09-ฉันเจอคุณแล้วนะคะ My Boss <3
ลลิตายกมือเรียวเล็กที่สากนิดๆ ของเธอขึ้นมาลูบหน้าของรังสรรค์ ท่าทางยั่วยวนนั้นทำเอาขนลุกซู่ ไหนจะคำพูดสุดเฉิ่มนั่นอีก อะไรนะ ‘คุณหน้าเหมือนเนื้อคู่ฉันเลยค่ะ’ หึ! ยัยนี่เมาได้เรื้อนมาก ยังไม่จบแค่นั้น ลลิตาสองแขนเรียวโน้มใบหน้าหล่อเหล่าเข้ามาแบบที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากบางประกบริมฝีปากหยักลึกอย่างนุ่มนวล ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็เร่าร้อน
“อื้อออ อืมมม”
“จ๊วบบบ ฟุบ พรึบ ฟึบ” เสียงครางแ่ในลำคอปนด้วยเสียงดูดดื่มจากรสจูบของกันและกัน
ชายหนุ่มเช่นรังสรรค์เมื่อมีเนื้อมาให้กินถึงที่ขนาดนี้ หมาป่าที่ไหนจะทนไหว ชายหนุ่มปลดเบลเซอร์ตัวนอกของลลิตา มือไม้ลูบคลำไหล่เปลือย ค่อยๆ ทำงานประสานกัน ข้างหนึ่งนวดคลึงเอวคอด สะโพกผาย มืออีกข้างวนเวียนอยู่หน้าอกอวบหยุ่น ต้องบอกว่าเธอซ่อนรูปภายใต้ชุดทำงานได้แเีมากจริงๆ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มหายใจติดขัด เขาจึงถอนจูบให้อีกฝ่ายได้สูดอากาศเข้าปอดได้เต็มที่ แต่ใครจะคิดกันว่ายัยนี่ยังไม่พอแค่นั้น เธอลูบซิกแพคจนทั่ว มองตาปรอย ถอยออกไปนั่งกลางโซฟาตัวใหญ่ มือเล็กถอดเสื้อสายเดี่ยวตัวใน ตามด้วยกางเกงขายาวทรงกระบอกโยนไปคนละทิศละทาง จนตอนนี้ทั้งร่างเพรียวผิวขาวเนียนกระทบแสงไฟ มีเพียงชั้นในสองชิ้นปกปิดร่างกาย จึงบังเกิดเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่โดยอัตโนมัติ
“เข้ามาสิคะ คุณเนื้อคู่ของลิ้นจี่” เธอเท้าแขนสองข้างไปด้านหลัง ชันเข่าข้างซ้ายขึ้น ท่าทางยั่วยวนชวนน้ำหกยากจะควบคุมของหญิงสาวแปลกหน้าที่เจอกันครั้งแรกก็จ้องจะเคลมทายาทนักธุรกิจหนุ่มอย่างรังสรรค์นั้น ช่างท้าทายขีดจำกัดในตัวที่เหลือน้อยนิดของเขาจนแทบสติหลุด
“เรียกร้องอยากได้ฉัน ฉันให้เธอได้ แต่อย่ามาเรียกร้องให้รับผิดชอบแล้วกัน” ชายหนุ่มจ้องเธอตาเขม่ง ขบกรามแน่น ‘ผู้หญิงคนนี้ไวไฟเกินไป’ นี่คือความคิดที่เขามองเธอ จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่ คร่อมเธอให้อยู่ใต้ร่าง รังสรรค์ซุกไซร้ซอกคอขาว กลิ่นไวน์เคล้ากลิ่นกายสาวทำเอาเืลมสูบฉีดยิ่งกว่าเดิม ทั้งสูดดม ดูดดึงจนถึงเนินอกอวบขาว ผ้าขนหนูที่พันรอบเอวสอบหลุดไปั้แ่ตอนไหนเขาไม่ใส่ใจ แต่ที่ไม่ปกติคือคนใต้ร่างไม่บดเบียดเนื้อตัวเข้าหาเขาแล้ว เธอนิ่งมาก พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ยัยบ้านี่หลับตาพริ้มอมยิ้มไปแล้ว...บัดซบ!
