7
-ร่วมโต๊ะ-
เป็ครั้งแรกเลยล่ะครับที่ผมได้เห็นห้องทานอาหารที่กว้างได้ขนาดนี้ แถมท่าทางจะมีราคาแพง มุมห้องประดับด้วยแจกันดอกไม้กับเครื่องหอมส่งกลิ่นแสบจมูก บนเพดานประดับด้วยแชนเดอเลียขนาดใหญ่ แล้วรอบห้องนี้ก็ประดับตกแต่งด้วยศิลปะและการแกะสลักชั้นสูง ดูหรูหราสุดๆไปเลย อันที่จริงแล้วผมควรจะตื่นเต้นั้แ่หน้าบ้านยันทางเดินแล้วล่ะ แต่พอดูแบบนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมว่ารสนิยมเ้าของบ้านดีมาก ถึงจะแสบตาไปหน่อยก็เถอะ ก็ไม่มีจุดไหนที่มันมืดเลยแถมแสงไฟยังส่องสว่างกระทบของประดับพวกนี้อีก
ไม่ใช่ว่าเ้านายที่ผ่านมาของผมจะไม่มีอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่นี่เป็ครั้งแรกที่มีโอกาสเข้ามาเห็นด้วยสองตาตัวเองแบบชัดๆ
มีหลายคนในชุดดำกับชุดสาวใช้แบบเดียวกับเรนนี่ส่งสายตามองมาที่ผมหลายครั้ง บางคนถึงกับหันไปกระซิบกระซาบใส่กัน
“นั่นใครน่ะ”
“สัตว์เลี้ยงของคุณเกวนไง”
“ตายแล้ว ให้เข้ามาได้ยังไง”
“นั่นสิ...”
ก็นะครับ หูของผมมันดีเกินไปหน่อย แต่ระหว่างบทสนทนาที่ไม่เข้าใจความหมายกับของสวยๆงามๆ ผมเลือกอย่างหลังจะสบายใจกว่า
ผมจ้องมองไปโดยรอบอย่างตื่นตาตื่นใจ จนถูกเรนนี่สั่งให้สำรวมกว่านี้
โต๊ะทานอาหารเป็โต๊ะยาว ที่ตอนนี้มีคนนั่งประจำที่อยู่แล้วห้าคน ออเดรย์นั่งข้างโยชิ ฝั่งตรงข้ามเป็แซนดร้านั่งข้างกับเกวน ส่วนหัวโต๊ะเป็หญิงชราที่ผมเจอหน้าเป็ครั้งแรก ...จะเรียกว่าชราก็ดูจะเยอะไปหน่อย เพราะเธอยังมีเค้าโครงของความแข็งแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไม่ทำให้หมดความสง่าราศีเลย แถมแววตายังคงสดใสบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีแถมดูอ่อนโยนใจดี บรรยากาศดูคุ้นเคยชวนให้อยากเข้าใกล้ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้นะครับ
แบบที่มีแต่คนจ้อง แล้วมีสายตาเหยียดๆของแซนดร้าลอยมาปะทะน่ะนะ
“ไรเซล มานี่ตรงนี้” เกวนเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ข้างตัวเองให้
“คุณเกวนคะ จะดีเหรอที่ให้มันไปนั่งข้างๆคุณน่ะ” หญิงสาวหนึ่งเดียวบนโต๊ะพูดขึ้นทันที
โยชิผิวปากหวือ เรียกให้แซนดร้าหันไปมองเขม็ง “เห ฉันไม่เห็นนะว่าหมาน้อยจะนั่งไม่ได้น่ะ เขาต่างกับเธอตรงไหนไม่ทราบ”
“นาย...”
