Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 8 ดยุคแฟรงก์ เลย์นาด

    “หืม...นั่นใคร”ชายหัวเขียวเพียงสะกิดเท้าเบาๆพริบตาต่อมาเขาพลันปรากฏข้างเสาค้ำอาคาร นิ้วเรียงชิดเล็บแหลมคมก่อกันเป็นใบมีดและกระซวกจนเสากว่าเป็นรูแขนยาวค่อยๆดึงออกจากเสาอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น“ท่านอินวิเดนเทียไม่ทราบว่า...”“มีคนแอบฟัง”ชายอีกคนในชุดคลุมเผยสีหน้าเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก“ต...แต่ว่าไม่มีใคร...”“มีสิ ฉันได้กลิ่นมัน กลิ่นของหนูที่มันชอบป้วนเปี้ยนใต้จมูกฉันและสุดท้ายก็กลายเหยื่อที่ถูกเขมือบ” “ซวย ซวยโคตรๆจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอพวกมันที่นี่ แถมยังมีคนที่เหมือนจะเป็นระดับสูงมาด้วยอีก”ตาเลื่อนลงไปมองเสื้อยืดใส่เล่นที่บริเวณสีข้างมีรอยขาดเล็กน้อย“ขนาดห่างกันเกือบ50เมตรแรงอัดอากาศจากมือยังรุนแรงขนาดนี้ ขืนสู้ตรงๆคงมีแต่ตายกับตาย แต่ว่า...”ข่าวลือเกี่ยวกับอิกนาเซียสในอนาคตจะแพร่หนาหูยิ่งขึ้นหลังจากพวกมันหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นานกว่าร้อยปี บ้างก็ว่าพวกมันคือเป็นแผนของมันทั้งหมดในการโค่นล้มเผ่าพันธุ์มนุษย์ บ้างบอกว่าจริงๆแล้วมอนสเตอร์ใช้พวกอิกนาเซียสเพื่อเปิดอาบิสเกทไม่ว่าจะอย่างไหนก็มีความเป็นไปได้สูงทั้งนั้น ในชีวิตที่แล้วเชสเองเคยสู้กับอิกนาเซียสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และครั้งเดียวที่ว่ามันทำให้เขาลืมมันไม่ลงไปตลอดชีวิต“ไม่ว่ายังไงพวกมันก็ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว แถมยังหมายหัวดยุคเลย์นาด”แฟรงก์ เลย์นาด ศักดินาระดับดยุค ปกครองเมืองใหญ่อย่างโรเซเลีย สืบเชื้อสายจากอดีตกษัตริย์พระองค์ก่อนหน้า และเป็นพระอนุชาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นธรรมและเป็นที่รักของประชาชน“เราไม่เคยได้ยินเรื่องดยุคตายในชาติที่แล้วจนวาเลนเซียล่มสลาย ถ้าปราสาทดยุคถูกบุกรุกจริง ไม่สิปราสาทโดนบุกน่ะปิดข่าวได้แต่ถ้าคนระดับดยุคเกิดตายปิดข่าวยังไงก็คงไม่มิด แปลว่าเมื่อชาติก่อนดยุคไม่ตายและถูกปกป้องไว้ได้”จิ๊กซอว์แต่ละแผ่นเริ่มปะติดปะต่อ ข้อมูลที่ขาดหายได้รับการอนุมานขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างเป็นเวลาเดียวกับเขากลับมาถึงหอพัก “เราควรเสริมกำลังค่ะ ท่านดยุค”“อืม เราเข้าใจเอาเป็นว่าเราจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับท่านพี่”ในห้องหรูหราประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีและเพชรนิลจินดาหลากสี กลางห้องร่างคุ้นตาสองคนกำลังนั่งพูดคุยกับชายวัย40ร่างท้วมหนวดเขี้ยวสีน้ำตาล ผมสีเดียวกับหนวดเสยไปด้านหลัง ตามนิ้วสวมแหวนอัญมณีเต็มทั้ง10นิ้ว“พอจะทราบไหมคะว่ากษัตริย์จะอนุญาตไหม”“ตอบยากนะ ตัวท่านพี่นะไม่เท่าไหร่หรอก แต่พวกปลิงข้างตัวนี่สิวันดีคืนดีเดี๋ยวก็หาข้ออ้างกบฏมายัดหัวเราอีก