ลลิตาตื่นขึ้นในยามสายของอีกวัน หญิงสาวรู้สึกหนักหัวแทบจะลุกไม่ขึ้น ไม่รู้ว่าใครเป็คนหามเธอมาส่งถึงห้องพัก ตื่นแล้วก็ต้องรีบลุกขึ้นไปทำธุระของตัวเองให้เรียบร้อย แม้จะเป็วันหยุดและได้สูดอากาศริมทะเล มีลมพัดปะทะเข้ามาไม่หยุด แดดไม่ร้อนจัดเหมือนตอนเที่ยงวันแล้ว
แต่ก็ต้องซึมซับไว้พอให้รู้สึกสดชื่น เพราะเธอยังต้องติดรถหัวหน้างานกลับกรุงเทพฯอยู่ ตอนนี้เธอก็มานั่งจิบกาแฟ กินข้าวต้มร้อนๆ อาหารเช้าบริการพิเศษของโรงแรมให้ตัวเองหายแฮ้งค์เป็ที่เรียบร้อย สายตาก็กวาดมองไปทั่วห้องอาหารริมทะเล การรอคอยสิ้นสุดเมื่อบรรดาพี่เลี้ยงของเธอเริ่มเดินเข้ามาทักทาย
“ไงเรา แฮงค์เลยสิท่า เห็นตัวแค่นี้กินไวน์เป็น้ำเลยนะ ฮ่าๆๆๆ” ยุทธไม่วายส่งยิ้มล้อเลียน เอ่ยปากแซวอย่างขบขัน
“ไวน์ถ้ากินไม่ประมาณ ก็ทำให้เมาได้ง่ายๆ ยิ่งคนที่ไม่เคยกินด้วย คราวหน้าคราวหลังต้องดูลิมิท เช็คสติตัวเองให้ดี” โรสรินยังเป็รุ่นพี่ที่ดีเสมอ เธอเอ่ยเตือนรุ่นน้องไปเล็กน้อย
“แหะๆๆ ไม่ไหวแล้วค่ะแบบนี้ เห็นสีสวย กลิ่นหอม กินง่ายลื่นคอดี เลยจัดหนักไปหน่อย เมาไม่รู้เื่เลยค่ะพี่ยุทธพี่โรส คราวหน้าจะไม่มีแบบนี้แล้ว หึ้ย เข็ดค่ะ” ลลิตาบ่นกระปอดกระแปด ทำหน้าปูเลี่ยน บ่งบอกว่าเธอจะไม่แตะของพวกนี้อีกเด็ดขาด ยอมไปกินเหล้าเบียร์ขมๆ เป็เพื่อนนลินดาต่อยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่เมาจนทรมาน ปวดหัวขนาดนี้
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะขบขันให้กับความไม่รู้เื่รู้ราวของรุ่นน้องสาว จากสีหน้าแล้วคงจะเข็ดจริงๆ
“พี่โรสกับพี่ยุทธได้ไปส่งลิ้นจี่กลับห้องรึเปล่าคะ”
“แน่นอนสิ พวกพี่ไม่ไปส่งใครจะไปส่งเราล่ะ รู้จักกันแค่นี้” ยุทธพูดไปก้มหน้ากินข้าวไป โรสรินพยักหน้ารับ ตาก็ดูโทรศัพท์ที่แชทกับสามีอยู่ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าคนถาม คิ้วที่ขมวดตอนแรกเริ่มคลายออก ลลิตาหายใจโล่งอก นึกว่ามีเื่เกิดขึ้นกับเธอแล้ว
แต่ทำไมเมาแล้วถึงฝันถึงเค้ากันนะ ในฝันมันเหมือนจริงจนเธอเผลอไผลปล่อยกายใจให้ทำตามปรารถนา ที่ไม่มั่นใจจนต้องถามแบบนั้นออกไปเพราะรอยแดงที่ซอกคอลามมาถึงเนินอก ปากก็บวมช้ำ เจ็บชะมัด นึกว่าเมาจนเสียตัวให้ใครที่ไหนไม่รู้ซะอีก หรือเธอจะแพ้ไวน์แพงๆ กันนะ