ผมเดินไปนั่งข้างเกวนโดยไม่สนใจเสียงของแซนดร้าที่แทบร้องอุทานออกมา
พูดก็พูดเถอะ สัตว์เลี้ยงนอกจากเ้านายแล้วหากไม่เฟรนลี่หรือเชื่องจริงๆจะไม่สนใจคนนอกหรอกนะครับ
แล้วบังเอิญว่าผมมันไม่เชื่องเสียด้วยสิ
“ออเดรย์อยากให้ไรจังมานั่งทานข้าวด้วยกันเองค่ะ แล้วอีกอย่างนะบ้านเราหากมีสมาชิกใหม่ก็ต้องมาร่วมทานอาหารด้วยกันค่ะ” เด็กหญิงพูดเสียงใส แต่มันทำให้คนฟังหน้าเจื่อน
“ออเดรย์น่ารักจริงๆ เอ้า หลานเ้าของบ้านพูดแบบนี้แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรนะครับ ป่ะ กินข้าวๆ”
“นั่นสินะ ถ้าเกวนเขารับรองก็ไม่อยากพูดอะไรให้ขัดใจ แซนดร้าก็อย่าคิดมากนะ” เสียงอ่อนโยนดังมาจากหญิงชราที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะ
“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าคุณยายพูดแบบนั้น” แซนดร้ายอมความ แต่ไม่วายยังส่งสายตาไม่เป็มิตรให้กับคู่กรณีที่หันไปตักข้าวให้ออเดรย์โดยไม่สนใจเธออีก
ท่าทางสนิทสนมนั้นทำให้ผมพอเข้าใจได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงไม่ใช่แค่ระดับเ้านายและลูกน้องตามปกติ
คุณยาย...งั้นเธอคนนี้คงเป็เ้าของบ้าน คุณโรนา เมธินเนียร์ ที่วางมือจากธุรกิจไปแล้วส่งต่อให้กับหลานชาย แต่อำนาจหลักๆยังคงตกอยู่ที่เธออยู่ดี
ผมรู้สึกตัวเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย...น้อยจริงๆ เพราะเทียบกันแล้วรังสีคุกคามของเกวนยังรุนแรงมากกว่า
แต่โรนา เมธินเนียร์ สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดคือเธอเป็ผู้ก่อตั้งสถานกักกัน รวมถึงสถานที่กำจัดสัตว์กลายพันธุ์ที่ไม่เป็ที่้าทั้งหมดก่อนปล่อยขายแล้วหันมาเอาดีด้านตลาดหุ้นแทน เป็ที่หวาดกลัวและเคียดแค้นของสัตว์กลายพันธุ์ทั่วไป
อื้ม...อันที่จริงผมก็เพิ่งคิดได้เอง ว่าเกวนก็คือลูกหลานของเธอคนนี้
ดูเหมือนว่าเป็ความบังเอิญอย่างน่ากลัว
“บ้านหลังนี้มีคุณเอลลี่ก็พอแล้วล่ะ แต่ฉันไม่รังเกียจสัตว์กลายพันธุ์จนถึงขนาดต้องให้อยู่ระดับต่ำกว่าคนใช้ในบ้านหรอกนะ...ชื่อไรเซลใช่มั้ย”
“ใช่ครับ” เกวนเป็คนตอบแทน
“ยายไม่เคยบอกให้หลานตั้งชื่อพิลึกแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
“อุ๊บ...แค่กๆๆ” โยชิถึงกับสำลักน้ำออกมา ใบหน้าดูก็รู้ว่ากำลังกลั้นขำสุดชีวิต
ชายหนุ่มกระแอมกระไอเล็กน้อย ส่งสายตาให้เพื่อนจอมปากมากหุบปากสักสิบวินาที “มันเป็ชื่อที่ติดอยู่กับเอกสารของสถานกักกันครับ”
“ไม่ดีเลยนะ เพราะถ้าเอามาแล้ว ตัวอื่นๆที่อยู่ในนั้นก็น่าสงสารแย่”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบ ก่อนที่โรนาจะพูดเปลี่ยนเื่
“จิ้งจอกหิมะสินะ สวยงามจริงๆ เพื่อนของยายก็มีแต่คนเลี้ยงไว้ประดับบ้าน บ้านเรามีบ้างสักตัวก็ไม่เสียหายสินะ ฮะๆ...มาหาฉันก่อนมา”