เออ ว่าแต่คืนพรุ่งนี้ว่างรึเปล่าเลดี้ เพนธีซีเลีย สนใจไปดินเนอร์กับเราหน่อยไหม”“ดิฉันมีลาดตระเวนค่ะ ขออภัย”‘แหลทั้งเพ’มิคาเอลตวัดตามองหัวหน้าตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอกล่าวแทบจะในทันทีโดยไม่ต้องคิด ตัดโอกาสดยุคร่างท้วมไปโดยปริยาย“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า งั้นหรอๆ ช่วยไม่ได้นะ”ดยุคตบเข่าไปพลางหัวเราะเสียงดังไปพลาง“เอาเถอะกลับมาคุยธุระกันต่อ เรื่องอาบิสเกท...”ยังไม่ทันจะได้พูดต่อ ตอนนั้นเองเสียงเอะอะโวยวายพลันดังมาจากด้านนอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พักต่อมาชายชราในชุดพ่อบ้านเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา“นายท่านมีเหตุรถม้าพุ่งชนรั้วคฤหาสน์ขอรับ”“รถม้าเนี่ยนะ คนขับล่ะเป็นอะไรไหมแฟรงก์ขมวดคิ้วมุ่นก่อนแสดงความเป็นห่วงผู้ได้รับบาดเจ็บ“กระผมให้คนไปดูแล้ว ไม่นานคงได้เรื่อง”ไม่ทันจะจบดีเสียงฝีเท้าหนักตรงมาด้านหลังพ่อบ้าน“ท่านดยุคเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องเก็บฟืนขอรับ”คราวนี้แม้แต่แขกสองคนยังต้องขมวดคิ้วตาม อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ทั้งรถม้าชน ทั้งเพลิงไหม้ ประจวบเหมาะราวกับกำลังมีวาทยากรควบคุมเพลงบทนี้ไว้“นายท่านม้าในคอกจู่ก็พยศขึ้นมาทำร้ายคนเลี้ยงม้าไปหลายคนแล้วครับ”“นายท่าน...”“ท่านดยุค...”เรื่องที่3 เรื่องที่4 เรื่องที่5 ตามมาติดๆไม่ปล่อยให้พวกเขามีเวลาคิด ทั้งมิคาเอลและลีโอเนสรู้สึกถึงความวุ่นวายอันผิดปกติ บรรยากาศในห้องตึงเครียดทันที“มิคาเอลเรียกกำลังเสริม”หญิงสาวสั่งการเสียงเฉียบขาด“เท่าไหร่ครับหัวหน้า”“ครึ่งหน่วย”“รับทราบ”ชายผมทองหญิงก้อนหินโปร่งแสงแปลกประหลาดขึ้นมาก่อนจะกรอกคำพูดลงไป ด้านแฟรงก์เขาเริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลน“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ไม่ทราบค่ะ แต่คาดว่าคฤหาสน์ของท่านกำลังโดนผู้ไม่ประสงค์ดีบุกรุกและเป้าหมายของมันก็คือ...”ฉั๊วะ อ๊ากเสียงดังเอะอะดังขึ้นอีกครั้งทว่าครั้งนี้เสียงดังมาจากหน้าประตู“แกเป็นใคร”“ไม่รู้รึไงว่าที่นี่คือที่ไหน อ๊าก”“ช่วยด้ว—”“นายท่าน...อึก หนีไป”ความวุ่นวายจบลงในไม่กี่วินาที พ่อบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูถูกมือที่แหลมคมดั่งใบมีดกระซวกเข้ากลางหน้าอกก่อนจะกดลงผ่าร่างเป็นสองซีก เลือดจำนวนมากเจิ่งนองทั่วบริเวณลีโอเนสและมิคาเอลลุกพรวดจากเก้าอี้ นับเป็นโชคดีที่แฟรงก์ไม่ถือเรื่องพกอาวุธทำให้หัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยทหารพิเศษสามารถพกอาวุธเข้ามาในคฤหาสน์ได้มือบางคว้าดาบใหญ่ที่วางพิงอยู่ขึ้นถือเตรียมประจันหน้า เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาปรากฏร่างไม่สูงมากสีขาวซีดผมสีเขียวในชุดรัดรูปเป็นรูปเกล็ดงูสีเผือก“สวัสดี