ตอนที่ 10 : ลูกเป็ดขี้เหร่
หลิวจือเซียไม่เคยนึกเลยว่าเหตุการณ์วันนี้นั้นจะเกิดขึ้นตอนนี้เขากำลังมองไปที่ใบหน้าของลูกสาวตัวเองอย่างปวดหัว
“พ่อคะแม่บอกว่าวันนี้แม่มีถ่ายใน่กลางคืนแบบนั้นก็หมายความว่าหนูจะไม่สามารถนอนกับแม่ได้” เสี่ยวเยว่เยว่อยู่ใน่อารมณ์ไม่ดี “ถ้าไม่มีแม่ เยว่เยว่ก็นอนไม่หลับ ! ”
“เยว่เยว่ พ่ออยู่ข้าง ๆ หนูนะหนูหลับได้แล้ว ตกลงไหม ? ” หลิวจือเซียเกาหัวอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เอา หนูจะเอาแม่คนเดียวเท่านั้น”เสี่ยวเยว่เยว่รู้สึกเสียใจเล็กน้อย “แม่มักจะเล่านิทานให้ฟังทุกวัน”
เล่านิทานในทุก ๆวันนี่คือสิ่งที่หลี่เมิ้งอีมอบให้เสี่ยวเยว่เยว่
ท้ายที่สุดหลี่เมิ้งอีติดงานเธอสามารถอยู่กับเสี่ยวเยว่เยว่ได้เฉพาะกลางคืนเท่านั้นแม้ว่าเธอจะไม่สามารถกลับมาได้แต่เธอก็ยังส่งเสียงมาอยู่เป็เพื่อนกับเสี่ยวเยว่เยว่มันทำให้เธอไม่ต้องรู้สึกกลัวและเหงาต่อไป
เมื่อเห็นความคับข้องใจบนใบหน้าของเสี่ยวเยว่เยว่หลิวจือเซียก็รู้สึกเป็ทุกข์อย่างอธิบายไม่ถูก หัวใจของเขาเหม็นเปรี้ยวเหมือนกับน้ำส้มสายชู(หึงหวง)
ก็แค่เื่เล่าก่อนนอนธรรมดา ?ทำไมคนเป็พ่อจะทำไม่ได้ ?
“เยว่เยว่ พ่อจะเล่านิทานให้หนูฟัง ! ”หลิวจือเซียบีบแก้มของเยว่เยว่ “พ่อบอกได้ว่าหนูจะต้องไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“จริงหรือคะ ? ”เสี่ยวเยว่เยว่มองไปที่หลิวจือเซียด้วยความคาดหวัง
“แน่นอน”
หลิวจือเซียคลุมผ้าห่มให้กับเสี่ยวเยว่เยว่และเริ่มเล่านิทาน
“ณ ชนบทอันแสนงดงาม ใน่ฤดูร้อนข้าวสาลีที่เป็สีทองและข้าวโอ๊ตที่เป็สีเขียว หญ้าแห้งกองอยู่บนทุ่งหญ้าสีเขียวนกกระสากำลังเดินไปเดินมาโดยมีขายาวสีแดงและบ่นพึมพำ.....”
ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต นกกระสา
ทันทีที่ดวงตาของเสี่ยวเยว่เยว่สว่างขึ้นมาเธอก็นึกถึงฉากในนิทานตามที่หลิวจือเซียเล่า
“ไข่เป็ดเริ่มฟักตัวออกทีละฟอง ! ”ตอนนี้สัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็เริ่มโผล่หัวออกมา
เื่ที่หลิวจือเซียเล่านั้นคือนิทานเื่ลูกเป็ดขี้เหร่ซึ่งถูกเขียนเอาไว้ในหนังสือระดับประถมทั่วไปและเป็ที่รู้จักกันดี!