ผมหันไปมองเกวนที่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินไปหาหญิงชราที่เอื้อมมือมาหา ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีรถเข็นถูกพับไว้ข้างเก้าอี้ที่อีกฝ่ายนั่ง
ผมนั่งคุกเข่าลงแล้วยอมให้มือที่เหี่ยวย่นจากการผ่าน่เวลามานานนั้นััแต่โดยดี รู้สึกขนลุกเล็กน้อยเมื่อถูกมือวางไว้บนหัวก่อนลูบเส้นผมไปมา แถมยังเชยคางของผมขึ้นสบกับแววตาที่ดูเศร้าสร้อยคู่นั้น
ถึงจะไม่ได้นุ่มนิ่มชวนเคลิมเคลิ้ม แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจอย่างน่าประหลาดแล้วผมไม่รู้สึกเลยว่าคนตรงหน้าเป็พวกน่ากลัว
น่าแปลกที่เธอคนนี้ผิดกับที่ทุกคนพูดกัน บางทีเวลามันคงยาวนานจนตัวตนของเธอเปลี่ยนไปแล้ว
“หมายความว่าคุณยายไม่ว่าอะไรสินะครับ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นแ่เบาแทนคำตอบ ก่อนที่มือที่จับตัวผมอยู่นั้นจะยอมปล่อยให้ผมกลับไปนั่งที่เดิม “นั่นสินะ ไม่ทำความเดือดร้อนก็พอแล้ว หลานเลี้ยงได้ตามใจได้เลย แต่ในฐานะมนุษย์คงรู้ใช่มั้ย...” เสียงของโรนาเปลี่ยนไปในประโยคสุดท้าย ทว่าเมื่อผมจ้องมองเธอตรงๆก็พบแต่เพียงความเศร้าเบาบาง
“ผมเข้าใจดีครับ” ชายหนุ่มหลุบตาลง “ตอนนี้ผมกำลังสืบข่าวของเขาอยู่...จะพยายามครับ” น้ำเสียงของเกวนดูไม่มั่นใจเป็ครั้งแรก
“อื้ม ยายเข้าใจว่าต้องใช้เวลานะ...เสียดายที่ตัดสินใจช้าไปจนเกิดเื่แบบนี้”
“ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอกครับ” โยชิชิงพูดขึ้น
“หึๆ จะรู้ว่าถูกหรือผิดก็ต่อเมื่อตัดสินใจไปแล้วนี่นะ” โรนาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน เป็เวลาเดียวกับที่อาหารเย็นจะถูกเสริฟไว้บนโต๊ะ “ช่างเถอะ ทานอาหารให้อร่อยกันจะดีกว่า”
ไก่อบสมุนไพรทั้งตัวส่งกลิ่นหอมฉุย สลัดทูน่ากับผัดผัก และน้ำแกงใส่เนื้อกับผักถูกเคี่ยวจนส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ดูแล้วคงเป็อาหารที่น่าอร่อยแต่เพราะทุกอย่างมีผักเข้ามาร่วมด้วย ทำให้คนไม่ชอบก็เริ่มจะหาเื่ไม่กินมันตามนิสัย
“ไรเซล อันนี้อร่อยมากเลยนะ”
“อันนี้ด้วย”
“อันนี้”
“ออเดรย์ อย่ารีบร้อนสิ” เกวนปรามเสียงดุเมื่อน้องสาวของตนเอาแต่ตักอาหารให้กับจิ้งจอกที่ดูจะงุนงงกับของที่อยู่ตรงหน้า
“ก็ไรเซลผอมจะตาย ต้องกินเยอะๆสิคะ”
“พูดไม่ได้ก็ลำบากหน่อยนะไรเซล หลานฉันก็ซนแบบนี้แหละ” โรนาพูดขึ้นมาด้วยควาขบขัน เพราะบนจานมีแต่ผักเต็มไปหมด ชี้ชัดเลยว่าเด็กหญิงทำไมถึงได้ดูเอาใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่นัก
“คุณยายอ่ะ” ออเดรย์หันไปท้วงคุณยายของเธอที่ตักผักลงบนจานข้าวให้
ผมมองผักสีเขียวอย่างชั่งใจเล็กๆ แล้วใช้ช้อนส้อมจิ้มเข้าปากแล้วเบ้หน้า นึกอยากแหวะออกมาแต่ทำไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องกลั้นใจกลืนมันเข้าไป
ขม... ถึงจะสามารถทานอะไรพวกนี้ได้แต่ก็ไม่ถูกปากจริงๆนั่นล่ะ
