" เป็ฮูหยินแม่ทัพ ไหนเลยจะสู้เป็สนมฮ่องเต้ได้สินะ "
ด้วยใจที่มีให้กับหญิงสาวจึงทำให้แม่ทัพฟานคิดไปต่างๆ นานา ใครบ้างจะรู้ว่าแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ รบทัพจับศึกมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับต้องแพ้ให้กับอิสตรีนางเดียว
ฟานอวี้ยังคงดื่มอยู่เช่นนั้น จนเวลาผ่านไปคนที่คิดว่าจะไม่มาก็ปรากฏตัวขึ้น
" ฮูหยินท่านมาแล้ว ข้าน้อยไปหาท่านที่จวนแต่เหตุใดจึงไม่พบฮูหยิน "
" เอาไว้ข้าจะเล่าให้พวกพี่ฟังก็แล้วกัน "
ชินลี่เอ่ยขึ้น ฝูหรงเดินไปหาคนที่เมาจนหน้าแดง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีสติรับรู้ถึงการมาของคนตัวเล็ก
" หึ เ้าไม่ได้อยู่ที่จวนสินะ คงจะมีความสุขมากล่ะสิ "
" กลับจวนเถอะเพคะ "
ฝูหรงเดินเข้าไปประคองคนตัวโต แต่ฟานอวี้ก็ทำทีไม่อยากให้คนตัวเล็กแตะต้องตน
" ข้าไม่ได้เมาถึงเพียงนั้น ข้าเดินเองได้ "
ฝููหรงจึงยืนดูอยู่ห่างๆ ให้จางเหยาและหานชิงพาแม่ทัพกลับจวน เมื่อมาถึงจวนแล้วฝูหรงก็ได้ให้พาแม่ทัพเข้าไปนอนพักที่ห้อง
" พี่ชินลี่ขอผ้าและน้ำด้วยนะ "
ชินลี่รับคำก่อนที่จะเดินออกไป หานชิงรีบเดินตามทันที
" เ้ากับฮูหยินไปที่ใดมากัน ข้าหาทั่วจวนก็ไม่พบ "
" เอาไว้พรุ่งนี้เ้าก็จะรู้เอง "
" อะไรของเ้าก็แค่บอกพี่มาเท่านั้นว่าเ้ากับฮูหยินไปไหนมา "
ชินลี่ไม่สนใจเดินจากไปทันที
" ผ้าและน้ำเ้าค่ะ "
ฝูหรงเช็ดหน้าและลำตัวให้กับคนตัวด้วยท่าทีเขินอาย เพราะยังไม่คุ้นชินกับร่างกายของบุรุษ แม้จะเคยทำแผลให้กับคนตัวโตมาแล้ว
" ถ้ามันลำบากเ้าก็พอเถอะ ข้าจะนอนแล้ว "
ฟานอวี้เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่กล้ามองร่างกายตนของคนตัวเล็กก็เข้าใจว่าเป็เพราะคนตัวเล็กไม่อยากอยู่ใกล้ตนนั้นเอง
" ถ้าเช่นนั้นท่านแม่ทัพก็นอนเถอะเ้าค่ะ "
" หึ คงจะเหนื่อยมากสินะ "
ฟานอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยาะหยันในที ฝูหรงมองจ้องตากับคนตัวโต
" ท่านแม่ทัพนอนเถอะเ้าค่ะ พรุ่งนี้ยังมีเื่อีกมากให้ท่านต้องจัดการ "
" นั้นสินะ "
ฝูหรงเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ฟานอวี้ยังคงมองจ้องไปที่ประตูอยู่เช่นนั้น ภายในใจก็ครุ่นคิด
" นี่เ้าไม่รู้สึกผิดต่อข้าเลยสักนิดหรือ ในใจเ้าไม่มีข้าอยู่จริงๆสินะ ขนาดข้าทำถึงเพียงนี้ให้เ้าอภัย แต่กลายเป็ข้าที่โง่เขลาเสียเอง "
" ท่านแม่ทัพหมายถึงอะไรขอรับ เหตุใดจึงพูดเหมือนฮูหยินทำอะไรผิดต่อท่านเช่นนี้ "
จางเหยาเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นายเอ่ยเื่นี้ออกมา ฟานอวี้ไม่เอ่ยอะไรกับคนสนิท ทำเพียงแค่เอนตัวลงนอนหันหลังแล้วหลับตาลง อย่างคนสิ้นหวัง
