หลังจากที่จักพรรดิสรรค์ฉีิใช้มือของเค้าโบ๊ะไปที่หัวของเด็กน้อยปิงหยวนด้วยความเอ็นดูเสร็จสิ้นเค้าก็ได้กล่าวต่อ
“ แล้วก็วันนี้ถึงแม้ข้าจะชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของเ้าที่เ้านั้นยอมหักไม่ยอมงอ เ้าถึงกับยอมรับความเสี่ยงที่จะทำให้เส้นลมปราณนั้นฉีกขาดเพื่อให้ได้บรรลุขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 1 แต่คราวหน้านั้นห้ามประมาทแบบนี้อีกเด็ดขาด ถ้าวันนี้เ้าไม่มีข้าเ้าคงต้องพักรักษาตัวไปอีกหลายสิบปีมันคุ้มค่าแล้วหรือไม่ ”
เด็กน้อยปิงหยวนรับฟังด้วยสีหน้าเซื่องซึม
“ ข้าไม่ได้ว่าเ้าในเื่ที่เ้านั้นเสี่ยง เพราะในชีวิตเราถ้าหากอยากเติบโตเป็คนที่แข็งแกร่งจิตใจที่กล้าเสี่ยงก็เป็เื่สำคัญ แต่ที่ข้าว่าเ้าเนื่องจากเ้าเสี่ยงแบบโง่ๆ เ้านั้นประมาทเลินเล่อเกินไป เ้ารีบจนถึงกับลืมรากฐานของวิชาการฝึกตนของตัวเ้าเอง ”
“ คราวหน้าอย่าได้มีอีก ” จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพี่ฉีิ ” เด็กน้อยปิงหยวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
หลังจากได้ว่ากล่าวตักเตือนกันไปตอนนี้ก็เข้า่บ่ายของอีกวันแล้ว
“ ปิงหยวนเ้าไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน เดี๋ยววันนี้เราพักกันในป่าอีกวันพรุ่งนี้ ่เช้าสายพวกเราสองคนค่อยออกเดินทางกลับชุมชนกวางกันป่านนี้ท่านแม่และท่านพ่อคงเป็ห่วงพวกเรายิ่งนัก ” จักพรรดิสรรค์ฉีิกล่าวกับเด็กน้อยปิงหยวนก่อนที่เค้าจะออกไปล่าสัตว์เพื่อมาทำอาหาร
เมื่อปิงหยวนกลับมาตอนนี้จักพรรดิสรรค์ฉีิก็ได้ทำอาหารไว้รอแล้ว
“ ปิงหยวนการกลับไปชุมชนกวางในครั้งนี้ข้านั้นทำได้เพียงแค่ไปส่งเ้าเท่านั้นนะ ”
จักพรรดิสรรค์ฉีิพูดขึ้นมาขณะกินข้าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ ท่าน!!! ท่านพี่ฉีิถึงเวลาที่ท่านจะไปจากชุมชนกวางเเล้วหรือขอรับ ”
เด็กน้อยปิงหยวนกล่าวกลับมาด้วยน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าเล็กน้อย เค้าพยายามเข็มแข็ง ตัวของเด็กน้องปิงหยวนได้เตรียมใจมาแต่แรกแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่พี่ชายฉีิของเค้าจะจากไปสุดท้ายความเศร้าก็ยังปรากฎออกมาอยู่ดี
ตัวเค้านั้นได้สูญเสียพ่อแท้ๆไป ถึงแม้จะมีท่านพ่อและท่านแม่บุญธรรมแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนที่อยู่กับเค้ามากที่สุดก็คือพี่ชายฉีิของเค้าทั้งคู่นั้นต่างมีสิ่งที่เหมือนกันนั้นจึงทำให้สามารถเชื่อมถึงกันและเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้มาก กว่าคนอื่น สิ่งที่เหมือนกันนั้นก็คือทั้งคู่ต่างสูญเสียครอบครัวแท้ๆและบุคคลอันเป็ที่รักไป
“ ใช่แล้ว ที่ข้าอยู่ต่อหลังจากที่ท่านปู่ฉีหนานของข้าเสียชีวิตลงนั้นก็เพื่อสอนวิชาการฝึกตนและทักษะการต่อสู้ให้กับเ้าเพื่อให้เ้านั้นได้มีโอกาสในการมีชีวิตอยู่ในโลกที่โหดร้ายนี้ได้มากขึ้นสักนิดก็ยังดี ในเมื่อเ้าทำได้ตามที่ข้าคาดหวังแล้วก็ถึงเวลาที่ข้าจะต้องจากไปเสียที ถ้าหากโชคชะตาของเ้าและข้ามันยังอยู่ในเส้นทางเดียวกันสักวันเ้าก็จะได้เจอกับข้าอีก และเมื่อวันนั้นมาถึงข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์ที่แท้จริง ”
“ ส่วนวันนี้ก็พอเท่านี้ เ้าไปพักผ่อนให้เต็มที่เถอะฝึกมา ทั้งวันเต็ม ๆ ”
จักพรรดิสรรค์ฉีิตอบกลับปิงหยวนด้วยความจริงใจ