“คุณเกวนคะ ทานข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเย็นหมดนะ” แซนดร้าพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเกวนเอาแต่มองจิ้งจอกที่พยายามจะกินผักที่น้องตัวเองผักให้ จนอีกฝ่ายได้สติกลับมา
“อืม”
ผมเหลือบมองท่าทางของแซนดร้าที่ถึงจะดูเป็คนตรงๆไปบ้าง แต่กับเกวนหรือโรนา เ้าหล่อนกลับมีกิริยาที่นุ่มนวลและสุภาพผิดกับที่ผมเจอลิบลับ
สรุปว่าแซนดร้าไม่ใช่มุนษย์กิ้งก่ามาจากไหนหรอกครับ
เธอเป็ประเภทที่ไม่กล้าแสดงอารมณ์ที่แท้จริงกับคนที่้ารักษาหน้าเท่านั้นเอง
โรนารับฟังประวัติของผมคร่าวๆ (โยชิเล่า) อย่างสนใจ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยยามมองผมอีกครั้ง ท่าทางเหมือนกำลังสงสาร เป็สีหน้าที่ผมนึกแปลกใจเมื่อคิดว่ามันเป็ใบหน้าของผู้ก่อตั้งสถานกักกันขึ้นมา ในเมื่อส่วนใหญ่เป็พวกชั้นสูงที่ไม่ยอมรับสิ่งที่ผิดปกติเข้ามาร่วมบทบาทเทียบเท่าทางสังคม
“ถ้าคุณยาย้าให้มัน...้าให้ไรเซลมาทานข้าวร่วมโต๊ะด้วย ไม่ใช่ว่าคุณยายต้องทำจานสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้หรอกหรือคะ”
“หนูคิดแบบนั้นเหรอ?” โรนาพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ ส่วนอีกสามคนที่เหลือพากันจ้องเขม็ง
เอ๋ จานแยกเหรอ ก็ไม่เลวหรอกนะ ถ้าอาหารอร่อยน่ะครับ...คิดแล้วก็ตักเนื้อเข้าปากอีกคำ
“ใช่ค่ะ เพราะมันอาจจะนำเชื้อโรคมาติดพวกเราก็ได้นะคะ”
“ไม่เห็นเป็ไรนี่ คิดว่าสัตว์มันไม่รักความสะอาดบ้างเหรอ”
“คนนอกไม่ต้องมาสอดย่ะ” แซนดร้าพูดใส่โยชิแล้วหันไปขอความเห็นกับเ้าของบ้านแทน “คุณยายคิดว่ายังไงคะ”
“อื้ม...นั่นสินะ ทำจานแยกไว้เลยอาจจะดีกว่าก็ได้”
“เฮ้อ...เอาเถอะครับ งั้นเดี๋ยวให้แซนดร้าไรเซลล้างจานด้วยเลยเป็ไง” ชายหนุ่มเปลี่ยนมาพูดยิ้มเอาใจแทน
“โยชิ...” เกวนพูดเสียงอ่อนจนผมนึกขำ
ผมนึกสงสัยแล้วว่าเกวนทนกับนิสัยของโยชิเข้าไปได้ยังไง เห็นเรนนี่บอกว่าพวกเขาสนิทกันมาั้แ่เข้ามัธยมนี่นา
โยชิหันมาพูดกับผมแทนเมื่อการแกล้งคนอื่นไม่ได้ผล “ไม่ต้องห่วงนะหมาน้อย มาลองกินนี่มามะ” ว่าแล้วก็ยื่นช้อนส้อมที่ตัดไก่อบไว้พอดีคำมาให้
ผมมองเล็กน้อยแล้วยื่นหน้าไปงับมันเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกว่า์อยู่ตรงนี้นี่เอง
“ฮ่าๆ อร่อยใช่มั้ยล่ะ?”
“อี๋ ระวังติดเชื้อนะ” หญิงสาวทำท่าแขยงใส่ตามปากว่า
“ไม่ต้องห่วง ฉันแข็งแรงมาก” โยชิหัวเราะร่า “หรือนายว่าไงล่ะเกวน”
สีหน้าทะเล้นไม่เลิกจนคนมองนึกขำในใจ “เฮ้อ ไรเซล มานี่...”
ชิ้นปลาราดซอสถูกยื่นมาให้ ซึ่งผมไม่เกรงใจหรอกนะที่จะเอามันเข้าปากอย่างไว
“เกวนคะ” แซนดร้าทำหน้าใ ก่อนที่เกวนจะพูดขึ้นมาว่า
“ฉันไม่ชอบอะไรที่เป็การกล่าวหาลอยๆ แล้วไม่คิดว่าเรนนี่จะไม่สอนมันรักษาความสะอาดแบบตอนอยู่สถานกักกัน” ชายหนุ่มบอกตรงๆ ทำเอาสาวคนฟังถึงกับหน้าเสีย
“ม..ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่เป็ห่วงทุกคนในบ้าน...”