ขอโทษที่รบกวนยามวิกาลนะท่านดยุค”อินวิเดนเทียผายมือออกสองข้างพร้อมท่าทีสบายๆก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าว“แกเป็นใคร”“ ‘แกเป็นใคร’ ถามมาได้ไงว่าแกเป็นใคร คนเดินผ่านมั้ง พวกมนุษย์นี่นับวันยิ่งโง่ลงรึไง”อินวิเดนเทียตอบยียวนกลับไปพลางมองสำรวจทั้งสามคนในห้อง“ดูเหมือนจะยังไม่รู้เรื่องที่พวกเราจะบุกมาสินะ เจ้านั่นไม่ใช่พวกเดียวกันหรอ”“แกพูดเรื่องอะไร”“ช่างเถอะ ขอแค่แผนยังดำเนินไปตามเดิมก็พอ”ชายผมเขียวหยุดยืนคิด พร้อมเมินคำถามที่ถูกตะเบ็งเสียงถาม“ไม่คิดจะตอบงั้นหรอ ได้ รับนี่ไป”มิคาเอลชักดาบออกมาสองขาพุ่งด้วยความเร็วสูงหมายจะเผด็จศึกในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามประมาทแต่หารู้ไหมว่าเป็นเขาที่ประมาทเมื่อรู้ตัวอีกทีมิคาเอลก็กระแทกกับกำแพงกลายเป็นหลุมลึกพร้อมกับทั้งแขนของอินวิเดนเทียมีเส้นเลือดปูดโปน“ได้ยินว่าวันนี้มีแขกมีฝีมือแต่ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลยนี่หว่า งานนี้หมูๆ”อินวิเดนเทียฉีกยิ้มร่าพลางตรงเข้าหาดยุค“ใครจะไปยอม”ดาบยักษ์ปะทะเข้ากับสองแขนสีซีด ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาคล้ายกับกำลังปะทะกับดาบเหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม“โห แรงเยอะใช้ได้ แบบนี้ซีถึงจะสนุก”เจ้าของนัยน์คล้ายงูเริ่มแสดงความบ้าคลั่งผลักร่างของหญิงสาวจนต้องถอยกรูด ไม่รอช้าเขาวิ่งเข้าไปซ้ำทันทีจนเกิดเป็นการรุกรับนับครั้งไม่ถ้วนแฟรงก์ทำตัวไม่ถูกพยายามหันซ้ายหันขวาหาทางรอด สุดท้ายตัดสินใจย้ายก้อนไปนั่งข้างๆมิคาเอลที่พยายามแกะตัวเองออกจากกำแพง“หน็อย”“อะไรๆ มีแค่นี้รึไง”ลีโอเนสตกเป็นฝ่ายตั้งรับเกือบจะสิ้นเชิง ดาบใหญ่ยกขึ้นป้องก้อนท่อนแขนของมัน“อย่ามาดูถูกกันนะ”เลือดขึ้นหน้าหลังจากโดนดูถูกหมัดในถุงมือเกราะอัดเข้าไปเต็มท้องอินวิเดนเทียจนเจ้าตัวจำต้องเว้นระยะห่าง“มันต้องอย่างงี้เซ่”ชายจากเผ่าอิกนาเซียสยังคงยิ้มเช่นเดิมในขณะที่ผู้บัญชาการหน่วยที่7หน้าตึงเครียด‘ดันเจอคู่ต่อสู้สายความเร็วที่แพ้ทางซะได้ โธ่เว้ยถ้าพริสม่าอยู่ด้วยล่ะก็’หน้าจอมเวทสาวคู่หูลอยขึ้นมาจนเธอต้องสบัดหัวไล่มัน“อ้าว ไม่ใช้ดาบแล้วหรอ แล้วแบบนี้จะสู้ได้หรอ”“เหอะ อย่างแกน่ะแค่กำปั้นก็เอาอยู่แล้ว”หญิงสาวผู้มีแผลเป็นลากยาวบนใบหน้าตั้งท่าเตรียมรับมือ ตาข้างเดียวที่มองเห็นโฟกัสไปยังศัตรูคนเดียวเพื่อไม่ให้คลาดสายตาเสี้ยววินาทีต่อมาร่างทั้งสองพลันปรากฏขึ้นประจันหน้ากัน ลีโอเนสเอี้ยวคอหลบใบมีดขาวซีดทว่าไม่อาจหลบได้พ้น แก้มซ้ายเกิดเป็นแผลทางยาว ทว่าคล้ายเธอไม่สนใจ ทันใดนั้นกำหมัดในเกราะพลันซัดเข้าเต็มปลายคางจนอินวิเดนเทียตัวลอย ปากพ่นเลือดออกมาจำนวนไม่ใช่น้อยอั่ก“ยังไม่จบหรอก หมัดถล่มภูผา 50หมัดรวด”หมัดความเร็วสูงหลายๆสิบหมัดระดมอัดเขาใส่ท้องของศัตรูหมัดแล้วหมัดเล่า