สายของอีกวัน ฟานอวี้ยังคงหลับอยู่เพราะฤิทธิ์ของสุรา
" ท่านแม่ทัพขอรับ ตื่นเถอะขอรับ เกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ "
" ข้าจะนอน มีเื่ใหญ่อะไรกันหนักหนา มีแคว้นใดโจมตีแคว้นเราอีกหรือไง "
" ไม่มีแคว้นใดขอรับ แต่เป็ท่านราชครูที่มานั่งรออยู่ขอรับ ท่านแม่ทัพให้มาตามท่านขอรับ "
ฟานอวี้เมื่อได้ยินว่าคนที่มานั่งรออยู่คือใครก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันที
" ท่านราชครูมาที่จวนข้าเพราะเหตุใดกัน คงไม่ใช่ "
ฟานอวี้รีบล้างหน้าและแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกไป ในหัวก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ท่านราชครูมาที่นี่หากไม่ใช่เื่ของหลานสาว ก็ไม่มีเื่อะไรอีกแน่
" มาแล้วหรือ เ้านี่จริงๆเลยนะ ปล่อยให้ผู้ใหญ่รออยู่เช่นนี้ได้อย่างไร "
แม่ทัพจางตำหนิบุตรชายทันทีที่พบหน้า ฟานอวี้หันไปหาท่านราชครูที่นั่งอยู่ข้างบิดาของตน ส่วนมารดาก็นั่งอีกฝั่ง ตรงข้างก็เป็ฮูหยินของตน ฟานอวี้จึงเดินมานั่งข้างฮูหยิน ก่อนจะเอ่ยขออภัยกับผู้อวุโส
" ข้าน้อยขออภัยขอรับท่านราชครู ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมา "
" ไม่เป็ไรหรอก ข้าเองก็ไม่ได้บอกกล่าวก่อนว่าจะมา "
" ว่าแต่ท่านราชครูมีเื่อะไรถึงได้มาถึงจวนข้าได้ "
แม่ทัพหยางเอ่ยถามออกไป
" ข้าแค่จะมาบอกเื่สำคัญ วานท่านแม่ทัพให้บ่าวในจวนออกไปก่อนได้หรือไม่ "
ราชครูเอ่ยขึ้น แม้แม่ทัพหยางจะนึกแปลกใจ แต่ก็ทำตามที่ท่าราชครูเอ่ยขอ ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียง แม่ทัพหยาง ฮูหยินเฉียว ฟานอวี้ จางเหยา หานชิง ชินลี่ ราชครู และฝูหรง
" นี่คือสานส์สำคัญจากฮ่องเต้ ส่งถึงท่านแม่ทัพฟานอวี้ รับไปสิ ท่านเปิดอ่านก็จะเข้าใจเื่ราวทั้งหมดเอง "
ฝูหรงมองคนตัวโตที่นิ่งไป ฟานอวี้อดคิดไม่ได้ว่านี่อาจจะเป็เื่เกี่ยวกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงนั่งนิ่งจนมารดาเอ่ยเตือนสติขึ้น
" ฟานอวี้เหตุใดจึงไม่รับสานส์จากมือท่านราชครูอีก "
" ถ้าเ้าอยากรู้ความจริง เ้าก็ต้องเปิดออกดู ไม่เช่นนั้นภายในใจเ้าก็จะหาความกระจ่างไม่ได้ "
ราชครูเอ่ยกับหลานเขยของตน ฟานอวี้รับสานส์ในมือราชครูมาถือไว้ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่นั่งมองตนอยู่เช่นกัน ฝูหรงยิ้มน้อยๆส่งให้ฟานอวี้
" เปิดอ่านสิเ้าค่ะ อ่านแล้วค่อยตัดสินใจว่า ยังอยากให้ข้าทำหน้าที่ฮูหยินของท่านหรือไม่ "
ยิ่งฟังคำพูดของคนตัวเล็กหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง ในหัวคิดว่าเหตุใดจึงรู้สึกกังวลมากกว่าการทำศึกเสียอีก
ฟานอวี้ค่อยๆเปิดสานส์อ่านที่ละประโยค