“เธอไม่ผิดหรอก”
โหดร้ายครับ ผมรักความสะอาดมานานแล้วนะ
บทสนทนาคงจะน่าสนุกกว่านี้ หากไม่ติดว่ามือถือของเกวนดังขึ้น ทำให้เ้าตัวต้องขอปลีกวิเวกออกไป ทิ้งให้แซนดร้าจ้องผมตาเขม็ง แต่ถ้าไม่สนก็คงไม่ผิดหรอกเนอะ
“อ่ะ ออเดรย์บ้างสิคะ” เด็กหญิงทำท่าตื่นเต้นก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ววิ่งไปหาพี่ชายตัวเอง
“ออเดรย์ ค่อยๆวิ่งสิ” โรนาเตือนขึ้น
ผมมองตามร่างเล็กๆที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาใกล้
“ว้าย” วินาทีนั้นเองที่ร่างของเด็กหญิงล้มคะมำเพราะถูกบางอย่างดันให้ไปชนกับแม่ครัวที่กำลังยกหม้อเข้ามาพอดี
โครม!
เพล้ง!
“ออเดรย์!!//คุณหนู” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น ทุกคนต่างลุกขึ้นแล้วปรี่ไปหาเด็กหญิงที่ร้องโอดโอยอยู่กับพื้น ควันจากน้ำแกงเทร้อนเต็มพื้นส่งกลิ่นคลุ้งอย่างน่ากลัว
ออเดรย์หลับตาปี๋ด้วยความใ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นกลับพบว่าหม้อที่ควรจะร่วงใส่เธอเต็มๆกลับถูกปัดจนกระเด็นออกไปในเสี้ยววินาที
เจ็บ...
ผมร้องโอดครวญในใจ เพราะน้ำร้อนนั้นโดนแขนของผมนิดหน่อยตอนดันให้มันออกไป แต่เมื่อเห็นว่าออเดรย์ไม่น่าจะได้รับาเ็ไปมากกว่าแผลหกล้มก็ค่อยวางใจนิดหน่อย
“ตายแล้ว รีบเรียกหมอมาเร็วเข้า!” แซนดร้าพูดเสียงดังกับคนใช้ที่มัวแต่ยืนอึ้ง ก่อนเข้ามาดึงคอเสื้อของผมขึ้นแล้วตบอย่างไม่เกรงใจ“แกทำอะไรของแกยะ ทำไมไม่ห้ามเขาไว้ ไอ้พวกสัตว์ชั้นต่ำ คิดจะทำร้ายคนในบ้านนี้เหรอ อย่าฝันไปหน่อยเลย” เธอตวาดเสียงดัง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความสะใจ
แรงตบนั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเท่าไหร่ ดังนั้นจึงได้แต่จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ผมคิดว่าตัวเองคงมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อย
“แซนดร้า ใจเย็นก่อน เขาปกป้องออเดรย์ไว้นะ” เกวนที่เพิ่งมาถึงพูดเสียงดังเป็ครั้งแรกจนแทบจะตวาด ทำให้แซนดร้ารวมถึงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากันเงียบกริบ
ใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกตะคอกซีดเผือด ก่อนเปลี่ยนเป็แดงก่ำด้วยความอับอายและไม่พอใจ สายตาของเธอจับจ้องมาทางผมด้วยแววตาน่ากลัว
โยชิอุ้มร่างของออเดรย์ไปอีกห้อง ทิ้งให้พวกผมยืนจ้องตากันไปมา แต่แน่นอนว่าผมควรสนใจตัวเองก่อน เพราะรู้สึกว่าแขนที่โดนความร้อนมันเริ่มแสบร้อนจนต้องใช้มือกดไว้เพื่อระบายความเจ็บ
“เอาน้ำแข็งประคบไว้ก่อน อย่ากดแบบนั้น” ถุงน้ำแข็งถุงวางลงบนแขน ตามด้วยแรงกระชากอย่างไม่ทันตั้งตัวจนผมเบ้หน้า เจ็บชะมัด
“เกวน คุณจะไปไหนน่ะ” แซนดร้าร้องเรียกหัวหน้าของเธอที่กำลังดึงแขนของจิ้งจอกหิมะให้ไปอีกทางทั้งที่ตอนนี้กำลังเกิดเื่วุ่นวายขึ้น
“ฉันมีอะไรที่จะต้องสั่งสอนมันอีก เธอช่วยดูแลคุณยายด้วย” น้ำเสียงเคร่งขรึมจนไม่มีใครกล้าทักท้วงอะไร
สายตาดุดันทำให้ผมนึกอยากมุดหนีไปที่ไหนสักที่ แต่แรงฉุดที่ข้อมือมันเจ็บจนรู้สึกว่าหนีไปไหนไม่ได้เลย
เสียงปิดประตูดังไล่หลัง ชายหนุ่มหันมาประจันหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกจนผมก้มหน้าหนี สำนึกได้ว่าเกวนลากผมมาถึงห้องทำงานของเ้าตัว
