อากาศหนาวยามค่ำคืนพัดผ่านเพิงเล็กที่ผนังฟางเก่าเต็มไปด้วยรูพรุนมากมายไม่อาจขวางกั้นความเย็นได้สองพ่อลูกที่ยังคงนั่งข้างกองไฟเล็ก ๆมือน้อยใหญ่แกะเปลือกมันเผาอุ่นเข้าปากกันอย่างมีความสุข
เหมยลี่ยอมรับว่านี่เป็อาหารที่ค่อนข้างรู้สึกเบื่อหากเทียบกับของที่นางเก็บไว้ในมิติแต่เมื่อนึกถึงคนตรงหน้าที่กำลังบรรจงแกะเปลือกมันจนเหลือเนื้อเหลืองอร่ามแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวจนแก้มตุ่ยภาพนั้นทำให้นางลืมรสชาติจืดชืดในปากไปเสียสนิท
“ท่านพ่ออิ่มหรือไม่เ้าคะ ข้าจะได้ไปเอามาอีก”เหมยลี่เอียงคอถามเมื่อเห็นเฉินกวงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาปอกเปลือกใส่ปากเพียงอย่างเดียว
“พ่ออิ่มแล้ว เ้าบอกพ่อว่าจะเอาไปขายไม่ใช่รึเอามากินหมดแล้วจะเอาอะไรไปขายเล่า?”
“ข้าหมกไว้ในกองขี้เถ้าอีกเยอะเลยเ้าค่ะ”
“เก็บเอาไว้ขายเถิด เ้าอยากกินขนมร้านไหนจะได้ซื้อ”
ตามจริงเหมยลี่ไม่เคยคิดว่าจะกินขนมอย่างที่เคยพูดไปเพียงแต่อยากให้ท่านพ่อของนางในชาตินี้รู้สึกเบาใจที่จะรับเบี้ยจากนางก็เท่านั้น
เช้าวันต่อมาสองพ่อลูกห่อมันที่เหมยลี่หมกกองขี้เถ้าอุ่นจนเปลือกนอกเริ่มมีรอยแตกลายงาสวยงามชนิดที่ใครเห็นก็ต้องอยากกินใบตองน้อยใหญ่เรียงสลับกันคล้ายถุงขนาดให้เฉินกวงคอนขึ้นหลังตัวเองแต่แล้วเท้าที่เคยระบมจากหินที่เหยียบในตลาดก็ทำให้เขาต้องทรุดลงกับพื้น
เท้าทั้งสองข้างที่ปราศจากสิ่งห่อหุ้มปรากฏรอยเืสีแดงฉานเต็มฝ่าเท้าทั้งสองข้าง
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่บอกว่าแผลท่านแย่ขนาดนี้เ้าคะ ไม่สิข้าเองต่างหากที่ไม่สังเกต” สองมือเล็กประคองเท้าที่เปื้อนเศษดินเศษหญ้าพยามดึงสิ่งสกปรกออกให้ได้เยอะที่สุด
“พ่อไม่เป็ไรหรอกเ้า แผลไกลหัวใจนัก”เฉินกวงแสร้งทำเป็ไม่เจ็บทั้งที่ความระบมกลับถามหาฝ่าเท้าทั้งสองข้าง
เหมยลี่ไม่ได้สนใจสิ่งที่เฉินกวงพูด ตั้งหน้าตั้งตาดูแผลที่เกิดขึ้น
“ท่านพ่อนั่งอยู่ตรงนี้นะเ้าคะ ห้ามไปไหนเดี๋ยวข้ามา”พูดจบเธอก็วิ่งตรงไปยังชายป่าที่เธอลอบเอาถังหมักดินเหนียวไปไว้ทันที
ความร้อนใจและรู้สึกผิดของเหมยลี่ทวีเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่ห่างออกมา
บ้าจริงรู้ทั้งรู้ว่าเขาเจ็บอยู่ทำไมเราถึงละเลยไปได้
“โฟล์คหาสมุนไพรให้หน่อยเอาที่หยุดเืฆ่าเชื้อได้ลดอักเสบได้ด้วยก็ดีเร็วๆ”เหมยลี่วิ่งมาได้ระยะหนึ่งซึ่งไกลจากเฉินกวงพอสมควร นางก็เรียกหาเอไอที่นับวันยิ่งหายเสียจนคิดว่าระบบถูกปิดไปแล้ว