โลกนี้ไม่เพียงแต่จะมีประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้นแต่มันยังเปลี่ยนกระบวนการทางวัฒนธรรมและความบันเทิงของคนทั้งโลกอีกด้วย
จากสิ่งที่หลิวจือเซียเรียนรู้มาในหลายวันนี้มันไม่มีร่องรอยของผลงานจากต่างประเทศ ทั้ง ภาพยนตร์ โทรทัศน์ อนิเมชั่นแม้กระทั่งเทพนิยายและนิทานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแทบจะทุกประเภท
ดังนั้นทันทีที่มีการเล่าเื่ลูกเป็ดขี้เหร่มันก็เลยดึงดูดเสี่ยวเยว่เยว่เป็อย่างมาก
เสี่ยวเยว่เยว่กระพริบตาไปมาเธอถามด้วยความสงสัย “พ่อคะ ลูกเป็ดขี้เหร่มีหน้าตาเป็ยังไง ? ”
หลิวจือเซียจับที่ศีรษะของเสี่ยวเยว่เยว่และกล่าวขึ้นว่า“ลูกเป็ดตัวอื่น ๆ มักจะถูกปกคลุมด้วยขนสีทอง มีขนดกและมีปากสีเหลืองที่อ่อนนุ่มพวกมันมีครีบคล้ายกับใบเมเปิ้ลที่เท้าซ้ายขวา”
“คิกคิกคิก”เสี่ยวเยว่เยว่หัวเราะคิกคัก “ลูกเป็ดขี้เหร่น่ารักจังค่ะ ! ”
“ถ้าไม่มีพวกมันเสี่ยวเยว่เยว่น่ารักที่สุด” หลิวจือเซียชี้ไปที่ปลายจมูกของเสี่ยวเยว่เยว่“หนูยังอยากจะฟังต่อไหม ? ”
“ค่ะ หนูอยากฟังต่อ ! ” เสี่ยวเยว่เยว่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
เื่ราวถูกขัดจังหวะโดยเ้าตัวเล็กจากนั้นหลิวจือเซียก็เริ่มเล่าต่อ
“ในตอนท้ายเมื่อไข่ใบใหญ่ที่สุดแตกออกมันก็มีลูกเป็ดแรกเกิดกรีดร้องและคลานออกมา ตัวของมันทั้งใหญ่และดูน่าเกลียดเป็ดจิกมัน ไก่เตะมัน และสาวใช้ที่เลี้ยงเป็ดไก่ก็เตะมันด้วยขา.....”
“พ่อคะ หนูไม่ชอบลูกเป็ดนั่นแล้ว ! ”
หลังจากฟังนิทานเสี่ยวเยว่เยว่ก็บีบกำปั้นสีชมพูแน่น “ลูกเป็ดขี้เหร่ทั้งใจดีและน่าสงสารทำไมสัตว์ตัวอื่น ๆ ต้องรังแกมันด้วยละคะ?”
“เพราะลูกเป็ดขี้เหร่ดูแปลกและค่อนข้างใจดีคนอื่น ๆ เลยแกล้งมันไง” หลิวจือเซียบีบแก้มของเสี่ยวเยว่เยว่ จากนั้นเขาก็พูดต่อ“เยว่เยว่ ลูกจะเป็ลูกเป็ดขี้เหร่ตัวนั้นหรือว่าเป็สัตว์ตัวอื่น ๆ ? ”
“หนูอยากเป็ลูกเป็ดขี้เหร่ ! ”เสี่ยวเยว่เยว่พูดขึ้นพร้อมกับยกมือสองข้าง
“ทำไมล่ะ ? ” หลิวจือเซียถาม
“ลูกเป็ดขี้เหร่ใจดีและเด็ดเดี่ยวเมื่อโตขึ้นมันจะต้องกลายเป็หงส์ขาวที่งดงาม เยว่เยว่จะเป็หงส์ขาวที่สง่างาม”เสี่ยวเยว่เยว่กรีดร้องด้วยความตื่นเต้น หน้าของเธอแดงเหมือนกับใบเมเปิ้ล
หลิวจือเซียซุกตัวอยู่ที่มุมผ้าห่มเขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เยว่เยว่ของเราตอนนี้ก็เป็หงส์ขาวที่งดงามแล้วเมื่อลูกโตขึ้น ลูกจะสวยกว่าลูกเป็ดขี้เหร่ ! ”
“จริงหรือคะ ? ”
เมื่อได้ยินคำชมของหลิวจือเซียใบหน้าของเสี่ยวเยว่เยว่ก็แดงเล็กน้อยมือทั้งสองอันบอบบางของเธอปิดใบหน้าด้วยความเขินอาย
“แน่นอน ! ” หลิวจือเซียยิ้ม
เสี่ยวเยว่เยว่ยิ้มราวกับว่าเป็ดอกลิลลี่ที่บานสะพรั่ง
“พ่อคะ พ่อว่าหงส์มีหน้าตาเป็แบบไหน ?”