อา เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่ามนุษย์มีความน่ากลัวทางสายตาแบบนี้ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมนึกหวาดอยู่คือการลงโทษมากกว่า
ลงโทษ...ข้อหาทำเื่น่าขายหน้าให้กับเ้านาย
น้ำแข็งที่ประคบอยู่รู้สึกว่ามันไม่ช่วยระบายความอึดอัดในใจ แค่คิดถึงผมก็รู้สึกแข้งขาสั่นขึ้นมาหน่อยๆแต่ก็พยายามทำใจให้ชิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย มันไม่ดูดีเลยที่จะมากลัวอะไรเอาป่านนี้
ความเงียบและบรรยากาศในห้องยังคงกดดันชวนหายใจไม่ออก กระทั่งเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”
ผมส่ายหน้า แต่ชายหนุ่มกลับถอนหายใจเฮือกใส่แทน
เกวนเดินไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาแล้วจัดการทำแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกกับกระเบื้องบาดให้ ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่มาดชนชั้นสูงแบบนี้จะสามารถหยิบจับของพวกนี้ได้คล่องแคล่วจนน่าแปลกใจ
พอพันแผลเสร็จผมก็รู้สึกดีขึ้น เพราะเืเริ่มหยุดไหลแล้ว
“คิดว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า”
เป็คำถามที่ดังขึ้นแทนเสียงดุก่อนหน้า
ผมเงยหน้ามอง ก็พบว่าเกวนกำลังทำสีหน้าลำบากใจใส่แทน น่าแปลกที่ใบหน้าคมคายไม่ได้บ่งบอกเลยว่าโกรธหรือฉุนเฉียวทั้งที่ผมเป็ฝ่ายทำออเดรย์ได้รับาเ็
ไม่โกรธหรอกเหรอครับ?
“ออเดรย์ข้อมือไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หยิบจับของหนักไม่ได้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนผ่อนลมหายใจออกมาอีกครั้ง “ฉันไม่อยากให้นายมีเื่กับแซนดร้า”
นี่คงเป็สาเหตุที่เกวนดึงผมออกมาก่อนล่ะมั้ง?
“เขาเป็ลูกของคนรู้จักคุณแม่ของฉัน ยังไงก็ถือว่าเป็สมาชิกอีกคนของบ้าน ฉันไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นภายในบ้านของฉัน เธอแค่เป็ห่วงออเดรย์มากไป นายคงเข้าใจใช่มั้ยว่าสัตว์กลายพันธุ์ยังไม่ถูกนับว่าอยู่ในชนชั้นเดียวกับมนุษย์”
เกวนพูดเป็เชิงบอกว่า อย่าคิดโกรธแซนดร้า
อา ผมเข้าใจล่ะครับ
ผมรู้ว่ามนุษย์ต้องมีการเข้าสังคม แถมยังมีหลายระดับ ทั้งครอบครัว หน้าที่การงาน เพื่อน และกับคนรัก ถือเป็เื่ที่ยุ่งยากมากเลยเมื่อคิดว่าจะต้องเปลี่ยนรูปแบบการเข้าหาหรือการอยู่ร่วมกันเมื่อเปลี่ยนมาอยู่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งแต่ต่างฐานะและมนุษย์นั่นมีการเก็บอารมณ์และการกระทำที่แท้จริงเอาไว้เมื่ออยู่ในสังคมที่แตกต่าง อาจจะเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้และทำให้สายตาของมนุษย์คนอื่นจ้องมองในทางที่ดี
แซนดร้ากับเกวน พวกเขามีบางอย่างที่ทำให้ทำตามใจตัวเองไม่ได้เหมือนกันสินะ
สีหน้าของเกวนดูเหมือนจะคิดอะไรมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้ว ถึงได้ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย เอาแต่นั่งท้าวคางจ้องมองเอกสารเหมือนมันมีอะไรสำคัญนักหนาอย่างนั้นแหละ
ผมไม่ได้อยู่กับพวกเขาั้แ่ต้น ไม่รู้หรอกนะครับว่าความสัมพันธ์เป็ยังไง แต่ต่อไปผมต้องทำความเข้าใจฐานปิรามิดซะใหม่
ถ้าเกวนอยากให้ผมยอมคุณแซนดร้า ผมก็จะทำตามนั้นครับ
‘คุณแซนดร้าชอบคุณนะ เธอไม่ค่อยพอใจ’ แผ่นกระดาษถูกวางลงบนโต๊ะ เรียกให้เกวนหันมามองสัตว์เลี้ยงที่นั่งอยู่ข้างตัวแถมยังจ้องตาใส
“...ฉันรู้ นายฉลาดมาก” นั่นเป็คำชมใช่หรือเปล่าครับ?