" ถึงแม่ทัพหยางฟานอวี้ ข้าในฐานะบิดาที่ไม่เคยมีโอกาสได้เลี้ยงดูบุตรสาวอันเป็ที่รัก และไม่ได้มอบฐานะที่แท้จริงแก่บุตรสาวข้า ข้าจึงขอฝากเ้าให้ดูแลนางแทนข้า ข้าคิดว่าเ้าจะดูแลและคุ้มครองนางได้ดี กว่าการอยู่ในวังในฐานะองค์หญิง ข้าขอฝากบุตรสาวของข้าด้วย แต่หากเ้าไม่มีใจต่อนาง ก็ขอให้ปล่อยนางไป ข้าหวังว่าเ้าจะรักนางเช่นที่ข้ารัก "
ฟานอวี้หันไปมองหน้าฮูหยินที่ตอนนี้นั่งนิ่งเพราะไม่แน่ใจกับท่าทีของคนตัวโต แม่ทัพหยางเดินเข้ามาหาก่อนที่จะยิบสานส์นั้นเดินกลับไปนั่งอ่านกับฮูหยินของตน
" นี่มัน เออ เื่จริงหรือท่านราชครู "
แม่ทัพหยางเอ่ยถามออกมาเมื่อเอ่ยจบ
" เป็เื่จริง ท่านแม่ทัพ บุตรสาวของข้าเดิมทีเป็นางกำนัลที่รับใช้ฝ่าา แต่เพราะขณะนั้นท่านก็ทราบดีว่าฮองเฮาองค์ก่อนมีใจริษยาเพียงใด บุตรสาวข้าตั้งครรภ์ก็ต้องรีบออกจากวังหลวง ฮ่องเต้เกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงปกปิดเื่นี้เรื่อยมา ฝ่าาทรงเคยคิดที่จะคืนตำแหน่งให้ฝูหรง แต่เพราะเด็กคนนี้ติดนิสัยท่องยุทธภพจนไม่อยากอยู่ในวัง เลยขออยู่เช่นนี้ดีกว่า "
ราชครูเล่าเื่ราวของฝูหรงให้กับทุกคนฟัง แต่ก็ยังมีข้อสงสัยที่อดไม่ได้ ฮูหยินเฉียวจึงได้เอ่ยถาม
" เออ แล้วเื่ที่ฝูหรงเคยอยู่กินกับชายอื่นล่ะท่านราชครู ข้ามิได้แคลงใจอันใด แต่เพราะฝูหรงถึงอย่างไรก็คือองค์หญิง จะทำเช่นนั้นได้หรือ "
เมื่อฟังคำถามจบราชครูก็หัวเราะออกมาเบาๆ จึงทำให้คนที่ยังไม่รู้แปลกใจ
" เื่นั้นอย่าได้กังวลไปเลย ที่ฝูหรงอยู่กินด้วยก็คือหลานของข้าเอง นามว่าหลานจื่อยวน ที่ต้องเป็เช่นนั้นเพราะต้้องไปอยู่ต่างแคว้น คราแรกก็จะไปในฐานะที่มีนั้นแหละ แต่เพราะความงามของหลานสาวข้าเลยทำให้ต้องกลายเป็ฮูหยินของพี่ชายไปซะได้ "
" หมายความว่ายังไงหรือท่านราชครู "
ฮูหยินอดที่จะถามขึ้นไม่ได้
"ก็เพราะฮูหยินของลูกงามจดมีคนตามตอแยไม่เลิก จื่อยวนจึงได้ให้น้องสาวกลายเป็ฮูหยินอย่างไรล่ะท่านแม่ "
" อะไรกันนี่เ้ารู้เื่นี้ด้วยหรือ "
ฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายทันที ฝูหรงหันมามองหน้าคนตัวโตทันที ฟานอวี้ยิ้มให้คนตัวเล็ก ฝูหรงก็จ้องมองคนตัวโตเช่นกัน ตอนนี้ทั้งสองคนทำเหมือนไม่มีใครนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย จนแม่ทัพหยางถึงกับกระแอมออกมา
" อะ แฮ่ม "
ฟานอวี้จึงได้สติรีบหันกลับมาตอบคำถามมารดา
" ลูกก็ต้องอยากรู้เป็ธรรมดาว่าฮูหยินเคยอยู่กินกับผู้ใดมา แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้
วขอรับ "
ฟานอวี้เอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันไปหาคนตัวเล็กอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่ทำให้คนตัวเล็กน้ำตาคลอ