ย้อนกลับไปเมื่อคืน
หลังจากที่ลลิตาหลับไปในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม รังสรรค์ก็เข้าใจแล้วว่าผู้หญิงกับผู้ชายอยู่กันตามลำพัง ทั้งยังสติไม่เต็มร้อยนั้นอันตรายกว่าที่คิด
“ยัยนี่อ่อนหัดจริงๆ แล้วยังจะมายั่วให้ค้างอีก ตัวซวยๆๆ” ชายหน้าบ่นอย่างหัวเสีย เขาทึ้งศรีษะตัวเองแรงๆ ระบายความอัดอั้นในใจที่ตัวเองเผชิญอยู่ พอเริ่มปรับอารมณ์ตัวเองให้สงบลง เขาจึงจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้ตัวเองลวกๆ แล้วเดินไปสวมเสื้อผ้าให้หญิงสาวที่เ้าตัวสะบัดทิ้งไปคนละทิศละทาง
“ถอดก็ไม่ได้เป็คนถอด ยังต้องมาใส่ให้อีก ขอบอกนะครับคุณพนักงานว่าชีวิตผมนี่เป็ครั้งแรกที่ต้องใส่เสื้อผ้าให้ผู้หญิง ปกติจะเน้นถอดอย่างเดียว” ถึงปากจะประชดประชันอยู่คนเดียวเพราะหัวเสียที่ถูกทิ้งให้ค้างเติ่ง แทบหาทางลงไม่เจอ แต่มือก็ยังจัดการใส่เสื้อผ้าให้เธอจนครบ
“ตัวปัญหาจริงๆ” รังสรรค์ยืนเท้าเอวมองคนต้นเื่อย่างคาดโทษ สายตาก็เหลือบไปเห็นบัตรพนักงานที่ตกอยู่บนพื้นข้างโซฟา ชายหนุ่มโน้มตัวหยิบมันขึ้นมาไว้ในมือ
“ลลิตา สุขสถิต แผนกวางแผนการตลาด อิเล็กทรอนิกส์กรุป หึ! สุขสถิตหรือสิงสถิตกันวะ หลอนชิบหาย” เขาอ่านป้ายชื่อเธอปากก็ว่าไปส่ายหน้าไปอย่างเอือมระอา
รังสรรค์นำบัตรพนักงานของเธอไปติดต่อทางโรงแรม ใช้เส้นสายของตนเองจนได้ทราบห้องพักของเธอ เขาแบกตัวปัญหาไปส่งถึงห้อง เื่แบบนี้คนรู้น้อยเป็ดีที่สุด เกิดยัยนั่นตื่นมาโวยวายจะให้เขารับผิดชอบขึ้นมา คราวนี้ได้ยุ่งเหยิงของจริง
ทุกวันนี้เขาเป็เ้านายที่พนักงานยกย่อง เดินไปทางไหนมีแต่แววตารักแทบจะบูชาอยู่เกือบทุกตารางนิ้วของอิเล็กทรอนิกส์กรุป เื่สมภารกินไก่วัดไม่เคยมีอยู่ในความคิด ถึงเมื่อคืนเกือบพลาดท่าไปแล้วก็เถอะ คิดซะว่าทำบุญทำทานให้คนเมาซักครั้ง คิดไปพลางลูบซิกแพคของตนเองอย่างภาคภูมิใจ
ลลิตากลับมาทำงานตามปกติเช่นทุกวัน หลังกลับจากประชุมโปรเจกต์ใหญ่ที่ชลบุรีผ่านมาได้ 1 สัปดาห์ จู่ๆ ก็มีคลื่นลูกใหญ่ซัดมาถึงตึกที่เธอทำงาน แทบจะเกยถึงหน้าแผนกของเธอด้วยซ้ำ เมื่อท่านรองประธานเดินทางมาเยือนถึงแผนกการตลาด!
“แกเอ้ย ข่าวใหญ่ข่าวโตในรอบปี วันนี้ท่านรองฯ จะมาตรวจเช็คงานระบบไอทีแผนกข้างๆ นี้ แล้วจะเข้ามาคุยกับแผนกการตลาดต่อ!”