แต่นั่นสินะ คุณแซนดร้าชอบเกวน ถึงไม่อยากให้มาสุงสิงกับสิ่งที่เธอไม่ชอบ
‘แล้วคุณล่ะ?’
เกวนไม่ตอบ แต่จ้องมองผมอย่างดุๆแทน อา สงสัยผมคงถามมากไป งั้นเปลี่ยนคำถามก็ได้นะ
‘ผมจะไม่เข้าบ้านใหญ่อีก แบบนั้นเธอจะได้พอใจ ดีหรือเปล่าครับ?’
“ไม่ต้อง เื่ที่เกิดขึ้นฉันจะคุยกับแซนดร้าเอง” ชายหนุ่มบอกปัดง่ายๆ “ส่วนออเดรย์ ฉันคุยกับเธอแล้ว เธอเป็ห่วงนายมาก พรุ่งนี้ฉันจะให้เรนนี่พานายไปหา”
ผมรู้สึกโล่งในอกข้างซ้ายนี้มาก เกวนใจดีมากเลย...ถึงจะชอบทำเสียงดุก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วบทบาทของผู้ชายคนนี้ก็แค่การวางตัวให้สมกับเป็ผู้ใหญ่ แบบที่เขาเรียกกันว่ามี ‘วุฒิภาวะทางความคิด’ สินะครับ
‘ทำไมคุณถึงซื้อผมมาล่ะ มันไม่มีผลดีต่อพวกคุณเลย’ ผมยื่นคำถามให้เกวนอีกครั้ง
ยังมีหลายคนคลางแคลงใจกับการกระทำของเกวนอยู่ แน่นอนทำไมผมจะไม่รู้ว่าเกวนก็คือหนึ่งในคนที่ไม่ชอบสัตว์ดัดแปลง อา...พูดให้ถูกคือเขาเป็ประเภทคนส่วนใหญ่ คนทั่วไป และปกติมากครับ
“เื่นั้นนายไม่จำเป็ต้องรู้”
เกวนทำเสียงดุใส่อีกแล้ว ผมคงทำผิดพลาดไปหน่อย ต่อไปจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
“หืม?” เกวนอุทานด้วยความแปลกใจเมื่อผมเดินเข้าไปซุกตัก แล้วเอาหัวไถสองสามทีก่อนช้อนตามอง
ตอนแรกเขาก็ดูจะไม่เข้าใจ แต่คงพอเดาได้
“ฉันไม่ได้โกรธนาย” เสียงตอบรับดูอ่อนลงมาแล้ว ทำให้ผมหลุดยิ้มแล้วลุกขึ้นเพื่อกลับไปห้องของตัวเอง
‘ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ คุณออเดรย์น่ารักมากเลย ฝากขอโทษเธอด้วยนะครับ’
มันเป็ข้อความสุดท้ายที่มอบให้กับเกวนล่ะ
ผมจะทำตัวดีๆกว่านี้นะครับ ผมสัญญา
แต่ผมยังกินไม่อิ่มเลย...กลางดึกแอบเข้าไปหยิบของในห้องครัวดีมั้ยนะ