-ไอริณสลัดความหลอนในหัวทิ้งแล้วเหยียบคันเร่งรถจี๊ปพุ่งทะยานไปตามถนนลูกรังที่เปียกแฉะ บรรยากาศรอบข้างสองข้างทางเต็มไปด้วยพงหญ้ารกชัฏและซากเจดีย์เก่าที่ปรักหักพัง-
Episode 3: ล่าเงาขี้ผึ้ง (Chasing the Wax Shadow)
เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปแผดคำรามแข่งกับเสียงลมพัดแรง ไอริณจ้องมองมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำด้านที่บิดหนีอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ คนขับสวมชุดหนังมิดชิดและหมวกกันน็อกเต็มใบ แต่วิ่งด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อผ่านทางโค้งอันตราย
"หยุดรถเดี๋ยวนี้นะ!" ไอริณะโแข่งกับเสียงลม เธอตัดสินใจหักพวงมาลัยเบียดขึ้นไปหมายจะให้รถอีกฝ่ายเสียหลัก แต่บิ๊กไบค์คันนั้นกลับเหวี่ยงตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าสู่เขต "โรงงานปั้นหุ่นขี้ผึ้งร้าง" ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวริมแม่น้ำป่าสัก
เอี๊ยดดด!
ไอริณเบรกจนรถปัด เหวี่ยงตัวเองลงจากรถพร้อมปืนกล็อกคู่กาย เธอวิ่งตามเงาร่างนั้นเข้าไปในโรงงานที่มืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากรูโหว่บนหลังคา กลิ่นขี้ผึ้งดิบและสารเคมีฉุนกึกเตะจมูกเธออย่างแรง
"ออกมา! ฉันรู้ว่าคุณหลบอยู่หลังหุ่นพวกนั้น" ไอริณะโพลางกวาดปืนไปรอบๆ
ห้องโถงกว้างเต็มไปด้วยหุ่นขี้ผึ้งที่ยังปั้นไม่เสร็จ บางตัวมีเพียงโครงเหล็ก บางตัวมีแต่หัวที่วางเรียงรายอยู่บนชั้น บรรยากาศเหมือนถูกจ้องมองด้วยดวงตาไร้ิญญานับสิบคู่
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบพื้นด้านหลัง ไอริณหันขวับ แต่สิ่งที่พุ่งเข้าใส่เธอไม่ใช่ะุ กลับเป็ "มีดแกะสลักหุ่น" ที่คมกริบ! เธอเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะเข้าปะทะกับคนร้ายในชุดดำ
การต่อสู้ระยะประชิดเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด คนร้ายมีความคล่องตัวสูงและดูเหมือนจะรู้จักพื้นที่นี้เป็อย่างดี มันใช้ความมืดและหุ่นขี้ผึ้งรอบข้างเป็โล่ ไอริณโดนลูกเตะเข้าที่ชายโครงจนหลังกระแทกกับแท่นวางหุ่น ความเจ็บแปลบแล่นพล่าน แต่เธอก็อาศัยจังหวะที่มันจะเข้าซ้ำ คว้าแขนคนร้ายแล้วบิดล็อกด้วยท่าศิลปะป้องกันตัว
"แกเป็ใคร!" ไอริณเค้นเสียงถาม
คนร้ายไม่ตอบ แต่มันพ่น "ละอองสเปรย์บางอย่าง" ออกมาจากข้อมือใส่หน้าเธอ!
ไอริณสำลัก ควันสีขาวนวลนั้นทำให้ตาของเธอเริ่มพร่ามัว เสียงกรีดร้องจากอดีตที่เธอเคยได้ยินในบ้านชาญชัยกลับมาอีกครั้ง ภาพหุ่นขี้ผึ้งรอบตัวดูเหมือนจะเริ่มเบียดเสียดเข้ามาหาเธอจริงๆ คนร้ายอาศัยจังหวะนี้สะบัดตัวหลุดแล้วถีบเธอจนล้มลง ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในดงหุ่นที่ลึกกว่าเดิม
เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเืเพื่อเรียกสติ "บ้าเอ๊ย... ยานั่นอีกแล้ว"
ไอริณพยายามพยุงตัวขึ้นช้าๆ สายตามองเห็นคนร้ายขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หนีออกไปทางประตูหลัง แต่ก่อนที่มันจะลับตาไป เธอสังเกตเห็นสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ติดอยู่ท้ายรถ... ตราสัญลักษณ์รูปดอกพิกุลสีทอง
เข้าสู่โหมดสืบสวน (Investigation Mode)
หนึ่งชั่วโมงต่อมา พิธาตามมาสมทบพร้อมกับทีมเสริม เขาพบไอริณนั่งพิงล้อรถจี๊ป แจ็คเก็ตหนังของเธอมีรอยขาดและคราบขี้ผึ้งสีเทาติดอยู่
"พี่ไหวไหม? ผมเรียกกู้ภัยมาตรวจร่างกายพี่ก่อนดีกว่า" พิธาหน้าตาตื่น
"ฉันไม่เป็ไร สารนั่นฤทธิ์มันสั้นถ้าโดนไม่มาก" ไอริณยื่นเศษสติกเกอร์ที่เธอขูดมาได้จากเสาโรงงานให้เขา "ไปเช็คมาว่าในอยุธยา มีใครใช้ตรา 'ดอกพิกุลสีทอง' เป็เครื่องหมายการค้าบ้าง โดยเฉพาะพวกที่เกี่ยวข้องกับศิลปะหรือโบราณคดี"
ผลการสืบสวนเบื้องต้น:
* โรงงานร้าง: โรงงานนี้เคยเป็ของตระกูลช่างปั้นเก่าแก่ที่ล้มละลายไปเมื่อ 10 ปีก่อน และปัจจุบันถูกเช่าต่อโดย "บริษัทนอมินี" ที่ทำธุรกิจนำเข้าเคมีภัณฑ์
* ตราพิกุลทอง: พิธาใช้แท็บเล็ตค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง "พี่... ตรานี้มันเป็ตราประจำตระกูลของ ดร.ณัฐ นักประวัติศาสตร์ที่เรากำลังจะไปหาครับ แต่เขาเลิกใช้ไปนานแล้วนะ"
ไอริณหรี่ตาลง กลิ่นหอมเอียนๆ ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก "เลิกใช้... หรือแค่เปลี่ยนที่ใช้กันแน่"
เธอเริ่มเชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกัน: หุ่นที่ขยับได้, ยาหลอนประสาทที่ทำให้คนเห็นภาพหลอน, และตราสัญลักษณ์ที่ย้อนกลับไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นขี้ผึ้ง
"เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อยพิธา" ไอริณสั่งเสียงเข้ม "เราจะไปหา ดร.ณัฐ กันเดี๋ยวนี้ ฉันอยากรู้ว่าเขาจะมีคำอธิบายเื่ 'หุ่นมีชีวิต' ว่ายังไง"
*โปรดติดตามตอนต่อไป*