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันพักผ่อน จักพรรดิสรรค์ฉีิเลือกที่จะฝึกตนต่อส่วนเด็กน้อยปปิงหยวนหลังจากนั้นเค้าก็หลับยาวเสมือนได้รับยาสลบมายังไงอย่างงั้น
เช้าวันต่อมาก่อนออกเดินทางกลับชุมชนกวาง
“ ท่านพี่ขอรับแล้วเมื่อเรากลับไปชุมชนกวางเรานั้นจะบอกกล่าวกับท่านพ่อและท่านแม่อย่างไรหรือขอรับ ” เด็กน้อยปิงหยวนกล่าวถามพี่ชายของเค้าด้วยความสงสัย
“ เ้าไม่ต้องห่วงข้านั้นมีแผน ” จักพรรดิ์ฉีิกล่าวตอบเด็กน้อยปิงหยวน
หลังจากนั้นเค้าก็ได้ใช้ทักษะกายาแปรเปลี่ยนของเค้าเปลี่ยนรูปกายของตัวเค้าเป็รูปร่างชายวัยกลางคนดูมากด้วยบารมี
“ แผนของข้านั้นคือ…….. ” ก่อนที่จะบอกแผนของเค้าต่อเด็กน้อยปิงหยวน
ตัดกลับมาปัจจุบัน
“ ท่านพ่อหยุด !!!! ” เมื่อเด็กน้อยปิงหยวนเห็นท่านพ่อของเค้าปลดปล่อยพลังใส่ชายวัยกลางคนผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างๆเค้า ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่นี้คือจักพรรดิสรรค์ฉีิที่ผ่านการใช้ทักษะกายาแปรเปลี่ยนมา
ตัวของเด็กน้อยปิงหยวนนั้นอดะโออกมาด้วยความเป็ห่วงไม่ได้ ตัวเค้ารู้ดีว่าพี่ชายฉีิของเค้านั้นแม้จะพึ่งเลื่อนระดับมา แต่ก็อยู่เพียงรวบรวมปราณขั้นที่ 3 พลังมีเพียง 600 กิโล เท่านั้นกลับกันท่านพ่อกวางเส้าของพวกเค้ามีระดับการฝึกตนถึงขั้นที่ 8 พลังโดยรวมมีถึง 1600 กิโล หรือ 1.6 ตัน นั้นหมายถึงพลังที่มากกว่าพี่ชายฉีิถึง 1,000 กิโลเลยด้วยซ้ำ
แต่ก่อนพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นจะถึงตัวพี่ชายฉีิของเค้า
คลื่น !!!! คลื่น !!!!
อัก !!!
ไอสังหารมากมายได้ถูกปล่อยออกมาเป็ละลอกจากชายวัยกลางคนผู้นั้น มันมากพอที่จะทำให้คนทั้ง 3 ภายในบ้านตัวสั่นแม้แต่ปิงหยวนก็ไม่เว้น
กวางเส้าที่กำลังปลดปล่อยพลังออกมาถึงกลับฝืนรั้งพลังของตัวเองกลับไป ส่งผลให้พลังย้อนกลับนั้นทำให้เค้ากระอักเืออกจากปาก ตัวเค้า ณ บัดนี้ไม่กล้าที่จะล่วงเกินอีกฝ่ายแล้ว
การที่อยู่ในโลกที่โหดร้ายแล้วบุคคลผู้หนึ่งสามารถสร้างกลิ่นอายสังหารที่น่าข่มขวัญถึงขั้นนี้ได้ กวางเส้าไม่สามาจินตนาการได้เลยว่าเค้านั้นสังหารคนมาแล้วกี่คนหมื่นคนแสนคนล้านคนหรือมากกว่านั้น แล้วคนเช่นนี้เค้านั้นหรือจะสามารถล่วงเกินได้
บัดนี้เค้าเข้าใจแล้วว่าเหตุฉไหนลูกเค้าถึงได้ออกปากห้ามตัวเค้าเอาไว้
“ ข้า ขออภัยท่านผู้าุโ ” กวางเส้ารีบโค้งตัวลงมาคารวะผู้าุโค้างไว้พร้อมกล่าวคำออกมา
“ หยุด !!! เ้าไม่ต้องคารวะข้าหรอกรีบยืนขึ้นมา ”
เมื่อกวางเส้าได้ยินเค้ารีบลุกยืนขึ้นหลังตรงทันที
“ ท่านพ่อ !!! ” ปิงหยวนได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงท่านพ่อที่าเ็
และอยู่ๆ สถานการณ์ก็นิ่งเฉยไปไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
10 วิต่อมา
“ ลูกชายปิงหยวนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !!! ” ฮูหยินกุ้งที่เริ่มได้สติกลับมาอีกครั้งกล่าวถามเด็กน้อยปิงหยวนด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ คือว่าท่านแม่ ….. ” ปิงหยวนกำลังจะเล่า
“ หยุดข้าเล่าเอง ” ชายวัยกลางคนบัดนี้ได้กล่าวคำพูดออกมาอีกครั้ง จักพรรดิสรรค์ฉีิไม่กล้าให้เด็กน้อยปิงหยวนเล่าเื่อีกแล้ว เมื่อกี้แค่เปิดหัวเื่มามันก็แช่งเค้าให้ตายซะแล้ว
“ ตัวข้านั้นมาจาก มณฑล ิกวนแห่งที่ราบลุ่มาฉิน พร้อมกับท่านอาจารย์ของข้าพวกเรานั้นเมื่อเดินทางผ่านป่าก็ได้บังเอิญพบกับเด็ก 2 คน …… ”