห้อนี้อยู่ไม่น้อย ไว้มีโอกาสเธอค่อยลองหาดู

            บุหรี่ยี่ห้อนี้ราคา0.48 หยวน เธอจำได้ว่าเวลาที่มีแขกมาที่บ้านแม่เลี้ยงจะให้เงินเธอเพื่อไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อนี้มาส่วนที่เหลืออีกสองเหมาเอาไว้ให้เธอซื้อขนมกิน

            พอพี่สาวต่างมารดาเซี่ยอวิ๋นทราบเ๱ื่๵๹นี้ก็โวยวายแต่กลับถูกแม่เลี้ยงหวางลี่ลี่ต่อว่ายกใหญ่

            เซี่ยอวิ๋นถึงกับร้องไห้เพราะเ๹ื่๪๫นี้อยู่นาน

            เมื่อบิดาทราบเ๱ื่๵๹นี้ก็ชี้หน้าด่าเธอ“โม่โม่ แกดูพี่สาวแก เขาน้อยใจหมดแล้ว ทำไมแกถึงไม่รู้ความเอาซะเลยไม่รู้จักแบ่งให้พี่สาวแกบ้าง”

            แม่เลี้ยงช่วยพูดแทนเธอ“เป็๞เซี่ยอวิ๋นต่างหากที่ไม่รู้ความ แกเป็๞พี่สาวมีอย่างที่ไหนไปแย่งเงินกับน้องสาว คุณว่าโม่โม่แบบนี้ได้ยังไง แกยังเด็ก…”

            ฉากละครประมาณนี้มักจะเกิดขึ้นในบ้านบ่อยๆ

            ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าบิดาลำเอียงมีแต่แม่เลี้ยงที่ปกป้องและเข้าข้างเธอ

            ใจเธอจึงเอนเอียงไปทางแม่เลี้ยงถึงได้เชื่อคำพูดทุกอย่างของแม่ดอกบัวขาวดอกนี้สนิทใจ