เขาพยายามกล่อมเสี่ยวเยว่เยว่อีกครั้งก่อนที่จะเข้านอน เสี่ยวเยว่เยว่ก็นึกบางอย่างและถามขึ้นมา “แล้วไก่เ่าั้สุนัขเ่าั้มีหน้าตาเป็อย่างไรคะ ? ”
หลิวจือเซียที่ยืนอยู่ตรงประตูมองไปที่เสี่ยวเยว่เยว่ด้วยท่าทางคาดหวังเขาอึ้งไปชั่วขณะและกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า “เยว่เยว่ นอนหลับก่อนนะลูกพ่อสัญญาว่าถ้าลูกตื่น พ่อจะพาลูกไปดูสัตว์พวกนั้น ! ”
“คุณพ่อไม่ได้โกหกหนูใช่ไหม ? ”ดวงตาของเสี่ยวเยว่เยว่เปล่งประกาย
“ถ้าหลอกหนูขอให้พ่อนั้นกลายเป็ลูกสุนัข! ” หลิวจือเซียยื่นสองนิ้วออกมาด้วยความเคร่งขรึม “พ่อสาบาน ! ”
“หนูไม่อยากให้พ่อเป็ลูกสุนัข ! ”เสี่ยวเยว่เยว่ย่นจมูกของเธอ “เยว่เยว่เชื่อคำพูดของพ่อค่ะ ! ”
พรึบ !
เมื่อไฟดับลงเสี่ยวเยว่เยว่ก็นอนหลับด้วยความคาดหวัง
เมื่อมองไปที่เสี่ยวเยว่เยว่ที่นอนหลับสนิทหลิวจือเซียก็ปิดประตูเบา ๆ และกลับไปที่ห้องของเขา
ห้องของหลิวจือเซียนั้นใหญ่กว่าของเสี่ยวเยว่เยว่นอกจากเตียงใหญ่และตู้เสื้อผ้าแล้ว ที่เหลือก็จะมีแล็ปท็อปและโต๊ะคอมพิวเตอร์
หลิวจือเซียเปิดคอมพิวเตอร์และดูหน้าเว็บชั่วขณะจากนั้นเขาก็เปิดโปรแกรม และเริ่มลากเมาส์อย่างจดจ่อ
ในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้งานโปรดของหลิวจือเซียก็คือการวาดภาพและสร้างอนิเมชั่นเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับตัวเอง
ตอนนี้หลิวจือเซีย้าจะใช้คอมพิวเตอร์วาดสัตว์เล็กๆ ในลูกเป็ดขี้เหร่เ่าั้
แม้ว่าจะไม่มีคอมพิวเตอร์แบบมืออาชีพแต่เขาก็วาดมันด้วยเครื่องมือธรรมดา ๆ ด้วยเทคนิคของหลิวจือเซีย การวาดภาพสัตว์เล็ก ๆเ่าั้ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย
หลิวจือเซียยุ่งอยู่กับการวาดรูปลูกเป็ดขี้เหร่ทั้งหมดสองภาพหนึ่งในนั้นก็คือรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดของลูกเป็ด ส่วนที่สองก็คือหงส์ขาวที่สง่างามตามธรรมชาติ
สำหรับสัตว์เล็ก ๆ ที่เหลือหลิวจือเซียดาวน์โหลดมันจากในเวอร์ชั่นอนิเมชั่นจากอินเตอร์เน็ตโดยตรงจากนั้นเขาก็ใช้โฟโต้ชอปเปลี่ยนเป็ภาพของตัวเองแม้ว่าจะไม่สมบูรณ์เหมือนในชีวิตก่อนหน้า แต่มันก็มีความสดใสและค่อนข้างเหมือนจริง
หลังจากวาดภาพเหล่านี้จนเสร็จหลิวจือเซียก็ปริ้นท์มันออกมาโดยตรง
เมื่อมองไปที่เวลาบนคอมพิวเตอร์ตอนนี้มันก็ตีสองกว่าแล้ว
หลังจากยืดเส้นยืดสายหลิวจือเซียก็ส่ายหัวและทำการเข้านอน !