[โฟล์คต้องใช้การรับรู้ของโฮสต์ครับช่วยหมุนรอบตัวด้วยครับ โฟล์คจะเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลให้]
ไม่มีเวลามากนักนางยังต้องไปขายมันเผาต่อเดหลีจึงไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงทำเพียงหันตัวตามคำสั่งของโฟล์คเท่านั้น
“เจอหรือยังโฟล์ค” นางเร่งเ้าสิ่งที่มักเรียกตัวเองว่าเทคโนโลยีชั้นสูง
[เจอแค่สาบเสือที่ใช้ห้ามเืแต่อย่างอื่นต้องใช้กรรมวิธีหมดเลยครับ]
“อืม เอาแค่นั้นก็ได้” เหมยลี่ตอบรับตอนนี้ต้องรีบรักษาแผลที่เกิดขึ้นก่อนไม่งั้นหากติดเชื้อเป็บาดทะยักขึ้นมาแล้วจะเื่ใหญ่
เหมยลี่เปิดหน้ารีเสิร์ชดึงเอารูปมาเปรียบเทียบแล้วหาสมุนไพรตามที่โฟล์คให้มาจากนั้นก็เอายาฆ่าเชื้อและยาลดการอักแสบภายนอกที่ซื้อข้ามมิติมาตำเข้าด้วยกันห่อผ้าขาวบางเอากระบอกไม้ไผ่ที่ดูสะอาดเทน้ำดื่มผสมน้ำสีฟ้าที่หยิบติดมาลงไปปิดจุก้าแล้ววิ่งกลับไปหาเฉินกวงนอกชายป่า
แฮก แฮก
“ท่านพ่อช้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ ฟู้ว”เด็กน้อยหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดหอบใหญ่ก่อนทรุดตัวลงนั่งปลายเท้าเฉินกวง
“นั่นเ้ากำลังจะทำอะไร”เฉินกวงโดนพลิกฝ่าเทไปมาถามก่อนที่เหมยลี่จะหยิบน้ำเปล่าผสมแผลกอฮอล์ราดลงล้างแผลทั้งสองข้าง
อั๊ก
อ๊ากกก
เฉินกวงใกับความแสบที่แล่นสู่แผลแบบไม่ได้ตั้งตัวจึงเผลอถีบใส่เหมยลี่ที่นั่งอยู่จนสุดแรงคนตัวเล็กที่ไม่ทันตั้งรับลอยปลิวตามแรงห่างออกไปเกือบ่ตัว
จุก!
คำง่าย ๆ สั้นที่พอจะอธิบายคนที่กำลังกุมท้องนิ่วหน้าอยู่ใกล้ ๆ
“ท่านพ่อ ถีบข้าทำไมเ้าค่ะ” เหมยลี่ยู้หน้าพูดกับคู่คดี ด้วยความที่เธอไม่ได้เกร็งตัวรับจึงทำให้แรงปะทะพุ่งสู่หน้าท้องเต็มๆ
“พ่อใ ขอโทษเ้านักเป็อะไรมากหรือไม่”เฉินกวงหายใได้เสี้ยววิก็ต้องใจหายต่อเมื่อเขาเผลอลงมือกับบุตรสาวตัวน้อยของเขาไป
เขารีบลุกขึ้นไม่สนใจาแที่มีรีบไปหาร่างเล็ก
“จุก นิดเดียวเ้าค่ะ ที่เหลือจุกมาก”เหมยลี่ยิงมุกที่ก็ไม่แน่ว่าคนเป็พ่อจะเข้าใจหรือไม่ “ข้าเจ็บไม่นานหรอกเ้าค่ะแต่ท่านพ่อลุกขึ้นมาอย่างนี้ท่านต้องล้างแผลใหม่นะเ้าคะดีที่น้ำที่ข้าเอามาหกไม่หมด”
นางเหลือบมองกระบอกไม้ไผ่ที่น้ำกระเฉาะออกตอนที่โดนถีบเหลือเพียงไม่ถึงสามข้อนิ้วเท่านั้น
“พอแล้วไม่ต้องล้างแล้วมันแสบเกินไปเดี๋ยวเ้าก็เจ็บตัวซ้ำอีกเ้าเอาอะไรมาล้างให้พ่อรึ” ความแสบที่ยังคงตราตรึงในความรู้สึกทำให้เขาจดจำไม่ลืม