อินวิเดนเทียอ้าปากค้างตาเหลือกกลางอากาศหมัดสุดท้ายง้างเต็มที่ไปด้านหลังหวังส่งชายผมเขียวไปพบยมบาลทว่าจังหวะที่หมัดถูกปล่อย เรื่องเหลือเชื่อพลันเกิดขึ้น อินวิเดนเทียที่อยู่กลางอากาศหมดสิทธิ์จะหลบหมัดนั้นกลับมีขนาดตัวเล็กลง ไม่สิ ทั้งร่างของมันเปลี่ยนกลมเป็นทรงสัตว์เลื้อยคลานผิวสีขาวที่ขาดอยู่แล้วบัดนี้ผุดเกล็ดขึ้นมาทั่วร่าง เกล็ดสีขาวและร่องเกล็ดสีเขียวมรกตสวยงามแสดงต่อหน้าทุกคน“แกเป็นตัวอะไรกันแน่”ใช้เวลาไม่ถึง10วินาทีร่างของอัศวินสาวพลันถูกเลื้อยพันด้วยงูขนาดยาวกว่า10เมตร บริเวณหัวยังคงรูปร่างเอกลักษณ์ไว้ให้รู้ว่าเป็นอินวิเดนเทีย“นั่นสินะ ตัวอะไรกันนะ”แรงรัดเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนชุดเกราะเหล็กก็ยังรับไม่ไหวจากชุดป้องกันกลายเป็นภาระย้อนกลับมาเล่นงานเธอ“หัวหน้า!!! ปล่อยหัวหน้าเดี๋ยวนี้”เวทเสริมพลังระดับต่ำที่อัศวินพอจะใช้เองได้ถูดงัดออกมา แสงสีส้มหม่นกว่าของเชสที่เคยใช้กับเรเรียคลุมตัวมิคาเอลไว้มิคาเอลเปลี่ยนการตั้งท่าเป็นท่าเตรียมแทง รองหัวหน้าหน่วยทหารพิเศษที่7 ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงย่างเข้าหาศัตรู“เพลงดาบประกาย : แสงพรั่นพรึง”พริบตาเดียวมิคาเอลก้าวเข้าหางูเกร็ดขาวปลายดาบนับร้อยแทงเข้ามาด้วยความเร็วสูงทว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้งแสงสีเขียวตามร่องเกล็ดเรืองแสงเจิดจ้า ความรู้สึกส่งจากปลายดาบกลับมาราวกับแถงถูกเหล็กกล้า เช่นเดียวกับคราวของลีโอเนส“ยังไม่จบหรอกนะ”น้ำเสียงเย้ยหยันตามมาด้วยหมอกควันสีม่วงปลดปล่อยมาจากปากของงูมันค่อยๆฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง“อุ๊บ อะไรเนี่ย แก๊สพิษหรอ”มิคาเอลเว้นระยะห่างออกมา ผ้าเช็ดหน้าของใครสักคนตกอยู่บนพื้นหยิบขึ้นมาอุดจมูก พลางจ้องมองลีโอเนสในสภาวะวิกฤตหญิงสาวใกล้จะขาดอากาศหายใจจนหมดสติ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อขณะเดียวกันแรงรัดก็ยิ่งมากขึ้น“หน็อย ถ้าแถวนี้มีจอมเวทที่ใช้เวทต้านพิษได้ล่ะก็...”เพล้งดาบปริศนาซัดตรงมาราวกับหอกทำลายกระจกหรูของห้องนั่งเล่นตรงเข้าที่คอของงูยักษ์“ดูถูกกันหรอ”ดาบถูกกัดพอดีกับเขี้ยวแหลมคม วินาทีต่อกลายเหลือเพียงเศษดาบตกกระจายตามพื้น“ใคร แกเป็นใครกันวะ”อินวิเดนเทียร้องตวาดด้วยความเกรี้ยวโกรธ สายตากวาดมองหาผู้กระทำทว่าเขากลับพบว่าอย่างอื่นแทน“มนตราต้นแบบ : พยุหศาสตรา”“มนตราดัดแปลง : ย่างก้าวเทพอัสนี”สิ้นเสียงเศษจากดาบที่ถูกทำลายพลันพุ่งตรงด้วยความเร็วสูงเฉือดเฉือนร่างของงูยักษ์ในส่วนที่ไร้เกล็ดปกคลุมจนมันเผลอคลายตัวปล่อยลีโอเนสให้เป็นอิสระ“เมื่อกี้มีใครเรียกจอมเวทรึเปล่า”ชุดเครื่องแบบสถาบันออโรเรียทับด้วยผ้าคลุมไหล่สีดำขอบน้ำตาล บริเวณเท้าประกายแสงสีม่วงแล่นไปมาไม่หยุดคทาแท่งยาวฟุตครึ่งสีดำสนิทมีเพียงส่วนหัวคทาเท่านั้นที่เป็นลูกบาศน์สีเงิน“จอมเวทเชส เซอร์เซสที่เพิ่งอัพเกรดอุปกรณ์สวมใส่มาใหม่พร้อมให้บริการ...ว่าไปนั่น”