“อะไรของเจ๊จอยเนี่ย พูดให้มีหัวมีหางหน่อยซิ ท่านรองฯคนไหน บริษัทเราไม่ได้มีท่านรองฯแค่คนเดียวนะ”
“อือๆ นึกยังไงฝ่ายบริหารลงมาดูงานถึงแผนกเองแบบนี้เลยเหรอ ั้แ่ผมอยู่มาจะสามปีเพิ่งเคยเห็น” แจงกับโจ๊กแย้งคำพูดที่ดูเป็ไปได้ยากของจอย รุ่นพี่สาวกระฟัดกระเฟียดอย่างขัดใจ
“จะท่านรองฯไหนอีกล่ะ ท่านรองฯที่สั่นะเืบริษัทเราได้มากที่สุดตอนนี้ก็มีอยู่คนเดียว ถ้าแกไม่เชื่อนะโจ๊ก เดินออกไปเข้าห้องน้ำก็รู้แล้ว คนเขาพูดกันทั้งตึก”
“กรี๊ด คุณรังสรรค์จะมาแผนกเราเหรอเจ๊”
“เชี่ย...เื่จริงเหรอวะเนี่ย” ถึงตอนนี้แจงกับโจ๊กก็มีท่าทางต่างกันลิบลับแล้ว คนหนึ่งตื่นเต้น อีกคนทั้งอึ้งทั้งมึนงง บทสนทนานั้นทุกคนในแผนกต่างรับรู้ ลลิตากับเมษยาต่างมองหน้ากันโดยไม่ต้องนัด ‘หึ! สมใจคนบางคนแล้วมั้งงานนี้’ เมษยาคิดแล้วยิ้มอย่างอ่อนใจ
ทั้งที่ร้อยวันพันปีผู้บริหารแทบจะไม่มาสุงสิงกับพนักงานเล็กๆ อย่างพวกเธอ อย่างดีคือระดับหัวหน้าแผนกที่มีโอกาสเข้าไปพูดคุยเื่งานกับพวกเขาที่อยู่ชั้นบน แล้วยังเป็อีกตึกที่อยู่ตรงข้ามโน่นอีก แผนกของพวกเธอคนที่จะไปคุยสรุปงาน รับฟังข้อมูลเพื่อมาบอกต่อ บริหารจัดการงานของฝ่ายก็คือพี่ยุทธกับพี่โรสสลับกันไปเดือนละ 2 ครั้ง
ระดับผู้บริหารไม่มีความจำเป็ต้องมาตรวจดูงานเอง แค่มอบหมายคนที่เหมาะสมมาทำแทนก็ได้แล้ว ไม่มีใครสามารถคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของซีอีโอได้จริงๆ ไม่รู้ว่าลมอะไรหอบให้เขามาทำแบบนี้
“คุณรังสรรค์เท่มากเลยอ่ะแก สูทดำ แว่นกันแดด เดินนำ มีบอดี้การ์ดเดินตามอีกสองคน หน้าตาก็ไม่ธรรมดาด้วย ฮรือ”
“นึกว่าดูซีรี่ย์มาเฟียอยู่ซะอีก หล่อร้ายมาก”
“ฮือแม่ ได้ซักครั้งจะตั้งใจทำงานถวายชีวิตเลยค่ะ”
“ชะนีน้อย ไม่ได้เป็แรดแต่นอพุ่งออกมาแล้ว เช็ดน้ำลายค่ะ”
เสียงต่างๆ ที่แว่วเขาโสตรับรู้ของลลิตา ยืนยันความจริงว่าพนักงานสาวๆ ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ หรือแม้แต่ชายใจหญิงต่างดีใจเนื้อเต้น แทบกรี๊ดกันอยู่แล้ว เขาหล่อเหมือนลอยมา หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริง ถือเป็แต้มบุญ อาหารตาของพนักงานที่คลั่งไคล้รังสรรค์โดยแท้
โดยเฉพาะพนักงานเข้าใหม่ที่ไม่เคยเห็นหน้าท่านรองประธานมาก่อน นี่จึงเป็ครั้งแรกที่ได้พบเจอรองประธานหนุ่มแบบตัวเป็ๆ ลลิตาทั้งแอบมอง ทั้งก้มหน้าอย่างเขินอาย จนเพื่อนอย่างเมษยาอดหมั่นไส้ไม่ได้
“แกรู้ตัวมั้ย ว่าตัวเองน่ะเก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่งมาก มีแต่เื่นี้แหละ ที่ฉันเห็นว่าแกชักเก็บทรงไม่อยู่ละ” เมษยากระซิบข้างหูเพื่อนสาว ความลับของเพื่อนเธอต้องช่วยรักษามันไว้สิ ขืนปล่อยไก่ขึ้นมาจะมองหน้าเพื่อนร่วมงานยังไง คนระดับรังสรรค์เขาจะมารับรู้ด้วยรึเปล่า ก็ไม่น่า!
“หยุดแซวเลย แค่ได้เห็นเขา มองเขาอยู่ตรงนี้ก็ฟินแล้วน่า ใครๆ ก็เขินเขากันทั้งนั้น เก็บทรงอะไร ทำไมต้องเก็บคะ” ลลิตาตีหน้ามึนใส่เมษยา แค่นี้เธอก็มีความสุขมากแล้ว ‘ฉันเจอคุณแล้วนะคะ My Boss ><’ หญิงสาวคิดกับตัวเองอย่างสุขใจ
__________
เออละมาทำไม มาเอาไร หรือมาส่องใครคะ! อุ๊ปส์ อิพ่อแค่มาตรวจการทำงานพนักงานเท่านั้นเอง บังเอิญใส่สูท ใส่แว่นกันแดดเดินเล่นในออฟฟิศเนอะๆ อย่างเอาาา