“น้ำผสมยางไม้เถาชนิดหนึ่งที่ข้าใช้ตอนโดนลงแส้บ่อยๆ เ้าค่ะ”
ข้อแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ที่นางเตรียมไว้ระหว่างทางที่วิ่งมาจากชายป่าแม้จะไม่เนียนเท่าไหร่แต่ก็ยังพอถูไถไปได้
“เ้าพูดเช่นนี้เสียแล้วพ่อจะว่าอะไรเ้าได้เล่า”เฉินกวงฟังบุตรสาวตัวน้อยอธิบายพลางตัดพ้อก็รู้สึกผิดจับใจ เขาทิ้งให้นางต้องอยู่คนเดียวเกือบตลอดเวลาที่บ้านหลังนั้นจนเหมยลี่กลายเป็เด็กเก็บเนื้อเก็บตัว พูดน้อยเสีนจนถูกลืมเป็ประจำ
เด็กน้อยคนนั้นที่เคยส่งสายตาเว้าวอนั์ตาโศกเศร้ากลับหายไปั้แ่ก้าวออกจากคฤหาสน์หลังนั้น
“ท่านพ่อเลิกคิดอะไรก็ตามที่อยู่ในหัวของท่านพ่อได้แล้วเ้าค่ะแล้วนั่งนิ่ง ๆ นะเ้าคะ ข้าจะทำแผลใหม่” ว่าแล้วเหมยลี่ก็ชุนตัวลุกขึ้นยกกระบอกน้ำค่อย ๆ เทลงบนแปลที่เปื้อนเศษดิน “อย่าถีบข้าอีกนะเ้าคะ เจ็บมาก”
น้ำเสียงทะเล้นประชดประชันของเหมยลี่พอที่จะช่วยให้เฉินกวงรู้สึกแสบน้อยลงได้บ้างมือบางค่อย ๆบรรจงใช้ผ้าขาวซับรอบปากแผลก่อนโป๊ะยาที่มีทั้งสมุนไพรและยาสามัญบดใช้ใบตองย่างรองอีกครั้งแล้วพันด้วยผ้าขาวฉีกเป็เส้นที่เตรียมไว้
ท่าทางคล่องแคล่วของเด็กน้อยปลายเท้าของเฉินกวงทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับบุตรสาวของตนคนนี้แม้รูปร่างและคำขานเรียกจะยังเป็เช่นเดิมแต่ความรู้สึกบางอย่างของเขากลับบอกว่าไม่ใช่
“เสร็จแล้วเ้าค่ะวันนี้ท่านพ่อพักอยู่ที่เพิงนี้นะเ้าคะข้าต้องไปขายมันพวกนี้ก่อนเดี๋ยวแดดจะแรง”เหมยลี่พูดจบก็หันไปหากองมันเผากว่าสามสิบหัวที่ห่อไว้
“พ่อไปด้วยของที่เข้าเอาไปใช่ว่าจะเบาเสียเมื่อไหร่”เฉินกวงสลัดข้อสงสัยแล้วหันไปห้ามเหมยลี่ที่เดินจ้ำไปหาห่อใบไม้ใหญ่เกินตัว
“ไม่เ้าค่ะท่านพ่ออยู่นี่นะเ้าคะห้ามแผลโดนน้ำข้าจะรีบกลับมาเ้าค่ะ” เหมยลี่เมินคำของเขาเธอรู้ดีว่าหากไม่ทำเช่นนี้เฉินกวงจะยอมอยู่กับที่ชาติที่เธอเจอเป็ยังไงชาตินี้ก็คงไม่ห่างกันนัก
ห่อใบไม้ใหญ่ถูกเหวี่ยงขึ้นหลังด้วยแรงทั้งหมดที่มีหาดเป็โลกที่จากมาหัวมันแค่นี้เธอถือได้สบายๆ ด้วยมือข้างเดียว แต่ตอนนี้ร่างที่เธอใช้อยู่กลับบอบบางเกินไปแบกน้ำหนักแค่นี้ก็เหมือนจะหักจนต้องโน้มตัวรับน้ำหนักไว้บนหลังสองเท้าถูกบังคับให้ก้าวเดินไปตามท้องถนน
เฉินกวงได้แต่ยืนมองร่างเล็กเดินจากไปั้แ่เมื่อไหร่กันที่บุตรของเขาเติบโตจนมีความรับผิดชอบถึงเพียงนี้หรือถ้าไม่ใช่ลูกสาวที่เขารู้จักเธอคนนั้นเป็ใครกันอย่างหนึ่งที่เขารู้คือเขาผูกพันธ์กับความรู้สึกนี้เสียเหลือเกิน