ฮ่องเต้เว่ยชิงหลงได้ทำข้อตกลงกับฮ่องเต้แคว้นฉีเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นไม่กี่วัน..
[ติ๊ง! ครบหนึ่งเดือนยินดีกับนายท่านที่ได้รับหัวหน้าทหารองครักษ์หนึ่งนาย]
เมื่อการแจ้งเตือนของระบบได้หยุดลงเว่ยชิงหลง จึงเรียกหัวหน้าองครักษ์ออกมาจากมิติในทันที
“ถวายบังคมฝ่าา”
“เ้ามีชื่อหรือไม่”
“กระหม่อมมีนามว่าอวิ๋นเซียวพ่ะย่ะค่ะ”
“ั้แ่นี้เ้าจะรับหน้าที่หัวหน้าองครักษ์เงา บัญชาการทหารองครักษ์เงาห้าพันนาย”
“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
ณ พระราชวังหลวงแห่งแคว้นเป่ยเหลียง
ภายในท้องพระโรง
“ท่านมหาเสนาบดี แคว้นต้าเว่ยกับสามารถเอาชนะกองทัพของห้าแคว้นได้ ยิ่งกว่านั้น แคว้นเหอเป่ย แคว้นจ้าว แคว้นฉีแลแคว้นเซี่ยต่างสูญเสียเมืองน้อยใหญ่ไปหลายสิบเมือง อาณาเขตของแคว้นต้าเว่ยตอนนี้คงจะแผ่ขยายออกไป เช่นนี้จะส่งผลต่อเป่ยเหลียงของข้าหรือไม่”
“ฝ่าาในเื่นี้กระหม่อมเห็นว่ายังไม่ส่งผลต่อแคว้นเป่ยเหลียง กลับกันหากแคว้นเป่ยเหลียง ควรผูกมิตรกับแคว้นต้าเว่ยจะส่งผลดีมากกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านมหาเสนาดี เพื่อแสดงความจริงใจที่จะผูกมิตรข้าจะส่งผู้ใดไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นต้าเว่ย”
“ฝ่าากระหม่อมขอเสนอองค์รัชทายาทเหลียงอิงจื่อและองค์หญิงเหลียงชุนฮว่าพ่ะย่ะค่ะ”
“ส่งรัชทายาทไปเจริญสัมพันธไมตรีจะไม่อันตรายไปหรือ สองเดือนมานี้องค์รัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์มาหลายครั้ง ข้าจะให้อ๋องเหลียงโย่งเจาเป็ตัวแทนแคว้นเป่ยเหลียงเพื่อไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นต้าเว่ย ส่วนองค์หญิงเหลียงชุนฮว่าพระชันษายังน้อย ข้าจะยังไม่ให้เดินทางไกล ท่านมหาเสนาบดีท่านจงไปแจ้งอ๋องโย่งเจาอีกสิบวันให้ออกเดินทางไปแคว้นต้าเว่ย”
“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากนั้นอีกครึ่งเดือนเว่ยชิงหลง ได้ให้ทหารช่างเก้าแสนนายที่กำลังสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ มายังดินแดนทางใต้หกแสนนาย อีกสามแสนนายเว่ยชิงหลงได้ให้ทหารช่างไปสร้างเมืองยังเขตชายแดนเหนือและสร้างกำแพงหิน เว่ยชิงหลงจึงให้เหล่าทหารช่างสร้างกำแพงหินเชื่อมกันั้แ่ดินแดนเหนือที่ติดกับแคว้นเหอเป่ยไปจนถึงดินแดนทางใต้ที่มีอาณาเขตติดกับแคว้นเซี่ย แม้จะใช้เวลาหลายปีก็ตาม
“ฝ่าา ราชทูตแคว้นเป่ยเหลียงเดินทางเพื่อจะมาเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นต้าเว่ย ในตอนนี้ราชทูตอยู่ที่พระราชวังตะวันออกของเมืองซานตงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“แม่ทัพเย่หยุนเื่ราชทูตของแคว้นเป่ยเหลียง ให้องค์ไทเฮาเป็ผู้สำเร็จราชทานแทนข้า แลให้ราชเลขาจางและเสนาบดีไป๋ เป็ผู้ช่วยเหลือ ส่งข่าวแจ้งให้ไทเฮาและขุนนางให้รับทราบ”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
เว่ยชิงหลง คิดที่จะอยู่ดูการสร้างกำแพงและเมืองหน้าด่านชายแดนทั้งแปดแห่ง
หนึ่งปีต่อมา…
ฮ่องเต้เว่ยชิงหลง ได้เสด็จไปดูยังเมืองหน้าด่านทางชายแดนเหนือที่เป็อาณาเขตดั้งเดิมของแคว้นเหอเป่ย
“การสร้างกำแพงอาณาเขต สร้างไปถึงไหนแล้วแม่ทัพหยุนติง”
“กราบทูลฝ่าาการก่อสร้างของเหล่าทหารช่างมีความชำนาญมากคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกหนึ่งปี ส่วนเมืองหน้าด่านสร้างเสร็จไปแล้วเจ็ดส่วน คงจะใช้เวลาอีกครึ่งปีถึงจะแล้วเสร็จพ่ะย่ะค่ะ”
“แคว้นเหอเป่ยมีความเคลื่อนไหวหรือไม่?”
“มิมีความเคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ เมื่อหลายเดือนก่อนมีเพียงราษฎรชาวเหอเป่ยเท่านั้น”
“เ้าคงจะหมายถึงชาวเหอเป่ยที่ถูกยึดเมือง”
“พ่ะย่ะค่ะ ชาวเหอเป่ยที่ถูกแคว้นต้าเว่ยยึดเมือง ต่างก็อพยพไปจนหมด”
“สมกับเป็อดีตชนเผ่าเหอเป่ย แม้จะถูกยึดเมืองไปก็ไม่ยอมเป็ชาวต้าเว่ย กับยอมอพยพไปจนหมด”
เมื่อสามเดือนก่อนเว่ยชิงหลงไปดูการก่อสร้างในเมืองหน้าด่านตะวันตกที่มีอาณาเขตติดกับแคว้นจ้าว ราษฎรแคว้นจ้าวกว่าสองล้านหกแสนคน ยอมที่จะเป็ชาวต้าเว่ยโดยให้เหตุผลว่าจะไม่ยอมทิ้งที่อยู่อาศัยเดิม อีกเหตุผลก็คือราชสำนักแคว้นจ้าวเกณฑ์ทหารที่เป็ลูกหลานไปรบอย่างไม่มีเหตุผล แม้จะโกรธแคว้นต้าเว่ย แต่ความโกรธแค้นต่อฮ่องเต้แคว้นจ้าวกับมีมากกว่าหลายสิบเท่าทำให้เลือกเช่นนี้ ส่วนแคว้นฉีและแคว้นเซี่ยที่อยู่ทางใต้ กับมีราษฎรที่ยอมเข้าร่วมกับต้าเว่ยถึงหนึ่งล้านเก้าแสนคน แบ่งเป็ราษฎรแคว้นเซี่ยเก้าแสนคนและแคว้นฉีอีกหนึ่งล้านคน